เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบใช้จ่ายตอนที่ 64

ระบบใช้จ่ายตอนที่ 64

ระบบใช้จ่ายตอนที่ 64


ติดตามผลงานของผู้แปลและนิยายทุกตอนได้ที่แฟนเพจ:แปลNiyay

 บทที่ 64: กินหม้อไฟรวมมิตร

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ก็เป็นเวลาเที่ยงวัน หงต้าหลี่เก็บข้าวของเดินออกจากห้องเรียนเพื่อไปทานอาหารกลางวัน เมื่อเขาออกจากห้องเรียนและเห็นถังมู่ซินรออยู่นอกประตู เขาก็ถามด้วยความสงสัยว่า " โอ้? ซินซิน เธอมาทำอะไรที่นี่? สองสามวันที่ผ่านมาเธอไปทานอาหารกลางวันคนเดียวนิ? "

ถังมู่ซินหน้าแดง มองไปทางซ้ายและทางขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครมอง เธอก็พูดเบา ๆ ว่า " ต้าหลี่ ฉันอยากทานหม้อไฟรวมมิตรเป็นอาหารกลางวันน่ะ นายมากินเป็นเพื่อนฉันได้ไหม? " หลังจากพูดอย่างนี้แล้ว เด็กสาวคนนี้ก็ทำท่าทีเขินอาย แล้วเธอก็พูดว่า   " มันคงจะดีกว่านี้ ถ้าไม่มีคนพลุกพล่าน โดยเฉพาะถ้าทานในห้องส่วนตัวด้วย "

โอ้? ชวนฉันไปทานอาหารกลางวันเมนูหม้อไฟรวมมิตรด้วยกันและมันจะดีกว่านี้ ถ้าไม่มีคนพลุกพล่านงั้นเหรอ? ขอเป็นห้องส่วนตัวด้วยสินะ?

ข้อสงสัยแรกของหงต้าหลี่ คือ เขาต้องเปิดประตูอย่างผิดวิธีในวันนี้แน่ ๆ ตอนที่ซินซินอยู่ในบ้านของเขา เธอไม่เคยขอให้ออกไปกินข้าวด้วยเลย เธอไม่ใช่คนประเภทที่ตื่นตัวกับเรื่องต่าง ๆ แบบนี้ และข้อสงสัยที่สองของเขา คือ สงสัยว่าครอบครัวของเธอไม่มีเงินแล้ว

ดังนั้นหงต้าหลี่จึงไม่ตื่นเต้นมากนัก แต่ถามอย่างสงสัยว่า " ทำไมงั้นล่ะ? นี่ดูเหมือนจะไม่ใช่นิสัยของเธอเลยนะ! "

" นายนี้มันงี่เง่าจริง ก็แค่นายพูดว่าจะไปด้วยหรือไม่ไปแค่นั้นล่ะ! " หน้าของถังมู่ซินแดงด้วยความเขินอายและพูดอย่างโกรธ ๆ ไปว่า " ถ้านายไม่ไปด้วย ฉันก็จะไปกินคนเดียวเอง ฉันไม่รบกวนนายแล้วก็ได้! "

" ฉันไปด้วย ทำไมฉันจะไม่ไปด้วยล่ะ! " หงต้าหลี่หักนิ้วของเขา " งั้นเราก็ออกเดินทางเลย ในเมื่อวันนี้ซินซินของฉันอยากกินหม้อไฟรวมมิตร เราจะไปร้านอาหารที่ดีที่สุด "

" ใครคือ ... ใครคือซินซินของนาย! " ถังมู่ซินก้าวเท้าออกห่างแล้ววิ่งไปไม่กี่ก้าวเพื่อเว้นระยะห่างสองเมตรระหว่างหงต้าหลี่กับเธอ " ทีหลัง นายไม่ได้รับอนุญาตให้เดินข้างฉัน มิฉะนั้น…มิฉะนั้นฉันจะบิดหูของนายซะเลย! ”

