เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 34

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 34

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 34


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 34

มาร์ธา ซีกฮาร์ท เป็นคนที่มีความภาคภูมิใจในตัวเองเยอะมาก

เหตุผลที่เธอต้องออกจากการฝึกฝนในครั้งก่อนก็ไม่ใช่เพราะว่าเธอขาดความสามารถ แต่เป็นเพราะเธอเกือบจะทำให้พวกสารเลวสองคนสายตรงต้องตาย ทั้งๆที่พวกมันพยายามทำลายความภาคภูมิใจของเธอก่อน

เรื่องในตอนนั้นมันทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายยุ่งยากตามมาหลายเรื่อง เธอจึงตั้งใจที่จะมาผ่อนคลายในสนามฝึกที่ห้า  แต่ก็ดันมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ทำให้การมาผ่อนคลายของเธอไม่เป็นไปอย่างที่คิด

ราอน ซีกฮาร์ท

เธอรู้สึกขัดหูขัดตาไอ้เด็กแก่แดดคนนั้นสุดๆ

เธอต้องการที่จะสู้กับมันให้เสร็จๆ ไป แต่เธอก็เห็นด้วยกับริมเมอร์ว่าการต่อสู้ทั้งๆที่เขายังไม่มีออร่านั้นถือเป็นเรื่องสกปรก เธอจึงยอมอดกลั้นเอาไว้

เมื่อเธอได้ยินว่าราอนได้รับออร่าแล้วเธอก็รู้สึกมีความสุขมากกว่าใครๆ ในที่สุดเธอก็จะได้แก้แค้นให้กับความอัปยศอดสูในครั้งนั้นของเธอ

พอการประลองเริ่มต้นขึ้น เธอก็ได้ปะทะฝีดาบกับราอน

พรสวรรค์ด้านดาบของมันส่องประกายมากยิ่งขึ้นในการต่อสู้ของจริง ถึงขนาดที่มันสามารถป้องกันตัวเองจากวิชาดาบที่มันไม่เคยเห็นมาก่อนแน่ๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

แต่ทันทีที่เธอเริ่มเรียกใช้ออร่าของไททัน ราอนก็กระเด็นออกไปอย่างง่ายดายอย่างกับเป็นตุ๊กตากระดาษ

ก็คิดไว้อยู่แล้วล่ะนะ

ขนาดที่แตกต่างกันเพียงนิดก็ทำให้ความบริสุทธิ์ของออร่าห่างชั้นกันมาก พอๆกับระยะห่างระหว่างดวงจันทร์กับโลก

สถานการณ์ทั้งหมดอยู่ในความควบคุมของมาร์ธา เธอสามารถหักกระดูกของราอนได้ทุกเมื่อที่เธอต้องการ

ถึงมันรู้แบบนี้แต่จิตวิญญาณในการต่อสู้ของมันก็ยังไม่หมดไป

ดวงตาของมันะเยาะเย้ยเธอ ดูเหมือนอยากจะพูดออกมาว่า ‘ก็เข้ามาอีกสิ ทำได้แค่นี้เองเหรอ'

มันบ้าไปแล้วรึไง

มันดูเหมือนกระต่ายโง่เขลาที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีคนเตรียมจะบีบคอมันอยู่

เป็นแค่ไอ้ตัวน่าสมเพชแท้ๆ

มาร์ธายิ้มและชี้ดาบของเธอลงพื้น เธอเพิ่มออร่าและความแข็งแกร่งให้มากขึ้น

ครืน!

เวทีประลองสั่นสะเทือน แต่ราอนยังคงอดทน

มันไม่ยอมล้มลงเลย แม้ว่าเธอจะโจมตีมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

จะทำตัวน่ารำคาญเกินไปแล้ว

มันยังคงยืนหยัดแม้ว่าตัวเองจะไร้ความสามารถขนาดนั้น นั่นทำให้เธอเดือดดาลด้วยความโกรธ

'งั้นก็อย่าหาว่าฉันทำเกินไปละกัน'

คราวนี้ไม่แขนก็ขาของราอนอาจจะหัก แต่เป็นเพราะมันเองที่ไม่เหลือทางเลือกไว้ให้เธอเลย

เธอดึงออร่าที่ทรงพลังมากกว่าเดิมออกมา แล้วตวัดดาบไปด้านหน้า

นี่คือ ‘ถิรศิลา’

