เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 ทักษะกระหายเลือด

บทที่ 38 ทักษะกระหายเลือด

บทที่ 38 ทักษะกระหายเลือด


บทที่ 38 ทักษะกระหายเลือด

ตามความคิดแรกเริ่มนั้นรอยต้องการมีทักษะที่ใช้โจมตีระยะไกลที่สามารถร่ายด้วยมือข้างเดียว ซึ่งจะทำให้มืออีกข้างที่ว่างอยู่สามารถทำสิ่งอื่นได้ในระหว่างการต่อสู้ โดยสามัญสำนึกในอดีตทำให้รอยรู้สึกว่าทักษะที่ถูกยิงออกไปได้นั้นคือสิ่งที่เรียกว่าเวทมนตร์

รอยเคยเห็นทักษะหลายอย่างเช่น ลูกศรไฟ, ลูกศรน้ำแข็ง, ลูกศรกัดกร่อน , สปริตบอล, ใบมีดสายลม, เรียวกัน หรืออื่นๆ และมันส่งผลให้รอยประสบปัญหาในการตัดสินใจเพราะเขาอยากเรียนรู้ทุกอย่าง

แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้รอยมีวิญญาณชั้นสูงเพียงแค่ดวงเดียว ซึ่งรอยไม่ทราบว่าด้วยสิ่งที่เขามีอยู่จะสามารถใช้สร้างทักษะเวทมนตร์ได้มากเท่าใด ดังนั้นรอยจึงทำได้เพียงคิดให้รอบครอบก่อนจะเลือกสิ่งที่เข้ากับสถานการณ์ของเขาได้ดีที่สุด

รอยไม่ได้ใช้เวลามากนักในโลกของแวนเฮลซิง เขาไม่ได้ออกสำรวจสถานที่อื่นๆเลยแต่กลับใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการค้นหาคำตอบที่ต้องการ ยิ่งไปกว่านั้นถ้ารอยไม่ได้วางแผนที่จะหาทางกลับโลกปีศาจเอาไว้ล่วงหน้าแล้วละก็เขาจะไม่ได้กลับมาที่นี้อีกเลย

และจากประสบการณ์ในครั้งนี้ได้ทำให้รอยได้เข้าใจสิ่งต่างๆมากขึ้น ว่าโลกส่วนใหญ่ที่สามารถเรียกปีศาจได้มักจะเป็นโลกที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์ อย่างไรก็ตามยังคงมีความแตกต่างกันในด้านพลังของพวกเขา ซึ่งแบ่งแยกตามระดับความเข้มข้นของพลังเวทเช่นโลกเวทมนตร์ระดับต่ำกับโลกเวทมนตร์ระดับสูง

สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ในโลกเวทมนตร์ระดับต่ำมักใช้ความแข็งแกร่งทางกายภาพในการต่อสู้ พวกเขาไม่แข็งแกร่งมากนักถึงแม้จะถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่พิเศษในโลกดังกล่าว แต่บางทีพวกเขาอาจจะยังเทียบไม่ได้กับปีศาจธรรมดาเลยด้วยซ้ำ

รอยเป็นแค่ปีศาจระดับต่ำที่สามารถดึงเอาศักยภาพส่วนใหญ่ในร่างปีศาจของตนออกมาได้หลังจากใช้ที-ไวรัส ซึ่งส่งผลให้ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของรอยเพิ่มขึ้นจนเทียบเท่ากับท๊อปๆในหมู่ปีศาจระดับต่ำ แต่ด้วยความแข็งแกร่งที่รอยมีก็เพียงพอแล้วที่จะบดขยี้แดร็กคูล่าแวมไพร์ผู้มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานหลายร้อยปีในโลกของแวนเฮลซิ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นนี่แสดงว่าโลกของแวนเฮลซิ่งสมควรเป็นโลกเวทมนต์ระดับต่ำ

อย่างไรสิ่งที่น่าคิดตอบมาคือรอยยังไม่แน่ใจว่าเขาจะมีโอกาสวิวัฒนาการขึ้นสู่ปีศาจระดับกลางด้วยสายเลือดที่ไม่บริสุทธิ์ของเขาได้หรือไม่