เห็นได้ชัดว่ามีเรื่องอะไรอบางอย่าง หงต้าหลี่ลูบคางของเขา อ๊ะ ฉันว่าจะถามเธอเมื่อเราไปถึงที่นั้นล่ะกัน

รถโซแองเจิ้ลขับนำหน้าและรถแองเจิ้ลเพลย์อีกสองคันขับตามหลังมาและมุ่งหน้าไปยังโรงแรมอิมพีเรียลที่หรูหราที่สุด ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ผู้ติดตามผู้หญิงหกคนมีหน้าที่รับผิดชอบในการเปิดประตู ในขณะที่ผู้ติดตามผู้ชายสามคนกำลังเช็คค่าใช้จ่ายกับผู้จัดการล็อบบี้ " ท่านนายน้อยของเราต้องการรับประทานหม้อไฟรวมมิตร ฟังให้ดี เราต้องการซุปที่ดีที่สุด เป็นมื้ออาหารที่ดีที่สุด สภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดและบริการที่ดีที่สุด! หากมีสิ่งใดที่ทำให้ท่านนายน้อยของเราไม่พอใจ พวกเราจะทุบร้านของคุณทิ้งซะ! "

ผู้จัดการล็อบบี้รู้ว่าพวกเขาไม่ใช่คนที่เขาจะสามารถยุ่งได้ ตัวของผู้จัดการก็ได้แค่มองและพยักหน้าเหมือนไก่กำลังกินข้าว " รับทราบ รับทราบแล้วครับ แน่นอน แน่นอนอยู่แล้ว! "

" ให้รางวัลเขา! " หงต้าหลี่แสดงความเป็นอาเสี่ยด้วยการให้เงินทันที " 2,000! "

ผู้ติดตามผู้ชายสามคนเดินอย่างมาดเท่ห์ไปที่เคาน์เตอร์แล้วรูดบัตร " คุณจะยืนอยู่ตรงนี้อีกนานไหม? รีบขยับไปสิ " ผู้จัดการล็อบบี้ก็เดินออกไปอย่างมีความสุข

ถังมู่ซินยืนอยู่ข้าง ๆ ผู้ติดตามแล้วพูดว่า " สุนัขจิ้งจอกมักใช้ประโยชน์จากพลังของเสือ ก็เหมือนกับใช้ผู้ติดตามเป็นทาสรับใช้ให้คนอย่างนาย นายมันบ้าจริงเชียว! "

หงต้าหลี่แสดงความภาคภูมิใจของเขา “แน่นอน ฉันคืออาเสี่ย มันต้องดีอยู่เสมอสิ”

เมื่อมาถึงห้องส่วนตัวที่ดีที่สุดของโรงแรม ชื่อห้องว่า "พันปีงดงาม" ผู้ดูแลก็ดึงประตู ให้ประดูเปิดออก " เชิญเข้ามาข้างในครับ "

ห้องส่วนตัว "พันปีงดงาม" สามารถอธิบายได้เลยว่า ‘ยอดเยี่ยม’

ทุกสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของทุกคนถูกห่อหุ้มไปด้วยทองหรือเงิน ด้วยโคมไฟทองสำริดสไตล์ยุโรปห้อยลงมาจากเพดาน พื้นปูนที่วางด้วยพรมขนสัตว์เปอร์เซียบริสุทธิ์ แม้แต่โต๊ะอาหารไม้ขนาดใหญ่ก็ถูกฝังด้วยเพชร ด้วยสีที่โดดเด่นที่สุดในห้องเป็นสีทอง ห้องอาหารนี้งดงามและยิ่งใหญ่มาก และมันก็เป็นสถานที่โปรดปรานสำหรับคนรวย เพื่อให้ครอบครัวและเพื่อน ๆ ของพวกเขาได้อิ่มหนำสำราญ

