เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 ผู้ใดที่เซรอนเกรงกลัว?

บทที่ 50 ผู้ใดที่เซรอนเกรงกลัว?

บทที่ 50 ผู้ใดที่เซรอนเกรงกลัว?


บทที่ 50 ผู้ใดที่เซรอนเกรงกลัว?

(**ผมขอเปลี่ยนAvlee 'เอลฟ์อาฟรี่' เป็น ‘เอลฟ์เอฟรี่’ นะครับ)

แม้ว่าอาณาเขตของเอลฟ์เอฟรี่จะมีต้นไม้อยู่ทุกหนทุกแห่งแต่หาพวกเขาจะนำต้นไม้ที่เพิ่งโค้นมาใช้งานแล้วนั้น พวกเขาก็จำเป็นต้องแปรรูปพวกมันเสียก่อน และนี่คือสาเหตุที่เซรอนสั่งให้รอยออกตาหาโรงเลื่อยไม้ในบริเวณนี้

รอยสุ่มเลือกทิศทางก่อนจะเดินนำออกไปทั้งยังบอกให้เสืออ้วนคอยระมัดระวังศัตรูระหว่างทาง จากนั้นรอยก็ถอดตัวออกมาเดินตามอย่างเงียบๆเพื่อครุ่นคิดถึงแผนการของเขา

รอยรู้สึกว่าสาเหตุที่หน่วยอัศวินเพกาซัสตัดสินใจเข้าโจมตีกองทัพปีศาจอย่างแลกชีวิตนั้นเป็นเพราะว่า อาจมีเมืองหรือป้อมปราการห่างออกไปไม่ไกลจากจุดนี้

และเมื่อเหล่าอัศวินเพกาซัสค้นพบว่ากองทัพปีศาจเดินทางมาพร้อมกับเครื่องมือโจมตีเมืองจำนวนมาก พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากพยายามสร้างความเสียหายให้มากที่สุดเพื่อถ่วงเวลาสำหรับเตรียมการป้องกันการรุกรานครั้งนี้

นี่เป็นตรรกะง่ายๆที่รอยไม่ต้องคิดมากรอยเชื่อว่าเซรอนน่าจะทราบถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน การที่เซรอนไม่เลือกเดินทัพต่อไปแต่เขากลับหยุดการเดินทัพเพื่อซ่อมแซมเครื่องมือโจมตีเมืองที่เสียหายนั่นหมายความว่าเซรอนคงมีความตั้งใจที่จะทำลายเมืองอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่สิ่งที่รอยต้องการให้เกิดขึ้น รอยไม่ได้กังวลว่าพวกเอลฟ์จะล้มตายไปมากเพียงใดแต่เขาไม่ต้องการให้กองทัพของเอลฟ์มาให้ความสำคัญกับการปกป้องเมืองของพวกเขา

จากสถานการณ์ปัจจุบันกองทัพเอลฟ์ยังคงไม่ทราบถึงแผนการที่แท้จริงของกองทัพปีศาจ พวกเขาคงคิดว่าปีศาจเพียงแค่เข้ามารุกรานดินแดนของพวกเขาเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นเซรอนและพรรคพวกมีเป้าหมายหลักก็คือการสังหารราชินีมังกรทองที่เป็นกำลังรบที่ทรงพลังที่สุดแทน

หากเหล่าเอลฟ์ยังคงคาดการ์ณผิดต่อไปแล้วละก็พวกเขาจะกระจายกำลังกองทหารออกไปตามเมืองต่างๆเพื่อป้องกันการรุกราน ซึ่งผลที่จะตามมาก็จะทำให้การปกป้องของราชินีมังกรทองอ่อนแอลงและเมื่อถึงเวลานั้นมีความเป็นไปได้มากว่าพวกเขาอาจถูกทำลายโดยกองทัพปีศาจ

ด้วยเหตุนี้แล้วรอยจึงรู้สึกว่าเขาต้องทำให้พวกเอลฟ์ตระหนักถึงเรื่องนี้

อย่างไรก็ตามปัญหาคือตัวเขานั้นเป็นปีศาจ และถ้าเขากล้าปรากฏใกล้กับเมืองของเอลฟ์แล้วละก็เขาคงจะถูกยิงจะพรุนโดยไม่มีโอกาสได้พูดอะไรซักคำ

ในสายตาของสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาต่างก็มองว่าปีศาจคือเครื่องหมายของการโกหกและความชั่วร้าย แม้ว่าบางครั้งปีศาจจะพูดความจริงแต่คำพูดของปีศาจก็จะถูกละเลยอย่างแน่นอน

ในโลกใบนี้นั้นตัวตนของทุกสิ่งมักถูกตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอกอยู่เสมอ..

