เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 586 เมฆพัดแรงกลางราชสำนัก

ตอนที่ 586 เมฆพัดแรงกลางราชสำนัก

ตอนที่ 586 เมฆพัดแรงกลางราชสำนัก


ตอนที่ 586 เมฆพัดแรงกลางราชสำนัก

(1st June 2025: คนเขียนช่างเล่นนัก ตัดจบไปไม่นาน มาทำต่อเขียนต่อละ ตอนนี้เห็นอัปเดตมา 7 ตอนแล้ว)

(จากผู้เขียน: ขอกล่าวย้อนไปเล็กน้อยถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า —

ในแคว้นเทียนจื่อแห่งเขตสวรรค์เก้าสวรรค์ สำนักเซียนชิงหยาง ได้ทำลายสี่ขุมอำนาจสูงสุด รวมแคว้นเทียนจื่อเป็นหนึ่ง

บัตรนี้ ศิษย์สายตรงทั้งสี่ของสำนักก็พากันเหยียบย่างเข้าแคว้นชิงฮั่นแห่งเขตสวรรค์เซียนหงส์ เตรียมก่อกรรมทำเรื่องอย่างเต็มกำลัง — จากนี้เข้าสู่เนื้อเรื่องต่อไป)

(ไว้จะแปะข้อมูลของแคว้นไว้ท้ายทวนคืนความทรงจำ เช่นแคว้นจื่อหลิงอยู่สวรรค์ชั้นล่างก็มีแล้ว แต่สวรรค์ชั้นบนนี้ก็มี แต่ ตอนนี้กับเปลี่ยนมาเป็น แค้วนเทียนจื่อ แทน)

เขตแกนกลางแห่งราชนครหลวงหลิงหยุน ราชวังเซียนหลิงหยุนอันยิ่งใหญ่โอ่อ่าตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้นอย่างสง่าผ่าเผย

ในท่ามกลางท้องพระโรงอันโอ่อ่าสว่างไสวเรืองรองด้วยทองคำและมณี มีสตรีหนึ่งนั่งประทับอยู่ ณ ที่บัลลังก์สูงสุด

นางนามว่าโอวหยางหนิง ฉลองพระองค์งามสง่าเฉิดฉายอันเป็นอาภรณ์แห่งจักรพรรดินี แม้เพียงมองเผินๆ ก็เห็นได้ว่า รอยทุกข์ระทมในดวงหน้าของนางเมื่อวันก่อนนั้นได้เลือนหายสิ้น เหลือไว้เพียงแววตาที่ระริกพลุ่งพล่านด้วยอารมณ์

เห็นชัดว่านางยังมิได้คืนสติจากเหตุการณ์เมื่อวานนี้

“ออกท่องโลก กวาดล้างแคว้นชิงฮั่น!”

เพียงคำกล่าวสั้นๆ ของหลินไป๋เมื่อวันวาน รวมถึงเงาร่างอันทรงพลังหลายตนที่ปรากฏตามมา ล้วนสร้างความฝังใจลึกในจิตใจนาง

[ดูที เหล่าผู้มีพระคุณนั้นเบื้องหลังย่อมมีอำนาจใหญ่อย่างมหาศาลเกินกว่าข้าจะคาดถึง! หากข้าจะล้างแค้น ก็เพียงรับบทหุ่นเชิดอันไร้ค่าให้ดีก็พอ!]

