เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 นอกจากAแล้วยังมีQ

บทที่ 37 นอกจากAแล้วยังมีQ

บทที่ 37 นอกจากAแล้วยังมีQ


บทที่ 37 นอกจากAแล้วยังมีQ

(ผมไม่ทราบจริงๆว่าชื่อตอนหมายถึงอะไร)

เป็นโชคดีของรอยที่เขาสามารถมีชีวิตรอดมาได้และยังเป็นบทเรียนชีวิตที่ช่วยให้เขาตระหนักถึงบางสิ่ง

ดูเหมือนว่าต่อไปนี้เขาจะต้องระมัดระวังถึงสิ่งที่จะทำเมื่อถูกเรียกตัวไปที่โลกอื่น

แม้ว่าปีศาจระดับต่ำอาจแข็งแกร่งกว่าสัตว์ประหลาดทั่วไปในโลกมนุษย์ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะประมาทพวกมันได้ ยังคงมีตัวตนที่แข็งแกร่งกว่าปีศาจอยู่มากมาย

โดยปกติมนุษย์มักเรียกปีศาจออกมาเมื่อพวกเขาต้องการยืมพลังของปีศาจ แต่กระนั้นลึกๆแล้วมนุษย์ผู้ทำข้อตกลงกับปีศาจนั้นลึกๆแล้วพวกเขายังไม่อาจยอมรับตัวตนของปีศาจได้และยังคงหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน

และนักล่าปีศาจหรือองค์กรทางศาสนาส่วนใหญ่ยังยึดมั่นให้หลักการที่มองว่าการกำจัดปีศาจเป็นหน้าที่ของพวกเขา อาจกล่าวได้ว่าตัวตนเช่นปีศาจมีข้อเสียเปรียบมากมายเมื่ออยู่ในดินแดนของมนุษย์คล้ายกับทีมเยือนในกีฬาฟุตบอล

รอยรู้สึกตัดพ้อในสถานการณ์ที่เขากำลังเผชิญ เขายังคงมีจิตใจของมนุษย์แต่ก็ยังมีร่างกายและสัญชาตญาณของปีศาจด้วยเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถปฏิบัติต่อปีศาจในฐานะสหายได้ ส่วนมนุษย์ก็ถือว่าเขาเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายเมื่อซึ่งแม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำอะไรผิดแต่มนุษย์ก็ยังเกลียดชังเขา

รอยตระหนักถึงความจริงนี้มาซักพัก แม้ว่ารอยจะรู้สึกโดดเดี่ยวเนื่องจากรู้ว่าทั้งสองฝ่ายไม่ยอมรับตัวตนของเขา แต่ถ้าเขาอยากมีชีวิตรอดต่อไปดังนั้นเขาก็ควรเก็บงำความคิดที่ไร้เดียงสาในอดีตเอาไว้

เมื่อรอยเห็นกาเบรียลปรากฏตัวในร่างของเทวทูต รอยรู้สึกหวาดกลัวรวมกับรู้สึกผิดหวังว่าทำไมเขาถึงไม่ได้เกิดใหม่ในฐานะทูตสวรรค์ หากปีศาจเป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้ายแล้วเหล่านางฟ้าจากสวรรค์ก็ถือว่าเป็นขั่วตรงข้ามกัน

แม้ว่าพวกเขาจะไม่สนใจและปล่อยให้สัตว์ร้ายเข่นฆ่ามนุษย์ตลอดมาเป็นเวลายาวนานหลายร้อยปีก็ตาม ในตอนนั้นมนุษย์รู้ดีว่าพวกเขาถูกละเลยจากสวรรค์อยู่เสมอแต่เมื่อวันนึงเกิดมีทูตสวรรค์ซักคนปรากฏตัวออกมาแม้เพียงเล็กน้อย ในท้ายที่สุดมนุษย์ก็ยังคงเลือกที่จะเทิดทูลบูชาพวกเขาอยู่เช่นเดิม

เมื่อรอยคิดถึงสิ่งนี่แล้ว.. ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ! ปรากฏตัวออกมาและสวมบทบาทเป็นผู้ดำรงความยุติธรรม!

นางสนมที่สวยและมีเสน่ห์จะได้รับการอภัยอยู่เสมอไม่ว่าเธอจะทำผิดเช่นไร…เป็นเช่นเดียวกันนี้ใช่มั้ย?

