เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 การกลับมาของปีศาจเฒ่า

บทที่ 18 การกลับมาของปีศาจเฒ่า

บทที่ 18 การกลับมาของปีศาจเฒ่า


บทที่ 18 การกลับมาของปีศาจเฒ่า

ในตอนแรกรอยต้องการอยู่ที่นี่เพื่อดูว่าปีศาจเฒ่าตนนั้นจะกลับมาเมื่อไหร่ แต่เขาไม่ได้คาดคิดว่าจะต้องรอนานถึงหนึ่งสัปดาห์

แน่นอนระยะเวลาดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณเท่านั้นรอยไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าเขารออยู่ที่นี่มานานเพียงใด

ในช่วงเวลานี้รอยตระหนักว่าแท่นบูชามีการทำงานค่อนข้างบ่อยทีเดียว

วงแหวนเวทมนตร์บนแท่นบูชาเปล่งแสงอยู่เป็นระยะๆ จากนั้นกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์จะเล็ดลอดออกมาจากความว่างเปล่า

หลังจากสังเกตปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอีกราวสองสามครั้งรอยก็สันนิษฐานว่าในทุกๆครั้งที่รูปแบบเวทมนตร์เปิดใช้งาน เกิดจากการที่ผู้คนจากอีกฝากกำลังสื่อสารกับอบีสซึ่งเป็นที่ตั้งของโลกปีศาจโดยการเสนอสิ่งของบางอย่างเพื่อเรียกปีศาจออกไปสู่โลกของพวกเขา เครื่องบูชาส่วนใหญ่มักเป็นจิตวิญญาณธรรมดาส่วนวิญญาณคุณภาพสูงที่ปรากฏออกมาในครั้งแรกนั้นเป็นสิ่งหายาก

แต่โดยปกติแล้วในทุกๆครั้งที่เกิดการอัญเชิญมักจะมีกลิ่นคาวเลือดอยู่บ่อยๆ รอยเดาว่ามีความเป็นไปได้สูงว่ากลิ่นเหม็นของเลือดเป็นความตั้งใจจากผู้อัญเชิญที่ใช้เลือดสดหรืออวัยวะภายในเป็นเครื่องเซ่นสังเวย

แต่ถึงแม้ว่ากลิ่นของเลือดจะสามารถดึงดูดปีศาจได้ แต่ก็ไม่น่าดึงดูดใจเท่ากับการใช้วิญญาณ ดังนั้นเครื่องบูชาที่เป็นเลือดเนื้อจึงไม่เป็นที่ดึงดูดต่อปีศาจที่ทรงพลัง มีเพียงสัตว์ประหลาดหรือปีศาจที่อ่อนแอเท่านั้นที่จะตอบสนองต่อเครื่องสังเวยที่ธรรมดาเช่นนี้ และหากปริมาณของเลือดเนื้อมีน้อยนิดจนเกินไปแม้แต่มอนเตอร์ที่อ่อนแอที่สุดก็ยังดูหมิ่นมันและส่งผลให้รูปแบบเวทย์มนตร์จางหายไปอย่างรวดเร็วหลังจากเปิดใช้งาน

สิ่งนี้บ่งชี้ว่าเป็นการอัญเชิญที่ล้มเหลว

ในระหว่างการสังเกตการณ์รอยพบเห็นว่ามีอยู่หลายครั้งเหมือนกันที่การอัญเชิญเกิดความล้มเหลวและมักจะใช้เครื่องสังเวยด้วยเลือดเนื้อสดๆ สาเหตุคงเป็นเพราะผู้อัญเชิญที่ใช้วัสดุธรรมดามักจะเป็นเหล่ากลุ่มคนที่อ่อนแอซึ่งสิ่งนี้บ่งบอกชัดเจนว่าคนเหล่านี้ไร้พลังเพียงใด กลับกันหากผู้อัญเชิญใช้ดวงวิญญาณในการแลกเปลี่ยนพิธีกรรมของพวกเขาก็มักจะสำเร็จอยู่เสมอเนื่องจากผู้ที่มีความสามารถในการจัดหาวิญญาณได้นั้นจะต้องทรงพลังในระดับหนึ่ง

สิ่งนี้ทำให้รอยตระหนักถึงความจริงที่ว่าผู้อัญเชิญปีศาจส่วนใหญ่น่าจะเป็นเพียงนักเสี่ยงโชค พวกเขาไม่เพียงแต่มีพลังเวทที่อ่อนแอแต่พวกเขายังไม่เข้าใจว่าปีศาจต้องการอะไร!