เธอจะเจาะการป้องกันของราอนโดยใช้พลังของหินอันแหลมคมอันนี้เอง

แต่ก่อนเธอจะได้พุ่งตัวออกไปนั้น

มีเปลวไฟสีแดงปรากฏขึ้นมาบริเวณปลายดาบของราอน

มันเป็นเปลวไฟที่มีขนาดเล็กมากๆ

แต่ก็ยังมีสีแดงที่เข้มกว่าและสวยงามกว่าเปลวไฟอื่นๆ  เมื่อมาร์ธาได้เห็นมันก็รู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัวทันที

'นั่นมันอะไรกัน?'

มันเป็นพลังที่น่าขนลุกมาก  จู่ๆ ร่างกายของเธอก็ถูกครอบงำไปด้วยความกลัว

'ไม่หรอกน่ะ แล้วฉันจะกลัวมันทำไม'

มาร์ธากัดฟัน เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอเผลอนึกกลัวราอน บางทีเธออาจจะแค่ตกใจเกินไปนิดหน่อย

ซูม!

เธอโจมตีโดยใช้ออร่าของไททันคลุมดาบทื่อๆของเธอ

ฮึ่ม!

ในขณะนั้นราอนก็ก้าวออกมา เปลวไฟขนาดเล็กที่ลุกไหม้จากดาบฝึกของเขารวมตัวกัน เกิดเป็นกลุ่มพลังยาวๆเส้นหนึ่ง

เส้นสีแดงค่อยๆลากจากทางซ้ายไปทางขวา

ออร่าของไททันละลายทันทีเมื่อสัมผัสโดนเส้นพลังอันนั้น

และ…

แคร๊ก!

ดาบฝึกอันทนทานนั้นได้หักลงครึ่งหนึ่งและส่วนที่หักออกนั้นก็กระเด็นออกไปในอากาศ

ปั่ก!

เสียงของเศษดาบที่หักปักลงไปบนเวทีประลอง ดังก้องไปทั้งสนาม

“…”

มาร์ธาจ้องไปที่ดาบที่หักครึ่งอย่างมึนงง

“ป-เป็นไปได้ยังไงกัน…”

ริมฝีปากและมือของเธอสั่นระริก น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยประหลาดใจ

“นี่น่ะเหรอพรสวรรค์ที่เธอพูดถึง?”

ราอน ซีกฮาร์ทจ้องมองไปที่เธออย่างเย็นชา เปลวไฟที่ปลายดาบของเขาได้ดับลงแล้ว

“พรสวรรค์ที่ทนต่อการโจมตีของเด็กอ่อนหัดไม่ได้… ก็ไม่เท่าไหร่นี่นา”

“แก…แก…”

มาร์ธา ซีกฮาร์ท ถึงกับพูดไม่ออก เธอก้มหัวลงเหมือนกับดาบที่หักไปของเธอ

***

“อะไรน่ะ!  เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น!?”

“ด-ดาบที่ถูกปกคลุมไปด้วยออร่าของไททัน ถูกการโจมตีเพียงครั้งเดียวของเขาตัดครึ่ง–-”

“บ-บ้าไปแล้ว...”

ราอนรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองเขามาจากทุกที่ มีทั้งสายตาตื่นตระหนก ไม่ไว้วางใจ และประหลาดใจ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะลืมหายใจเสียด้วยซ้ำ

"ว้าว…"

ริมเมอร์เองก็ไม่ต่างกัน ดวงตาของเขาเบิกกว้างและหูแหลมๆของเขาก็ยาวขึ้นไปกว่าเดิม

เห็นได้ชัดว่าการที่เขาตัดดาบของมาร์ธาได้ทำให้ทุกคนประหลาดใจ

'ฉันเองก็แปลกใจเหมือนกัน'

พลังขั้นแรกของหมื่นเปลวเพลิง หรือที่เรียกว่า‘เปลวเพลิงลำดับที่หนึ่ง’นั้นเกินความคาดหมายของเขาไปมาก เขาเกือบจะควบคุมมันไว้ไม่ได้จนเกือบทำให้มาร์ธาบาดเจ็บไปแล้ว

'ถ้าพลังระดับนี้คือระดับสองดาวล่ะก็…'

