เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40: อัศวินมังกรและเลขานุการ

บทที่ 40: อัศวินมังกรและเลขานุการ

บทที่ 40: อัศวินมังกรและเลขานุการ


บทที่ 40: อัศวินมังกรและเลขานุการ

เมื่อถึงยามกลางคืน ภายใต้แสงจันทร์อันหนาวเหน็บ เงาดำร่างใหญ่ได้แผ่ขยายทั่วด้านนอกของพระราชวังและก็ได้จางหายไปจากเมืองใหญ่

ความรู้สึกในการขี่มันเปรียบดั่งการขี่รถไฟหรือเครื่องบิน ความเร็วในการบินของไวเวิร์นเร็วกว่าที่คาดไว้มาก มันใช้เวลาไม่นานนักก็ได้ไปถึงทะเลสาบสีฟ้า

ปากลีโรกำลังนอนอยู่บนทุ่งหญ้าริมทะเลสาบและเล่นหมุดไพ่เดี่ยวที่เฉินรุยส่งมาให้ครั้งก่อน ตามคำพูดที่เขาเล่าให้ฟัง เขาได้นอนในทะเลสาปบ้านี้มา 2,000 ปีแล้ว หากไม่จำเป็น เขาก็ไม่คิดที่จะลงน้ำเลย

แต่พอได้เห็นเงาที่เคลื่อนไหวมาอย่างรวดเร็ว ปากลีโรก็สัมผัสได้ถึงมันในทันที เมื่อเขาเห็นว่ามันเป็นไวเวิร์น เขาก็ได้หัวเราะอย่างเย้ยหยัน แม้ว่าไวเวิร์นจะค่อนข้างทรงพลังและมีพิษ แม้แต่มังกรทั่วไปยังต้องระวัง แต่มังกรพิษนั้นแตกต่างออกไป พิษจากไวเวิร์นนั้นไร้ประโยชน์ต่อหน้ามังกรพิษ เมื่อเปรียบเทียบพิษแล้ว มังกรพิษสามารถทำลายระบบย่อยอาหารของไวเวิร์นได้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนอยู่บนหลังไวเวิร์น อัศวินมังกร? ไม่ใช่แน่นอน ควรจะเป็นกึ่งอัศวินมังกรหรืออัศวินไวเวิร์น สำหรับมังกรมังกรแล้ว มังกรเทียมที่ด้อยกว่านั้นไม่สมควรที่จะกล่าวคำสูงส่งดั่งชื่อ "มังกร"

ในขณะนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยจากไวเวิร์น “ปากลีโร เจ้าอยู่ที่ไหน”

"นั่นใคร!" ปากลีโถูกผนึกไว้อยู่ตอนนี้ เขาจึงไม่อยากที่จะดึงปัญหาเข้ามาอีก เขาต้องการหลีกเลี่ยงภัยอันตรายต่างๆ แต่เมื่อมีคนเรียกชื่อของเขา เขาก็เริ่มตื่นตัวและเริ่มชารจ์พลังไว้

จู่ๆสิ่งนั้นก็เริ่มเข้ามาใกล้และพูดขึ้น “ปากลีโร แซนโดร อะคิลิส สุดยอดเพื่อนคนสำคัญของเจ้ามาถึงแล้ว ก็คนที่เจ้าเคยสัญญาว่าจะมอบสมบัติทั้งหมดในบึงคืนสงบให้ไงเล่า!”

"ไม่มีทาง! มนุษย์จอมโลภเอ้ย!” ปากลีโรบ่นพร้อมกับยิ้มขึ้นมาและยกเลิกพลังที่ชารจ์ไว้

แม้ว่ามังกรพิษจะไม่ได้แปลงร่างเป็นมังกร แต่ไวเวิร์นทั้งสองตัวก็รู้สึกถึงความน่ากลัวของอีกฝ่าย ดังนั้นมันจึงดูหวาดกลัวอย่างมากเมื่อลงมาถึงพื้น

เฉินรุยกระโดดลงมาและตบคอของไวเวิร์น “แม็กดาอย่ากลัวเลย เขาเป็นมิตร รอข้าอยู่ทางโน้นเดี๋ยวนะ”

ไวเวิร์นพอได้ยินก็รีบกางปีกออกและบินไปไกลเลย ปากลีโรดูประหลาดใจมาก “ถึงแม้ว่าพวกมังกรเทียมจะมีสติปัญญาต่ำ แต่ก็ยังมีพละกำลังอยู่บ้าง เจ้าทำให้พวกมันเชื่องอย่างง่ายดายได้ยังไงกัน? เป็นมรดกที่สืบทอดจากปรมาจารย์อีกแล้วงั้นรึ?”

