เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ARI ตอนที่ 5 ใช้เวทมนตร์ (1)

ARI ตอนที่ 5 ใช้เวทมนตร์ (1)

ARI ตอนที่ 5 ใช้เวทมนตร์ (1)


เขาวางแผนจะเดินทางตรงไปที่โรงประมูลเลย

ไม่ว่าเครื่องเคลือบลายครามมันจะผ่านอะไรมาก่อน แต่ตอนนี้พวกมันก็ได้มาอยู่ในมือของเขาแล้ว เขาไม่ได้อยากจะไปรบกวนธุรกิจของคนอื่น บวกกับเขาไม่อยากจะป่าวประกาศไปทั่วว่าเขานั้นมีพวกมันอยู่ในมือ

“อืมม....ฉันรู้ตัวว่าไม่ควรทำแบบนี้ แต่ว่ามัน....”

เขารู้ว่าเขาไม่ควรทำแบบนี้ แต่เขาก็ผ่านโรงประมูลของเกาหลีซึ่งเป็นจุดหมายของเขา และเดินลึกเข้าไปในอินซาดง

เขาต้องการเห็นหน้าของพวกที่กล้าเล่นตลกกับวัตถุโบราณอันมีค่าของบรรพบุรุษ

“นี่มัน-?”

ที่ชั้นหนึ่งของอาคารเก่าเขาเห็นป้ายเขียนว่า ‘หน่วยงานประเมินราคาชอนจิน’ ติดอยู่ มันทำให้เขาสงสัยในความคิดของเขาขึ้นมาอีกครั้ง แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ตัดสินใจเดินเข้าไปในอาคารอยู่ดี

กริ๊ง....

เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไป กระดิ่งที่ถูกแขวนเอาไว้มันก็ส่งเสียงดังกังวานทันที

“ยินดีต้อนรับค่ะ คุณมาที่นี่เพื่อที่จะมาประเมินราคาใช่ไหมคะ?”

ผู้หญิงในวัยสามสิบกลางๆมองมาที่แฮจินแล้วยิ้ม

เธอสวยมากจนดูไม่เหมาะกับที่ที่มีแต่ของเก่าๆแบบนี้ ผู้หญิงคนนี้ดูเหมือนพนักงานของบริษัทใหญ่ๆมากกว่า

“ใช่แล้วครับ ผมมาที่นี่เพราะอยากจะให้ประเมินเครื่องเคลือบลายครามสีขาว” แฮจินพูด

“เครื่องเคลือบลายครามสีขาว? โอ้.... .คุณช่วยรอสักครู่ได้ไหมคะ? รับกาแฟด้วยไหมคะ?”

“ผมยังไงก็ได้ครับ”

เธอเปิดประตูและกลับมาพร้อมกับกาแฟหนึ่งแก้วมอบให้แฮจิน

ประมาณสิบนาทีต่อมาแฮจินก็ถูกเชิญให้เข้าไปข้างใน

“โอ้ เป็นCEOหนุ่มนี่เอง มาสิมานั่งตรงนี้เลย... นี่คือเพื่อนของฉันเอง เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เก่งมาก ดังนั้นไม่ต้องกังวลและเอาของออกมาได้เลย”

“หืมม... โอเค”

ชายที่ทักทายแฮจินอย่างอบอุ่นมีอายุประมาณ50ตอนต้น เขาสวมชุดฮันบกที่ดูทันสมัย และเขาก็ดูคุ้นเคยเหมือนเคยเจอกันมาก่อน

ถ้าชายคนหนึ่งที่ทำงานในอินซาดงดูจะเคยเจอกับแฮจินมาก่อน งั้นมันก็มีความเป็นไปได้เดียวนั่นคือ แฮจินเคยพบกับชายคนนี้เมื่อตอนที่เขาทำงานกับพ่อของเขา