รอยส่ายหัวและเดินออกจากแท่นบูชา เขาบินออกจากภูเขาไฟโดยตั้งใจว่าจะหาที่ปักหลักซักแห่งก่อนจะเริ่มตรวจสอบผลประโยชน์ที่เก็บเกี่ยวมาได้

รอยเก็บชิ้นส่วนวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของกาเบรียลรวมถึงวิญญาณที่ร่วงหล่นของลูเซียสไว้ในระบบ รอยไม่กล้าแม้แต่จะเอามันออกมาดูใกล้ๆ เพราะเขารู้ดีว่ามันจะทำให้เกิดความโกลาหลอย่างแน่นอนหากว่าพวกมันปรากฏตัวออกมายังโลกปีศาจ

แม้ว่ารอยจะไม่ได้เห็นว่าหน้าตาของจิตวิญญาณบริสุทธิ์ที่สูงส่งนั้นเป็นเช่นไร แต่โชคชะตากลับทำให้เขาได้รับชิ้นส่วนวิญญาณศักดิ์สิทธิ์มาแทน เมื่อคิดรวมๆแล้วคล้ายกับสำนวนที่ว่า ‘it's swings and roundabouts’ เขาได้กำไรมามากพอๆกับโอกาศที่สูญเสียไป

ซึ่งถ้าวิญญาณที่ร่วงหล่นและวิญญาณผู้สูงส่งเป็นวิญญาณที่มีคุณภาพสูงเช่นเดียวกัน แล้ววิญญาณศักดิ์สิทธิ์จะเทวทูตจะจัดอยู่ในระดับใด? มันสามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง?

รอยไม่รู้คำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้เขาจะต้องหาเวลาทำการทดลองเสียก่อน

ในขณะที่บินออกจากภูเขาไฟ รอยได้พบเข้ากับรังของปีศาจที่บินได้ตั้งอยู่ด้านบนของถ้ำ รังนี้เหมือนจะเป็นรังร้างผู้อยู่อาศัยเดิมน่าจะละทิ้งมันไปซักระยะหนึ่งแล้ว ด้วยเหตุนี้รอยจึงเข้าครอบครองมันแทน

ด้านในค่อนข้างกว้างและยังพบว่ามันสามารถรองรับได้อย่างน้อยสามเท่าของน้ำหนักตัวเขา

หลังจากหาที่พักได้แล้วรอยก็เริ่มศึกษาระบบ

ตามที่คาดไว้จิตวิญญาณที่ร่วงหล่นของลูเซียสสามารถทำให้รอยเปิดใช้ฟังก์ชัน 3D และ AE ได้

(3D คือโปรแกรมทำโมลเดลสามิติ, AE หรือ after effect ใช้สำหรับสร้างกราฟฟิกเคลื่อนไหว)

รอยศึกษาคำแนะนำของระบบและใช้เวลาไม่นานในการทำความเข้าใจว่าทั้งสองฟังก์ชั่นมีไว้เพื่ออะไร

ฟังก์ชั่น 3D มีไว้สำหรับให้รอยสร้างแบบจำลองโมเดลในขณะที่ AE อนุญาตให้เขาทำการสร้างหรือเพิ่มเอฟเฟกต์พิเศษและทำเป็นวิดีโอเคลื่อนไหวได้

ยิ่งไปกว่านั้นฟังก์ชันทั้งสองนี้ยังส่งเสริมให้ถูกใช้ร่วมกัน รอยสามารถใช้ฟังก์ชั่น 3D เพื่อสร้างเป็นโมเดลตัวละครและปรับแต่งท่าทางต่างๆของมันก่อนที่จะเอามาซ้อนทับกันเพื่อประกอบกันเป็นภาพเคลื่อนไหว จากนั้นเขาสามารถใช้หน้าต่าง AE เพื่อเพิ่มเอฟเฟกต์พิเศษก่อนที่จะสร้างเป็นวิดีโอและสุดท้ายเมื่อรวมขั้นตอนทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้วจะได้เป็นภาพเคลื่อนไหวที่แสดงในรูปแบบ GIF

พูดง่ายๆคือภาพ GIF ที่สร้างขึ้นจากทั้งสองฟังก์ชั่นนั้นเป็นเสมือนภาพแสดงการสาธิตทักษะ! หลังจากบันทึกเนื้อหาแล้วรอยสามารถใช้ทักษะแบบเดียวกันกับในภาพเคลื่อนไหวจำลองดังกล่าวได้และการโจมตีที่เขาปลดปล่อยออกมาจะมีเอฟเฟกต์พิเศษเหมือนกันทุกประการ

เมื่อเขารู้ว่าหลักการงานเป็นเช่นไรรอยก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกมึนงง ฉันเล่นอะไรแบบนี้ก็ได้เหรอ?