“เจ้าเดาถูกเลย” เฉินรุยอยากที่จะยกย่องมังกรพิษเหลือเกิน “หลังจากดูดซับพลังของศิลาเถาวัลย์สองก้อนโดยไม่ได้ตั้งใจ ข้าก็ได้ความสามารถในการฝึกสัตว์ร้ายมา อย่างไรก็ตาม ความสามารถนี้ต้องใช้พลังงานจากพวกวัตถุดิบพิเศษ หากเจ้ามีอะไรก็อย่าลังเลแล้วเอาออกมาให้ข้าทีเถอะ”

“ฮึ่ม ทำไมโชคถึงเข้าข้างคนโลภเช่นเจ้ากัน” ปากลีโรเหลือบมองไปที่เขาอย่างอิจฉา “ข้าถูกผนึกเป็นเวลาสองพันปี จะมีสมบัติอะไรกันอยู่ติดตัวข้า? ศิลาเถาวัลย์ก็ไม่มี ถ้าเป็นวัตถุเวทมนตร์ ข้านั้นมีของดีๆมากมายในบึงคืนสงบ ขึ้นอยู่กับว่าเจ้ามีความสามารถพอที่จะเอามันมาหรือเปล่า”

"จริงเหรอ?" เฉินรุยดูเหมือนจะได้เห็นค่าออร่าจำนวนมากแล้วในอนาคต ดวงตาของเขาตอนนี้เปล่งประกายเป็นอย่างมาก “ข้าจะไม่ปิดบังเจ้านะ ไวเวิร์นพวกนั้นก็มาจากบึงคืนสงบเหมือนกัน ข้าพยายามที่จะไปที่นั่นให้ได้ เพียงแต่ความแข็งแกร่งตอนนี้ของข้ายังไม่พอ โชคดีที่ตอนนี้ข้ามีไวเวิร์นแล้ว ข้าจะได้มาที่ทะเลสาบสีฟ้าทุกวัน เพื่อที่จะรับการฝึกฝนพิเศษจากเจ้า”

"ไวเวิร์นพวกนั้นก็มาจากบึงคืนสงบเหมือนกัน? ช่างใส่ใจอะไรขนาดนี้!“ปากลีโรไม่รู้ว่าคำพูดของเขานั้นหลอกลวงทั้งสิ้น ดังนั้นเขาจึงพูดอย่างมีความสุขไปว่า” ข้ามีสมบัติและแร่ธาตุหายากมากมาย หากเจ้าต้องการ ข้าให้เจ้าหมดเลย ยิ่งเจ้าแข็งแกร่งเท่าใด ข้าจักปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จงอย่าคาดหวังว่าสัตว์ร้ายทุกตัวจะมีจิตใจที่แสนเรียบง่าย หากไวเวิร์นพวกนี้ไม่เชื่อง การสื่อสารกับพวกมันก็จะยากยิ่งนัก ตอนนี้เราไม่เสียเวลาและมาฝึกกันดีกว่า”

“ลอบโจมตีอีกแล้ว! ไอ้มังกรน่ารังเกียจ!”

“ปฏิกิริยาตอบโต้ของเจ้าในครั้งนี้เร็วขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่เพียงพอ!”

“…”

การฝึกอบรมพิเศษที่แสนจะเจ็บปวดและเลวร้ายได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง วึ่งทำให้ตัวเขาคุ้นเคยกับพลังดวงดาวมากขึ้นไปอีก

เมื่อเขากลับไปที่ห้องทดลอง มันก็เป็นเวลาดึกแล้ว เฉินรุยนั้นเหนื่อนมากจนไปอาบน้ำและหลับไป ไม่นานนัก เขาก็ได้ตื่นขึ้นมากับรุ่งเช้าของวันที่สอง

เฉินรุยรู้สึกดีมากและรับรู้ถึงพลังยามที่ตื่นขึ้นมาด้วย เพราะความเชี่ยวชาญของ 'ดวงดาว' ความเจ็บปวดที่ได้รับมาจากการฝึกพิเศษได้หายไปทั้งหมด จากนั้นเขาก็นึกถึงคำสั่งของเชียขึ้นมาได้ เขารีบทำความสะอาดตัวเองและรีบไปที่ห้องโถงของสภาทันที