“วันนี้คุณเอาเครื่องเคลือบลายครามสีขาวมาให้ทางเราประเมินใช่ไหมครับ? ปัจจุบันหลายคนก็นำมันมาให้เราประเมินเช่นกัน เครื่องเคลือบลายครามสีขาวโดยพื้นฐานเป็นเพียงแค่ชามสีขาว ดังนั้นมันจึงค่อนข้างยากที่จะประเมินมัน นอกเสียจากว่าคุณจะเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ”

เขาเริ่มแผนการของเขาก่อนที่แฮจินจะนำเครื่องเคลือบลายครามสีขาวอออกมาซะอีก ชายในวัย40ที่นั่งอยู่ถัดจากเขายิ้มแปลกๆ และคอยมองแฮจินสลับกับผู้ประเมินไปมา

ตอนที่แฮจินพบกับคนจากอินซาดงพร้อมกับพ่อของเขา ในตอนนั้นเขายังเด็กกว่านี้มาก เนื่องจากเขาใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ถ้าหากไม่นับคนที่ออกสำรวจสุสานพร้อมกับพ่อของเขาแล้วละก็ มันก็มีน้อยคนนักที่รู้จักใบหน้าของแฮจิน

แฮจินต้องเคยเจอชายคนนี้บ่อยแน่ๆ เมื่อครั้งที่เขาเดินทางมาที่อินซาดงกับพ่อของเขาเพื่อเรียนรู้ พวกเขาไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น ดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะปล่อยอีกฝ่ายไปง่ายๆ

จากนั้นเขาก็วางภาชนะบรรจุน้ำขนาดเล็กลงบนโต๊ะและค่อยๆแกะห่อของมันออก

ไม่นานเครื่องเคลือบลายครามสีขาวราวกับหิมะที่ระบายด้วยสีน้ำเงินที่อยู่ข้างในก็เผยโฉมของมันออกมา

“จริงสิผมยังไม่ได้รู้ชื่อของคุณเลย ชื่อของคุณคงจะไม่ไช่ชอนจินหรอกใช่ไหม?” แฮจินถาม

เขาเห็นผู้ประเมินราคาสะดุ้งก่อนที่จะตอบกลับมา “นะ-แน่นอนว่าไม่ใช่อยู่แล้ว ผมชื่อแกง ชอลซาง ทุกคนในอินซาดงต่างก็รู้จักผม อย่างไรก็ตาม... นี่มันค่อนข้างแปลก ผมรู้สึกราวกับว่าพึ่งเห็นของชิ้นนี้ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน”

“จริงเหรอ? ความจริงแล้ววันนี้ผมค่อนข้างโชคดีที่ซื้อมันมาได้ ผมคิดว่ามันน่าจะมีราคาอยู่บ้างเลยกะว่าจะให้ที่นี่ประเมินราคาให้”

“คุณซื้อมันวันนี้เหรอ? จาก....”

“จากชายแก่คนหนึ่งน่ะ เขาบอกว่าของที่ดูมีราคาพวกนี้มันเป็นของปลอมทั้งหมดและเอาแต่ถอนหายใจ เมื่อได้ยินดังนั้นผมจึงซื้อมันทั้งหมดในราคาชิ้นละ1,000,000วอน เพราะผมคิดว่ามันมีค่ามากกว่านั้น”

“ชิ้นละ1,000,000วอน?”

ชอลซางตกใจ ตอนนี้เขาคงรู้สึกเหมือนแฮจินขโมยสิ่งที่ควรจะเป็นของเขาไป

“ใช่แล้วละ ผมแค่อยากจะลองเสี่ยงดวงดูและจ่ายไป5,000,000วอน”

“…….”

ชอลซางและชายที่นั่งอยู่ข้างๆจ้องไปที่เครื่องเคลือบลายครามสีขาว พวกเขาดูไม่มีความสุข

หลังจากนี้พวกเขาจะทำอะไรต่อ? พวกเขาจะยืนยันว่ามันเป็นของปลอมเหมือนเดิม? หรือพวกเขาจะแสดงความจริงใจต่อเรื่องนี้โดยการยืนยันว่าเครื่องเคลือบลายครามสีขาวดอกน้ำเงินเป็นของจริง?

