เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38: อารามเทพช้างเผือก - ลานฝึกซ้อม

บทที่ 38: อารามเทพช้างเผือก - ลานฝึกซ้อม

บทที่ 38: อารามเทพช้างเผือก - ลานฝึกซ้อม


บทที่ 38: อารามเทพช้างเผือก - ลานฝึกซ้อม

ไม่ว่านางจะพยายามเอาใจเขาหรืออะไรก็ตาม แต่เชียช่างเป็นเจ้านายที่ดีเสียจริง ยกเว้นจุดหนึ่งที่นางชอบทดสอบคนด้วย "เจตนาฆ่า" เป็นครั้งคราว

ศิลาเถาวัลย์ 60 ชิ้นก็เป็นค่าธำนุบำรุงที่ดี เฉินรุยจึงพูดไปว่า “ขอบพระคุณท่านองค์หญิง แต่ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ข้าได้ให้สัญญากับไวเวิร์นทั้งสองว่าจะช่วยให้พวกมันออกจากกรง ข้าเองก็ไม่มั่นใจนักว่าท่านเจ้าหญิงจะพอใจกับเรื่องนี้ไหม?”

“เจ้าสามารถสื่อสารกับพวกมันได้ในระดับนี้เลยงั้นหรือ?” เชียกระพริบตาพร้อมกับพูด “แม้แต่ในจักวรรดินางฟ้าตกสวรรค์แห่งนี้ ไวเวิร์นก็ยังเป็นทรัพยากรที่มีค่าอย่างยิ่ง ข้าเกรงว่าข้าจะไม่สามารถอนุญาตให้ปล่อยพวกมันไปได้ อย่างไรก็ตาม…หากเจ้าสามารถรับประกันความปลอดภัยให้กับผู้อื่นได้ การปล่อยพวกมันเดินออกจากกรงและเดินไปมาอย่างอิสระก็คงจะไม่เป็นอะไร”

เฉินรุยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบไปว่า “ย่อมปลอดภัยโดยไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน นอกจากนี้ ตัวข้ายังจำเป็นที่จะต้องสื่อสารกับพวกเขาด้วย แต่ตัวข้านั้นแข็งแกร่งไม่พอและข้ายังจำเป็นต้องการพลังงานพิเศษอย่างศิลาเถาวัลย์เพื่อใช้ทักษะฝึกสัตว์ของข้า ถ้าหากท่านเจ้าหญิงทรงมีมันตอนนี้ ข้าก็ได้แต่เอ่ยขออย่างหน้าไม่อาย”

“น่าจะมีศิลาเถาวัลย์ 10 ก้อนอยู่ท้องพระคลัง แต่คุณภาพของพวกมันอยู่ในระดับปานกลาง ข้าจะให้คากูรอนส่งพวกมันทั้งหมดไปยังห้องทดลองให้เจ้า ที่ใกล้ๆห้องทดลองมีที่โล่งอยู่มาก เจ้าสามารถปล่อยไวเวิร์นทั้งสองไว้แถวนั้นได้ คงจะต้องใช้ข้ออ้างเป็นว่าเอามันมาใช้ในการทดลองยาพิษของท่านอัลดาซ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เจ้าจะทำอย่างนั้นได้ เจ้าจะต้องควบคุมมันห้ามให้เกิดเรื่องเด็ดขาด”

"ข้าเข้าใจแล้ว" เฉินรุยรู้สึกยินดีมากกับเถาวัลย์ 10 ก้อน เขากล่าวอีกว่า “ฝ่าบาท ตัวข้าขอกลับไปจัดการกับพวกไวเวิร์นโดยพลัน”

หลังจากได้รับคำสั่งจากเชียมาแล้ว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ได้นำเหล่าไวเวิร์นมาเพื่อ "การวิจัยของปรมาจารย์" เมื่ออัลดาซเห็นไวเวิร์นทั้งสองตัว เขาก็รู้สึกประหลาดใจมากจริงๆ

