เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 35

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 35

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 35


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 35

“เรียกผมไปพบเหรอครับ?”

รารอนหรี่ตาลง  เกล็นเรียกเขาให้เข้าไปพบทันทีหลังจากจบการประลองงั้นเหรอ…

“เอ่อ… อันที่จริงแล้วเขาบอกให้ฉันพาตัวแทนของผู้ฝึกฝนไปพบเขาน่ะ”

ริมเมอร์ยักไหล่

'ผู้ฝึกฝนอันดับหนึ่งน่ะเหรอ?'

ก็แปลว่ามันไม่ได้สำคัญว่าเป็นจะเป็นใครน่ะสิ ขอแค่เป็นผู้ฝึกฝนอันดับที่หนึ่งก็พอ  บางทีเกล็นอาจจะคิดว่ามาร์ธาเป็นคนชนะในการต่อสู้

'หึๆ'

เขาอยากหัวเราะออกมาอยู่เหมือนกัน ดูเหมือนว่าเขาจะเอาชนะผู้ฝึกฝนที่เกล็นคาดการณ์ไว้ว่าจะเป็นที่หนึ่งได้ทีละคน ทั้งเบอร์เรนและคราวนี้ก็มาร์ธา

“แล้วทำไมเขาถึงต้องเรียกไปพบล่ะครับ?”

“ฉันจะไปรู้ได้ไงล่ะ?”

ริมเมอร์ยักไหล่และส่ายหัว  แต่ดูจากสีหน้าของเขาแล้ว ดูเหมือนว่าเขารู้เหตุผลอย่างแน่นอน เขาแค่ยังไม่อยากบอกราอน

“แล้วผมต้องไปตอนไหน?

ราอนถามออกไปพร้อมกับลูบไล้ที่กล่องไม้

"ตอนนี้เลย!"

“…เข้าใจแล้วครับ”

เขาพยักหน้าและปัดฝุ่นบนเสื้อผ้าของเขาออก

“เธอจะไปแบบนั้นเหรอ?  จะไม่ไปเปลี่ยนชุดก่อนรึไง?”

"ครับ"

“เธอไม่กลัวท่านเจ้าตระกูลรึไง?”

“แล้วทำไมผมต้องกลัวด้วย?  เขาไม่ได้จะกินผมสักหน่อย”

แน่นอนว่าสายตาเย็นชาของเกล็นทำให้เขาอึดอัดมาก แต่เขาไม่จำเป็นต้องกลัว

“เธอนี่ตลกจังแฮะ”

ริมเมอร์พยักหน้างึกๆและหัวเราะคิกคักไปด้วย  เขาแตะที่ไหล่ของราอนด้วยสีหน้าพึงพอใจ

"งั้นก็ไปกัน!"

"ครับ"

ราอนเดินตามริมเมอร์ที่มุ่งหน้าไปทางห้องโถงในคฤหาสน์หลัก

“คุณหนูมาร์ธาเป็นฝ่ายแพ้จริงๆงั้นหรือ?”

“แพ้ให้เด็กตัวเล็กแค่นี้…”

“เหลือเชื่อเลย”

“พรสวรรค์ของพวกเขาแตกต่างกันจะตายไป”

“เขาแค่โชคดีแน่ๆ  ไม่มีทางเป็นเพราะอย่างอื่นไปได้หรอก!”

ในระหว่างทางเขาก็พบกับผู้คนที่ต่างแอบมองเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจและคาดไม่ถึง

“เหมือนทุกคนจะรู้อยู่แล้วว่าเธอเป็นคนเอาชนะมาร์ธาได้”

ริมเมอร์ยิ้มให้เขา

"งั้นเหรอครับ?'

“เพราะว่าพื้นที่ของซีกฮาร์ตก็มีอยู่แค่นี้…”

เพราะพื้นที่ของซีกฮาร์ทเป็นพื้นที่ปิดที่ห้ามไม่ให้ใครเข้าหรือออกได้ง่ายๆ ข่าวลือจึงแพร่กระจายไปทั่วได้อย่างรวดเร็ว

“มาร์ธาเก่งมากจนเธอสามารถเอาชนะเด็กทุกคนในสายตรงได้เลย  เป็นเรื่องปกติที่ข่าวจะแพร่ไปเร็วขนาดนี้”

"งั้นเหรอครับ..."