หัวใจของเขาเต้นแรง เขาแทบจะเฝ้ารอให้มันไปถึงสามดาวหรือสูงกว่านั้นไม่ไหวแล้ว

“อั่ก…”

เขาลดสายตาลงเมื่อได้ยินเสียงร้องจากด้านล่าง  ดวงตาของมาร์ธากลายเป็นสีแดงก่ำ

'ดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้สินะ'

นี่ไม่ใช่การแสดงออกของผู้แพ้เลยสักนิด เธอยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้เพราะเธอไม่เข้าใจดาบของเธอหักลงได้อย่างไร

“ฉันยังไม่ยอมแพ้หรอกนะ”

เขาคิดไว้แล้วว่าคำพูดแบบนั้นจะออกมาจากปากของมาร์ธา เธอโยนดาบที่หักออกไปและกำหมัดแน่น

วือ!

ออร่าของไททันปรากฏขึ้นและล้อมรอบทั่วร่างกายของเธอ มันเป็นพลังงานที่แข็งแกร่งราวกับก้อนหินที่ไม่มีวันแตกหัก

“ฉันว่าแล้วว่าเธอต้องเป็นแบบนี้”

ราอนพยักหน้าและโยนดาบของเขาทิ้งตาม

“ฉันจะทำให้เธอต้องยอมรับความพ่ายแพ้เอง”

"ฉันไม่เคยแพ้!"

มาร์ธารีบลุกขึ้น ในครั้งนี้เธอพุ่งเข้าใส่เขาโดยตรง การเคลื่อนไหวของเธอตรงไปตรงมาแต่ว่ารวดเร็วและหนักแน่น

“ย๊าก!”

เธอตะโกนขึ้นพร้อมกับชูกำปั้นของเธอขึ้น

ปั่ก!

ราอนสกัดกำปั้นของเธอออกไปด้วยศอกของเขา  ความตกใจทำให้ร่างกายของมาร์ธาเสียจังหวะ

แต่เธอยังไม่หยุด  เธอกัดฟันและเล็งหมัดต่อไปไปที่ราอน

ผัวะ!

ราอนยกฝ่ามือขึ้น เขาสกัดกั้นหมัดของมาร์ธาอย่างนุ่มนวลและเตะสวนเข้าไปที่หน้าท้องของเธอ

“อั่ก!”

มาร์ธาเพียงแค่ร้องออกมาแต่ไม่ยอมถอยกลับไป  กำลังใจของเธอแข็งแกร่งพอๆกับออร่าของเธอนั่นแหละ

“ยังหรอก… มันยังไม่จบ!”

มาร์ธากัดริมฝีปากของเธอแล้วพยายามปล่อยกำปั้นของเธอออกไป  แม้ว่าเธอจะกำลังตื่นตระหนกอยู่แต่วิธีที่หมัดของเธอถูกปล่อยออกมาก็เป็นวิธีที่ถูกต้อง ศิลปะการต่อสู้ของตระกูลอันทรงเกียรติดูเหมือนจะยังเปล่งประกายแม้จะในเวลาแบบนี้

'แต่แค่นั้นยังไม่เพียงพอหรอก'

หมัดนั้นเต็มไปด้วยออร่าอันทรงพลังแต่ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น...  เธอยังฝึกฝนมันมาไม่เพียงพอ

วูม!

เขาหลบหมัดที่เล็งมาที่หน้าผากของเขา และใช้สันมือสับไปที่หลังของเธอ

“อุ้ก!”

ผลกระทบของมันทำให้เธอน้ำลายไหลออกมา หลังจากได้สติแล้วเธอก็เริ่มโจมตีแบบเร็วขึ้นอีก  ความป่าเถื่อนของเธอนั้นสวนทางกับรูปลักษณ์ของเธออย่างมาก

'และเธอก็หนังเหนียวมากด้วย…'

แม้ว่าเธอจะถูกเขาชกซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่เธอก็ยังคงพยายามที่จะโจมตีเขากลับ ถ้าเป็นคนปกติแล้วโดนขนาดนี้ก็คงจะล้มไปนานแล้ว

ความมุ่งมั่นและความทนทานของร่างกายของเธอไม่ใช่เล่นๆ

“วืด!”