จริงๆแล้วมันก็ไม่มีอะไรที่เขาสามารถทำอะไรได้ ถ้าพวกเขาเอาแต่อ้างว่ามันเป็นของปลอม เพราะเครื่องเคลือบลายครามสีขาวมันไม่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้

พวกเขาทำได้เพียงแค่คาดเดาช่วงเวลาที่มันถูกทำขึ้นโดยดูจาก รูปร่าง สี และลวดลายเท่านั้น

ดังนั้นแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญบางครั้งก็สามารถพลาดกันได้

แม้ว่ามันจะมีบางอย่างที่ต่างกัน แต่ก็สามารถดูตัวอย่างได้จากภาพที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางที่ชื่อว่า ‘Painting of a Beautiful Woman’ ที่ถูกวาดโดย ชอน กยองจา

แม้ว่าศิลปินท่านนี้จะบอกว่าไม่ได้เป็นคนวาดมันขึ้นมา แต่ผู้เชี่ยวชาญกลับยืนยันว่าเธอเป็นคนวาด แล้วใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายถูก?

ด้วยเหตุนี้เองแฮจินจึงไม่สามารถฟ้องร้องชอลซางได้ แม้ว่าเขาจะยังคงยืนกรานว่าเครื่องเคลือบลายครามนั้นเป็นของปลอมก็ตาม

“น่าเศร้านะครับ แต่ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นของจริง”

“คุณมั่นใจ?”

“ก่อนอื่นคุณจำเป็นต้องรู้บ่างสิ่งก่อน คนส่วนมากที่ไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องเครื่องเคลือบนั้นนักมักจะคิดว่าเครื่องเคลือบลายครามสีขาวดอกน้ำเงินนั้นสวยเพราะสีที่ระบายอยู่บนตัวมัน ดังนั้นมันจึงมีการปลอมแปลงจำนวนมาก เมื่อตัดสินจากสีและลวดลายของมันแล้ว ผมคิดว่ามันน่าจะมาจากช่วงยุคตอนกลางถึงปลายของสมัยโชซอน อย่างไรก็ตามสภาพของมันนั้นดีเกิดไปเมื่อคิดว่ามันมาจากช่วงเวลานั้น แล้วคุณเห็นตัวหนังสือที่เขียนอยู่ด้านล่างนี่ไหม?”

“ครับ มันเขียนว่า ‘ปาร์ค’”

คำที่เขียนอยู่ข้างใต้เครื่องเคลือบ มันจะต้องเป็นนามสกุลของช่างฝีมือที่สร้างมันขึ้นมา

“ช่างฝีมือในช่วงยุคโชซอนพวกเขาจะไม่สลักชื่อของตนเองลงบนเครื่องเคลือบลายครามสีขาว เนื่องจากพวกเขาให้ความสำคัญกับการไม่เปิดเผยตัวตน”

จากนั้นผู้เชี่ยวชาญก็เงียบ

ด้วยเหตุผลแค่นี้งั้นเหรอที่ทำให้มันเป็นของปลอม? แฮจินเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา

เหตุผลที่เครื่องเคลือบลายครามชิ้นนี้มันยังอยู่ในสภาพดี ก็เพราะมันถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีโดยไม่ได้สัมผัสกับอากาศ ยิ่งไปกว่านั้นแม้ว่าโดยปกติแล้วช่างฝีมือจะไม่สลักชื่อของตัวเองลงบนเครื่องเคลือบลายครามสีขาว แต่นั่นมันก็หมายความว่าของที่แฮจินครอบครองอยู่มันหายากยิ่งกว่า