“เธอก็ต้องระวังตัวไว้ให้ดีนะ เดี๋ยวนี้ข่าวลือแบบไหนก็แพร่กระจายออกไปเร็วเหมือนๆกันหมด ทั้งข่าวด้านบวกและด้านลบ...”

แล้วริมเมอร์ก็ชี้ไปที่ตัวเอง ดูเหมือนเขาจะหมายถึงว่าตอนที่ศูนย์พลังงานของเขาพังไปนั้น ข่าวก็แพร่กระจายออกไปเร็วเหมือนกัน

“ยังไงก็ดีใจด้วยอีกครั้งนะ ต่อไปจะเป็นโอกาสที่ดีมากแล้วก็ฉันจะขอให้ผ่านไปด้วยดี”

ริมเมอร์เดินไปตามทางเดินในคฤหาสน์พร้อมกับผิวปาก ดูเหมือนว่าอัศวินในคฤหาสน์จะรู้อยู่แล้วว่าพวกเขามาเข้าพบผู้เป็นหัวหน้าตระกูลและไม่ได้เข้ามาขัดขวางพวกเขา

“ท่านเจ้าตระกูลกำลังรออยู่เลยครับ”

เมื่อพวกเขาเดินผ่านทางเดินยาวบนชั้น1จนไปถึงห้องโถง พ่อบ้านของเกล็นก็มาต้อนรับพร้อมกับเปิดประตูให้พวกเขาด้วยรอยยิ้ม

แอดดด

ประตูเหล็กบานคู่ขนาดใหญ่เปิดออกจากกัน เสียงของมันดังจนแทบทำให้ใจเขาหยุดเต้น พลังงานอันหนักหน่วงแผ่ความกดดันออกมาจากหลังบานประตู

ราอนกุมหน้าอกด้านซ้ายของเขา

'ออร่าของเขามันหนักขนาดนี้ตลอดเลยเหรอ…?'

แล้วเกล็นก็ปล่อยความกดดันของเขาออกมามากขึ้นอีก  ราอนไม่สามารถหยุดมือของเขาจากการสั่นได้เลย

ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะเป็นมนุษย์ธรรมดา…

น้ำเสียงของราธก็สั่นเทาเช่นเดียวกัน

“ตอนนี้เธอรู้สึกถึงออร่าได้แล้วใช่ไหม?”

ริมเมอร์ยิ้มให้ราอนทั้งๆที่มีเหงื่อหยดหนึ่งไหลลงบนหน้าผากของเขา

“นั่นไงล่ะ... ราชาของพวกเรา”

เขายกยิ้มมุมปากแล้วเดินเข้าไป

“อึก”

ราอนกลืนน้ำลายและเดินตามเขาไป  ยิ่งเข้าใกล้เขาก็ยิ่งรู้สึกกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ  ความรู้สึกเหมือนไหล่ของเขาถูกกดทับด้วยพลังงานอันทรงพลัง

“สวัสดีครับท่านเจ้าตระกูล!”

ราอนซึ่งอยู่ข้างๆพร้อมกับริมเมอร์คุกเข่าลง  ในที่สุดคลื่นพลังงานที่เกล็นปล่อยออกมาก็ลดลง

แม้แต่พลังของเดรุสก็ยังเทียบไม่ได้เลย

"ยืนขึ้นได้"

ราอนรู้สึกโล่งใจในทันทีและยืนขึ้นตามคำสั่งของเขา เมื่อสายตาได้สบดข้ากับดวงตาสีแดงของเกล็นก็ทำให้ดวงตาของเขาเริ่มพร่ามัว มันเป็นความกดดันที่มหาศาลมากจริงๆ

“ผมพาผู้ฝึกฝนอันดับหนึ่งมาตามที่ท่านบอกแล้ว”

“…”

เกล็นจ้องไปที่ราอนโดยไม่แม้แต่จะสนใจริมเมอร์

ไม่แน่ใจว่าเขากำลังหงุดหงิดหรือเปล่า ราอนไม่สามารถอ่านความคิดของเขาได้เลย

“เธอได้รับ 'หมื่นเปลวเพลิง' หรือยัง?”