รอยรู้สึกว่าเขาต้องหาวิธีที่จะวิวัฒนาการตามวิถีปกติเหมือนเช่นที่ปีศาจตนอื่นๆทำมาตลอดหลายล้านปี หรือเลือกวิธีการรวบรวมวิญญาณจำนวนมากเพื่อใช้ระบบในการเลือกพัฒนาด้วยตัวเอง ซึ่งไม่ว่าเขาจะเลือกวิธีใดความจริงที่รอยจะต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในหุบเหวก็คงไม่แตกต่างกันมากนัก

รอยไม่แน่ใจว่าโลกปีศาจชั้นบนนั้นกว้างใหญ่แค่ไหนและก็ไม่ทราบอีกว่าสถานที่นี้ยังมีปีศาจที่แข็งแกร่งกว่าเขาอยู่อีกมากมายแค่ไหน

สิ่งที่เรียกว่าปีศาจอันดับต้นๆก็เป็นเพียงแค่คำเรียกมันไม่ได้หมายความว่าพวกเขาได้มาถึงจุดสูงสุด พวกเขาเพียงข้ามพ้นวัยเด็กและแสดงว่าพวกเขาได้เติบโตเต็มวัย เพราะความจริงที่ว่ายิ่งปีศาจมีชีวิตอยู่นานเท่าไหร่พวกเขาก็จะมีพลังมากขึ้นเท่านั้นสิ่งดังกล่าวนี้เป็นความจริงเสมอมา

หากวัดจากพลังงานเวทย์มนตร์ในปัจจุบันรอยรู้สึกว่าทักษะจำพวกลูกศรพลังเวทอาจจะไม่ได้ดีไปกว่าความเสียหายที่ทำได้จากกรงเล็บเท่าไหร่นัก

ซึ่งหลังจากคิดทบทวนสิ่งต่างๆแล้วได้ในที่สุดรอยก็ตัดสินใจได้เสียทีว่าเขาจะเลือกทักษะใดเป็นทักษะแรก

สกิลแรกของเขาควรเป็นสิ่งที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งรวมถึงความเร็วของตัวเองได้!

หลังจากตัดสินใจแล้วรอยก็เริ่มต้นสร้างโมเดล โดยรอยสร้างต้นแบบจำลองเป็นร่างกายตามปกติของเขา และจากนั้นก็แก้ไขสัดส่วนให้ร่างกายของเขาขยายขนาดใหญ่และดูทรงพลังขึ้น

รอยใช้เวลาทำงานในส่วนนี้ไม่มากนักและโมเดลเคลื่อนไหวชิ้นแรกก็เสร็จอย่างรวดเร็ว

ในตอนที่ภาพแอนิเมชั่นแสดงออกมา ช่วงแรกนั้นโมเดลจำลองยังเป็นปกติและเมื่อสกิลเริ่มทำงานร่างกายของภาพแอนิเมชั่นก็เริ่มขยายขนาดพร้อมกับระเบิดเสียงสีแดงออกมา กล้ามเนื้อดูแข็งแกร่งอัดแน่นเต็มไปด้วยพลัง

รอยยังเพิ่มเสียงพื้นหลังสำหรับแอนิเมชั่นตามเสียงในหัวของเขาอีกด้วย โอ้ โอ้ โอ้..

มันเป็นภาพแสดงสกิลที่คุ้นเคยมาก ใช่! ชื่อของมันคือ บลัดลัสต์ หรือ กระหายเลือด!

หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนก่อนหน้าแล้วก็ได้เวลาเริ่มกำหนดคุณสมบัติของทักษะนี้ รอยตั้งชื่อว่าสกิล กระหายเลือด และคำอธิบายของมันคือ "เพิ่มความแข็งแกร่งและความเร็วของร่างกายขึ้นตามหน่วยเปอร์เซ็นต์"

รอยไม่ได้กำหนดการเพิ่มขึ้นที่เฉพาะเจาะจง ท้ายที่สุดถ้าให้รอยกำหนดเองเขาจะเลือกเพิ่มเป็น 100%, 200% หรือมากกว่าซึ่งยิ่งสูงก็ยิ่งดีถูกไหม? แต่อย่าลืมว่ายิ่งตั้งไว้สูงเท่าไหร่การบริโภควิญญาณก็จะสูงขึ้นเท่านั้น

แม้ว่ารอยจะปรับการตั้งค่าให้ต่ำลงแต่เขาก็ไม่มั่นใจอยู่ดีว่าตัวเลขเท่าใดจะให้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด ดังนั้นเขาจึงมอบให้ระบบตัดสินใจว่าค่าใดที่เหมาะสมที่สุด