แน่นอนว่ารอยไม่สามารถตำหนิซัมมอนเนอร์เหล่านี้ได้เนื่องจากมีบ้างเหมือนกันที่คนเหล่านี้สามารถอัญเชิญปีศาจได้สำเร็จอย่างน้อยนี่คือสิ่งที่รอยสังเกตเห็นในระหว่างการรอคอย มอนเตอร์ชั้นต่ำทั้งหมดสิบสองตัวรวมถึงปีศาจตัวน้อยสามตัวถูกร์ถูกเคลื่อนย้ายได้สำเร็จ รอยคิดว่าปีศาจน้อยทั้งสามนั้นอาจเป็นพวกที่ฟักออกมาชุดเดียวกันกับเขา รอยขอบคุณในโชคของเขาอีกครั้งเพราะหากว่ารอยยังไม่ได้รับพลังจาก ที-ไวรัสแล้วละก็บางทีเขาคงจะไม่สามารถข้ามผ่านช่วงระยะการเติบโตที่ยาวนานได้ง่ายดายเช่นนี้

อย่างไรก็ตามเนื่องจากช่วงเวลาที่จำเป็นต่อการเติบโตของเหล่าปีศาจวันเด็กไม่ง่ายเลย พวกเขาอยู่ในช่วงอ่อนแอที่สุดและต้องเผชิญกับความยากลำบากในการล่าเหยื่อและต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด ดังนั้นจึงมีปีศาจแรกเกิดเพียงไม่กี่ตนเท่านั้นที่หลงเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้และมีโอกาศตอบสนองต่อการอัญเชิญได้สำเร็จ ท่ามกลางพิธีการอัญเชิญที่มีอัตราความสำเร็จที่ค่อนข้างต่ำ

รอยไม่ทราบว่าในโลกอีกฝากนั้นเป็นเช่นไรและทำไมถึงมีอัตราการอัญเชิญที่ต่ำซึ่งรอยคิดว่าเหล่าผู้อัญเชิญที่จัดอยู่ในกลุ่นนี้เป็นเพียงนักเสี่ยงโชค ส่วนกลุ่มที่ประสบความสำเร็จพวกเขาเป็นเชี่ยวชาญในเทคนิคการอัญเชิญและอาจทำตามวิธีการที่ได้จดบันทึกไว้ และการส่งผ่านบันทึกเหล่านี้อาจส่งผลให้เทคนิคเริ่มที่จะผิดเพี้ยนมากขึ้นก็เป็นได้

ท้ายที่สุดแล้วมีคนไม่มากนักที่เข้าใจเกี่ยวกับโลกของอบีสอย่างแท้จริง

จากสมมติฐานของรอยผู้อัญเชิญที่ดึงดูดปีศาจด้วยจิตวิญญาณคุณภาพสูงนั้นอาจจะเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่เข้าใจอย่างแท้จริงว่าการอัญเชิญปีศาจทำงานอย่างไร! เขาไม่รู้ว่าซัมมอนเนอร์ชั้นสูงพวกนี้มาจากโลกแบบไหน

ในช่วงเวลาที่รอยกำลังรอคอยปีศาจเฒ่าผ่านไปช่วงนี้มอนเตอร์บางส่วนที่ถูกอัญเชิญได้เดินทางกลับมาแล้วบ้างประปราย ผู้ที่กลับมาเหล่านี้มักมีสีหน้าพึงพอใจอาจเป็นเพราะพวกเขาเพลิดเพลินไปกับเครื่องสังเวยแต่ก็มีกลุ่มที่ดูน่าสังเวชอยู่เช่นกัน พวกเขาได้รับบาดเจ็บตั้งแต่หัวจรดเท้าและบางตนยังสูญเสียแขนขาซึ่งอาจเป็นผลจากการต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่ง แม้ว่าตอนนี้พวกมันจะรอดชีวิตมาได้แต่การบาดเจ็บดังกล่าวมักบ่งชี้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถรอดชีวิตอยู่ได้นานในนรกและจะตกเป็นเหยื่อในที่สุด