บางทีเขาอาจจะเข้าประชุมสายแล้วเนี่ย ตาแก่เกาส์ที่เชียบอกก็ไม่ได้อยู่แถวนี้ด้วย แต่กลับมีเจ้าหญิงเชียที่นั่งอยู่บนโต๊ะและคอยพลิกเอกสารไปมา

“ดูเอกสารพวกนี้แล้วแยกส่วนสำคัญและเขียนลงในสมุดบันทึกทรัพย์สิน ถ้าเจ้ามีอะไรจะเขียน ก็เขียนเพิ่มเข้าไปได้เลย” เชียพูดโดยไม่ได้ยกหัวขึ้นมา

เฉินรุยรับเอกสารและจดรายการต่างๆลงสมุดอย่างรวดเร็ว งานไม่ได้ยากเกินไปนัก เนื่องจากไม่มีอะไรสำคัญๆในเรื่องของอสังหาริมทรัพย์ ตัวอย่างเช่น ศึกประลองเวหา ของเมื่อวานและการท้าทายของปรมาจารย์อัลดาซก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ต้องจดบันทึกไป ทักษะการเขียนของเฉินรุยที่เรียนรู้จากมหาวิทยาลัยไม่ได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว ไม่นานนัก เขาก็ได้เขียนทุกอย่างด้วยข้อความแสนจะกระชับ

"ไม่เลว" เชียหยิบสมุดบันทึกที่จดสมบูรณ์ทุกอย่างและมองไปที่เขา “ครั้งหน้าให้มาเร็วกว่านี้ วันนี้เกาส์ได้ออกไปนานแล้ว”

เฉินรุยรู้สึกเขินอย่างมาก เพราะเขามาสายในวันแรกของการทำงานและเจ้านายของเขาก็จับได้อีก

“คือมันเป็นแบบนี้ขอรับท่านเจ้าหญิง” เฉินรุยคิดอยู่พักหนึ่งแล้วก็ตัดสินใจหาข้ออ้างที่ตนต้องออกไปในตอนกลางคืน จนมาทำงานสาย เพราะมีโอกาสที่ในอนาคตอาจจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้ ถามว่าทำไมต้องทำอย่างนั้น ก็เพราะยามที่วังไม่ได้เป็นของตกแต่งนะเห้ย หากพวกเขารู้ว่ามีอะไรผิดปกติในห้องทดลองยามค่ำคืน พวกเขาจะต้องเอาไปแจ้งและทำให้เชียสงสัยเป็นแน่

หลังจากฟังคำอธิบายของเฉินรุย นางก็ขมวดคิ้วและพูดว่า “เจ้าไปขี่ไวเวิร์นในตอนกลางคืนเพียงเพื่อแค่ฝึกเท่านั้นรึ?”

"ใช่ขอรับ" เฉินรุยพยักหน้า “หลังจากที่ข้าดูดซับศิลาเถาวัลย์ที่ส่งมาจากเจ้าหญิงใหญ่เมื่อคืน ความสามารถในการฝึกสัตว์ร้ายของข้าก็ได้รับการพัฒนายิ่งขึ้นไปอีก แต่ข้าไม่ต้องการเปิดเผยความสามารถนี้ออกไป ดังนั้นข้าจึงออกไปฝึกซ้อมกลางดึกเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกใครมาเห็น”

“ก็เป็นความจริงที่ตอนนี้เจ้าไม่ควรดึงดูดความสนใจมากนัก”ซึ่งเชียเองก็คิดที่จะใช้เขาเป็นอาวุธลับอยู่แล้ว “นับจากนี้เป็นต้นไป ให้เจ้ามาที่หอประชุมทุกบ่าย ในตอนเช้าก็พยายามพักผ่อนให้มาก”

เจ้านายคนนี้ไม่เลวเลย แต่น่าเสียดายที่ไม่มีการขึ้นเงินเดือนนี้สิ เฉินรุยกล่าวเสริมไปอีกว่า“ข้าได้พูดคุยกับเหล่าไวเวิร์นมา พวกมันบอกว่าพวกมันอาศัยอยู่ในบึงคืนสงบ มีฝูงไวเวิร์นจำนวนมากอยู่ที่นั่น ทั้งสองตัวถูกจับมาในตอนที่มันบินออกมา หากมีโอกาสในอนาคต ข้าอยากไปที่พื้นที่บึงคืนสงบเพื่อสำรวจดู”