โอวหยางหนิงเก็บงำความคิดในใจลง ละสายตาอันเยียบเย็นกวาดมองลงสู่เบื้องล่างของท้องพระโรง

สายตานางแลไปเห็นขุนนางฝ่ายบริหารและฝ่ายทหารเพียงหยิบมือยืนอย่างไร้เรี่ยวแรง บางผู้ถึงกับหาวนับครั้งมิถ้วน สีหน้าซีดเซียวไร้แววชีวิต ดูก็รู้ว่าเป็นอาการคนเสพสุขจนเกินประมาณ กำลังฟื้นตัวจากความอ่อนล้าของกระดูกไตที่พร่องเสียจนสิ้น

ตั้งแต่สามตระกูลใหญ่ครอบครองราชสำนัก พวกเขาก็ขจัดผู้เห็นต่างจนสิ้น แม้แต่ขุนนางที่จงรักภักดีต่อราชบัลลังก์อย่างสุดใจก็ยังทานทนมิไหว ต้องจำใจล่าถอยออกจากเวที

บัดนั้น ราชสำนักก็แปรเปลี่ยนเป็นเพียงโรงละครของสามตระกูลใหญ่ ใครจะเข้าเฝ้าได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับใจของพวกเขาเท่านั้น

และเหล่าที่ได้เข้าเฝ้าก็ล้วนเป็นพวกไร้ค่าในหมู่ไร้ค่า เป็นขุนนางที่พวกเขาจัดสรรมาโดยเฉพาะตามถ้อยคำเย้ยหยันของพวกเขาเองว่า “จักรพรรดินีไร้ค่าสมควรมีขุนนางไร้ค่าเป็นคู่ควร”

“ขอพระราชทานกราบบังคมทูล เมื่อคืนสาวงามเบื้องต้นแห่งหอทิพย์หอม หลานยวี่เอ๋อร์ ถวายงานบุรุษทั้งสิ้น 64 คน ได้ยินเสียงไก่ขัน 3,864 หน และทะยานขึ้นสู่ยอดเมฆารื่นรมย์มากกว่าร้อยครา”

ขุนนางคนหนึ่งที่ใต้ตาคล้ำดำเป็นเงาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

ทันใดนั้น อีกผู้หนึ่งก็รีบร้อนกราบทูลตาม

“ขอพระราชทานบังคมทูล ฝ่าบาท เมื่อวานบุตรชายของกระหม่อม เข้าสุขาไปทั้งสิ้น 6 ครา มีกากเหลวสีเหลืองจางๆปนอยู่ด้วย”

“ขอพระราชทานบังคมทูล ฝ่าบาท เช้านี้รองแม่ทัพแห่งกองอารักขาวังหลวง ขี่…ขี่ม้าผ่านถนนหลวงแล้วช่วยพยุงยายแก่ 3 นางข้ามถนน

พฤติการณ์เช่นนี้สอดคล้องกับหลักอุดมการณ์ของราชวงศ์เซียนหลิงหยุนในการเคารพผู้เฒ่าผู้แก่ ข้าใคร่กราบทูลให้พระราชทานบำเหน็จและแต่งตั้งเขาขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่แทน”

ขุนนางผู้ซูบเซียวที่สุดด้านหน้า กราบทูลด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

เมื่อเทียบกับเสียงไก่ขันหรือจำนวนการถ่ายของเด็ก ความกราบทูลของผู้นี้ยังดูพอฟังขึ้นอยู่บ้าง…

เห็นชัดว่า เหล่านี้คือกลอุบายของสามตระกูลใหญ่ เพื่อให้ขุนนางที่เข้าร่วมกับพวกเขาได้ประโยชน์ต่างตอบแทน และรองแม่ทัพที่กล่าวถึง ก็คือหนึ่งในผู้ที่ภักดีต่อฝ่ายนั้น!

ได้ยินถ้อยคำนั้น แม้นโอวหยางหนิงซึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์จะไม่กล่าวอันใด แต่อารมณ์ในใจก็มิได้พลุ่งพล่านนัก เรื่องพิสดารพิกลเช่นนี้นางได้ฟังจนชินชาเสียแล้ว

หากแต่ในเรือนมืดหลังท้องพระโรง สถานที่เร้นลับซึ่งซ่อนเร้นศิษย์ทั้งหลายของสำนักเซียนชิงหยางไว้ — กระทั่งศิษย์ผู้มั่นคงที่สุดในจิตอย่างสือฮ่าว ยังแทบจะกลั้นหัวร่อมิอยู่

“ขี่หลังอาม่า…เดินข้ามถนน…บุตรชายอุจจาระเหลวเจือเหลือง…?”