"ได้แล้วครับ"

“แล้วใช้เวลานานเท่าไหร่?”

“ใช้เวลาประมาณเจ็ดเดือนครับ”

“ช้าไปนะ”

เกล็นเอียงหัวเล็กน้อย  แล้วมองเขาด้วยสายตาดูถูก

“งั้นแสดงออร่าให้ฉันดูทีสิ”

เมื่อได้ยินคำสั่งของเกล็น ราอนก็หันไปมองริมเมอร์ ราอนส่งสายตาถามประมาณว่าเขาควรแสดงออร่าให้เกล็นเห็นหรือเปล่า

“ปกติแล้วก็ไม่ควรทำนะ แต่ท่านเจ้าตระกูลเป็นคนขอ…”

“เข้าใจแล้วครับ”

ราอนลุกขึ้นยืน กำหมัดของเขาขึ้นมาด้านหน้า

ฟรึ่บ!

เปลวไฟสีแดงค่อยๆปรากฏขึ้นมา  เปลวไฟอันแรกจากหมื่นเปลวเพลิง... ‘เปลวเพลิงลำดับที่หนึ่ง’

“นั่นมัน‘เปลวเพลิงลำดับที่หนึ่ง’ใช่หรือไม่?”

สายตาของเกล็นดูเหมือนจะวูบไหวเล็กน้อย

“จินตภาพของออร่าที่เธอคิดไว้คืออะไร?”

“ผมอยากให้มันเป็นเปลวไฟที่ไม่มีวันดับครับ”

“ไม่ดับงั้นเหรอ?”

“ผมจินตนาการถึงเปลวไฟที่ไม่มีวันดับไว้ครับ... ไม่ว่ามันจะได้เจอลมหรือฝนก็ตามก็จะไม่ดับ”

เกล็นจ้องมองเปลวไฟที่ลุกไหม้บนมือของราอนเป็นเวลานานโดยไม่พูดอะไรออกมา

“ก็ดีแล้วนี่”

"ว่าไงนะครับ?"

นี่เขาได้รับคำชมจากเกล็นงั้นเหรอ เขายื่นมือไปจับที่ใบหูของเขา เผื่อว่าเขาอาจจะได้ยินผิดไป

“นักดาบหรือนักเวทย์ธาตุไฟมักจะมีพลังโจมตีที่ยอดเยี่ยมแต่ความคงทนและการป้องกันของพวกเขากลับด้อยมาก เปลวไฟที่ไม่มีวันดับอาจช่วยให้เธอเอาชนะความอ่อนแอเหล่านั้นได้ ไปศึกษามันให้ดีๆล่ะ'

“…ข-เข้าใจแล้วครับ”

ราอนพยักหน้าด้วยดวงตาที่ประหลาดใจ เขาไม่เคยคิดเคยฝันว่าเกล็นจะให้คำแนะนำแบบนี้กับเขา ดังนั้นน้ำเสียงของราอนจึงสั่นเล็กน้อย

“มันอาจจะแปลกไปหน่อยที่ฉันพึ่งจะมาแนะนำเธอในตอนนี้ ฉันควรจะบอกเธอตั้งแต่พิธีทดสอบแล้ว”

“ครับ…”

อาจจะหมายถึงเรื่องที่เกล็นได้ให้คำแนะนำกับทุกคนยกเว้นราอนไปแล้วในระหว่างพิธี เขาเลยมาแนะนำราอนในตอนนี้แทน

'เป็นคนที่อ่านยากมากเลย'

ภายนอกของเกล็นเป็นคนที่เย็นชาราวกับถูกแกะสลักออกมาจากธารน้ำแข็ง แต่จริงๆแล้วเขาก็เอาใจใส่คนอื่นอยู่บ้างเหมือนกัน

เขาเป็นคนที่ตรงกันข้ามกับเดรุสโดยสิ้นเชิง เดรุสรับเด็กมากมายมาอยู่ในการดูแลแล้วใช้งานพวกเขาเหมือนทาส

“แล้วก็ต่อไป ฉันจะบอกเธอถึงเรื่องสำคัญ…”

เกล็นวางเท้าคาง และจ้องมองลงไปที่ราอน

“ในปีหน้า ฉันจะให้ผู้ฝึกฝนทุกคนเริ่มออกทำภารกิจ”

“ภารกิจเหรอครับ?”