นักล่าสัตว์อสูรเป็นอาชีพที่มักจะจับหรือฆ่าพวกสัตว์อสูร ข้อกำหนดก็คือจำเป็นที่จะต้องแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก และไวเวิร์นทั้งสองตัวนี้ก็ได้ถูกจับมา

ทันใดนั้น ดวงตาของเชียได้เปล่งประกายและนางก็ได้พูดขึ้นมาว่า “งั้นเจ้าก็จะไปหาพวกมันทั้งฝูง แล้วก็…”

หากเฉินรุยประสบความสำเร็จในการจับฝูงไวเวิร์นฝูงใหญ่มา เมืองพระจันทร์ดับจะมีกองทัพอากาศสุดแสนจะแข็งแกร่งมาเสริม มันสามารถเทียบเท่ากับอัศวินมังกรของเจ้าชายออบซิเดียนได้เลย เชียในตอนนี้อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

“แต่นั่นเป็นเพียงแค่การคิดเท่านั้น” เฉินรุยสังเกตเห็นได้เลยว่าเชียเริ่มคล้อยไปกับคำพูดของเขาแล้ว “ไวเวิร์นตัวอื่นไม่อาจเทียบกับไวเวิร์นสองตัวนี้ได้ พวกมันทั้งสื่อสารด้วยยากและก้าวร้าวกว่ามาก ข้าคิดว่านี้จะใช้เป็นแผนระยะยาวเสียมากกว่า ในตอนนี้ ข้าตั้งใจที่จะฝึกทักษะของข้าเสียก่อน”

จุดประสงค์หลักของการเดินทางไปยังบึงคืนสงบคือสมบัติของมังกรพิษ แน่นอนว่ามันคงจะเป็นการดีด้วยถ้าเขาสามารถเอาไวเวิร์นกลับมาเพิ่ม ดังนั้นเขาจะต้องไม่ทำให้เจ้านายสาวสวยและโลลิตัวน้อยผิดหวังอย่างแน่นอน พอบอกเชียล่วงหน้าว่าเขาต้องการจะไปบึงคืนสงบ เขาก็สามารถที่จะไปได้โดยไม่ต้องถูกสงสัยอะไร

เชียสงบลงและเริ่มคิดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของแผน “บึงคืนสงบอยู่ทางตะวันตกของเขตจ้าววิญญาณสีชาด อยู่ทางเหนือของเขตดินแดนพระจันทร์ดับและเป็นพื้นที่ครอบคลุมทั้งสองอาณาจักรของนางฟ้าตกสวรรค์กับเงาแห่งความมืด ที่นั่นมีสัตว์อสูรที่มีพลังและอันตรายสูงอยู่มาก ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเจ้า เจ้าคึงไม่สามารถไปที่นั่นได้ ข้าจะพยายามในการหาวัสดุให้เจ้าล่ะกัน แต่ว่าทรัพยากรของข้าในมือตอนนี้ขาดแคลนเป็ยอย่งามาก ดังนั้นความสามารถของข้าที่จะให้สิ่งของกับเจ้าได้ก็มีอยู่จำกัด ภูเขาภูเขาซีหลางเคยเป็นแหล่งแร่ธาตุและเขตเศรษฐกิจที่สําคัญมาก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัญหาที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตใต้ดินและโจรในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ผลผลิตจึงลดลงอย่างมาก จนทําให้สถานการณ์ทางการเงินของเมืองพระจันทร์ดับแย่ลง

เฉินรุยลังเลพร้อมกับถามไปว่า "เจ้าหญิงใหญ่โปรดยกโทษให้ข้าที่ถามตรงๆด้วย ท่านนั้นยังคงคิดที่จะโค่นล้มเจ้าชายออบซิเดียนและหวนกลับคืนบัลลังก์หรือไม่?"