รอยไม่สามารถช่วยอะไรได้เขาจึงสังหารปีศาจตัวน้อยระดับต่ำสองตัวที่ได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามวิญญาณที่เขาเก็บเกี่ยวมาได้ปรากฏขึ้นในระบบในฐานะ "วิญญาณคุณภาพต่ำที่ไม่สมบูรณ์"

นั่นหมายความว่าปีศาจเหล่านี้อาจได้รับบาดเจ็บในระหว่างการอัญเชิญและสูญเสียวิญญาณบางส่วนของพวกเขาไป

เกิดอะไรขึ้น? รอยแอบโล่งใจที่เขายังไม่ได้รีบเข้าสู่พิธีกรรมอัญเชิญ มันไม่อยู่ในสิ่งที่เขาเคยคาดการณ์ไว้

รอยรู้สึกว่าเขาจะทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ต่อเมื่อปีศาจเฒ่าตัวนั้นกลับมาเนื่องจากปีศาจที่อยู่มานานจะมีประสบการณ์ในสิ่งต่างๆมากกว่ายกตัวอย่างเช่น อารานิย่า เธอเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการแยกส่วนวิญญาณและภาษาปีศาจ รอยต้องการทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของวงเวทนี้ซึ่งเขารู้สึกสังหรณ์ว่ามันไม่น่าจะเป็นเพียงครั้งหรือสงครั้งที่เขาจะตอบสนองต่อการอัญเชิญ ดังนั้นรอยจึงต้องการทราบข้อมูลทุกอย่างว่าการอัญเชิญปีศาจนี้เกี่ยวข้องกับอะไร

สำหรับวิธีการติดต่อกับปีศาจชราตัวนั้นรอยจำเป็นต้องตัดสินใจตามสถานการณ์

และแล้วในวันที่เจ็ดหมอกสีดำก็ปรากฏออกมาจากรูปแบบเวทมนตร์อีกครั้งโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า จุดแสงสีดำขยายออกอย่างรวดเร็วและประตูก็ปรากฏและหลังจากนั้นเงาขนาดใหญ่ก็ค่อยๆเดินออกมา

ในที่สุดปีศาจเฒ่าตั้วนั้นก็กลับมา อย่างไรก็ตามเมื่อเขาปรากฏตัวร่างใหญ่ของเขาก็ล้มลงทันทีก่อนจนทำให้เกิดเสียงดัง เศษขี้เถ้าตามผนังภูเขาไฟลอยขึ้นในอากาศจากการสั่นสะเทือนครั้งใหญ่นี้

ปีศาจชราอยู่ในสภาพย่ำแย่เป็นอย่างมากมันเป็นสภาพที่น่าสังเวทที่สุดที่รอยเคยเห็นมาก่อน

เขาปีศาจข้างหนึ่งแตกละเอียดอย่างสมบูรณ์ส่งผลให้เลือดสีม่วงไหลออกมาจากศีรษะลงมาตามใบหน้าของเขา ค้อนหินของเขาหายไปและหางของเขาก็ยังหัก บาดแผลขนาดน้อยใหญ่หลายร้อยแห่งปกคลุมไปทั่วเกล็ดที่หนาของเขาและที่รุนแรงที่สุดคือบาดแผลยาวสองเมตรบริเวณหน้าท้อง บาดแผลนี้ดูเหมือนจะถูกตัดด้วยอาวุธมีคมมันดูแย่มากจนอวัยวะภายในของเขาเริ่มหลุดออกจากร่าง

รอยตกใจมากเขารู้ดีว่าปีศาจชราตนนี้ทรงพลังเพียงใด และเหตุใดเขาถึงมีชีวิตอยู่ได้อีกในเมื่อร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์เช่นนี้เขายังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร!