“พวกเธอทุกคนก็ฝึกฝนกันมาเกือบหนึ่งปีและก็มีออร่ากันหมดแล้วด้วย... พวกเธอเป็นนักดาบมือใหม่แล้วและก็ควรจะออกไปหาประสบการณ์”

“เอ่อ…”

“เธอคิดว่าตัวเองยังเด็กเกินไปหรือเปล่า?  ฉันว่าอายุไม่ใช่สิ่งสำคัญในการต่อสู้หรอกนะ ตราบใดที่เธอเป็นนักดาบและมีดาบอยู่บนมือเธอก็ต้องสู้”

'ไม่ใช่แบบนั้น... ฉันแค่คิดว่าตัวเองแก่เกินไปต่างหาก'

ในชีวิตก่อนหน้า เขาได้รับภารกิจลอบสังหารครั้งแรกตอนอายุแปดขวบ เขาเลยรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เด็กเกินไปแต่แก่เกินไปต่างหาก

“ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวหรอกนะ ไปบอกให้ผู้เข้าร่วมการฝึกฝนทุกคนให้เตรียมตัวให้พร้อมด้วย ไม่รู้หรอกนะว่าจะได้ภารกิจแบบไหนแต่พวกเธอก็ต้องผ่านไปให้ได้”

“…เข้าใจแล้วครับ”

“ออกไปได้แล้ว”

เกล็นโบกมือไล่ ราอนคุกเข่าและลุกขึ้นเพื่อโค้งคำนับเขา จากนั้นจึงออกจากห้องโถง

“ถึงเวลาที่พวกเธอจะได้ทำภารกิจแล้ว!”

ริมเมอร์ยิ้มและคว้ามือของเขาขึ้นมาให้ประสานกัน

“จะเป็นภารกิจแบบไหนเหรอครับ?”

“ยังไม่มีการตัดสินใจน่ะ อาจจะเป็นการปราบสัตว์ประหลาด การปกป้องคน หรือไม่ก็กำจัดโจร… แต่ก็นั่นล่ะนะ ถึงยังไงพวกเธอก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับทุกสถานการณ์อยู่แล้ว แบบที่ท่านเจ้าตระกูลได้บอกไว้เมื่อสักครู่นี้ไง”

“แล้วอาจารย์ไม่ไปกับพวกเราด้วยเหรอครับ?”

“ฉันไปแน่ แต่ภารกิจของฉันแตกต่างจากของพวกเธอนะ ภารกิจของผู้ฝึกสอนคือการปกป้องเด็กๆอย่างเดียว”

"โอเคครับ"

“หือ?”

ดวงตาของริมเมอร์ฉายแววประหลาดใจ

'แน่นอนสิ ก็มันเป็นภารกิจของฉันเองนี่'

ในชีวิตก่อนหน้านี้เวลาที่เขาทำภารกิจเขาจะไม่ได้รับการช่วยเหลือเลยแม้แต่นิด ขนาดตอนที่เขาแปดขวบเองก็ไม่มีใครมาคอยตามดูแล ผู้ฝึกสอนจะคอยปกปิดหลักฐานเวลาพวกเขาทำพลาดครั้งใหญ่เท่านั้น

'ตระกูลซีกฮาร์ทนี่ดีกว่าที่ฉันคิด'

ราอนทิ้งริมเมอร์ที่กำลังตกใจไว้ข้างหลัง เขาเดินออกจากคฤหาสน์ด้วยรอยยิ้ม

* * *

* * *

หลังจากที่ราอนไปที่อาคารรองแล้ว ริมเมอร์ก็ย้อนกลับไปที่ห้องโถง

“นายท่านของฉันดูมีความสุขมากเลยนะ”

ริมเมอร์ยิ้มและมองดูเกล็นซึ่งยืนอยู่บนแท่น

“ฉันปกติ”