หงต้าหลี่พอใจกับสภาพแวดล้อมของห้องส่วนตัวนี้มาก " ไม่เลวเลย สถานที่แห่งนี้ค่อนข้างน่าสนใจ "

อาหารเสิร์ฟมาเร็วมากและผู้คนรอบ ๆ ออกจากห้องเหลือเพียงต้าหลี่และถังมู่ซินเท่านั้น หงต้าหลี่ก็ได้ถามว่า " ซินซิน เธอไม่ได้มาหาฉันในวันนี้เพื่อกินหม้อไฟรวมมิตรอย่างเดียวใช่ไหม? ตอนนี้ไม่มีใครอยู่รอบ ๆ แล้ว เธอบอกฉันได้ไหมว่ามันเกิดปัญหาอะไรขึ้น? "

พื้นที่ที่นี่ใหญ่พอและแน่นอนว่ามันปลอดภัยมาก ถังมู่ซินพูดเบา ๆ ว่า " ฉันได้ยินมาว่าลุงหงมาหานายที่โรงเรียนในวันนี้? และเขาก็พาหมอและเครื่องมือทางการแพทย์จำนวนมากมาด้วย เป็นเพราะสภาพร่างกายของนายดีขึ้นหรอ? "

" ใช่ เธอพูดถูกแล้ว " หงต้าหลี่รู้สึกแปลก ๆ และถามว่า " เพราะเรื่องดี ๆ แบบนี้ เธอก็เลยมาหาฉันเหรอ? "

ถังมู่ซินมองไปทางซ้ายและขวาแล้วเข้ามาใกล้หงต้าหลี่ แล้วพูดเข้าหูของเขาว่า " ใช่ เรื่องนี้เกี่ยวกับสุขภาพร่างกายของนายนะ แน่นอนว่านายจะไม่สามารถบอกใครได้ นายเข้าใจไหม? "

" โอ้? เธอพูดแบบเดียวกับพ่อของฉัน เป๊ะเลย! " หงต้าหลี่รู้สึกหวาดผวาทันที " ทำไม? พ่อของฉันไม่ได้บอกเหตุผลฉันเลย แต่อย่างน้อยเธอช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น? "

" ได้ ไว้ตอนที่นายพาฉันไปถ่ายทำภาพยนตร์ในคืนนี้ เรื่อง ปาฏิหาริย์ของต้าหลี่ล่ะกัน! " ถังมู่ซินยื่นนิ้วก้อยออกไป " และนายต้องสัญญาว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งของฉันและไม่บอกใครเกี่ยวกับสภาพร่างกายของนาย ถ้านายสัญญา ฉันก็จะยอมบอก! "

" โอเค เกี่ยวก้อยสาบาน! " หงต้าหลี่ยื่นนิ้วก้อยของเขาแล้วเกี่ยวก้อยไว้กับนิ้วก้อยของถังมู่ซินและได้สาบาน จากนั้นเขาถามอย่างลับ ๆ ราวกับว่าเขาเป็นขโมย " แล้วเป็นเพราะอะไรทำไมฉันบอกใครไม่ได้ว่าฉันสุขภาพแข็งแรงขึ้น? "

ถังมู่ซินมองซ้าย มองขวาอีกครั้ง จากนั้นจึงพูดอย่างลับ ๆ ว่า " เพราะความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างครอบครัวของเราเลยนะ ดังนั้นฉันจึงรู้เรื่องของครอบครัวของนาย เช่นการประชุมของตระกูลหงปีละครั้ง และก็เรื่องของนายเกี่ยวกับการพบกับตระกูล "

" เธอล้อเล่นกับฉันรึป่าว? " หงต้าหลี่ตกใจมากและถามว่า " ร่างกายของฉันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประชุมตระกูลในครั้งนี้ด้วยหรอ? "