มาร์ธาเตะพื้น  ทรายบนพื้นกระเด็นขึ้นมาบดบังการมองเห็นของเขา เขายังไม่ทันจะมองอะไรเห็นแต่เขาก็ปัดหมัดของเธอที่พุ่งเข้ามาไปด้านข้างได้ทันพอดี

ปั่ก!

การโจมตีของเธอให้ความรู้สึกเหมือนเป็นก้อนหินที่ถูกขว้างด้วยยักษ์ ร่างกายของเขาสั่นเทาในทุกๆครั้งที่เขาใช้ศอกสกัดไว้

“ย๊าาา!”

เธอจะไม่ยอมพลาดโอกาสนี้แน่ โอกาสที่เธอสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก เธอสูดลมหายใจเข้าและโจมตีด้วยหมัดต่อไปอย่างไม่ลดละ

ปั่ก!

หลังจากที่เธอปล่อยหมัดอย่างรวดเร็วยี่สิบครั้งรวด มาร์ธาก็หยุดพักหายใจเพียงครู่เดียว แต่ตอนนั้นเองที่หมัดของราอนชกเข้าที่หน้าท้องของเธอ

“อุ!”

มาร์ธาลดมือไปกุมท้องของเธอทันทีแล้วรีบก้าวถอยหลัง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความระแวง

“เธอไม่ค่อยเก่งการใช้กำปั้นจริงๆด้วย”

ราอนสะบัดแขนของเขาที่เขาใช้ป้องกันหมัดของมาร์ธา

“ด-ได้ยังไงกัน…?”

"เพราะการฝึกฝนยังไงล่ะ"

เขาหัวเราะเยาะมาร์ธาที่กำลังตื่นตระหนก

* * *

* * *

'แม้แต่การลองใช้'หมื่นเปลวเพลิง'ในการป้องกัน… ก็ยังยอดเยี่ยม

อาจเป็นเพราะจินตภาพของเขาเป็นเปลวไฟที่ไม่มีวันดับ ออร่าจาก'หมื่นเปลวเพลิง'จึงไม่ได้มีประสิทธิภาพแค่เพียงอย่างเดียว

“ฮื่ม…”

มาร์ธาเงยหน้าขึ้นขณะที่กัดริมฝีปาก ออร่าของไททันถูกรวบรวมอยู่บนหมัดที่กำแน่นของเธอ

วือ!

เทคนิคพิเศษ'จุดเดียว' ประกอบด้วยออร่าเข้มข้นที่รวมกันในจุดเดียว

ความโกรธของเธอค่อยๆ หายไป  สายตาโกรธแค้นของเธอกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

“ฉันยอมรับนะว่าแกแข็งแกร่ง”

พลังงานที่รวบรวมไว้ในหมัดของเธอเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง

“แต่ฉันจะยอมรับความพ่ายแพ้ก็ต่อเมื่อแกสามารถเอาชนะสิ่งนี้ได้!”

มาร์ธาพุ่งตัวของเธอออกมา เป็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและหนักแน่นราวกับก้อนหินกลิ้งลงจากหน้าผา

“เฮ้อ”

ราอนถอนหายใจเบาๆ  เขาก้าวเท้าซ้ายขึ้นมาและปล่อยหมัดออกไปโดยใช้พลังงานที่เรียกตั้งแต่จากฝ่าเท้าขึ้นมา

พลังงานเริ่มไหลจากข้อเท้าขึ้นไปผ่านกล้ามเนื้อต้นขาและไปถึงหลังของเขา หมัดที่เขาปล่อยออกไปนั้นเต็มไปด้วยแรงระเบิด

ตู้ม!

หมัดที่บรรจุเปลวไฟของ'หมื่นเปลวเพลิง' ได้ทำลายก้อนออร่าสีน้ำตาลของมาร์ธา จนแขนของเธอบิดเบี้ยว

"อ๊าก…"

ออร่าไททันของเธอแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ดวงตาของมาร์ธาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

วือ!

พร้อมด้วยแรงลมที่คล้ายกับพายุทอร์นาโด เธอหายเข้าไปในลมพายุนั้นและล้มลงไปในทันที

“อั่ก…”

หลังจากที่มาร์ธาล้มลงเธอก็ส่ายหัวให้เขาอย่างไม่ยอมรับ แล้วดวงตาของเธอก็ค่อยๆปิดลง

เธอหมดสติไปซะแล้ว แต่กำปั้นของเธอยังคงกำแน่น

'ความมุ่งมั่นของเธอนี่แหละที่น่าทึ่ง'

พลังใจแบบนั้นของเธอดูไม่เหมือนเด็กที่กำลังจะอายุสิบห้าปี เรื่องนี้มันน่าตกใจมากกว่าความสามารถหรือพรสวรรค์ของเธอเสียอีก

“อึก!”