การสร้างทักษะนี้ค่อนข้างง่าย มันไม่มีความซับซ้อนเลยเพียงแค่การขยายขนาดของโมเดลต้นแบบ ส่วนที่เหลือก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าเอฟเฟกต์พิเศษสำหรับทักษะกระหายเลือด คือเมื่อเปิดใช้งานทักษะแล้วจะเกิดเส้นแสงสีแดงเล็ดลอดออกมาจากร่างกายที่ช่วยบ่งบอกถึงความอันตรายและบ้าคลั่ง

รอยเลือกบันทึกทักษะและไม่นานทักษะ กระหายเลือด ก็ปรากฏอยู่ในหน้าจอแสดงคุณสมบัติของเขา

แน่นอนว่ารอยย่อมอยากทดสอบมัน อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยของที่พักชั่วคราวของเขารอยจึงบินออกจากรังนกและร่อนลงบนพื้นก่อนที่จะเริ่มทดสอบ

เนื่องจากรอยไม่ได้ตั้งค่าถึงขั้นตอนการใช้งานทักษะกระหายเลือดจึงทำงานขึ้นในทันที แสงออร่าสีแดงเลือดซึมเข้าไปในร่างกายของเขารอยและเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่อัดแน่นไปทั่วร่างกาย

กล้ามเนื้อของรอยเริ่มขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆ กล้ามเนื้อแขน หน้าอก หน้าท้อง และขาทั้งหมดปูดนูนขึ้นจนเหมือนว่ารอยกำลังแปลงร่างเป็นเดอะฮัค รอยอดไม่ได้ที่จะปล่อยเสียงคำรามออกมา

และเมื่อสกิลกระหายเลือดเปิดใช้งานสำเร็จ จากก่อนหน้าที่รอยมีส่วนสูงราวสองเมตรแต่ในตอนนี้ส่วนสูงของเขาเพิ่มขึ้นจนสูงมากกว่าสองเมตรครึ่งขนาดตัวของรอยเพิ่มขึ้นถึงห้าสิบเซนติเมตร

น้ำหนักของรอยยังเพิ่มขึ้นอีกมากพอสมควรเช่นกันจนทำให้พื้นดินที่เขายืนอยู่จมลงจนเกิดหลุมตื้นๆจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นและแม้แต่ปีกของเขาก็ขยายกว้างขึ้นกว่าเดิมมาก เส้นแสงสีแดงคล้ายเลือดแทรกซึมอยู่ตามผิวหนังพลางแผ่ออร่าจางๆออกมา

รอยมองไปบนพื้นและยกหินขนาดใหญ่ขึ้นด้วยมือทั้งสองข้างน้ำหนักของหินมากกว่าหลายร้อยกิโลกรัม รอยแทงกรงเล็บเข้าไปในเนื้อหินและยกมันขึ้นมาเหนือหัวด้วยมือทั้งสองข้างก่อนจะเหวี่ยงมันออกไปข้างหน้า!

ก้อนหินขนาดใหญ่บินออกไปพร้อมกับส่งเสียงหวีดหวิวกรีดอากาศ มันลอยออกไประยะหนึ่งโดยวาดเป็นเส้นทางโค้งก่อนที่จะร่อนลงห่างออกไปประมาณหนึ่งกิโลเมตร

“โอ้!” รอยอุทาน ความแข็งแกร่งของเขาตอนนี้ค่อนข้างเหลือเชื่อทีเดียว

จากนั้นรอยก็เหยียบลงบนพื้นและพุ่งตัวออกไป เขาใช้เวลาเล็กน้อยในการวิ่งไปถึงจุดที่หินตกลงมา

ฉันใช้เวลาประมาณสามสิบวินาที?

รอยประมาณเวลาที่เขาใช้จากการนับลมหายใจและได้ข้อสรุปว่าเขาสามารถวิ่งด้วยความเร็วราวเก้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วนี้เป็นความเร็วเช่นเดียวกับรถยนต์ที่วิ่งบนทางหลวง

พลังของรอยเพิ่มขึ้นมามากจนเขาไม่รู้ว่าตอนนี้เขามีความแข็งแกร่งมากแค่ไหน

รอยเปิดอินเทอร์เฟซของระบบออกมาและพบว่าคุณสมบัติความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นจากเดิม 77 เป็น 108 และความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นจาก 35 เป็น 50