" แน่นอนมันต้องเกี่ยวข้องสิ! " ถังมู่ซินค่อย ๆ อธิบายให้หงต้าหลี่ฟัง " ในอดีตที่ผ่านมาร่างกายของนายแย่มาก ฉันรู้มานานแล้ว ตระกูลหงของนายมีสมาชิกในครอบครัวทั้งโดยตรงและทางอ้อม มีคนทุกประเภทอยู่ในนั้น และนายเป็นทายาทคนเดียวของลุงหง ลองคิดดูสิ ถ้าสภาพร่างกายของนายแย่และอาจตายได้ทุกเวลา คนเหล่านั้นจะอิจฉาตำแหน่งของนายทำไม? "

" พวกเขาจะ ... " เมื่อมาถึงจุดนี้ หงต้าหลี่ก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาชาทันที “พวกเขาอาจจะไม่ทำอะไรเลย เพราะฉันอาจตายได้ทุกเมื่อ พวกเขาแค่ต้องรอให้ฉันตาย แต่ไม่ว่าฉันจะตายหรือมีชีวิตอยู่ มันเกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขาด้วยล่ะ?”

" ไม่เกี่ยวข้องได้ยังไงกันล่ะ ความสัมพันธ์เป็นสิ่งสำคัญมากนะ! " ใบหน้าของเธอดูจริงจังมาก  " พวกเขาคิดว่านายจะอยู่ได้ไม่นาน ดังนั้นเมื่อนายตายไปแล้ว และถ้าลุงหงมีอายุครบ 60 ปี เขาจะกลายเป็นผู้อาวุโสของตระกูลหงโดยอัตโนมัติ ในทางตรงกันข้าม 90% ของที่ดินของเขาจะถูกส่งมอบให้กับตระกูลหง ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งทรัพยากรของตระกูลหง นายรู้หรือไม่ว่านั่นหมายถึงอะไร? "

เมื่อได้ยินคำอธิบายของถังมู่ซิน หงต้าหลี่ก็เข้าใจทันที " นั่นหมายความว่าเงินของพ่อฉันที่ฉันได้รับจะกลายเป็นเงินของตระกูลหงอย่างนั้นหรอ? พวกเขาสามารถได้เงินจำนวนมากโดยไม่ทำอะไรเลยเนี่ยนะ? "

ถังมู่ซินพูดว่า " นั่นคือสิ่งที่ฉันจะพูดแหละนะ แม้ว่าตระกูลหงของนายจะไม่สนับสนุนคนที่ไร้ประโยชน์ แต่เงินนี้จะถูกแบ่งออกจากผู้ที่สามารถรับเงินได้ มันเลยมีทั้งข้อดีและข้อเสีย " ถังมู่ซินหยุดพูดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า " แต่ถ้าร่างกายของนายสามารถฟื้นตัวได้ โอกาสที่นายจะตายก็จะน้อยลง บางทีถ้าหลังจาก 10 หรือ 20 ปีผ่านไป นายยังมีชีวิตอยู่และยังคงเตะบอลได้ในเวลานั้น เวลาของลุงหงที่จะเป็นผู้อาวุโสก็คงจะยืดเยื้ออย่างไม่มีกำหนด แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอน คือ ทรัพย์สินของลุงหงจะถูกส่งต่อไปยังทายาทเพียงคนเดียวของเขา ซึ่งก็คือ นาย ในเวลานั้นพวกเขาจะไม่สามารถควบคุมทรัพย์สินของลุงหงได้อีกต่อไป "

ถังมู่ซินพูดถึงประเด็นนี้อย่างดุเดือด ว่า " ลองคิดดูสิ เงินจำนวนมหาศาล ใครกันที่ไม่อยากได้? ยิ่งไปกว่านั้น นาย คือ ท่านนายน้อยแห่งตระกูลหงนะ ใครจะไปรู้ว่านายจะใช้เงินนี้ทำอะไรบ้าง? "

จบบทที่ ระบบใช้จ่ายตอนที่ 64

คัดลอกลิงก์แล้ว