หลังจากคนนอกพวกนั้นเดินออกไปแล้ว เฉินรุยก็ได้อธิบายถึง “มรดกของท่านสุดยอดปรมาจารย์” ให้กับอัลดาซฟัง ซึ่งมีเพียงอัลดาซเท่านั้นที่เริ่มตระหนักว่าในรอบสามเป็นเพียงฝีมือของเฉินรุยคนเดียว หาใช่ใครอื่นไม่ ในขณะที่รู้สึกอัศจรรย์กับพลังอำนาจของสุดยอดปรมาจารย์ แต่ดาร์คเอลฟ์ผู้นี้ก็เศร้าเป็นอย่างมากที่ไม่มีมรดกที่สืบทอดเกี่ยวกับการปรุงยา

เฉินรุยเดินไปที่กรงเหล็กที่บรรจุเหล่าไวเวิร์นและก็ได้เปิดใช้งาน 'ดวงตาวิเคราะห์'

“เคกู แม็กดา ข้ารักษาสัญญาและช่วยเจ้าจากพวกคนเลวแล้ว”

ไวเวิร์นทั้งสองต่างขยับไปมาอยู่ในกรงและพยายามเหยียดหัวออกมา

“ขอบคุณเจ้ามาก แต่ช่วยปล่อยเราไปเลยได้ไหม?”

จากการพูดคุยกันครั้งก่อน ทำให้เฉินรุยรู้ว่าไวเวิร์นมีสติปัญญามาก แต่ก็ไม่ได้สูงเท่าไหร่นัก อีกทั้งอารมณ์ของพวกมันก็สามารถควบคุมได้ง่ายด้วย มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเอาไปเปรียบเทียบกับมังกรที่ชาญฉลาดอย่างปากลีโร ซึ่งเจ้าสองตัวนี้ก็ยังเด็กอยู่ด้วย ดังนั้นการหลอกพวกมันย่อมเป็นเรื่องง่ายๆ

“ข้าเกรงว่าข้าจะทำเช่นนั้นไม่ได้ พวกคนเลวพวกนั้นมันน่ารังเกียจมาก พวกมันพร้อมที่จะจับเจ้าอีกครั้งตลอดเวลา มีเพียงที่แห่งนี้ที่ปลอดภัยเท่านั้น”

ซึ่งพวกไวเวิร์นก็ได้ส่งเสียงฟู่ออกมาจนอิมป์ที่พยายามเขยิบเข้ามาใกล้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นถึงกับต้องล้มลงพื้น ในหูของเฉินรุย เสียงของพวกมันกลับเปล่งออกมาด้วยความโศกเศร้า “แม็กดาต้องการกลับไปที่บึงคืนสงบ! เคกูเองก็ต้องการกลับไปด้วย!”

บึงคืนสงบ! เฉินรุยรู้สึกว่ามันคุ้นหูเขามาก ทันใดนั้นเขาจำได้ว่าปากลีโรเคยขอให้เขาไปที่ถ้ำลับเพื่อค้นหาสมบัติ และถ้ำลับแห่งนี้ก็อยู่ในบึงคืนสงบ!

ในใจของเฉินรุยคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และเขาก็ได้ตัดสินใจแล้ว จากข้อมูลขอปากลีโร บึงคืนสงบนั้นอันตรายมาก แม้กระทั่งอสูรผู้ยิ่งใหญ่ก็อาจตายได้ รอให้เขาแข็งแกร่งกว่านี้ก่อนเถอะ เขาจะต้องไปแน่

“เคกู แม็กดา จงอย่ากังวลเลย พวกเรานั้นเป็นมิตรกัน ข้าจะหาวิธีช่วยเจ้ากลับไปที่บึงคืนสงบอย่างแน่นอน แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้” เฉินรุยวางมือลงบนกรงและทำให้ไวเวิร์นทั้งสองตนสงบ อิมป์ที่อยู่ข้างๆแทบจะเป็นลมแล้ว แต่โชคดีที่ไวเวิร์นเริ่มสงบลงแล้ว นี่ไม่ใช่สัตว์มารที่น่ากลัวที่สุด แต่พวกมันคือสิ่งมีชีวิตที่มาจากนรกอย่างแน่นอน!