รอยหันไปรอบๆขณะที่เขาคิดว่าตัวเขายังคงโชคร้าย ดูเหมือนว่าจะไม่มีโรงเลื่อยเลยซักแห่งในบริเวณนี้ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงเดินทางกลับไปก่อนที่จะออกค้นหาในทิศทางอื่น

เนื่องจากเขาไม่มี GPS เขาจึงไม่กล้าเสี่ยงเดินไปมั่วๆมากเกินไปและทำได้แค่เดินกลับไปที่ค่ายก่อนจะออกสำรวจอีกครั้ง

ในที่สุดขณะที่รอยออกบินสำรวจบนท้องฟ้าอยู่ซักพักในที่สุดก็พบโรงเลื่อยเสียที

นี่คือโรงเลื่อยที่อยู่ลึกเข้าไปในป่าและมันก็ซ่อนตัวอย่างมิดชิดมาก หากไม่สังเกตว่ามีบางส่วนหายไปบริเวณกลางป่าแล้วละก็รอยก็คงไม่สามารถหามันพบได้ และเนื่องจากมันถูกพรางตัวไว้อย่างดีโรงเลื่อยไม้แห่งนี้จึงไม่มีกองทหารประจำการอยู่เลย

เมื่อรอยและกลุ่มของเขามาถึงก็พบว่ามีคนตัดไม้ราวยี่สิบคนกำลังทำงานอยู่ ซึ่งพวกเอล์ฟตื่นตระหนกทั้งทีเมื่อพบเห็นกลุ่มของปีศาจเดินเข้ามาก่อนจะพากันวิ่งหลบหนีอย่างวุ่นวาย

อย่างไรก็ตามเฮลฮาวด์และปีศาจน้อยต่างทำหน้าที่ของพวกมันได้เป็นอย่างดี พวกมันระงับความกระหายเลือดในขณะที่ตามจับตัวกลุ่มช่างไม้มาได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ขย่ำพวกเขาต่างไปเสียก่อน

ในตอนท้ายกลุ่มคนงานกลุ่มนี้ก็ถูกจับมารวมตัวกันตรงหน้ารอยด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา

“ไม่กลัวไปตราบใดที่พวกเจ้าให้ความร่วมมือกับข้าก็จะไม่มีใครตาย” รอยพูดขณะมองลงไปที่กลุ่มคนตัดไม้

“ตอนนี้ที่นี้จะอยู่ภายใต้การปกครองของปีศาจข้าต้องการให้พวกแกทำงานต่อไป!”

แม้ว่ารอยจะพูดกับพวกเขาด้วยรอยยิ้มแต่คนตัดไม้เหล่านี้กลับหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

ด้วยความกลัวตายกลุ่มคนตัดไม้ทั้งหมดจึงอยู่ภายใต้การควบคุมของรอย และไม้ที่พวกเขาผลิตขึ้นมาก็ถูกถูกลากกลับไปที่ค่ายปีศาจโดยพวกเฮลฮาวด์สิบตัวและปีศาจตัวน้อยอีกยี่สิบตัว

ประสิทธิภาพการผลิตของคนงานเพียงไม่กี่คนมีไม่สูงนักเพราะทุกอย่างถูกทำด้วยมือโดยไม่ได้ใช้เครื่องจักร และก่อนที่จะผลิตไม้ได้อย่างเพียงพอรอยจำเป็นต้องรอยคอยอยู่ที่นี่

จากการสังเกตุของรอยพบว่ากลุ่มคนงานทั้งหมดเป็นเพียงแค่ชาวบ้านธรรมดา พวกเขาทั้งหมดเป็นเอลฟ์แต่ส่วนใหญ่สูงอายุแล้ว ซึ่งภายใต้การควบคุมของรอยได้ทำให้พวกเขากังวลมากจนมีคนงานบางคนเกือบหวาดกลัวจนเกือบหัวใจวาย

รอยไม่สนใจว่าพวกเขามีอาการอย่างไรเขาใช้นิ้วชี้ไปที่หัวหน้าคนงานก่อนจะเปิดปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวอันแหลมคม

“เจ้าเข้ามาหาข้า..”

