เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบใช้จ่ายตอนที่ 32

ระบบใช้จ่ายตอนที่ 32

ระบบใช้จ่ายตอนที่ 32


ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:การเกิดใหม่กับระบบใช้จ่าย (facebook.com)

บทที่ 32: ความรักของพ่อแม่

ในเวลาเดียวกันในบ้านพักหงวู

หงเหว่ยกูยืนอยู่หน้าแผนที่เมืองเทียนจิง วิเคราะห์สภาพแวดล้อมของภูเขาที่หงต้าหลี่ตั้งใจจะซื้อ

หลานรุยชีภรรยาของหงเหว่ยกู ที่นั่งอยู่บนโซฟา เธอยิ้มแล้วถามว่า " ทำไมต้าหลี่ถึงอยากซื้อเนินเขานั้น? แม้ว่าสภาพแวดล้อมดี แต่สถานที่นั้นมีศักยภาพไม่มากนัก มันจะดีหรือ? "

" ก็จริงที่เนินเขานั้นมันแตกต่างจากเย่ไหลเซียง มันไม่คุ้มค่าเลยที่จะไปพัฒนา " หงเหว่ยกูดูแผนที่อย่างระมัดระวังอีกครั้ง " เย่ไหลเซียงรายล้อมไปด้วยย่านใจกลางเมืองที่อยู่อาศัย ที่ดินมีค่ามาก แต่ภูเขานี้เป็นสถานที่ที่แตกต่าง ภายในรัศมีสี่ไมล์ มีเพียงภูเขาหัวโล้น ๆ เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบเฟิงหยวน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4,000 ตารางเมตร มันแทบจะไม่เพียงพอที่จะสร้างสวนสาธารณะขนาดเล็กซะด้วยซ้ำ "

" อืม ปัญหาหลักคือไม่มีพื้นที่มากพอที่จะพัฒนาและขยาย แม้ว่าเราจะต้องการพัฒนาก็ตาม มันเล็กเกินไปสำหรับการสร้างสวนสาธารณะ อีกทั้งยังยากที่จะได้รับกำไรคืนกับเงินที่ลงทุนซื้อที่ดินภูเขานี้อีก " หลานรุยชีได้กล่าว " นั่นเป็นสาเหตุที่รัฐบาลไม่มีมาตรการที่จะพัฒนาสถานที่นี้ แม้ว่าจะมีเอกสารอย่างเป็นทางการในการพัฒนาสี่แยกให้เป็นย่านธุรกิจก็เถอะ แต่มันก็ยังไม่มีการตัดสินใจอยู่ดี และแม้ว่าจะได้รับการตัดสินแล้ว ใครจะรู้กันว่ามันต้องใช้เวลานานเท่าใดกว่าจะมาตรการจะเริ่มดำเนินการ "

หงเหว่ยกูตรวจสอบแผนที่อีกครั้งและพูดว่า " ถ้าให้พูดถึงสถานที่นี้ มันก็ไม่ได้เลวร้ายนะ ดูยอดเขานี้สิ มันอยู่ทางเหนือของสี่แยกทิศตะวันตกเล็กน้อย มันเชื่อมต่อกับทางออกสี่แยกของทางหลวงจองฉี ซึ่งเป็นมุมที่ห่างไกลที่สุดของสี่แยกทิศตะวันตก และประมาณสองกิโลเมตรไปทางทิศตะวันตก คือ ภูเขาเทียนจิง ซึ่งเชื่อมต่อกับภูเขาหงวู เนื่องจากมีพื้นที่ขรุขระจึงยากที่จะสร้างอาคารขนาดใหญ่ มันเป็นการลงทุนที่ใหญ่และได้ผลตอบแทนน้อย แน่นอนว่านักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตามปกติแล้วคงไม่ชอบที่ดินผืนนี้นัก "

" เพราะฉะนั้นที่ดินโดยรอบจึงมีราคาถูกหรอ? " หลานรุยชีให้เหตุผล

" ที่ดินราคาถูกและยากที่จะพัฒนา " หงเหว่ยกูยิ้มอย่างขมขื่น " พื้นที่พวกนี้มันเหมือนกับซี่โครงไก่รสชาติจืด ๆ ที่ไม่อร่อย กินไม่หมดแล้วต้องทิ้งมันไป "

" แต่มันเป็นซี่โครงไก่นะ ต้าหลี่ชอบมัน " หลานรุยชีเดินไปหาหงเหว่ยกูอย่างช้า ๆ แล้วโอบแขนเขา " อย่างไรก็ตาม ที่ดินไม่แพงมาก ให้เขาซื้อเถอะ ถ้าเขาชอบมัน ในอนาคต หากสถานที่แห่งนี้เปิดให้มีการพัฒนา อย่างน้อยก็น่าจะมีประโยชน์บ้างละ "