“เพื่อน ข้าสามารถให้พวกเจ้าออกจากกรงเหล็กที่น่ารังเกียจนี้และให้อาหารกับพวกเจ้าได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าจะต้องสัญญากับข้าว่าเจ้าจะไม่ออกไปจากสถานที่แห่งนี้และไม่ทำร้ายใคร เจ้าเข้าใจไหม?”

“เข้าใจแล้ว เฉินรุย เพื่อนแสนดีของข้า” ไวเวิร์นทั้งสองตนมีความสุขมากจริงๆ

เฉินรุยเปิดกรงเหล็กและทันใดนั้นแม็กดาและเคกูก็รีบออกมา แม้แต่อัลดาซเองก็ตกใจ สายฟ้าในมือของเขาก็พร้อมที่จะถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว

ไวเวิร์นทั้งสองตัวสยายปีกออกมาและบินวนเหนือพระราชวัง ไม่เพียงแต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของพระราชวังเท่านั้น แม้แต่มารรอบๆที่เห็นพวกมันต่างก็เริ่มคุยเรื่องของพวกมันกัน

ตอนที่เฉินรุยกำลังกังวลว่าพวกมันจะหนีไปหรือไม่นั้นเอง เคกูและแม็กดาก็ได้ร่อนลงมาบนพื้นอย่างช้าๆ การกระทำของพวกมันทำให้อัลดาซและอิมป์ประหลาดใจมาก

“จากนี้ไป พวกเจ้าทั้งสองสามารถอยู่กันที่นี่ได้ จำไว้ว่าเจ้าห้ามออกจากเขตพระราชวังนี้เด็ดขาด” จากนั้นเฉินรุยชี้ไปที่อัลดาซและแซลลี่ “ทั้งสองเป็นเพื่อนของข้า เจ้าห้ามโจมตีพวกเขาเด็ดขาด เข้าใจไหม?”

"เข้าใจแล้ว! เคกูหิว”

“แซลลี่ ไปเอาเนื้อสดๆมาที” เฉินรุยพูดกับแซลลี่ อิมป์ที่ตกใจมากก็รีบวิ่งไปทำตามคำสั่งทันที

เมื่อมองดูเฉินรุยที่ทำให้ไวเวิร์นที่มีชื่อเสียงด้านความดุร้ายเชื่องได้ อัลดาซที่ตกใจก็รู้สึกชื่นชมเฉินรุยมาก จากนั้นเขาก็ได้อธิบายบางอย่างให้เฉินรุยได้รับรู้ ไวเวิร์นอาศัยอยู่ในหนองน้ำหรือบึง เท้าของพวกมันแข็งแกร่งและยังทรงพลังมาก พวกมันชอบสภาพแวดล้อมที่โดยรอบถูกกัดกร่อนและเป็นพิษ เขานั้นจะต้องการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อให้ทั้งสองไวเวิร์นอยู่ที่นี่ โชคดีที่ห้องทดลองไม่เคยขาดแคลนพิษเลย ดังนั้นมันก็คงไม่ยากเท่าไหร่นัก พืชหายากบางชนิดที่มีความคล้ายคลึงกับไวเวิร์นก็สามารถปลูกได้ด้วย อีกทั้งยังไปใช้สำหรับทำยาได้อีก

จากนั้นแซลลี่ก็นำเนื้อสดมาในพริบตาเดียว อิมป์ตัวน้อยไม่กล้าที่จะเข้าไปใกล้เลย ด้วยความที่พวกไวเวิร์นมีพิษอยู่ ซึ่งตัวอัลดาซกลับสนอกสนใจเหล่าไวเวิร์นที่มีพิษทั้งสองตนนี้อย่างมากโข เฉินรุยในตอนนี้กำลังทำหน้าที่สร้างรังให้กับไวเวิร์นอยู่ สักพักหนึ่ง คากูรอน หัวองครักษ์ก็ได้มาที่นี่พร้อมมอบถึงหนังบรรจุศิลาเถาวัลย์ 11 ก้อนให้กับเขา