นั่นหมายความว่าสกิลกระหายเลือกช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งท่างร่างกายของเขาประมาณ 40% ถึงมันจะไม่มากถึง 100% ตามที่รอยต้องการในตอนแรกแต่มันก็ทำให้เขาพอใจกับผลลัพธ์เพราะมันกินพลังงานเวทย์มนตร์เพียงยี่สิบหน่วย พลังงานเวทย์มนตร์หนึ่งหน่วยแลกกับความแข็งแกร่งทางร่างกาย 2% มันค่อนข้างดีทีเดียว

ที่สำคัญที่สุดคือระยะเวลาแสดงผลของสกิลนั้นยาวนานมาก สกิลกระหายเลือดสามารถคงสภาพได้ประมาณสามนาทีก่อนที่จะหยุดลง

นี่บ่งชี้ว่าการปล่อยให้ระบบดำเนินการด้วยตัวเองนั้นเป็นคำตอบ แม้ว่าจะเพิ่มพลังขึ้นได้แค่เพียง 40% แต่การใช้พลังงานเวทมนตร์นั้นต่ำมากเพียงแค่ 20 หน่วยเท่านั้น ส่วนระยะเวลาคงสภาพก็ยาวนานเพียงพอที่จะรองรับการต่อสู้ขนาดเล็ก

รอยพอใจกับผลลัพธ์เช่นนี้ แต่ที่รอยเซอไพร์มากที่สุดก็ทักษะกระหายเลือดนั้นมันไม่ได้กินวิญญาณชั้นสูงจนหมด! ยังเหลือให้ใช้อีกเพียบ!

และสิ่งที่ทำให้รอยประหลาดใจอีกเช่นกันคือดูเหมือนว่าจิตวิญญาณที่ร่วงหล่นของลูเซียส ไม่เพียงแต่มีคุณภาพสูงเท่านั้นแต่ยังมีพลังวิญญาณมากกว่าที่เขาคาดไว้มาก

รอยคิดว่าจะทำอย่างไรกับส่วนที่เหลือของวิญญาณที่ร่วงหล่นดวงนี้ รอยยังไม่ต้องการสร้างทักษะอื่นในตอนนี้ดังนั้นเขาจึงแก้ไขรายละเอียดของสกิลกระหายเลือด โดยการเพิ่มคุณสมบัติอื่นเข้าไปคือ สามารถร่ายใส่เป้าหมายที่ระบุได้

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือหลังจากการปรับเปลี่ยนรอยไม่เพียง แต่ใช้สกิลกระหายเลือดกับตัวเองได้เท่านั้นแต่ยังร่ายใส่เป้าหมายที่เขาต้องการได้อีกด้วย

การดัดแปลงส่วนนี้ใช้จิตวิญญาณที่ร่วงหล่นของลูเซียสไปค่อนข้างมากคำอธิบายของในระบบตอนนี้แสดงว่า "เกือบจะหายไป" ซึ่งหมายความว่ามันเหลืออยู่ไม่มากแล้ว

รอยยังคงมีวิญญาณของแอนนาและไวเคนเช่นเดียวกับวิญญาณมนุษย์อื่นๆอีกมากมายที่ได้จากลูเซียส พวกมันทั้งหมดค่อนข้างใหญ่แต่ล้วนเป็นวิญญาณคุณภาพต่ำ หลังจากคิดถึงเรื่องนี้รอยก็ใช้ดวงวิญญาณที่เหลือเพื่อสร้างน้ำยาเพิ่มพลังเวทย์อีกครั้ง

หลังจากดื่มน้ำยาเพิ่มพลังเวทย์เข้าไปพลังเวทของรอยก็เพิ่มขึ้นมากกว่ากว่าเท่าตัวโดยทะลุถึง 40 หน่วย ด้วยวิธีนี้อย่างน้อยรอยก็สามารถมั่นใจได้ว่าพลังเวทย์ของเขาเพียงพอที่จะใช้สกิลกระหายเลือดถึงสองครั้ง

ปัจจุบันรอยใช้ดวงวิญญาณธรรมดาไปจนหมดแล้วดังนั้นตอนนี้รอยจึงเหลือเพียง 'ชิ้นส่วนวิญญาณศักดิ์สิทธิ์' ที่ได้มาจากแวนเฮลซิ่งร่างจุติของทูตสวรรค์กาเบรียล

ดังนั้นแล้วฉันจะทำอย่างไรกับชิ้นส่วนวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ดวงนี้ดี?

จบบทที่ บทที่ 38 ทักษะกระหายเลือด

คัดลอกลิงก์แล้ว