เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49 ค้นหาโรงเลื่อย

บทที่ 49 ค้นหาโรงเลื่อย

บทที่ 49 ค้นหาโรงเลื่อย


บทที่ 49 ค้นหาโรงเลื่อย

ไซโคคิเนซิสมีความสามารถในการเข้าแทรกแซงการเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆผ่านทางจิตใจ ในทางทฤษฎีไม่ว่าจะเป็นวัสดุสิ่งของหรือสสารขนาดเล็กที่สามารถมองเห็นได้เพียงจากกล้องจุลทรรศน์ก็ล้วนแล้วแต่สามารถบงการควบคุมได้

แม้ว่ามวลของอากาศจะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแต่โมเลกุลของมันก็มีอยู่จริง ถึงแม้ว่ารอยจะไม่ถึงขั้นที่จะสามารถควบคุมโมเลกุลของอากาศด้วยพลังจิตของเขาได้โดยตรง แต่เขาก็สามารถใช้ทักษะอย่างหยาบๆเพื่อควบคุมเฉพาะพื้นที่บางส่วนและบีบอัดได้ซึ่งส่งผลให้เกิดเป็นเกราะป้องกันที่สร้างจากมวลของอากาศ

ด้วยเกราะป้องกันล่องหนเช่นนี้รอยจึงมีข้อได้เปรียบมากมายในการสนามรบที่วุ่นวายเช่นนี้ รอยต้องเข้าร่วมการต่อสู้ระยะประชิดเป็นหลักดังนั้นเขาจึงต้องเผชิญหน้ากับศัตรูจำนวนมากเข้าล้อมกรอบ ในสถานการณ์นี้แม้แต่การหน่วงเวลาเพียง 0.1 วินาทีจากการโจมตีของศัตรูก็ทำให้รอยมีเวลาตอบสนองมากขึ้น

ในขณะที่รอยพุ่งเข้าสู่การเข่นฆ่าศัตรูและรวบรวมวิญญาณที่กระจัดกระจายอยู่ใกล้ๆ นั้นหมายความว่ารอยยังต้องคอยระวังและตรวจสอบสถานการณ์ของเซรอนในขณะที่เขายังติดพันกับการต่อสู้

ตามที่รอยคาดเดาไว้ว่าเมื่อเซรอนเข้าสู่การต่อสู้ที่ดุเดือดเขาจะไม่เสียความสนใจไปกับสิ่งอื่นนอกเหนือไปจากการเข่นฆ่าศัตรูเขาได้แสดงออกถึงธรรมชาติของปีศาจอย่างชัดเจน เลือดที่สาดกระเซ็นอย่างต่อเนื่องในทุกทิศทางทำให้นัยน์ตาปีศาจของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดที่มองดูน่าขนลุก ในขณะที่เขากำจัดศัตรูได้เขาก็จะคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง

เซรอนคว้าจับวิญญาณที่ลอยออกมาจากอัศวินเพกาซัสคนหนึ่งที่เขาเพิ่งหักคอไปก่อนที่เขาจะอ้าปากกว้างและกลืนมันทันที รสชาติของความหวาดกลัวจากก้นบึ้งภายในจิตวิญญาณของอัศวินเพกาซัสได้เปลี่ยนเป็นรสชาติที่ยอดเยี่ยมที่ยังคงติดอยู่ในปากของเซรอน และมันยิ่งทำให้เขาเสพติดจนปรากฏความเคิบเคลิ้มอย่างสบายใจก่อนปีศาจร่างใหญ่ในเกราะเหล็กตนนี้ที่จะยกเคียวขึ้นและโบกไปมาเพื่อเริ่มเก็บเกี่ยวชีวิตศัตรูต่อไป

ใช่แล้วรอยหวังให้เซรอนรีบกลืนกินวิญญาณทันทีหลังจากที่เขาฆ่าเหยื่อไปแล้ว ในความเป็นจริงแล้วสาเหตุของมันไม่ได้มีเพียงแค่ช่องโหว่ในสัญญาที่เปิดทางให้เขาทำเช่นนี้ได้ตามต้องการ แต่ยังเป็นเพราะว่าหลังจากนี้จะมีปีศาจระดับสูงตนใหม่ที่อิกเนเซียสกำลังเชิญชวนมาเข้าร่วมแบ่งปันชิ้นเนื้อก้อนนี้อีก