“เห… แต่มุมปากของนายยกขึ้นสูงกว่าปกติสองมิลลิเมตรนะ”

“หยุดพูดจาไร้สาระแล้วรายงานอาการของมาร์ธามาให้ฉันเดี๋ยวนี้”

“เธอมีรอยฟกช้ำค่อนข้างเยอะ แต่ได้พักไม่นานก็คงหายดีนั่นแหละ ปัญหาคือเหมือนเธอจะมีอาการช็อคทางจิตใจ”

“หากเธอผ่านเรื่องนั้นไปไม่ได้เธอก็ไม่ควรจะใช้ชื่อซีกฮาร์ทต่อ”

หลักการของซีกฮาร์ทไม่มีข้อยกเว้นสำหรับใครทั้งนั้น แม้กระทั่งกับมาร์ธาที่พึ่งได้เข้ามาเป็นบุตรบุญธรรมของคนในสายตรง

“นายช่วยราอนวาดจินตภาพของเขาหรือเปล่า?”

“ฉันเป็นอาจารย์ก็จริงนะ แต่ราอนเป็นคนวาดมันขึ้นมาเอง ฉันแค่ให้คำแนะนำเขานิดหน่อย”

ริมเมอร์ยักไหล่แล้วพูดต่อ

“นายรู้สึกยังไงที่ได้เห็นออร่าที่เหมือนกับออร่าของท่านเจ้าตระกูลคนแรกที่นายอยากเห็นมันมานาน?”

“ออร่ามันเหมือนกับที่บันทึกเอาไว้ทุกอย่าง ทั้งสวยงามราวกับดอกไม้ไฟ และเมื่อเทียบกับออร่าขนาดเดียวกันแล้วก็ถือว่าเป็นออร่าที่ทรงพลังมากที่สุด”

"ใช่แล้วล่ะ ออร่าของราอนทำลายออร่าไททันของมาร์ธาที่ฝึกมากว่าสี่ปีได้ มันเป็นพลังที่น่าเหลือเชื่อมากๆเลย ว่าแต่…สีของมันควรจะเป็นสีทองไม่ใช่เหรอ?”

“สีของมันขึ้นอยู่กับพลังของไฟ นายก็คอยสั่งสอนเขาในเส้นทางที่ถูกต้องด้วยล่ะ”

“...นายก็ใจดีกับเขาตลอด”

“……”

เกล็นไม่ตอบอะไรกลับไป เขาเพียงหลับตาแล้วโบกมือไล่ริมเมอร์เพราะเขาเริ่มทำตัวน่ารำคาญ

“งั้นก็เลือกแต่ภารกิจดีๆมาให้ละกันนะ”

“นั่นมันเป็นงานของฝ่ายบริหารทั่วไปไม่ใช่งานของฉัน อย่ามากังวลเรื่องนั้นแล้วไปช่วยฝึกฝนให้เด็กๆผ่านภารกิจทุกรูปแบบไปได้เถอะ”

"เชื่อมือฉันได้เลย! ฉันจะคอยสั่งสอนพวกเขาเป็นอย่างดีไม่ให้พวกเขาแอบขี้เกียจแน่นอน”

“….นายควรดูตัวเองก่อน”

เกล็นแอบหัวเราะ เมื่อเห็นการแสดงออกอย่างมั่นอกมั่นใจของริมเมอร์

“นี่เรียกว่าอาจารย์สองหน้าต่างหากล่ะ”

ริมเมอร์ยิ้มตอบ

***

“หืม?”

จูเดียลที่กำลังถอนวัชพืชในแปลงดอกไม้ต้องหันกลับมาเมื่อได้ยินเสียงจากด้านหลังเธอ

“ส... สวัสดีค่ะคุณชายราอน!”

ทันทีที่ได้สบตากับเขา เธอก็รู้สึกหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

“กลับมาแล้วเหรอคะ!”

เธอยืนขึ้นและสำรวจภายนอกของเขา เสื้อผ้าของเขาเต็มไปด้วยฝุ่นแต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บตรงไหนเลย

'ไม่มีทาง... เขาชนะเธอหรือเปล่า? ชนะมาร์ธาน่ะเหรอ?

เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะชนะกลับมาแบบไม่ได้รับบาดเจ็บเลย

“คุณชายชนะการประลองใช่ไหมคะ?”

"คิดว่าไงล่ะ?"

ราอนยิ้ม..

“เอ่อ…”

เมื่อได้มองดูรอยยิ้มแห่งชัยชนะของเขาก็ทำให้เธอนึกถึงวันนั้น  แสงสะท้อนจากดวงตาสีแดงของเขาที่ลอยอยู่บนทะเลสาบ…ถ้าบอกว่าเขาเป็นปีศาจเธอก็คงจะเชื่อในทันที

'….แสดงว่าปีศาจแบบเขาไม่ได้พ่ายแพ้ให้กับแค่เด็กอัจฉริยะคนเดียวสินะ

เธอตระหนักได้อีกครั้งว่าราอนเป็นคนแบบไหน

“ศูนย์บัญชาการกองทัพคงจะติดต่อเธอมาอีกครั้งในเร็วๆนี้ เพื่อสั่งให้เธอตรวจสอบฉันให้ละเอียดยิ่งขึ้น”

“ค-ค่ะ”

“เขียนสิ่งที่เธอคิดว่าควรจะรายงาน แล้วนำมาให้ฉัน”

“เข้าใจแล้วค่ะ”

เขาฉีกยิ้มด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เธอขนลุก แล้วเดินเข้าไปในอาคารรอง จูเดียลถึงกับเผลอปล่อยเศษหญ้าออกจากมือ และแผ่นหลังของเธอก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ

“สัตว์ประหลาดก็ต้องเอาชนะอัจฉริยะได้อยู่แล้ว…”

***

“ราอน!”

ทันทีที่ราอนเข้าไปในอาคารเสริม เขาก็ได้เจอกับซิลเวียที่กำลังจะสวมเสื้อตัวนอก

"แม่กำลังจะไปไหนเหรอครับ?"

“แม่จะไปไหนงั้นเหรอ?! แม่ก็กำลังจะออกไปตามหาลูกยังไงล่ะ! ลูกควรจะมาถึงที่นี่ได้ตั้งนานแล้ว”

ซิลเวียพุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วที่มากกว่านักดาบทั่วๆไปเสียอีก

"ลูกสบายดีใช่ไหม? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”

ดวงตาของเธอสำรวจราอนไปทั่วทุกมุม

“ผมไม่ได้รับบาดเจ็บเลยครับ”

"เฮ้อ…"

ซิลเวียถอนหายใจและลูบหน้าอกของเธอด้วยความโล่งอก แต่ดวงตาของเธอก็ยังไม่เลิกจ้องไปตามร่างกายของราอน

“การประลองถูกยกเลิกเหรอ?”

“ไม่ใช่ครับ คือผมเป็นคนชนะ…”

“แล้วลูกก็ไม่มีแผลเลยงั้นเหรอ?”

“เพราะผมป้องกันไว้ได้…”

“ล…ลูกชนะโดยที่ป้องกันไว้ได้ทั้งหมด?”

“อึ้ม”

“จริงเหรอคะ?”

เฮเลนเผลอปล่อยเสื้อชั้นนอกของซิลเวียลงพื้น

เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าความสามารถของมาร์ธานั้นยอดเยี่ยมพอๆกับคนในสายตรง ปฏิกิริยาที่ประหลาดใจของพวกเขาจึงไม่ได้น่าแปลกใจเท่าไหร่

“ถ-ถ้าไม่เจ็บงั้นก็มาทานข้าวก่อน! เฮเลนไปเตรียมอาหารเร็วเข้า!”

"ไม่เป็นไรหรอกครับ"

"ห๊ะ? แต่ลูกยังไม่ได้ทานมื้อเย็นเลย”

“ผมยังมีเรื่องต้องทำน่ะครับ…”

ราอนส่ายหัวและแอบล้วงมือไปแตะกล่องไม้ในกระเป๋าที่บรรจุยาอมฤตไว้

นี่จะเป็นเวลาที่น่าตื่นเต้น เพราะเขากำลังจะได้แข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 35

คัดลอกลิงก์แล้ว