“เอ่อ…”

“น-นั่นมันรุนแรงมาก”

"ไม่มีทางน่า แล้วมาร์ธาเป็นอะไรมากไหม…?”

เด็กๆที่ยอมรับในตัวมาร์ธารวมถึงเด็กที่ต่อต้านเธอ ทุกคนต่างอ้าปากค้าง

“ราอน ซีกฮาร์ท…”

เบอร์เรนจ้องไปที่ราอน หมัดที่กำแน่นของเขาสั่นเทา

“…”

สีหน้าของรูนันดูว่างเปล่าเหมือนอย่างเคย แต่กลับมีไอเย็นๆ ออกมาจากปากที่อ้าค้างไว้ของเธอ เหมือนว่านั่นจะหมายความว่าเธอกำลังรู้สึกตื่นเต้น

“โอ้…”

ริมเมอร์เองก็ตกตะลึงอยู่พักหนึ่งแล้วจึงรีบวิ่งไปที่มาร์ธาเพื่อตรวจดูอาการของเธอ

“เฮอะ ฉันอยากจะจะตำหนิเธอสักหน่อย แต่เธอก็เป็นลมไปซะก่อน”

ริมเมอร์เดาะลิ้นของเขาหลังจากตรวจสอบสภาพร่างกายของเธอเสร็จแล้ว

“วันนี้พอแค่นี้แหละ กลับถึงห้องแล้วก็ไปทบทวนถึงจุดบกพร่องของตัวเองกันด้วย”

“ครับ/ค่ะ”

“ทุกคนกลับไปได้เลย ยกเว้นราอน”

"ทำไมผมยังกลับไม่ได้ครับ…?"

“ฉันยังมีบางอย่างที่จะให้เธอ แล้วก็ยังเหลือคำแนะนำของฉันอีกไง”

เขาหันมายิ้ม แล้วริมเมอร์ก็รีบวิ่งไปที่ห้องพยาบาลโดยการกระโดดข้ามกำแพง

“ราอน ซีกฮาร์ท”

ขณะที่ราอนจ้องมองไปที่กำแพงที่ริมเมอร์พึ่งข้ามไป เบอร์เรนก็เดินเข้ามาหาเขา

“ฉันรู้อยู่แล้วว่านายจะตามมาทันแน่ๆ”

เบอร์เรนกำลังยิ้มให้เขา แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่ามันมาจากความชื่นชมหรือความคาดหวังกันแน่

“ฉันไม่เหมือนมาร์ธาหรอกนะ ฉันจะไม่ยอมแพ้แม้ว่านายจะวิ่งได้เร็วเหมือนกระต่าย ฉันจะไม่ยอมประมาทแม้ว่านายจะล้มลงเหมือนเต่า  ฉันจะต้องเอาชนะนายในการสอบตอนสิ้นสุดการฝึกฝนให้ได้ และฉันจะยอมเอาทุกอย่างของฉันมาเป็นสิ่งเดิมพัน”

หลังจากพูดอย่างนั้นเขาก็เดินออกจากสนามฝึก ท่าทางของเขาดูดีขึ้นมาก

'เขาดูไม่เหมือนคนเดิมอีกแล้ว'

เบอร์เรนคนที่เห็นแก่ตัวและขี้อิจฉาไม่มีอยู่อีกต่อไป ดูเหมือนเขาจะคิดได้แล้ว

เขากำจัดความคิดเก่าของตัวเองออกไปและแทนที่มันด้วยความมั่นใจ

แปะ

มีคนแตะไหล่ของราอนจากทางด้านหลัง  พอราอนมองกลับไปก็เห็นว่าเป็นรูนันนั่นเองที่ยืนอยู่ข้างหลังของเขาพร้อมกับดวงตาสีม่วงที่เป็นประกาย

หงึกๆ

เธอพยักหน้าให้เขา  ดูเหมือนเธออยากจะบอกเขาว่า'ทำได้ดีมาก'

เธอกอดกล่องไอศกรีมเอาไว้แน่น แล้วเธอก็ค่อยๆวิ่งออกจากสนามฝึกซ้อมไป

“แค่นี้เหรอ?”