เพื่อที่จะรับมือกับราชินีมังกรทองพวกของเซรอนจำเป็นต้องเชิญชวนปีศาจระดับสูงตนอื่นมาร่วมด้วย และเป็นที่แน่นอนว่ามันต้องมีราคาสำหรับการอัญเชิญปีศาจระดับสูงเหล่านี้มา เซรอนและปีศาจระดับสูงอีกสองตนคือ รัชก้าและอิกเนเซียสจำต้องยอมแบ่งปันวิญญาณร่วมกับปีศาจตนใหม่ ดังนั้นจากสถานการณ์นี้จึงยิ่งทำให้เซรอนรู้สึกว่าผลตอบแทนที่เขาจะได้รับย่อมต้องน้อยลงเขาจึงพยายามชดเชยส่วนนั้นโดยการกลืนกินวิญญาณในสนามรบแทน

ที่จริงตอนนี้เซรอนรู้สึกเสียใจเล็กน้อย เขารู้สึกเจ็บปวดที่ตนได้เผลอทำสัญญากับรอยที่เขาจำเป็นต้องจ่ายส่วนแบ่งถึง 10% เปอร์เซ็นต์ ในช่วงเวลานั้นเขาคิดว่าด้วยการพึ่งพาปีศาจระดับต่ำจำนวนมากเขาสามารถทำงานให้สำเร็จได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นเขาจึงคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะแสดงความใจกว้างโดยการให้โบนัสเล็กน้อยเพื่อดึงดูดปีศาจชั้นยอดอย่างรอย แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่าในเวลาต่อมาอิกนาเทียสและรัชกาจะมาพร้อมกับบอกถึงข่าวการปรากฏตัวของราชินีมังกรทอง

เมื่อเทียบกับอิกนาเทียสพวมถึงรัชก้าแล้ว ด้วยความจริงที่ว่าทั้งสองจพได้วิญญาณมากกว่าตนเซรอนก็เริ่มที่จะรู้สึกอึดอัด

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตอนนี้เซรอนพยายามชดเชยการสูญเสียดังนั้นเขาจึงต้องชดเชยโดยการใช้ประโยชน์จากสัญญาของรอย เขาต่อสู้และใช้มือคว้าวิญญาณเข้าปากอย่างตระกละโดยใช้โอกาสนี้ให้ได้มากที่สุดก่อนที่การต่อสู้จะสิ้นสุดลง

อย่างไรก็ตามเซรอนไม่ทราบเลยว่านอกจากรอยจะไม่รู้สึกแย่กับการกระทำของเขาแล้วแต่รอยกลับมีความสุขจากการที่เห็นเขากัดกินวิญญาณอย่างหิวกระหายแทน

กิน กินเข้าไปอีก! ฉันไม่เชื่อว่าแกจะจำได้ว่าตัวเองกินวิญญาณไปมากแค่ไหน!

ตอนนี้เหลืออัศวินเพกาซัสอยู่เพียงไม่กี่คนที่กำลังสู้อยู่กับเซรอนซึ่งหากพวกเขาถูกกำจัดทั้งหมดแล้วจำนวนของดวงวิญญาณที่ควรจะเท่ากับจำนวนของพวกเขาเกิดหายไปจำนวนหนึ่งแล้วละก็ เซรอนอาจจะค้นพบมันและทำให้รอยเกิดปัญหาได้ดังนั้นเขาจึงหยุดการเก็บเกี่ยววิญญาณใกล้ๆกับบริเวณนี้และอาศัยจังหวะก่อนที่เซรอนจะจบการต่อสู้ลงเพื่อใช้โอกาศที่เหลืออยู่ในการรับวิญญาณเพิ่มเติม

รอยถีบตัวออกไปก่อนจะคว้าเก็บดวงวิญญาณอย่างสบายใจ เขาเลือกพื้นที่ที่มีวิญญาณล่องลอยอยู่มากเป็นพิเศษจากนั้นก็วิ่งผ่านมันไปหลังจากที่เก็บเกี่ยววิญญาณมาจำนวนหนึ่ง และเมื่อเขาพบเจอกับอัศวินเพกาซัสที่รอดชีวิตอยู่เขาก็จะเข้าร่วมการต่อสู้อย่างรุนแรงทันที

รอยเปิดปากคำรามทำท่าว่าเขากำลังต่อสู้อย่างหนักหน่วงแต่จริงๆแล้วกลับกำลังแอบรวบรวมวิญญาณอยู่ใกล้ๆ ซึ่งจากการแสดงของเขาทำให้รอบสามารถรวบรวมวิญญาณได้เกือบสี่สิบดวงก่อนที่การต่อสู้จะสิ้นสุดลง