เฉินรุยดีใจมากและขอบคุณคากูรอนด้วยความดีใจ คากูรอนมองไปที่ไวเวิร์นที่อยู่ไกลออกไปทั้งสองตนด้วยความประหลาดใจ เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาเพียงพยักหน้าเล็กน้อยแล้วออกจากห้องทดลองไป

ภายใต้การแนะนำของอัลดาซและฝีมือของแซลลี่ ในที่สุดรังของเหล่าไวเวิร์นก็เสร็จสมบูรณ์ในที่สุด หลังจากที่เคกูและแม็กดาสงบลงแล้ว เฉินรุยก็ได้กลับไปที่ห้องและรีบใช้ 'ดูดซึมออร่า' ด้วยความโลภ

เมื่อศิลาเถาวัลย์ชิ้นสุดท้ายได้หมดลง ค่าสถานะของเฉินรุยก็เป็นไปตามนี้

ชื่อ: ผู้เก็บสะสมดวงดาว

ระดับวิวัฒนาการ: หนึ่งดาว

ค่าประสบการณ์: 1%

ค่าออร่า: 2224

การประเมินความแข็งแกร่ง: E

ศิลาเถาวัลย์ที่มีคุณภาพโดยเฉลี่ยสามารถให้ได้ถึง 100 - 150 ออร่า หากคุณภาพสูงอาจเพิ่มถึงสองเท่า ตามรูปแบบนี้ ถ้าหากมีศิลาเถาวัลย์ที่มีคุณภาพสูงสุด 60 ก้อน เขาจะได้ค่าออร่าถึง 20000!

เฉินรุยเข้าสู่ระบบสุดยอดทันทีและไปที่อารามเทพช้างเผือก ดวงตาของเขาติ๊กไปที่ "อาคาร" ในหน้าจอระบบและมันก็ได้เด้งรูปแบบอารามทั้งสามแบบขึ้นมา ในปัจจุบัน ออร่าของเขามีอยู่มากมายแล้ว ดังนั้นเขาจึงเริ่มพิจารณาที่จะเปิดใช้งานพวกมันดู

ศูนย์แลกเปลี่ยนนั้นเหมือนกับร้านค้า ต้องการค่า 1,000 ออร่าเพื่อเปิดใช้งาน ซึ่งหากเหลือเพียง 1,000 ออร่าเขาก็คงจะไม่มีอะไรให้ชื้อหรอก นอกจากนี้เ ขายังจำเป็นต้องเก็บเหลือไว้เผื่อฉุกเฉินอีก มันย่อมไม่คุ้มอย่างแน่นอนที่จะเปิดตอนนี้ แต่รอจนกว่าเขาจะได้ศิลาเถาวัลย์ 60 ก้อนเถอะ

อาคารสองหลังที่เหลือเป็นการเลือกที่ยากมากสำหรับเฉินรุย เขามักจะอิจฉาอุปกรณ์เก็บของอลิซพอสมควร คลังสินค้านี้สามารถเก็บอุปกรณ์ได้และมันยังขยายอัตโนมัติอีก ค่าออร่าที่จำเป็นในการเปิดใช้งานก็น้อยมาก เพียงแค่ 500 ออร่าเอง แม้ว่าพื้นที่ฝึกอบรมจะมีราคาแพงเป็นสองเท่า แต่มันก็ดูจะจำเป็นพอสมควร

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองอาคารรวมกันก็เพียง 1500 ออร่าเท่านั้น เฉินรุยดูออร่าของเขาที่มีมากกว่า 2,000 คะแนนและก็หันไปหันมา ทันใดนั้น จู่ๆแรงกระตุ้นที่ทำให้เขาอยากชื้อทั้งสองอันก็ได้โผล่ออกมา หลังจากคิดเกี่ยวกับมัน เขาก็ตัดสินใจที่จะเปิดใช้งานสนามฝึกอบรมก่อน หากมันดีมากพอ เขาก็จะเปิดคลังเก็บของต่อ