แม้แต่สือฮ่าวซึ่งมีวินัยดั่งศิลา ยังถูกคำพูดเหล่านี้สั่นคลอนจิตใจอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นว่า

“หลานยวี่เอ๋อร์…นางผู้นี้”

“ปัง!”

โอวหยางหนิงลุกขึ้นตบแท่นอย่างแรง แววตานางเปล่งประกายเย็นชา พลางเปล่งเสียงก้องด้วยความองอาจ

“อวดดีนัก! ที่นี่คือราชสำนัก จะให้พวกเจ้าปากเปื้อนโคลนย่ำยีได้กระนั้นหรือ!”

ยามนี้มิใช่เวลาเยี่ยงอดีตอีกแล้ว หลังม่านเบื้องหลังนั้น ยังมีผู้มีพระคุณเฝ้ามองอยู่!

เฮ้อ…คงจะได้เห็นภาพตลกงี่เง่าเสียแล้ว

พอเห็นสถานการณ์เช่นนี้ บรรดาขุนนางใต้บัลลังก์ต่างหันไปมองกันด้วยความงุนงง

วันนี้หุ่นเชิดอย่างจักรพรรดินีกริ้วเป็นพิเศษ?

หรือพวกเขานับเสียงไก่ผิดกันแน่?

โอวหยางหนิงรู้ดีว่าโทษมิได้อยู่กับพวกเขา นางสูดหายใจลึก ปรับอารมณ์ให้สงบ แล้วกล่าวต่อไปว่า

“เมื่อวานเรามิได้แจ้งไปแล้วหรือ? ว่าวันนี้ทุกผู้ต้องเข้าร่วมราชสำนัก แม้แต่ผู้แทนจากสามตระกูลใหญ่ แล้วเหตุใดพวกเขายังมิปรากฏตัว?”

จากนั้น นางก็ชี้ไปยังขุนนางผู้หนึ่ง พลางสั่งว่า

“เจ้าจงไปแจ้งพวกเขาให้มาโดยพลัน”

“ฝ่ะ…ฝ่าบาท…” ขุนนางผู้นั้นตัวสั่นเทาอย่างรุนแรง ก่อนที่ของเหลวสีเหลืองขาวจะไหลเอ่อล้นออกจากหว่างขา…

ในขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งอันเย็นเยียบและแหลมคมก็ดังขึ้นจากนอกราชสำนัก

“ฝ่าบาทวันนี้ทรงพระเดชานุภาพยิ่งนัก! ถึงกับให้ผู้คนมาแจ้งแก่ข้าทั้งหลาย”

“อย่างไรเล่า? พวกเราจะมีนิสัยมาถึงก่อนหรือไร?”

เสียงยังไม่ทันเงียบลง เงาร่างสูงใหญ่สามสายก็เหยียบย่างเข้าสู่ราชสำนักโดยพร้อมเพรียง เหล่าขุนนางฝ่ายบริหารและทหารอีกนับร้อยผู้มีอำนาจและบารมีล้วนติดตามอยู่เบื้องหลัง

ผู้นำทั้งสามที่นำหน้า ล้วนเป็นผู้นำตระกูลแห่งสามตระกูลใหญ่ผู้กุมอำนาจล้นฟ้า ผู้ที่กล่าวคำเมื่อครู่นั้น คือชายร่างกำยำ หน้าตาหยาบกระด้างเต็มไปด้วยกลิ่นอายฆ่าฟัน

นั่นคือ ถังป้าคง ผู้นำแห่งตระกูลถัง

ด้านซ้ายคือชายหน้าขาวไร้หนวดเครา สวมชุดยาวสีขาวสง่างาม แววตาอ่อนโยนดูเป็นผู้รู้หนังสือ