หัวหน้าคนงานตกใจจนเนื้อตัวสั่นไปหมดขณะที่ค่อยๆเดินเข้ามา “ทะ.. ท่านปีศาจท่านต้องการอะไรหรือขะขอรับ”

“เจ้าอ่านเขียนได้หรือไม่?” รอยถาม

“ภาษาของพวกเจ้ารู้วิธีอ่านเขียนหรือไม่”

“นะ แน่นอนขอรับ!” หัวหน้าคนงานพยักหน้าอย่างรุนแรง

"ดี! ไปหาแผ่นกระดาษหรืออะไรที่ใช้เขียนตัวอักษรได้ออกมาจากนั้นเขียนสิ่งที่ข้าพูดเป็นภาษาของพวกเจ้า แล้วมีคำถามอะไรเพิ่มเติมไหม?" รอยถาม

“ไม่ขอรับ” แน่นอนหัวหน้าคนงานไม่มีคำถามใด เขาจะไม่มีข้อสงสัยใดๆตราบใดที่รอยยังไม่อยากกินเขา

หลังจากที่เอลฟ์นำกระดาษมาพร้อมกับปากกาขนนกรอยก็เริ่มพูด

“เขียนสิ่งนี้.. เหล่าเอฟลีผู้หยิ่งผยอง…”

เมื่อได้ยินประโยคแรกหัวหน้าคนงานก็เงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจขณะที่มองไปที่รอย นี่ปีศาจอย่างพวกเจ้าคิดว่าพวกเราเอฟรีเรียนหยิ่งผยองขนาดไหน? ชาวเอฟรีเรียนหยิ่งผยองเหมือนปีศาจรึเปล่า?

เมื่อพบกับการรอยจ้องมองอย่างเย็นชาของรอยหัวหน้าคนงานก็กลับมามีสติทั้งที่เหงื่อไหลพรั่ก เขารนลานขยับปากกาขนนกอย่างรวดเร็วเพื่อบันทึกคำพูดของรอย

“เหล่าเอฟรีเรียนผู้หยิ่งผยอง! เจ้ากล้าขวางทางกองทัพปีศาจที่ต้องการไปยังอาณาจักรเอราเทียได้อย่างไร? ตอนนี้ในนามของข้าปีศาจระดับสูงลอร์ดเซรอน ข้าขอประกาศในที่นี้ว่าข้าจะตัดสินให้เหล่าเอลฟ์เอฟรี่ทั้งหมดต้องตาย กองทัพปีศาจจะทำลายเมืองของพวกเจ้าและก่อนหน้านั้นพวกข้าจะสังหารราชินีแห่งมังกรทองที่น่ารังเกียจที่กล้าเข้ามาขัดขวางลงเสียก่อน ตราบใดที่พวกเจ้ายังคงยืนยันที่จะขวางทางกีบเหล็กของกองทัพปีศาจอินเฟอโน่การสังหารจะไม่หยุดลง! โลกทั้งใบจะต้องลุกเป็นไฟใต้กีบเท้าของข้า!”

รอยคิดสักครู่ก่อนจะเสริมในตอนท้าย

“ข้าคือปีศาจ!”

หัวหน้าคนงานสะดุ้งเมื่อเขาได้เสียงตะโกนสุดท้ายของรอย แต่เขาก็กัดฟันบันทึกคำพูดทั้งหมดของรอยเป็นภาษาเอลฟ์และในที่สุดเขาก็ยื่นมันให้กับรอยด้วยมือทั้งสองข้าง

รอยหยิบมันขึ้นมาและเห็นอักขระที่เขียนอย่างสวยงามเรียงตัวกันอยู่บนนั้น แม้เขาจะไม่รู้ว่าในนี้เขียนว่าอะไรแต่เขารู้ดีว่าหัวหน้าคนงานคงไม่กล้าเขียนอะไรพล่อยๆ

นี่เป็นจดหมายท้าทายที่รอยต้องการจะมอบให้กับเหล่าเอลฟ์ รอยแอบอ้างชื่อของเซรอนเพราะเขารู้ดีว่าพวกเอลฟ์จะไม่เชื่อถ้าหากรอยใช้ชื่อของตนแทน พวกเอลฟ์อาจคิดว่ามันเป็นแผนการหนึ่งของปีศาจที่ต้องการให้พวกเขามุ่งเน้นไปกับการป้องกันเมืองแทน

ดังนั้นรอยตั้งใจเขียนจดหมายท้าทายที่แสดงความหยิ่งยะโสของปีศาจ มีแค่เพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้เหล่าเอลฟ์ให้ความสำคัญกับมันเมื่อกองทัพของพวกเขาได้รับข้อความนี้

ทว่าปัญหาเดียวที่ก็คือเขาจะส่งจดหมายท้าทายฉบับนี้อย่างไรดี

จบบทที่ บทที่ 50 ผู้ใดที่เซรอนเกรงกลัว?

คัดลอกลิงก์แล้ว