รอยมั่นใจว่าปีศาจชราได้เข้าสู่การต่อสู้ที่ดุเดือดหลังจากถูกเรียกตัวไป ตอนนี้รอยอาศัยจังหวะดีที่ปีศาจชราตกอยู่สภาพบาดเจ็บซึ่งทำให้รอยมีโอกาสสื่อสารกับเขา รอยจึงกระโดดลงจากกำแพงภูเขาไฟและลอยขึ้นไปบนแท่นบูชา

ในความเป็นจริงขณะที่รอยกำลังเคลื่อนตัวลงมาปีศาจชราก็ได้พยายามดิ้นรนเพื่อออกจากบริเวณนี้เช่นเดียวกัน ปีศาจชราจำเป็นต้องออกจากวงแหวนเวทมนตร์โดยเร็วเนื่องจากอาจมีกรณีที่มีคนเรียกปีศาจอีกครั้ง เขาจะทำอย่างไรหากถูกเรียกตัวอีกครั้ง? ปีศาจชราได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้วและการตอบสนองต่อการอัญเชิญอีกครั้งก็คงเหมือนกับการฆ่าตัวตาย

หลังจากปีศาจชราคลานออกมาจากวงแหวนเวทมนตร์ได้สำเร็จเขาก็สังเกตเห็นรอยกำลังเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ใบหน้าเปื้อนเลือดของปีศาจชราจ้องรอยเขม็งและคำรามออกมา

ปีศาจชราคิดว่ารอยมาที่นี่เพื่อกำจัดตนดังนั้นแน่นอนว่าเขาจะไม่แสดงความอ่อนแอออกมา

แต่ถึงแม้เสียงขู่คำรามจะดุร้ายแต่มันก็ดูเหมือนจะไม่สามารถช่วยได้เลย ในแววตาของปีศาจเฒ่าสั่นสะเทือนและเผยให้เห็นความไม่สบายใจ

รอยตระหนักถึงความไม่สบายใจของปีศาจเบื้องหน้าดังนั้นเขาจึงไม่อยากเสียเวลา รอยถีบตัวออกไปยืนขว้างทางเขาไว้และเอ่ยปากออกมาเป็นภาษาปีศาจ “ตอบ..คำถามของ…ฉัน  มิฉะนั้นคุณจะ..ตาย”

รอยยังคงไม่คล่องแคล่วในภาษาปีศาจเนื่องจากมีปีศาจเพียงไม่กี่ตัวที่สามารถสื่อสารกับเขาได้ อย่างไรก็ตามภาษาปีศาจมีข้อได้เปรียบตรงที่สามารถทำให้อีกฝ่ายเข้าใจสิ่งที่ผู้พูดต้องการแสดงออกได้ทันที

ขณะที่รอยเอ่ยปากเขายังกางกรงเล็บออกมาและลากไปตามผนังหิน แม้ว่ามันจะไม่ทิ้งร่องรอยใดๆไว้ แต่ก็สร้างเสียงเสียดสีและเกิดประกายไฟออกมาเป็นทาง รอยแสดงการข่มขู่ชัดเจนเพื่อให้ปีศาจเฒ่ารับรู้ว่าตนมีความสามารถที่จะฆ่าเขาได้อย่างง่ายดาย

เมื่อมองไปยังกล้ามเนื้อและกรงเล็บที่แข็งแกร่งและดูแหลมคมมากของรอย ปีศาจเฒ่าตระหนักว่าตนไม่สามารถต่อกรได้ในสภาพที่บาดเจ็บหนักเช่นนี้แม้ว่ารอยจะสูงเพียงหนึ่งในสี่ของเขาก็ตาม ปีศาจชราทิ้งตัวลงกับพื้นและกล่วงออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อถามกับรอย “ว่ามาเจ้าอยากทราบเรื่องอะไร?”

จบบทที่ บทที่ 18 การกลับมาของปีศาจเฒ่า

คัดลอกลิงก์แล้ว