เขาคือ จวินหลินเฟิง ผู้นำตระกูลจวิน

ส่วนด้านขวาคือ เสิ่นเหอ ผู้นำตระกูลเสิ่น ชายผู้มีใบหน้าหมองมัว ดวงตาลึกล้ำ ประดุจหมอกพิษเร้นลับ

สำหรับเหล่าขุนนางทั้งหลายที่ตามมานั้น ล้วนเป็นพวกสายใยอันซื่อสัตย์ต่อสามตระกูลนี้โดยถ้วนหน้า

เป็นที่รู้กันทั่วทั้งราชวงศ์เซียนหลิงหยุน ว่าหากผู้ใดใคร่ก้าวหน้าในทางราชการ ก็จำต้องหันไปพึ่งพาสามตระกูลใหญ่ หากหลังบ้านท่านมีตระกูลใหญ่หนุนหลัง ไม่เพียงแต่สุนัขเฝ้าบ้านยังได้กินข้าวหลวง ไม้คลึงแป้งยังอาจทะยานขึ้นฟ้า!

ขุนน้อยหรือ? เรียกว่าผู้บัญชาการสิ! ไม้คลึงแป้งหรือ? ไม้ทัณฑ์ราชการต่างหากเล่า!

เมื่อเห็นโอวหยางหนิงที่ประทับอยู่บนบัลลังก์ยังไม่กล่าววาจาใด สีหน้าของถังป้าคงก็ยิ่งแปรเปลี่ยนเป็นเยียบเย็น เขาก้าวหน้ามาอีกครึ่งก้าว กล่าวเสียงดังว่า

“ฝ่าบาท! วันนี้หากมิทรงพระราชทานคำอธิบายที่เหมาะสมแก่ข้าทั้งหลาย ก็อย่าโทษว่าข้าจะล่วงล้ำเบื้องยุคลบาท!”

วาจาอันอหังการนี้กลับมิได้มีผู้ใดลุกขึ้นต้านทานแม้สักครึ่งคำ ขุนนางที่เคยเอ่ยแต่เสียงไก่ขันบ้างอุจจาระลูกบ้าง ก็ล้วนก้มศีรษะจดพื้น เสมือนศีรษะจะมุดเข้าไปในหว่างขาตนเสียให้ได้

จวินหลินเฟิงแห่งตระกูลจวินและเสิ่นเหอแห่งตระกูลเสิ่นยืนกอดอกอยู่ข้างกัน สายตาเต็มไปด้วยความสนใจเย้ยหยัน มองดูเหตุการณ์ตรงหน้าราวกับเป็นละครโรงใหญ่ฉากหนึ่ง

เมื่อวานนี้ พวกเขาได้ส่งคนไปลอบสังหารจักรพรรดินีหุ่นเชิดผู้นี้ หากไม่ทราบว่าด้วยเหตุอันใด กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่ไม่เป็นไร หากวิธีลับใช้ไม่ได้ ก็จงเผยตนอย่างเปิดเผยเถิด

ทุกอย่างล้วนเตรียมการไว้พร้อมแล้ว — วันนี้แลจักเป็นวันแห่งการเปลี่ยนฟ้าคว่ำดิน!

“เหตุผลรึ? เจ้าต้องการให้เรามอบเหตุผลใดกัน? เจ้าทั้งหลายล้วนเป็นขุนนางกังฉินก่อกบฏทั้งสิ้น! พวกเจ้าสมควรตาย!”

จักรพรรดินีโอวหยางหนิงที่ขณะนี้หลังมีผู้หนุนหลังอยู่เบื้องหลัง ก็ลุกขึ้นแสดงอำนาจอย่างไม่เกรงกลัวอีกต่อไป มือขาวราวหิมะชี้ตรงไปยังสามผู้นำตระกูลใหญ่ พร้อมทั้งขุนนางทั้งหมดที่ยืนอยู่เบื้องหลังพวกเขา

“หึหึ” — ถังป้าคงและอีกสองคนพากันหัวเราะเยาะในลำคอ เห็นทีจักรพรรดินีไร้ค่านางนี้ คงตั้งใจจะฉีกหน้าพวกเขากลางราชสำนักแล้วกระมัง…นางมีสิทธิ์ใดมิทราบ?