ผู้ประเมินคนนี้คงต้องการที่จะหาเหตุผลอื่นมายืนยันว่ามันเป็นของปลอม แต่เขาก็ไม่สามารถหาได้ แฮจินมีความคิดที่จะแย้งเขากลับไป อย่างไรก็ตามเขาก็ตัดสินใจหยุดตัวเองเอาไว้

เขาไม่ต้องการยอมรับอย่างเปิดเผยว่าเขากำลังจะทำกำไรได้มหาศาล

แต่เขาไม่สามารถถอยกลับได้อีกแล้ว เพราะคาถามันยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเขา

เขารู้ตัวว่ามันกำลังจะออกมาเนื่องจากความเจ็บปวดที่กำลังเพิ่มมากขึ้นในทุกขณะ ในท้ายที่สุดแล้วเขาก็ถูกบังคับให้ใช้เวทมนต์

เขาเริ่มบันทึกเสียงด้วยโทรศัพท์ของเขา ขณะที่เอานิ้วจุ่มลงไปในน้ำที่อยู่บนโต๊ะ จากนั้นเขาก็โบกมือ

“งั้นมันก็เป็นของปลอมใช่ไหม?”

“อ่า.... มันต้องเป็นข่าวร้ายสำหรับคุณแน่ๆที่ซื้อมันมาในราคาชิ้นละ1,000,000วอน อย่างไรก็ตามผมกล้ายืนยันเลยว่ามันเป็นของปลอมแน่นอน”

“คุณแน่ใจ?”

แฮจินโบกมือเพื่อวาดรูปแบบที่เขาต้องการขณะท่องคาถาอย่างเงียบๆ จากนั้นเขาก็รู้สึกราวกับว่ามีบางอย่างออกมาจากอกของเขา

เขารู้สึกอยากจะอาเจียน ในขณะที่หัวของเขาตอนนี้กำลังปวดอย่างบ้าคลั่ง

“ขอโทษนะครับ? เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ?”

“ไม่มีอะไรหรอกครับ อืมม... ตกลงมันเป็นของปลอมจริงๆใช่ไหม?”

เขาตกใจและค่อนข้างกลัว เขากลัวว่าเขาอาจจับหน้าอกของตัวเองและล้มลง แต่ในเวลาเดียวกันเขาก็อยากจะรู้ว่าคาถามันใช้ได้ไหม

“ไม่ มันเป็นของจริง” ใบหน้าของชอลซางเปลี่ยนเป็นสีแดงหลังจากที่เขาพูดคำนั้น

“อะไรนะ?”

“เอ่อ? นั่นนายกำลังพูดอะไร?”

ชายที่นั่งอยู่ข้างๆเขาก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน เขาถึงกับยืนขึ้นเลยทีเดียว แต่เมื่อเทียบกันแล้วแฮจินกลับรู้สึกประหลาดใจมากกว่า

“จริงเหรอ? มันเป็นของจริงใช่ไหม?”

“มะ-มันเป็นของจริง” ชอลซางไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เขามองไปที่ผู้ชายที่อยู่ข้างๆเขา และร้องไห้ออกมา

“แล้วทำไมก่อนหน้านี้คุณถึงบอกผมว่ามันเป็นของปลอมละ?”

“เพราะว่าฉันเคยบอกว่ามันเป็นของปลอมมาก่อน! เพื่อหลอกชายชราที่โง่เขลาคนนั้น!”

เขาอยากจะแก้ตัว แต่ปากของเขามันก็ยังคงพูดในสิ่งที่เขาไม่ต้องการออกมา เขาตื่นตระหนก กรีดร้องและคร่ำครวญ แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่สามารถพูดสิ่งที่เขาต้องการพูดออกมาได้

“ฮะฮา!”

แม้ว่าแฮจินจะเป็นคนที่ใช้เวทมนตร์ แต่เขาก็ทำได้แค่หัวเราะแบบแห้งๆเท่านั้น ของแบบนี้มันจะไปเรียกว่าเวทมนต์ได้ยังไง มันเหมือนกับคำสาปมากกว่า

“เกิดอะไรขึ้น? นายบ้าไปแล้วรึไง?”