ราอนอ้าปากค้าง  เขาไม่เข้าใจว่าเธอพยายามจะบอกอะไรเขาอีก

เขาส่ายหัวให้กับตัวเองแล้วเดินไปด้านข้างเวทีซึ่งมีเก้าอี้ตั้งอยู่

เขากำลังจะนั่งลงบนเก้าอี้เพื่อรอริมเมอร์ แต่เขาก็สังเกตเห็นหนังสือเล่มหนึ่งที่อยู่บนเวทีเสียก่อน

มันเป็นหนังสือที่ริมเมอร์ใช้เป็นหมอนของเขาเวลางีบหลับ ราอนเลยลองหยิบมันขึ้นมาอ่าน

“หือ?”

ราอนเบิกตากว้างหลังจากได้เห็นเนื้อหาข้างใน

'นี่มัน…'

เขาคิดว่ามันเป็นแค่หมอนของริมเมอร์แต่มันก็ไม่ใช่แบบนั้นเลย ภายในหนังสือมีรายละเอียดของผู้ข้าร่วมการฝึกฝนทุกคน

ทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน ตลอดจนวิธีการแก้ไขได้ถูกเขียนไว้ในนั้นหมดแล้ว

เขาอ่านข้อมูลเกี่ยวกับเบอร์เรนที่ถูกเขียนในหน้าแรก

“มีความสามารถที่ยอดเยี่ยมแต่ก็ถือตัวมาก พอเข้ามาเป็นผู้ฝึกฝนแล้วเขาก็ได้เปลี่ยนไปอย่างมาก เขาตระหนักได้แล้วว่าสิ่งที่เขาขาดคือความมุ่งมั่นและเริ่มทุ่มเทเวลามากมายในการทำสมาธิ เขาชอบใช้วิชาดาบที่สง่างามและเป็นระบบของตัวเอง…'

หากเขาไม่ได้เฝ้าดูผู้ฝึกฝนอย่างใกล้ชิดเขาคงเขียนสิ่งนี้ไม่ได้แน่ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีเพียงข้อมูลของเบอร์เรนเท่านั้นแต่ยังมีรายละเอียดของผู้เข้าร่วมการฝึกฝนทุกคนด้วย

'แล้วของฉันล่ะ…?'

ราอนเปิดหาข้อมูลที่เขียนเกี่ยวกับเขา

'มีความสามารถอย่างมากในวิชาดาบและหมัด มีการรับรู้มานาที่ยอดเยี่ยมแต่กำลังดิ้นรนกับการพยายามปลูกฝังออร่า จำเป็นต้องสอนเขาเรื่องคุณสมบัติ ต้องหาทางทำให้เขารู้สึกได้ถึงไฟ…'

ข้อมูลในนั้นมีรายละเอียดเยอะมาก แบบที่ว่ามากจนเกินไป ไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาทำถึงขนาดนี้

'อาจารย์ริมเมอร์…'

เขาคิดว่าริมเมอร์มักจะหาอะไรเล่นไปเรื่อยเหมือนคนขี้เกียจ แต่จริงๆ แล้วเขาสังเกตทุกๆอย่างอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ราอนยิ้ม ความรู้สึกนี้ทำให้หัวใจของเขารู้สึกอบอุ่นขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกแบบนี้…คือว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกที่ไม่ดี

เกินคาดนะเนี่ย

'ใช่ไหมล่ะ?'

แต่ข้าก็ยังไม่ชอบมัน  มันปลิ้นปล้อนและน่ารำคาญมาก

หลังจากที่ล้มเหลวในการยึดครองร่างราอน ราธก็เริ่มมองโลกในแง่ลบมากขึ้นไปอีก

มีครั้งหนึ่งที่มีมนุษย์หูแหลมและคนแคระเข้ามาในแดนปีศาจ มันวุ่นวายมาก ข้าก็เลยจัดการแช่แข็งพวกที่ชอบเล่นซุกซนให้หมด…

'แกพูดมากอีกแล้วนะ'

ราอนเคาะสร้อยข้อมือดอกไม้ แล้วหลังจากนั้นราธก็เงียบลง การต้องมารับมือกับความพูดมากของราชาแห่งแก่นแท้เป็นเรื่องยากเสมอ

หึ! ราชาแห่งแก่นแท้คือคำจำกัดความของความเงียบ เจ้ากำลังบอกว่าข้าพูดมากเกินไปทั้งๆที่ข้าเป็นราชาที่พูดน้อยที่สุดในบรรดาราชาแห่งปีศาจ แล้วอย่ามาพูดอะไรบ้าๆอีกเชียวนะ! คำว่าพูดมากเกินไปมันหมายความว่า...

'...อืม'

เขาตีสร้อยข้อมืออีกครั้งเพื่อทำให้ราธเงียบลง ทันใดนั้นริมเมอร์ก็กลับมาด้วยการกระโดดข้ามกำแพง

เขาไม่เข้าใจริมเมอร์จะกระโดดข้ามกำแพงทำไม ทั้งๆ ที่ประตูก็มี

“ราอน!”

ริมเมอร์เดินยิ้มแฉ่งเข้ามาหาเขา สีหน้าของเขายังมีความประหลาดใจหลงเหลืออยู่เล็กน้อย

“เธอควบคุมออร่าได้ยอดเยี่ยมมากถึงเธอจะพึ่งได้รับมัน… เพียงแต่ว่าเธอไม่จำเป็นต้องตั้งรับทุกการโจมตี หรือโยนดาบของเธอทิ้งไปหรอกนะ”

ริมเมอร์ยื่นมือมาแตะไหล่ของเขา

“...นั่นคือสิ่งที่คนเป็นอาจารย์ควรจะพูดน่ะ  อันที่จริงแล้วฉันพอใจกับการประลองนี้สุดๆ  อันดับแรกคือขอแสดงความยินดีที่ได้เป็นเด็กฝึกอันดับหนึ่งต่อไปนะ แล้วก็นี่…มันเป็นของเธอแล้ว”

ริมเมอร์เอากล่องไม้ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อของเขาออกมาแล้วยื่นให้ราอน มันคือยาอมฤตที่มาร์ธาต้องมอบให้เขา

“ขอบคุณนะครับ”

ราอนก้มหัวขอบคุณริมเมอร์แล้วยื่นมือออกไปรับน้ำอมฤต

“มันเป็นของเดิมพันระหว่างพวกเธอสองคนนี่นา จะมาขอบคุณฉันทำไมล่ะ”

"ไม่หรอกครับ ผมยังต้องขอบคุณคุณอยู่ดี”

นี่ไม่ใช่คำขอบคุณสำหรับยาอมฤต นี่เป็นการขอบคุณสำหรับการดูแลการฝึกซ้อมของเขาและการคอยให้คำแนะนำต่างๆ

แม้ว่าเขาจะชอบมาสายและค่อนข้างขี้เกียจก็ตาม แต่เขามักจะเข้ามาให้คำแนะนำที่เหมาะสม ในช่วงเวลาที่เขากำลังต้องการเสมอ

ถ้าไม่ใช่เพราะคำแนะนำของริมเมอร์ ตอนนี้เขาอาจจะยังไม่ได้รับ'หมื่นเปลวเพลิง'เลยด้วยซ้ำ

ในชีวิตที่แล้วเขาก็มีแต่ครูที่ฝึกสอนให้เขาเป็นสัตว์เลี้ยง เขาจึงคิดว่าริมเมอร์คู่ควรกับได้รับการยกย่องจากเขา

"เอาเถอะๆ"

ริมเมอร์หัวเราะแล้วมองราอนด้วยสีหน้าพึงพอใจ

“งั้นผมกลับก่อนนะครับ”

"เดี๋ยวก่อนสิ"

เขาแอบไขว้นิ้วชี้และนิ้วกลางเข้าด้วยกัน

“ฉันบอกเธอไว้แล้วไม่ใช่รึไงว่าเราต้องไปที่ๆหนึ่งด้วยกัน”

“ไปที่ๆหนึ่งเหรอครับ?”

“ก็ต้องไปที่ห้องประชุมในคฤหาสน์ของท่านเจ้าตระกูลไง”

ริมเมอร์ยิ้มเผล่และชี้นิ้วของเขาไปทางทิศตะวันตก

“ก็หัวหน้าตระกูลเรียกพบเธอยังไงล่ะ”

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 34

คัดลอกลิงก์แล้ว