กองกำลังอัศวินเพกาซัสทั้งหมดถูกทำลายลงเนื่องจากพวกเขาต้องการแลกชีวิตกับเหล่าปีศาจ และแน่นอนว่าพวกปีศาจก็จะไม่แสดงความเมตตาใดๆต่อพวกเขา ดังนั้นจากจำนวนของอัศวินรวมถึงเพกาซัสที่ตายลงก็ทำให้มีดวงวิญญาณร่วมกว่าสองร้อยชีวิต

อย่างไรก็ตามแม้ว่าหน่วยอัศวินทั้งหมดจะเสียชีวิตในสนามรบแต่พวกเขาก็ได้สร้างความเสียหายอย่างมากให้กับกองทัพปีศาจของเซรอน อัศวินเพกาซัสถือเป็นทหารระดับกลางในหมู่เอลฟ์และพวกเขาก็ค่อนข้างอันตรายพอสมควร ในท้ายที่สุดเซรอนก็ได้สูญเสียปีศาจตัวน้อยไปมากกว่าร้อยตัวรวมถึงเฮลฮาวด์อีกหลายสิบแต่การสูญเสียครั้งใหญ่นั้นยังคงเป็นอุปกรณ์โจมตีเมือง

หน่วยอัศวินเพกาซัสได้ทำลายเครื่องยิงหินไปสิบเครื่องซึ่งมันเป็นจำนวนกว่าครึ่งของที่ซีรอนนำมาทั้งยังรวมถึงรถยิงหน้าไม้อีกสามคันหลังการต่อสู้จบลง เซรอนยิ่งโกรธแค้นมากขึ้นเมื่อเห็นอุปกรณ์ที่เสียหายเขารู้ว่าจากสิ่งที่เกิดขึ้นจะทำให้การเดินทัพของเขาล่าช้าลงอย่างมาก

หลังจากที่เซรอนรับดวงวิญญาณที่เหล่าปีศาจตัวน้อยรวบรวมวิญญาณมาแล้ว เขารู้สึกว่ามีบางส่วนหายไปมากกว่าปกติแต่เซรอนก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนักเนื่องจากเขาอาจจะกลืนกินวิญญาณระหว่างต่อสู้มากเกินไป

นอกจากนี้เซรอนยังคงมั่นใจว่าคงไม่มีผู้ใดกล้าท้าทายตัวตนอย่างปีศาจระดับสูงเช่นตน

ในฐานะปีศาจระดับสูงเซรอนมีความมั่นใจมากเกินไปเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีปีศาจระดับต่ำตนใดหาญกล้ามาขโมยวิญญาณของเขาแม้แต่เพียงดวงเดียว แต่โชคร้ายที่ในครั้งนี้นั้นเซรอนไม่ทราบเลยว่าเขาได้ถูกปีศาจระดับต่ำที่ตนดูแคลนแอบฉกฉวยวิญญาณของเขาไป แต่มันไม่ใช่จำนวนเล็กน้อยแค่เพียงไม่กี่ดวงแต่มันมากถึงสี่สิบดวงเลยทีเดียว!

ในท้ายที่สุดหลังจากที่รวบรวมดวงวิญญาณทั้งหมดแล้วเซรอนก็จำเป็นต้องจ่ายส่วนแบ่งให้รอยเป็นจำนวนสิบหกดวง  จากการต่อสู้ครั้งนี้จึงทำให้รอยได้รับวิญญาณมามากกว่าห้าสิบดวงเลยทีเดียวและนี่เป็นเพียงการต่อสู้ขนาดเล็กเท่านั้น รอยคาดหวังว่าเขาจะสามารถเก็บเกี่ยววิญญาณได้มากมายจากการเข้าร่วมสงครามขนาดใหญ่

เซรอนมอบวิญญาณทั้งสิบหกดวงให้รอยอย่างไม่เต็มใจ รอยรับพวกมันไว้และแสดงท่าทางหิวกระหายก่อนจะรีบยัดวิญญาณทั้งหมดเข้าปากแต่ในความเป็นจริงเขาได้ใช้งานฟังก์ชันจัดเก็บข้ของระบบแทน

หลังจากการเสแสร้งจบลงรอยก็เอ่ยขอบคุณเซรอนด้วยสีหน้าพึงพอใจ

"ขอบคุณสำหรับความเอื้อเฟื้อของท่านขอรับท่านเซรอน การแสดงความโหดร้ายและความกล้าหาญของท่านคือแบบอย่างของปีศาจทั้งมวล!”