"เจ้าถามมาแบบนี้ แสดงว่าเจ้าได้วางแผนมาแล้วสินะ? ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว ข้าก็จะบอกเจ้า" ดวงตาที่สวยงามของเชียดูมีประกายลดลง แต่ความสว่างภายในนั้นกลับยิ่งทำให้ดูสะดุดตายิ่งขึ้น“มันเป็นความปรารถนาตลอดชีวิตของพ่อของข้าที่เขายังคงอยู่ในใจก่อนตาย ดังนั้นแล้ว ข้าต้องทํามันให้ได้ ถึงข้าจะไม่มีเงินสักแดงเดียว แต่ข้าก็สามารถจ่ายได้ด้วยชีวิตของข้า”

เชียตอนนี้ดูเด็ดเดี่ยวและแข็งแกร่งยิ่ง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เฉินรุยเห็นคือความไร้ทุกข์และความเศร้าโศกที่อยู่เบื้องหลัง ผู้หญิงสวยคนนี้ที่อายุเพียง 23 ปีรับภาระหนักมากเกินไปแล้ว แต่นางยังคงต้องแบกพวกมันต่อไป ไม่ว่าจะเป็นหนใดทุกสิ่งอย่างก็ย่อมเป็นไปตามครรลอง มีบางอย่างที่ควบคุมไม่ได้เสมอ

สถานการณ์ในอาณาจักรมารตอนนี้เปรียบดั่งเกมหมากรุก ไม่ว่าจะเป็นดินแดนพระจันทร์ดับหรือสามอาณาจักร ทุกที่ล้วนแล้วแต่อยู่ในสนามหมากรุก เฉินรุยเดิมต้องการที่จะเป็นตัวตนเล็กๆ ไม่ทำให้ตัวเองเกิดปัญหา เพื่อที่ตัวเขาจะสามารถถอยได้ตลอดเวลา แต่สิ่งมันกลับตรงข้ามกับสิ่งที่เขาปรารถนาเสมอ เขาดันเกิดใหม่มาในอาณาจักรมาก แถมตอนนี้ยังอยู่ในเกมหมากอีก แล้วเพราะเขาอยู่ในเกมแล้ว เขาจะทำได้เพียงเป็นแค่คนดูได้ยังไง? แม้ว่าเขาจะเป็นตัวตนที่แสนเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงเป็นหมากรุนชิ้นหนึ่ง กุญแจมันก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะทํายังไงกับมัน

หากเบี้ยขนาดเล็กเล่นได้ดี ก็อาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์โดยรวมได้ นอกจากนี้ ตัวตนเล็กน้อยก็หาใช่จะเป็นตัวตนเล็กน้อยเสมอไป ผู้เล่นที่มีความสามารถก็มีวิธีในการเล่นหมากให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด

รากฐานของอสังหาริมทรัพย์ของเมืองพระจัทร์ดับอ่อนแอเกินไป แค่เจ้าชายออบซิเดียนจากเมืองหลวงคนเดียวก็ยากแล้ว แต่ยังมีจ้าววิญญาณสีชาดที่คอยคุมเส้นชีวิตของเมืองพระจันทร์ดับไว้อยู่ เปรียบดั่งดาบที่แขวนเหนือหัวเมืองพระจันทร์ดับที่คอยฟาดฟันลงมาทุกเวลา

กุญแจสําคัญตอนนี้คือยามใดที่ออบซิเดียนตระหนักถึงเรื่อง "ดาบของนางฟ้าตกสวรรค์" เพราะถ้าเป็นแบบนั้น เมืองพระจันทร์ดับคงไม่สามารถทำให้ตัวเองไม่เป็นที่สนใจได้อีกต่อไป และเรื่องที่จะถูกทำลายคงอีกไม่ไกลนัก พอตัดสินจากการท้าทายปรมาจารย์และศึกชิงเจ้าเวหาแล้ว ดูท่าเจ้าชายออบซิเดียนคงจะค่อยๆหมดความอดทนไปทุกที

แต่ระบบสุดยอดในตอนนี้ก็ดูดีเหมือนกัน ซึ่งเฉินรุยตอนนี้จำเป็นที่จะต้องมีเวลาและใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ในทํานองเดียวกัน ดินแดนพระจันทร์ดับยังต้องการเวลาที่พัฒนาไม่ต่าง สําหรับตัวเขาและเมืองพระจันทร์ดับแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่ได้จบการศึกษาด้านการเมือง แต่ตัวเขานั้นมีแผนที่จะคอยผลักดันอยู่แล้ว

จบบทที่ บทที่ 40: อัศวินมังกรและเลขานุการ

คัดลอกลิงก์แล้ว