ชายคนนั้นคว้าตัวชอลซางและเขย่าเขา

“เชี่ย! ฉันก็ไม่รู้! มันมีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับฉัน!”

“งั้นแปลว่าคุณหลอกเจ้าของเดิมสินะ ผมจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปเฉยๆแน่”

แฮจินเอาโทรศัพท์ของเขาขึ้นมาเพื่อที่จะแสดงให้พวกเขาได้เห็นว่าเขาอัดทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว

ใบหน้าของพวกเขาทั้งคู่ก็ซีดลง ผู้ประเมินตอบกลับมา “มันเป็นความผิดของเขาทั้งหมด! เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรมันค่า! ถ้าฉันบอกเขาไปว่ามันเป็นของจริง คุณคิดว่าจิ้งจอกเฒ่าแบบนั้นมันจะยอมขายให้ฉันงั้นเหรอ? เขาไม่สมควรได้รับมันตั้งแต่แรกเลยด้วยซ้ำ!”

“หยุดเถอะ! ได้โปรด!”

ชายคนนั้นพยายามหยุดชอลซาง แต่สุดท้ายความจริงก็ยังคงออกมาจากปากของเขาอยู่ดี

“ผมเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว งั้นก็ลาก่อนนะครับ”

แฮจินหยิบเครื่องเคลือบลายครามขึ้นมาก่อนที่เขาจะพยายามควบคุมขาที่กำลังสั่นของเขาและเดินออกจากที่นี่ไป ตอนนี้ร่างกายของเขามันไม่มีแรงเหลืออยู่เลย บางทีเขาอาจจะคิดถูกแล้วก็ได้เรื่องที่ว่ามันเป็นคำสาป เพราะว่าเขาพึ่งจะสาปชายคนนั้นไปเมื่อกี้นี้เอง

“อึก.....”

ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เอาตัวพิงกำแพงแล้วอาเจียนมันออกมา

คาถาที่เขาพึ่งใช้ไปนั้นมันมีพลังที่ทำให้คนที่โดนพูดแต่ความจริงออกมา มันเป็นหนึ่งในคาถามากมายที่เขารู้ ตอนแรกเขาก็คิดว่ามันน่าจะสนุกดี แต่......

เขาควรจะวาดคาถาด้วยเลือด อย่างไรก็ตามเขากลับใช้น้ำแทนเพื่อให้ผลของมันอ่อนลงและอยู่ได้ไม่นานซึ่งดีแล้ว

แม้ว่าจุดหมายของเขามันจะอยู่ไม่ไกล แต่เขาก็เลือกที่จะนั่งแท็กซี่กลับแทน ตอนแรกเขาวางแผนว่าจะไปที่โรงประมูลต่อทันที แต่ตอนนี้เขารู้สึกแย่มากๆ เขาสงสัยเลยด้วยซ้ำว่าเขาควรจะไปที่โรงพยาบาลดีไหม

เขาล้มตัวลงนอนบนเตียงโดยไม่คิดแม้แต่จะอาบน้ำเพราะตอนนี้เขารู้สึกทั้งเวียนหัวและอ่อนแอ

เขาเพียงแค่นอนอยู่ตรงนั้นโดยไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ เขายิ้มออกมา มันทั้งแปลกและประหลาด แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกดี เขานั้นรู้อยู่แล้วว่าอินซาดงมันเต็มไปด้วยพวกนักต้มตุ๋น แต่เหตุผลหลักๆที่ทำให้ทุกคนคิดว่าผู้ค้าโบราณวัตถุเป็นพวกหลอกลวงเพราะการมีอยู่ของคนอย่างชอลซาง