หลังจากที่ได้ฟังคำสรรเสริญยกย่องจากรอยแล้วเซรอนก็รู้สึกดีขึ้นมาก เนื่องจากเขาไม่เคยได้ยินคำเหล่านี้จากปากของปีศาจระดับต่ำทั่วไปเซรอนหัวเราะอย่างพึงพอใจขณะที่ออกคำสั่ง

“ดี ต่อไปนี้ข้าจะให้ภารกิจแก่เจ้า เนื่องจากพวกเอล์ฟบัดซบเหล่านั้นมันได้ทำลายอุปกรณ์ของพวกข้าไปกว่าครึ่งและข้าจำเป็นต้องซ่อมแซมพวกมันก่อนออกเดินทางต่อ ข้าจะหยุดพักที่นี้ชั่วคราวและเจ้าจงพาเหล่าปีศาจไปสำรวจพื้นที่โดยรอบเพื่อดูว่าจะพบโรงเลื่อยไม้ของพวกเอลฟ์ได้หรือไม่ เจ้าจงไปตามหาพวกมันและนำพวกมันกลับมาเพื่อซ่อมเครื่องยิงหินเหล่านี้!”

“รับทราบขอรับท่านเซรอน!” รอยก้มศีรษะเล็กน้อยแสดงถึงการรับรู้คำสั่ง รอยทำงานอย่างรวดเร็วเขาตะโกนเสียงดังเพื่อรวบรวมกองกำลังก่อนจะออกเดินทางทันที

เซรอนเป็นคนใจร้อนเกี่ยวกับเรื่องเล็กๆน้อยๆเช่นนี้ในอดีตเขามักจะหงุดหงิดอยู่เสมอเมื่อจำเป็นต้องจัดการเรื่องเหล่านี้ด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้เขามีผู้ช่วยเป็นปีศาจที่ชาญฉลาดอย่างรอยแล้วเซรอนจึงรู้สึกผ่อนคลายกับความสะดวกสบายในการชี้นิ้วสั่งลูกน้อง

รอยพาเฮลฮาวด์สิบตัวปีศาจตัวน้อยอีกยี่สิบตนรวมถึงเสืออ้วนออกเดินทางออกมาจากค่ายเพื่อค้นหาโรงเลื่อยไม้

เนื่องจากความเกียจคร้านของเซรอนเขาจึงเผลอปล่อยให้รอยทำงานได้ตามใจชอบซึ่งมันได้สร้างโอกาศที่ดีให้แก่รอยสำหรับแผนการหลบหนีของเขา แต่รอยยังไม่ได้ตั้งใจที่จะทำเช่นนั้นเพราะจากสถานการณ์ตอนนี้ที่เหล่าปีศาจได้เริ่มบุกเข้ามาในกินแดนของเอราเทีย และนั่นหมายความว่ามนุษย์และพันธมิตรของพวกเขาอย่างเผ่าเอลฟ์ได้เข้าสู่สภาวะสงคราม มันจะเกิดอะไรขึ้นละถ้าเขาเกิดโชคร้ายวิ่งเข้าไปเจอกับกองทัพของอีกฝ่ายในตอนที่เขากำลังหลบหนี?

นอกจากนี้รอยยังพบเจอหนทางในการพัฒนาพลังงานเวทย์มนตร์ที่เขาต้องการวิญญาณอีกเป็นจำนวนมากหากเขาต้องการที่จะกระตุ้นวงเวทย์ของประตูนรกเพื่อหาทางกลับไปยังหุบเหว ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดของเขาตอนนี้ก็คือการหลบอยู่ในกองทัพปีศาจและพยายามรวบรวมวิญญาณให้มากพอสำหรับการเสริมสร้างพลังงานเวทย์มนตร์ของเขา

แต่ทว่าเขาอาจจะไม่มีความตั้งใจที่จะหลบหนีในตอนนี้ แต่การที่เขาได้เป็นผู้นำกลุ่มในการออกเดินทางครั้งนี้เพียงลำพังก็อาจจะเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับรอย

มันเป็นโอกาสที่ดีมากในการหลอกล่อใครบางคนใช่หรือไม่?

จบบทที่ บทที่ 49 ค้นหาโรงเลื่อย

คัดลอกลิงก์แล้ว