รอยเริ่มสนใจและทดลองใช้งานมันอย่างตื่นเต้น

การสร้างแบบจำลองสามมิตินั้นน่าเบื่อ ก่อนอื่นรอยต้องเริ่มคิดตั้งแต่การกระทำที่แตกต่างกันของโมเดลจำลองทั้งหมดก่อนที่จะเริ่มวาดมัน และในการสาธิตทักษะนั้นเขาจะต้องวาดของการกระทำทั้งหมดที่จำเป็น

ในเวลาเดียวกันนั้นเองรอยจะต้องสร้างแบบจำลองของเทคนิคพิเศษแยกต่างหากอีกด้วยหากว่าเขาต้องการให้เอฟเฟคดัวกล่าวเกิดขึ้น ตัวอย่างเช่นถ้าหากต้องการเทคนิคบางอย่างเกี่ยวกับเปลวไฟแล้วธรรมชาติของเปลวไฟคืออะไร?

มันแพร่กระจายตัวออกหรือมีการพวยพุ่งขึ้นไปในอากาศใช่หรือไม่? รอยก็ต้องวาดมันออกมาเช่นกัน พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือหลักการทำงานของฟังก์ชั่นใหม่ทั้งสองก็เหมือนกันกับการทำงานของ อนิเมชั่น

ดังนั้นในระหว่างการวาดภาพเอฟเฟกรวมถึงการสร้างโมเดลแล้ว รอยก็เริ่มจินตนาการว่าเขาต้องการสร้างทักษะประเภทแบบไหนดี

เนื่องจากเป็นทักษะที่สามารถสร้างขึ้นจากจินตนาการรอยจึงสามารถวาดอะไรก็ได้ตามที่เขาต้องการ อย่างไรก็ตามรอยต้องพิจารณาปัญหาหลักๆสองข้อ

หนึ่งคือการสร้างทักษะทักษะหนึ่งขึ้นมานั้นจะจำเป็นต้องจ่ายวิญญาณขั้นสูงมากขึ้นตามความสามารถของทักษะที่เพิ่มขึ้น แน่นอนว่าตอนนี้รอยมีเพียงวิญญาณขั้นสูงเพียงดวงเดียวเขาจึงต้องคิดให้รอบครอบ

ปัญหาที่สองนั้นเกี่ยวกับปริมาณพลังงานเวทของตัวเขาเอง รอยเคยถามระบบแล้วและได้คำตอบว่าพลังของทักษะที่สร้างขึ้นนั้นจะมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับปริมาณพลังงานเวทย์มนตร์ของรอย

รอยสามารถสร้างทักษะเวอร์ๆได้เช่นการจุดระเบิดนิวเคลียร์โดยการถ่มน้ำลายลงบนพื้นแต่แม้ว่าเขาจะสามารถทำได้จริง อย่างมากด้วยปริมาณพลังงานเวทในปัจจุบันที่รอยมีเขาก็จะทำได้แค่ระเบิดมือดีๆลูกหนึ่งแม้เขาจะใช้พลังเวทย์ทั้งหมดแล้วก็ตาม

หลังจากคิดถึงข้อท็จจริงแล้วรอยจึงรู้สึกว่าทักษะแรกของเขาควรจะเป็นทักษะที่เรียบง่ายและกินพลังงานเวทที่น้อย และหลังจากที่รอยพัฒนาพลังเวทมากขึ้นแล้วจากนั้นเขาค่อยกลับมาปรับเปลี่ยนทักษะใหม่อีกครั้งเพื่อเพิ่มพลังของมันได้

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือมันต้องเป็นทักษะที่เรียบง่ายเหมือนกับสกิลในเกม การคิดเป็นเรื่องง่ายแต่รอยกลับค่อยๆจมลงไปในความคิดอีกครั้งเมื่อเขาเริ่มออกแบบ.. ฉันควรสร้างสกิล Q แบบไหนดีละเนี่ย?

(สกิล Q ลองนึกถึงสกิลกดใช้ในเกมโมบ้า ของdotaหรือrov)

ทักษะนี้ถือได้ว่าเป็นทักษะเวทมนตร์อันแรกของเขา มันควรเป็นทักษะระดับมือใหม่ดังนั้นสิ่งแรกที่รอยนึกถึงคือ ไฟร์บอล, ลูกศรเงา หรืออื่นๆ ทักษะดังกล่าวพวกนี้เป็นเรื่องง่ายที่จะเข้าใจและรอยสามารถบรรลุพวกมันได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่คำนึงถึงปริมาณพลังงานเวทที่จำเป็น

แต่ปัญหาก็คือรอยยังรู้สึกว่าทักษะง่ายๆเช่นนี้ยังไม่ดีมากพอ..

จบบทที่ บทที่ 37 นอกจากAแล้วยังมีQ

คัดลอกลิงก์แล้ว