การที่ได้ลงโทษพวกที่ฉ้อโกงแบบนี้นั้นมันทำให้เขารู้สึกดีมาก มันแตกต่างจากความสุขที่เขาเคยรู้สึกเมื่อต้องทำงานเพื่อแลกเงิน

เขามักจะรู้สึกว่าตัวเขาเองมีบาปติดตัวอยู่เสมอ เพราะพ่อของเขาที่เป็นคนปล้นสุสาน แต่บางทีตอนนี้เขาก็สามารถทำสิ่งที่ถูกต้องได้ด้วยพลังและความรู้ที่เขาเพิ่งได้รับมา

เขาคิดต่อไปอีกสักพักก่อนที่จะหลับไปหลังจากนั้นไม่นาน

“……”

เมื่อเขาลืมตาขึ้นมา เขาก็เห็นว่าข้างนอกมันยังคงสว่างอยู่ อย่างไรก็ตามเมื่อเขามองไปที่นาฬิกา เขาก็พบว่าตอนนี้มัน8โมงแล้ว

“ฮะ? นี่ฉันหลับข้ามวันเลยงั้นเหรอ?”

วันที่ในโทรศัพท์ของเขามันบอกว่าเป็นวันถัดไป น่าแปลกที่แฮจินหลับไปนานกว่า16ชั่วโมง

ในขณะที่ลุกขึ้นจากเตียงเขาก็กระโดดเบาๆพร้อมกับส่ายแขน น่าแปลกที่ร่างกายของเขามันเต็มไปด้วยพลัง ความว่างเปล่าที่เขาเคยรู้สึกตอนนี้มันได้ถูกแทนที่ด้วยพลังงานลึกลับ

“เฮ้อ....ดูเหมือนว่าฉันจะติดกับเข้าซะแล้วสิ”

พลังแปลกๆนั่นมันทำให้เขากลัว เขารู้สึกราวกับว่าตอนนี้เขามีพลังปีศาจอยู่ในร่างกายของเขา

เขาเดินวนไปมาในห้องอยู่พักหนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถคิดแผนที่ดีได้ เป็นเพราะเขารู้สึกได้ว่าความเจ็บปวดมันลดลงอย่าวมากระหว่างความฝันเมื่อคืน

อาการเจ็บมันจะแย่ลงกว่านี้อีกไหมถ้าอยู่ๆฉันก็หยุดใช้เวทมนต์? ก็อาจจะ

แต่ถ้าเกิดว่ามันไม่ใช่คำสาปขึ้นมาล่ะ? ถ้าเป็นแบบนั้นจริงมันคงจะคุ้มค่าเสียยิ่งกว่าการถูกลอตเตอรี่

เขาตัดสินใจที่จะทำตามแผนเดิมของเขานั้นก็คือเดินทางไปยังโรงประมูล เขาอาบน้ำใส่เสื้อผ้า และเดินออกจากโรงแรม

โรงประมูลเกาหลีมันตั้งอยู่ถัดจากอินซาดง ที่นี่มันเป็นโรงประมูลวัตถุโบราณที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี คนรวยส่วนใหญ่ได้รับวัตถุโบราณมาจากข้างในนั้น แน่นอนว่าคนที่ร่ำรวยยิ่งกว่าพวกเขามาก อย่างคนที่ถูกเรียกว่ามหาเศรษฐี พวกเขานั้นมีวิธีอื่นๆอีกมากมายเพื่อให้ได้รับสิ่งที่พวกเขาต้องการ

“ยินดีต้อนรับเข้าสู่โรงประมูลเกาหลีค่ะ คุณเป็นสมาชิกของโรงประมูลเกาหลีรึเปล่าคะ”

ตอนนี้แฮจินตัดสินใจที่จะลืมเรื่องคำสาปไปก่อน

พ่อครับ ชีวิตต่อจากนี้ของผมมันจะดีขึ้นใช่ไหมครับ?

จบบทที่ ARI ตอนที่ 5 ใช้เวทมนตร์ (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว