เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 เมา

บทที่ 47 เมา

บทที่ 47 เมา


หลังจากตัดต่อตอนแรกเสร็จเรียบร้อย ทีมงานหลักก็ดูแล้วไม่พบปัญหาใดๆ จึงได้ส่งให้แผนกตรวจสอบ

เรื่องการตรวจสอบแทบจะไม่ต้องกังวลเลย เพราะโดยปกติแล้วมาตรฐานการตรวจสอบรายการช่วงดึกจะค่อนข้างผ่อนปรน ยิ่งไปกว่านั้นเนื้อหาในตอนแรกก็ธรรมดามาก

ซาซากิ ทาคากิยังรู้สึกว่ามันจืดชืดเกินไป เดิมทีเขาอยากให้ฟูจิวาระ เคย์ เขียนเนื้อหาที่กล้าได้กล้าเสียกว่านี้ แต่ก็ถูกมิซูฮาระ ยูอิ ปฏิเสธ

เรื่องนี้ทำให้ซาซากิ ทาคากิไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เขารู้สึกว่ามิซูฮาระ ยูอิ เก่งทุกอย่าง ทั้งอดทนและมีความสามารถ แต่กลับมีความยับยั้งชั่งใจมากเกินไป

ในด้านการผลิตรายการค่อนข้างจะมีนิสัยรักความสะอาด ซึ่งในฐานะผู้หญิงอาจจะเป็นข้อดี แต่ในฐานะโปรดิวเซอร์อาจจะไม่ใช่ข้อดีก็ได้

นี่มันรายการช่วงดึกนะ! จะทำรายการให้ดูดีสุภาพไปทำไมกัน?

แต่มิซูฮาระ ยูอิ ก็ยังคงเป็นผู้รับผิดชอบหลัก มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดในทีม การตัดสินใจของเธอไม่มีใครสามารถล้มล้างได้

“ช่วงนี้เหนื่อยกันมากจริงๆ” มิซูฮาระ ยูอิ พูดกับทุกคน “ทุกคนพักผ่อนให้สบายสักสองวันเถอะ ไปพักร้อน ไปอยู่กับครอบครัว”

ซาซากิ ทาคากิ กล่าวว่า “อีกสองวันค่อยว่ากันดีกว่าไหมครับ? ในใจยังกังวลเรื่องเรตติ้งอยู่ ถ้าหยุดพักก็คงจะผ่อนคลายไม่ได้เต็มที่”

มิซูฮาระ ยูอิ ยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่ใช่แค่ให้พวกคุณพักร้อนนะคะ ร่างกายของฉันเองก็ใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้วเหมือนกัน อีกอย่างพอส่งฟุตเทจไปตรวจสอบแล้ว เรตติ้งก็ไม่ใช่สิ่งที่เราจะตัดสินใจได้แล้ว”

จริงๆ แล้วปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเรตติ้งมีเพียงสองอย่าง นอกจากเนื้อหาแล้วก็คือการประชาสัมพันธ์

แต่การหาทรัพยากรโฆษณาเป็นหน้าที่ของโปรดิวเซอร์ พวกเขาจะกังวลไปก็ไม่มีประโยชน์

แต่รายการการสังเกตการณ์มนุษย์ไม่ได้รับความสำคัญจากทางสถานีเท่าไหร่ ทรัพยากรโฆษณาที่หามาได้ก็คงต้องแล้วแต่ดวง

การติดโฆษณาตามสถานีรถไฟใต้ดินและป้ายรถเมล์เหมือนกับละครดังช่วงไพรม์ไทม์นั้นไม่ต้องคิดเลย และก็เป็นไปไม่ได้ที่จะจ้างดารามาประชาสัมพันธ์ อย่างมากก็ได้แค่ปล่อยตัวอย่างรายการการสังเกตการณ์มนุษย์ในช่วงประมาณห้าทุ่ม ซึ่งก็ถูกจำกัดเวลาไว้แค่สามสิบวินาทีเท่านั้น

ฟูจิวาระ เคย์ และคนอื่นๆ รู้สึกว่าที่มิซูฮาระ ยูอิ พูดมีเหตุผล จึงไม่ยืนกรานอีกต่อไป ต่างคนต่างแยกย้ายกันออกจากสตูดิโอ

ฟูจิวาระ เคย์ ก็กลับบ้านเช่นกัน ตอนนี้เขาย้ายบ้านมาอยู่ที่เขตมินาโตะแล้ว ห่างไกลจากคุณนายโยชิฮาระ ในที่สุดบ้านก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของความอบอุ่น

แม้ว่าจะยังคงตัวคนเดียว แต่พอกลับมาถึงบ้าน มองดูของตกแต่งในห้องก็รู้สึกอ้างว้างอยู่บ้าง ตอนที่นั่งอยู่บนโซฟาก็คิดขึ้นมาว่าถ้ามีคนอยู่เพิ่มอีกสักคนในบ้านก็คงจะดี

ดูเหมือนว่าแผลจะหายดีแล้ว ช่วงนี้เขาคิดถึงแอลกอฮอล์อย่างบ้าคลั่ง จึงไปซื้อเบียร์ดำมาสองสามกระป๋องที่ร้านสะดวกซื้อ แช่ไว้ในตู้เย็นจนเย็นเจี๊ยบ แล้วนั่งลงหน้าทีวี ตั้งใจว่าจะดูทีวีไปพลางดื่มเบียร์ไปพลาง เพลิดเพลินกับค่ำคืนที่แสนสบาย

แต่ร่างกายนี้คออ่อนจริงๆ ตับทำงานได้ไม่ดีเลย ดื่มไปได้แค่กระป๋องกว่าๆหน้าก็เริ่มร้อนผ่าว รู้สึกเมานิดๆแล้ว

ห้องที่หนาวเย็นภายใต้ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ดูเหมือนว่าจะ “อุ่น” ขึ้นมา

หลังจากดื่มเบียร์ไปอีกครึ่งกระป๋อง หูของฟูจิวาระ เคย์ ก็เหมือนจะได้ยินภาพหลอน แว่วเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดัง “ตึก ตึก ตึก” ฟังดูคุ้นๆ

เสียงนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พอมาถึงข้างๆ ฟูจิวาระ เคย์ เสียงก็หายไปทันที แทนที่ด้วยเสียงหายใจแผ่วเบา

ฟูจิวาระ เคย์ รู้สึกได้ว่ามีใครบางคนปรากฏตัวขึ้นข้างๆ เขาหันไปมองแล้วยิ้ม

“คุณมิซูฮาระ มาได้ยังไงครับ?”

มิซูฮาระ ยูอิ สวมชุดนอนสีดำ เผยให้เห็นเรียวขาทั้งสองข้างที่ขาวเนียน เธอหันมายิ้มให้กับฟูจิวาระ เคย์ แล้วยื่นมือออกมาจะสัมผัสเขา

ทว่าในขณะนั้นเอง ลมเย็นๆก็พัดเข้ามาจากหน้าต่าง กระทบตัวของฟูจิวาระ เคย์

ฟูจิวาระ เคย์ สะดุ้งเฮือก ความเมาหายไปกว่าครึ่ง ภาพหลอนตรงหน้าก็หายไปด้วย

“บ้าเอ๊ย...” ฟูจิวาระ เคย์ เหงื่อแตกเต็มหน้าผาก เขาก้มลงมองตัวเอง หน้าก็ยิ่งร้อนผ่าว

ดันฝันเปียกซะได้...แถมยังเป็นเพื่อนร่วมงานที่เจอกันทุกวันอีก...

นี่โชคดีที่อยู่บ้านคนเดียว ถ้าเกิดไปดื่มกับเพื่อนร่วมงาน คงจะขายหน้าแน่ๆ

ฟูจิวาระ เคย์ นึกถึงคำพูดของอาริมะ เคย์กะเมื่อตอนกลางวันขึ้นมา เขานั่งลงช้าๆ เอากระป๋องเบียร์ไปวางไว้ข้างๆ ไม่กล้าดื่มต่อแล้ว

อาริมะ เคย์กะที่น่ารังเกียจ...ทำลายสมาธิของฉัน...

......

“ฮัดชิ้ว!!” อาริมะ เคย์กะจามออกมาอย่างแรงสองครั้ง

เธอลุกขึ้นไปปิดหน้าต่าง แล้วกลับมานั่งบนโซฟา

ช่วงนี้เธอยุ่งมาก คืนนี้ในที่สุดก็มีเวลาว่างเสียที ถึงจะได้มีเวลาหยิบต้นฉบับพระอาทิตย์เที่ยงคืนออกมาอ่าน

เธอพลิกไปที่หน้าแรก เริ่มอ่านตั้งแต่ต้น

เพราะเคยอ่านมาก่อนแล้วจึงอ่านได้ค่อนข้างเร็ว จนกระทั่งถึงบทที่แปด ความเร็วก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ตัวอักษรของนิยายเรื่องนี้ชวนให้ดื่มด่ำมาก มันง่ายที่จะอินเข้าไปในเรื่อง เมื่อเรื่องราวดำเนินไป ปริศนาในช่วงครึ่งแรกของนิยายก็ค่อยๆ คลี่คลายออกมาทีละอย่าง โชคชะตาของตัวละครที่น่าเศร้าก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

และเมื่อเธออ่านจบทั้งเล่ม ความรู้สึกว่างเปล่าก็ถาโถมเข้ามาในใจ ความรู้สึกเศร้าโศกเหมือนกับสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนาแน่นและแทงทะลุเข้าไปในหัวใจ

“เขียนได้ดีจริงๆ...” อาริมะ เคย์กะปิดนิยายลงช้าๆแล้วพูดด้วยความรู้สึกทึ่ง

ต้องยอมรับเลยว่าฟูจิวาระ เคย์ มีพรสวรรค์ในการสร้างสรรค์ที่ไม่ธรรมดาจริงๆ

นี่น่าจะเป็นนิยายที่ดีที่สุดที่เธอเคยอ่านมาในปีนี้ ไม่มีเรื่องไหนเทียบได้ สำหรับรสนิยมส่วนตัวของเธอแล้ว นิยายของมิยาโนะ มิกะ และวาตานาเบะ อิเคชิน เทียบกับพระอาทิตย์เที่ยงคืนเล่มนี้แล้วล้วนด้อยกว่าเล็กน้อย

เธอถึงกับมีความคิดหนึ่งในใจว่า เมื่อพระอาทิตย์เที่ยงคืนเล่มนี้วางขายอย่างเป็นทางการ อาจจะเกิดกระแสคลั่งไคล้ในวงการวรรณกรรมก็เป็นได้

…...

ในที่สุดก็ถึงเวลาออกอากาศอย่างเป็นทางการของรายการการสังเกตการณ์มนุษย์แล้ว

ช่วงไพร์มไทม์ของวันนั้นเป็นละครแนวสืบสวนสอบสวน ซึ่งมีเรตติ้งอยู่ในระดับปานกลาง ช่วงนี้มิซูฮาระ ยูอิไปสถานีโทรทัศน์ฟุคุยามะทุกวัน ก็เพื่อที่จะให้ได้โฆษณาสามสิบวินาทีในช่วงไพรม์ไทม์ในวันแรกที่ออกอากาศ

การถูกปฏิเสธก็เป็นเรื่องปกติ โฆษณาช่วงไพรม์ไทม์ก็เหมือนกับหน้าร้านในกินซ่า ทุกวินาทีมีค่าดั่งทอง จะมาให้รายการวาไรตี้ช่วงดึกที่ไม่เป็นที่รู้จักได้ยังไง?

มิซูฮาระ ยูอิ ก็ไม่ท้อแท้ เธอยังคงพยายามหาทรัพยากรประชาสัมพันธ์จากทางสถานีโทรทัศน์อย่างไม่ลดละ

เหมือนกับผู้เล่นที่พยายามจะพิชิตด่านที่ยากลำบาก ในที่สุดสถานีโทรทัศน์ฟุคุยามะก็ยอมให้โฆษณาของพวกเขาแทรกหลังละครช่วงสามทุ่มของวันแรกที่ออกอากาศ

มิซูฮาระ ยูอิ ขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วกลับมารายงานข่าวดีนี้ให้คนอื่นๆ ในทีมงานหลักฟัง

ฟูจิวาระ เคย์ ก็ประหลาดใจมาก เดิมทีเขาไม่ได้หวังอะไรกับทรัพยากรประชาสัมพันธ์ของรายการการสังเกตการณ์มนุษย์เลย ไม่คิดว่ามิซูฮาระ ยูอิจะมีความสามารถขนาดนี้ ทำในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ ทรัพยากรโฆษณาที่มีค่าขนาดนี้เธอก็ยังหามาได้

เกิดมาเพื่อเป็นโปรดิวเซอร์จริงๆ...

ในวันแรกที่ออกอากาศ ทีมงานหลักนัดกันไปที่อิซากายะ เพื่อดื่มเหล้าไปพลางดูรายการเปิดตัวไปพลาง

นิชิมูระ ทาโร่ พูดอย่างเสียใจว่า “ขอโทษนะครับทุกคน ช่วงนี้เหนื่อยมากจริงๆ ผมอยากจะกลับบ้านไปพักผ่อนก่อน”

ทุกคนมองไปที่ขอบตาดำคล้ำของเขา ซึ่งดูน่าสงสารมาก แน่นอนว่าพวกเขาคงจะไม่บังคับ

ชั่วโมงการทำงานของนิชิมูระ ทาโร่ก็ไม่ได้นานไปกว่าพวกเขา แต่เขากลับมีหน้าตาเหมือนกับคนไม่ได้นอนมาตลอดเวลา ถ้าจะบังคับให้เขานั่งเป็นเพื่อนก็คงจะรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย

ดังนั้นมิซูฮาระ ยูอิจึงปล่อยให้เขากลับไปก่อน ทีมงานหลักที่เหลืออีกสี่คนหาร้านอิซากายะใกล้ๆบริษัทโปรดักชั่น เข้าไปในห้องส่วนตัว แล้วเริ่มดื่มไปพลางดูไปพลาง

คนไม่กี่คนนั่งอยู่ในห้องส่วนตัว ดื่มไปคุยไป มิซูฮาระ ยูอิ นั่งอยู่ข้างๆ ฟูจิวาระ เคย์ ทำให้เขาไม่ค่อยกล้าจะแตะต้องเหล้าเท่าไหร่

พวกเขาดูกันที่ละครสืบสวนสอบสวนช่วงสามทุ่มก่อน หลังจากละครหนึ่งชั่วโมงจบลง ตัวอย่างของรายการการสังเกตการณ์มนุษย์ก็โผล่ขึ้นมา

เสียงผู้บรรยายที่ทรงพลังดังขึ้นพร้อมกับภาพ “ลูกชายพาแฟนสาวที่กินจุกลับบ้าน พ่อแม่จะมีปฏิกิริยาอย่างไร?”

จิบะ ชินอิจิกำลังก้มหน้าพิมพ์คอมพิวเตอร์อยู่ ได้ยินเสียงจากทีวีก็เงยหน้าขึ้นมาดู เห็นว่าเป็นตัวอย่างรายการวาไรตี้ก็ก้มหน้าลงไปอีกครั้ง

นิ้วมือพิมพ์บนคีย์บอร์ดอย่างงุ่มง่าม บทวิจารณ์ภาพยนตร์ก็ปรากฏขึ้นมาในเอกสารอิเล็กทรอนิกส์

จบบทที่ บทที่ 47 เมา

คัดลอกลิงก์แล้ว