หงเหว่ยกูหัวเราะและพูดว่า " ฮ่าฮ่า ในเมื่อคุณพูดแบบนี้แล้ว ฉันก็คงต้องซื้อ ฉันจะให้คนไปตรวจสอบราคาที่สำนักงานที่ดินและทรัพยากรในวันพรุ่งนี้ พี่เจียงก็ได้พูดถึงมันเช่นกัน สถานที่มันไม่น่าจะเลวร้ายเท่าไหร่นัก ถ้าต้าหลี่จะทำอะไรบ้า ๆ ก็ปล่อยเขาทำไป เพราะเมื่อเราสร้างรีสอร์ทฤดูร้อนเสร็จ มันจะต้องเป็นสถานที่ที่ดีที่จะได้พักผ่อนที่นั่นอย่างแน่นอน "

แน่นอนว่าหงต้าหลี่ไม่ได้คิดจะคุยเรื่องการซื้อเนินเขาเลย เขาในตอนนี้อยู่กับผู้ติดตามทั้งเก้าของเขา คนขับรถวังหมิงยูและถังมู่ซิน พวกเขาเดินไปบนยอดเขาที่จะเป็นของหงต้าหลี่ในไม่ช้า จากนั้นพวกเขาเดินไปที่ด้านข้างของทะเลสาบเฟิงหยวน หงต้าหลี่ได้พยักหน้าและพูดว่า " อืม นี่เป็นสถานที่ที่ดีจริง ๆ เราจะสร้างบึงน้ำขนาดเล็กในภูเขาเจียงนี้ ฉันจะกลายเป็นราชาแห่งขุนเขา ซินซิน เธอเองก็จะได้กลายเป็นภรรยาของราชาแห่งขุนเขาด้วยนะ! "

ในตอนนี้เอง ถังมู่ซินก็ใบหน้าแดงโดยพลัน เธอถือเสี่ยวเสี่ยวไบ ซึ่งเป็นหมาพันธุ์เชาเชาตัวสีขาวตัวเล็ก ๆ ที่คล้ายหมีแพนด้าในอ้อมแขนของเธอและพูดว่า " ค..ใครกันจะอยากเป็นภรรยาของนายกัน! พอแล้ว นายมันบ้า อย่าลากฉันไปเอี่ยวนะ! นายจะซื้อที่ดินผืนใหญ่แบบนี้ เพื่อที่จะเรียกตัวเองว่าเป็นราชาแห่งขุนเขาอย่างนั้นเหรอ? "

หงต้าหลี่ตอบถังมู่ซินที่ดูไร้เดียงสาว่า " ใช่แล้ว! "

เขาคิดและยอมรับอย่างไร้ยางอาย! ถังมู่ซินรู้หมดคำจะพูด " ฉันควรจะทำยังไงกับนายดี? "

" ลืมไปเถอะ นายอยากทำอะไรก็ทำเลย " ถังมู่ซินไม่มีวิธีจัดการกับความไร้ยางอายของหงต้าหลี่เลยสักนิดเดียว

หงต้าหลี่ลูบคางของเขา " อ่า..ฉันหิวแล้ว ไป กลับกันเถอะ! " พร้อมกันนั้นก็มีสุนัขที่กำลังเดินตามเขาไปเป็นพรวน " ไปกินข้าวกัน "

เขาเดินนำไปโดยทิ้งวังหมิงยูไว้ข้างหลัง วังหมิงยูก็ได้หยุดก้าวเดินและมองไปที่แผ่นหลังของหงต้าหลี่ เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วโทรออก

สายเชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็วและวังหมิงยูพูดด้วยความกังวล " ท่านผู้ชายครับ ผมรู้อะไรบางอย่าง บางอย่างที่น่าตื่นตะลึง! มันเกี่ยวกับท่านนายน้อยด้วยครับ! "

หงเหว่ยกูตกใจ เมื่อได้ยินเรื่องนี้จากปลายสาย เขาถามอย่างเป็นห่วงว่า " เกิดอะไรขึ้นกับต้าหลี่? ใจเย็น ๆ และบอกฉันช้า ๆ ฉันควรจะไปกับรุยชีไหม? "

วังหมิงยูมองดูที่หงต้าหลี่อีกครั้ง เขาพูดอย่างมั่นใจว่า " หลังเลิกเรียนวันนี้ ท่านนายน้อยกล่าวว่าเขาต้องการเดินเล่นกับสุนัข ดังนั้นพวกเราจึงออกมา พวกเราเดินไปรอบ ๆ ทะเลสาบเฟิงหยวนและท่านนายน้อยก็ไม่เหนื่อยเลย และเขายังอยากจะไปทานอาหารเย็นในตอนนี้! ท่านผู้ชาย ท่านก็รู้ว่าท่านนายน้อยร่างกายอ่อนแออยู่เสมอ แต่เมื่อไม่นานมานี้เขาดูมีสุขภาพที่ดีขึ้นมาก นี่เป็นข่าวดีอย่างแน่นอนครับ! "