ในเมื่อเจ้ากล้าเล่น เช่นนั้นก็จงเล่นให้ถึงที่สุดเถิด!

“ฮึ่ม! ฝ่าบาท ไยพระองค์จึงกระทำเยี่ยงกบฏ?”

“ทั้งสามตระกูลใหญ่คือเสาหลักของบ้านเมือง! ตั้งแต่เมื่ออดีตจักรพรรดิสิ้นพระชนม์ ราชภาระทั้งสิ้นก็ถาโถมมาสู่บ่าของพวกเขา จะกล่าวได้ว่า หนึ่งนครหลวงหกสิบสองเมืองเซียนทั่วทั้งแผ่นดินล้วนแบกไว้ด้วยบ่าของทั้งสาม!”

“ทว่าฝ่าบาทกลับเอ่ยว่าพวกเขาคือขุนนางทรยศ? หากวันนี้ไม่ได้คำอธิบายที่ทำให้ทุกฝ่ายพึงพอใจ ก็อย่าได้กล่าวโทษว่าพวกข้าและทั้งหล้าจะไม่ยอมรับอีกต่อไป!”

กล่าวจบ คนของถังป้าคงผู้หนึ่งก็ก้าวออกมา ส่งเสียงดังกึกก้องด้วยสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความคับข้องใจราวกับผู้ถูกกล่าวหาโดยไร้มูลความจริง

หากไม่รู้เบื้องหลังจริง คงนึกว่าเขาถูกกลั่นแกล้งจนแทบสิ้นชาติสิ้นตระกูล

ถังป้าคง จวินหลินเฟิง และเสิ่นเหอ พากันพยักหน้าอย่างพึงใจ

เพราะในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็น “ความชอบธรรมแห่งธรรม” หรือ “ความชอบธรรมแห่งพลัง” ต่างก็อยู่ในมือของพวกเขาโดยถ้วนหน้า กล่าวได้ว่าทุกอย่าง ล้วนเหนือกว่าทุกประการ!

(จบตอน)

(จากผู้เขียนโดยตรง: กลับมาอัปเดตแล้ว! กลับมาอัปเดตแล้ว! กลับมาอัปเดตแล้ว! เรื่องสำคัญต้องพูดสามรอบ หลังจากปิดด่านไปช่วงหนึ่ง ตอนนี้เนื้อเรื่องก็จัดระเบียบเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันนี้จะกลับมาอัปเดตตามปกติ และมีข่าวดีมาบอกอีกอย่าง — นิยายเรื่องนี้ได้รับเลือกให้สร้างเป็นซีรีส์สั้น กำลังอยู่ระหว่างการผลิต คาดว่าจะออนแอร์ภายใน 1–2 เดือนข้างหน้า ฝากทุกคนติดตามด้วยนะครับ)

(จากผู้แปล: แคว้นในสามเขตสวรรค์

เขตสวรรค์ชางกู่: แคว้นซิงเย่า, แคว้นจื่อเซียว, แคว้นหลิงซวี่, และแคว้นเหยียนหลิง

เขตสวรรค์เก้าสวรรค์: แคว้นห้าวเยว่, แคว้นหวนเมิ่ง, แคว้นเย่าหยุน, และแคว้นเทียนจื่อ

เขตสวรรค์เซียนหงส์: แคว้นจินอวี่, แคว้นโม่อิ่ง, แคว้นชิงฮั่น, และแคว้นเหยียนชื่อ

สองตอนเปิดให้อ่านฟรีทบทวนเนื้อเรื่องคืน)

จบบทที่ ตอนที่ 586 เมฆพัดแรงกลางราชสำนัก

คัดลอกลิงก์แล้ว