ดังนั้นแล้วเฉินรุยจึงเลือกที่จะเปิดใช้งานที่ฝึกอบรมก่อน ทันใดนั้นเอง โมเดลรูปอารามก็ได้กลายเป็นละอองดาวและกระจายไปทั่ว ในเวลาเดียวกัน พื้นที่เปิดโล่งด้านนอกอารามก็ได้มีสิ่งก่อสร้างที่คล้ายกับรูปโมเดลเมื่อตะกี้ พอเห็นดังนั้น เฉินรุยจึงเดินออกมาจากบัลลังก์และก็ไปที่ประตูยักษ์ดู ประตูขนาดยักษ์นั้นเปิดขึ้นโดยอัตโนมัติ หลังจากเข้ามาแล้ว มันก็กลับกลายเป็นพื้นที่อันไร้ที่สิ้นสุด

หน้าจอสีน้ำเงินปรากฏขึ้นพร้อมรายละเอียดของฟังก์ชั่นและราคาของพื้นที่ฝึกซ้อม มีกฎหลายประเภทให้เลือกในที่ฝึก ซึ่งแต่ละอันจะใช้ค่าออร่า

กฎประเภทแรกคือตัวคูณเวลา เหมือนกับห้องกาลเวลาในดราก้อนบอล 2: 1 หมายความว่า 2 วันในสนามฝึกซ้อมเท่ากับเวลา 1 วันของเวลาจริง 5: 1 คือ 5 วันต่อ 1 วันในเวลาของจริง และยังมีอีกเยอะแยะมากมาย มีกฎทั้งหมดอยู่สามประเภท

ฟังก์ชั่นพวกนี้น่าสนใจมาก แต่ราคาของมันทำให้เฉินรุยรู้สึกประหลาดใจเหมือนกัน ราคา 2: 1 คือ 2,000 ออร่าต่อวัน ราคา 5: 1 คือ 5,000 ออร่าต่อวัน 10: 1 คือ 10,000 ออร่าต่อวัน 100: 1 คือ 100,000 ออร่าต่อวัน

กฎข้อที่สองคือแรงโน้มถ่วง แรงโน้มถ่วง 2 เท่าราคา 2,000 ออร่าต่อวัน แรงดึงดูด 4 เท่าคือ 4000 8 ก็ 8000...

กฎประเภทที่สามคือสภาพแวดล้อม มีภูเขาไฟ ธารน้ำแข็ง ก้นทะเล ป่าและอื่นๆ ราคา 1,000 ออร่าต่อวัน

กฏพวกนี้จะอยู่เป็นเวลา 1 วันเท่านั้น

ซึ่งสามารถใช้กฏพวกนี้รวมกันได้ ตัวอย่างเช่น สภาพแวดล้อมภูเขาไฟที่มีแรงโน้มถ่วงสิบเท่ารวมกับตัวคูณเวลา 5: 1

ฟังก์ชั่นของพื้นที่การฝึกเรียกว่าคุ้มค่ามาก เฉินรุยเองก็อยากจะลอง ปัญหาคือมันแพงเกินไป! ตอนนี้เขามีออร่าเพียง 1224 คะแนน ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถทำอะไรได้เลย ดูเหมือนว่าเขาจะต้องหาวิธีเพิ่มออร่า วิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือการเก็บเหรียญคริสตัลเวทมนตร์มา เพื่อซื้อวัสดุเวทมนตร์อย่างศิลาเถาวัลย์

แน่นอนว่าเขาไม่สามารถซื้อได้จากร้านค้าที่แพงและแสนหลอกลวงของโจเซฟ เขาจะต้องไปหาจากแหล่งอื่น เมื่อพูดถึงการทำธุรกิจและการหารายได้แล้ว เฉินรุยทำได้ดีเสียยิ่งกว่าการฝึกฝีมือเสียอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอาณาจักรมารที่เศรษฐกิจค่อนข้างล้าหลัง เขาไม่มีทางอื่นแล้วนอกจากเป็นนักธุรกิจ!

เฉินรุยออกจากระบบสุดยอดและในที่สุด เขาก็ได้ตัดสินใจว่าจะต้องหาเงินนับตั้งแต่วันนี้! เขาจะทำทุกอย่างเพื่อออร่า!

จบบทที่ บทที่ 38: อารามเทพช้างเผือก - ลานฝึกซ้อม

คัดลอกลิงก์แล้ว