" จ …จริงหรอ?! " หงเหว่ยกูรู้สึกตื่นเต้นดีใจและตัวสั่น

หลานรุยชีภรรยาของเขา ได้ยินเช่นนั่นก็ได้ตะโกน: ต้าหลี่เดินไปไกลมากและไม่เหนื่อยเลยหรอ? หมิงยู คุณกำลังพูดแบบนี้เพียงเพื่อทำให้เรามีความสุขใช่ไหม? "

" มันเป็นเรื่องจริงครับ ท่านผู้หญิง! " วังหมิงยูพูดติด ๆ ขัด ๆ ด้วยความตื่นเต้น " ระยะทางที่เดินจูงสุนัขมาเนินเขานี้ มันอยู่ห่างจากโรงแรมเทียนหยวน ประมาณ 700 เมตรครับ ซึ่งนายน้อยต้าหลี่เดินจูงสุนัขมาอยู่บนยอดเขานี่ เจ็ดร้อยเมตร! ห่างจากทะเลสาบเฟิงหยวนไปอีก 200 เมตรและเราก็เดินไปรอบ ๆ ทะเลสาบ นั่นน่าจะประมาณหนึ่งกิโลเมตรเกือบสองกิโลเมตรเลย! เต็มทีก็สองกิโลเมตร! ตอนนี้ผมกำลังดูนายน้อยอยู่ เขาไม่ได้หอบ…โอ้ ไม่ ไม่ ผมจำได้ว่า…เขาหอบ แต่เขาไม่เหนื่อยเลย เขายังเดินอยู่ตรงหน้าและเดินนำทุกคนกลับไปที่โรงแรมเทียนหยวนอยู่ครับ! "

" โอ้พระเจ้า ... พระเจ้า ... "

หงเหว่ยกูและหลานรุยชียังคงตะลึงอยู่อีกด้านหนึ่งของสายโทรศัพท์ พวกเขารู้ดีว่าสุขภาพของหงต้าหลี่ทั้งภายในและภายนอกไม่แข็งแรง แม้ว่าเขาจะถูกเรียกว่า 'ต้าหลี่หนึ่งเปอร์เซ็นต์' แต่นั่นก็เป็นเพียงความคิด โดยปกติแล้วหงต้าหลี่จะหอบ แค่เขาเดินเพียง 800 ถึง 900 เมตร ก็หอบแล้ว ไม่ต้องพูดถึงสองกิโลเมตร นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาเล็งเห็นว่าหงต้าหลี่มีสุขภาพที่ดีขึ้น พวกเขานั้นกลัวว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับหงต้าหลี่ของพวกเขา พวกเขาคงไม่ได้เจอหงต้าหลี่อีก

แต่ตอนนี้พวกเขาได้ยินว่าหงต้าหลี่ไม่เหนื่อยแม้แต่น้อย หลังจากเดินสองกิโลเมตร นี่ทำให้พวกเขามีความสุขมากกว่าสิ่งอื่นใด ยิ่งไปกว่าการได้ยินนายกเทศมนตรีเจียงพูดถึงการพัฒนาสี่แยกนั้นเสียอีก

ไม่ว่าหงต้าหลี่จะใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อยมากเพียงใดและถูกหลอกมามากมายแค่ไหน เขาก็เป็นลูกชายของพวกเขา เขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวและเป็นผู้สืบทอดเพียงคนเดียวเท่านั้น ในไม่ช้า น้ำตาของหงเหว่ยกูก็รินไหลด้วยความดีใจ หลานรุยชีปิดปากของเธอด้วยความไม่เชื่อ น้ำตาแห่งความสุขไหลลงมาที่แก้มของเธอ

สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความรักของพ่อแม่ ไม่ว่าลูกของพวกเขาจะเป็นอย่างไร เขาก็ยังคงเป็นเด็กที่น่ารักที่สุดของพ่อแม่เสมอ

ไม่มีอะไรสามารถแทนที่ได้

หงเหว่ยกูพูดย้ำในโทรศัพท์แล้วตะโกนไปว่า : " เฝ้าดูเขาและรายงานกับฉันด้วย หากมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้น! " หลังจากที่เขาวางหูโทรศัพท์ หงเหว่ยกูรวบรวมพลังทั้งหมดของเขาและตะโกน: " แม่บ้าน! รวบรวมทุกคนในบ้านพัก! รวมตัวกันมาที่นี่ภายในสองนาที หากใครไม่มาที่นี่ภายในสองนาที เตรียมแพ็คของและออกจากบ้านหลังนี้ไปซะ! "

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:การเกิดใหม่กับระบบใช้จ่าย (facebook.com)

จบบทที่ ระบบใช้จ่ายตอนที่ 32

คัดลอกลิงก์แล้ว