เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 - เปลี่ยนร่าง

ตอนที่ 6 - เปลี่ยนร่าง

ตอนที่ 6 - เปลี่ยนร่าง


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

ภายในไม่กี่วินาที ร่างเล็กๆของเจ้าเอล์ฟก็เปลี่ยนเป็นชายเต็มวัย เอมิเลียการเปลี่ยนร่างนั้นเต็มสองตาเธอ.

 

มันเกิดขึ้นเร็วมากจนเอมิเลียตัวแข็งทื่ออยู่กับที่. เจ้าดาร์คเอล์ฟดิ้นตัว - เขาค่อยๆลืมตาออกแล้วกระพริบอย่างช้าๆ ก่อนนจะมองลงมาที่ฝ่ามือตัวเองด้วยความสงสัย.

 

กล้ามเนื้อแน่นๆผุดขึ้นมาที่ใต้ผิวหนังสีน้ำผึ้งของเขาและเส้นเลือดก็ปูดออกมาจากแขนยาวไปถึงนิ้วมือ. เขาดูผอมเพรียวและใบหน้าก็ดูสมเป็นชายชาตรี.

 

เขาไม่ใช่เด็กนี่นา.

 

เจ้าดาร์คเอล์ฟขยับตัวบนเตียง แล้วค่อยๆเอาหลังไปพิงที่กำแพงด้านหลัง. จากนั้นก็ยืดขาออกทำให้ตัวเองนั่งสบาย. เห็นได้ชัดเลยว่าเขากำลังพยายามทำตัวให้ชินกับร่างที่ใหญ่ขึ้นอยู่.

 

กำแพงที่เขาพิงอยู่นั้นเย็นมาก มากพอที่จะทำให้เขาสะดุ้งขณะที่มองไปรอบๆตัวแล้วสายตาเขาก็มาตกอยู่ที่เอมิเลีย. เขาสามารถได้กลิ่นเธอจากตรงที่นั่งอยู่ได้เลย.

 

กลิ่นตัวเธอแรงมากจนแทบจะหายใจไม่ออกเลย.

 

เจ้าเอล์ฟตอบสนองโดยการปิดจมูกไว้ พร้อมมองมาที่เอมิเลียด้วยความไม่พอใจ.

 

กลิ่นตัวเธอเหม็นมากมันน่าขยะแขยงจริงๆ.

 

ตอนแรกที่ยังเป็นเด็กอยู่ เขายังพอทนได้แต่ตอนนี้ตัวโตขึ้นแล้ว ประสาทสัมผัสของเขาน่าจะเพิ่มเป็นอย่างมากจนทนกลิ่นเธอไม่ไหว. เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังจมน้ำอยู่เลย.

 

พอมองสีหน้าที่ทรมาณของเขาเอมิเลียก็เข้าไปใกล้ๆแล้วถาม “นายเจ็บอยู่หรอ? เจ็บมากมั้ย?”

 

“อย่าเข้ามา!” เขาตะคอกออกมาแล้วถอยออกห่างเอมิเลียไปถึงขอบเตียงเลย ดวงตาสีเลือดของเขามีความกลัวผุดขึ้นมา. เขาสามารถมองเห็นเอมิเลียได้อย่างชัดเจนแม้จะอยู่ในห้องสลัวๆก็ตาม พวกเขาจ้องตากันจนเขาสามารถเห็นหน้าตาน่ารักของเธอได้.

 

ราวกับว่าเวลาหยุดหมุน พวกเขาทั้งสองคนจ้องตากันอยู่ในห้อง.

 

เอมิเลียเผลอใจไปเพราะความหล่อของเขา เธอจ้องลึกลงไปในตาของเจ้าเอล์ฟด้วยความสงสัย.

 

อัศวินบอกว่าร่องรอยได้หายไป, เป็นเพราะเธอช่วยเขาไว้รึป่าวนะ?

 

เธอเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดครั้งนึง เธอจำได้ว่าเมื่อสิ่งมีชีวิตมายาบาดเจ็บหนักหรือเจียนจะตาย พวกมันจะเปลี่ยนร่างกลับไปสู่วัยทารกเพื่อชะลออาการ. มันไม่ใช่เรื่องปกตินักแต่ก็มีจริงๆ.

 

ตอนที่เธอเห็นเอล์ฟตัวน้อยนอนอยู่บนพื้น เอมิเลียไม่นึกเลยว่าเขาจะเป็นเอล์ฟเต็มวัยมาก่อน - เอล์ฟที่แกร่งพอจะฆ่ามนุษย์ได้หลายๆคนเลย.

 

เอมิเลียกลืนน้ำลายแล้วชักตัวกลับไป. เธอละสายตาจากเจ้าเอล์ฟแล้วมองไปทางอื่น. เธอไม่รู้เลยว่าจะคิดอะไรต่อ มือของเธอเริ่มเหงื่อแตกจากความเครียดที่เพิ่มขึ้น “ชั้นมีบางอย่างต้องทำ ขอตัวล่ะ”

 

แล้วเธอก็รีบออกไปจากห้องใต้ดินทันที.

 

สิ่งที่เกิดขึ้นตอนเช้านั้นจู่ๆก็ทำให้ใจเธอกังวลขึ้นมา. เธอจำมันได้ว่ามันเป็นแบบไหน. กองเลือดไหลออกมาจากศพของชาวบ้านที่กองทับกันราวกับถุงข้าวก็ไม่ปาน. เหยื่อพวกนั้นอาจจะเป็นสามีของใครซักคน, ภรรยาหรือที่แย่กว่านั้นคือพวกเด็กๆ - ชาวบ้านทุกฆ่าตายเป็นเบือโดยหาสาเหตุไม่ได้.

 

ฆาตกรอาจจะหลบหนีไปได้เพราะเธอช่วยไว้และเขาอาจจะฆ่าคนเพิ่มอีกในอนาคตก็ได้.

 

หัวใจของเอมิเลียเริ่มเต้นแรงขึ้น. ถ้าเธอมีส่วนช่วยให้ฆาตกรหลบหนีไปได้ เธอจะต้องเจอกับปัญหาใหญ่แน่ๆ.

เธอส่ายหัว, พยายามไม่คิดเรื่องที่มันแย่แบบนั้น. เธอต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่จะด่วนสรุป.

 

ถ้าเขาเป็นฆาตกรจริงๆล่ะก็ เอมิเลียจะไม่ปล่อยให้เขารอดไปแน่.

 

ที่ห้องใต้ดินนั้น เจ้าดาร์คเอล์ฟก็กำลังพิงกำแพงอยู่ เขาได้ยินเสียงฝีเท้าเดินไปมาของเอมิเลียที่ด้านบนราวกับว่าเธอกำลังคิดหนักอยู่.

 

ฝุ่นตกลงมาเป็นระยะๆตรงที่เอมิเลียเหยียบไป.

 

เขาหลับตาลงแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ. เทียนที่กำลังริบหรี่อยู่นั้นทอดเงาไปบนหน้าของเขา แสงนั่นทำให้เขาดูงดงามขึ้นมากกว่าเดิม.

 

หลังจากผ่านไปอย่างนาน เขาก็เอาหลังออกจากกำแพงแล้วหายใจออกมายาวๆ.

 

ในช่วงบ่ายแก่ๆนั้นอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วมาก ไม่ร้อนเหมือนตอนเที่ยง. มีลมอ่อนๆพัดผ่านป่าหนาๆไป เหล่าใบไม้ก็โบกปลิวไปจากกิ่งขณะที่ลมเย็นๆพัดผ่าน.

เอมิเลียรีบไปหาทีมลาดตระเวนทันที.

 

เธออยากจะถามให้รู้ว่ามีร่องรอยที่เกี่ยวพันกับคดีฆาตกรรมหมู่รึป่าวและอยากถามเรื่องถนนที่ร่องรอยนั่นหายไป. ขณะเดินผ่านกลุ่มคนที่ลานกว้างเธอก็เห็นกลุ่มเด็กวัยรุ่นผมสีทองตาสีน้ำเงินที่อาจารย์กำลังสอนอยู่.

 

พอเดินผ่านพวกเขาไปเอมิเลียก็เผลอได้ยินคำถามของพวกเด็กนั่นเข้า “จะรู้ได้ยังไงคะว่าเป็นแม่มด?”

 

“ถ้าผู้ต้องหาทำท่าเลิ่กลั่กขณะที่สอบสวนอยู่ล่ะก็แสดงว่านางมีความผิดฐานเป็นแม่มดแน่นอนเพราะสติสตางของเธอมันสูญสิ้นไปแล้วยังไงล่ะ. และถ้านางดูนิ่งแปลกๆและไม่รู้สึกอับอายใดๆเลยแสดงว่านางก็มีความผิดเช่นกัน. จำไว้นะเด็กๆ พวกแม่มดน่ะชอบหลอกลวงคนอื่น. พวกมันไม่มีความละอายใจใดๆทั้งนั้น”

 

“ถ้าหญิงนางนั้นมองไปมองมาอย่างลนลานระหว่างที่ถูกทรมาณอยู่ นั่นแสดงว่านางกำลังมองหาจอมปีศาจให้มาช่วยนางจากความเจ็บปวดอยู่. และถ้าหากพวกเธอเห็นนางตาเหลือกและมีสีเทาล่ะก็ แสดงว่านางพบจอมปีศาจเข้าแล้วและนางกำลังสื่อสารกับเขาอยู่”

 

“ถ้าพวกเธอเห็นหล่อนพยายามอดทนความเจ็บปวดอยู่ล่ะก็แสดงว่าจอมปีศาจกำลังให้พลังแก่เธออยู่ ดังนั้นนางจะต้องถูกลงทัณฑ์อย่างหนักเพื่อขับไล่จอมปีศาจออกไป.และถ้าหากร่างกายของนางดับสูญระหว่างการลงทัณฑ์ นั่นแสดงว่าจอมปีศาจจงใจปล่อยให้นางตายเพื่อไม่ให้ความลับของลัทธิต้องรั่วไหลออกไป”

 

เอมิเลียหันหน้าไปแล้วเห็นเด็กผู้หญิงหลายคนกำลังนั่งฟังทุกอย่างที่อาจารย์พูดอย่างตั้งใจอยู่. พวกเธอพยักหน้าเข้าใจพร้อมกับจำคำพูดของอาจารย์ไว้ในหัวขณะที่จดลงในสมุดอยู่.

 

เอมิเลียเคยเรียนวิชานี้มาก่อนและเธอก็ดันจำคำพูดพวกนั้นได้ด้วย.

 

คำพูดจอมปลอมพวกนั้นหลอกล่อเหล่าเซ้นต์ให้เชื่อ คนแล้วคนเล่าจนพวกเขาลืมความถูกต้องของตัวเองขณะที่เห็นพระเจ้าแห่งแสงสว่างเป็นผู้ชี้ทาง.

 

เอมิเลียขมวดคิ้วด้วยความขยะแขยง.

 

หลายล้านคนต้องมาเชื่อคำหลอกลวงพวกนี้. พวกเขาไม่ใช้ความคิดของตัวเองอีกแล้ว พวกเขางมงายไปกับคำสอนบ้าๆนี่.

 

เธอไม่อยากได้ยินเรื่องบ้าๆแบบนี้อีก จึงรีบเร่งฝีเท้าออกลานกว้างไป.

 

เธอพยายามมองผ่านไหล่ไปด้านหลัง กลุ่มคนพวกนั้นก็ค่อยๆเล็กลงๆจนเธอมองไม่เห็นอีกแล้ว. เธอถอนหายใจออกมาแล้วหันกลับไปจากนั้นก็หยุดเดินทันที. เธอเดินมาเจอกับคนที่ไม่อยากจะเจอเข้าให้ซะแล้ว.

 

“เอมิเลีย” โป๊บกล่าว.

 

เอมิเลียยืนตัวทื่อ “ฝ่าบาท”

 

“เอมิเลีย มีบางอย่างที่เราอยากให้เจ้าทำ” โป๊บกล่าวอย่างเคร่งขรึมแล้วสะบัดคทาในมือเขาจากนั้นก็มีเอกสารโผล่ออกมาด้านหน้า.

 

“ก่อนหน้านี้มีเหตุฆาตกรรมหมู่เกิดขึ้น ณ ใจกลางเมือง. เราหวังว่าเจ้าจะช่วยทีมลาดตระเวนหาตัวผู้ร้ายเจอนะ” ท่านโป๊บกล่าวพร้อมส่งเอกสารให้เอมิเลีย.

 

ที่หน้าแรกมีภาพร่างของสิ่งก่อสร้างหลังหนึ่งที่เธอค่อนข้างคุ้นๆ. เธอเปิดเอกสารด้านในดูแล้วเห็นภาพวาดในหน้าหนึ่งอยู่. มันเป็นภาพตลาดทาสแห่งหนึ่ง.

 

ตลาดทาส.

 

เอมิเลียรู้สึกว่าควรจะใช้โอกาสนี้สืบเรื่องฆาตกรรมหมู่เพิ่มว่าเจ้าดาร์คเอล์ฟนั่นมีเอี่ยวด้วยรึป่าว.

 

ด้วยคำสั่งโดยตรงจากโป๊บ เอมิเลียสามารถไปสืบสวนได้ตามอัธยาศัย ไม่มีใครกล้าห้ามเธอแน่นอน.

 

เอมิเลียพยักหน้า “เพคะ ฝ่าบาท”

 

โป๊บโล่งใจขณะที่พยายามพูดให้กำลังใจเอมิเลีย “นี่เป็นงานแรกของเธอในฐานะผู้นำ ฉะนั้นทำให้ดีๆนะ”

 

“ค่ะโป๊บ”

 

จากนั้นโป๊บก็หันกลับแล้วเดินเข้าไปในโบสถ์. ขณะเอมิเลียมองโป๊บจากไป เธอก็รู้สึกว่าเอาตัวเองเข้ามาพัวพันกับอะไรเนี่ย.

 

พอเรียนจบแล้วเธอวางแผนว่าจะออกจากโบสถ์นี้ไปที่ไกล ให้ห่างไกลจากสายตาคนอื่นๆ.

 

แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วเพราะเธอได้กลายเป็นผู้นำคนใหม่และสิ่งที่ตามมากับระบอบปาปาซี่ก็คือต้องไปพบกับพระเจ้าแห่งแสงตัวต่อตัวที่พิธี. จะเกิดอะไรขึ้นล่ะถ้าเธอถูกจับได้ว่าไม่ใช่ผู้ศรัทธา?

 

เธอพอจะนึกภาพสิ่งที่ตามมาได้เลย เธอจะโดนพระเจ้าแห่งแสงขยี้ตายทันทีที่เขารู้แล้วเธอก็จะไม่เหลือแม้แต่ตัวตนในดินแดนนี้เลย.

 

เอมิเลียกัดปาก.

ถึงจะรู้แบบนั้นอยู่แก่ใจ แต่เธอก็จะไม่ปล่อยให้โอกาสนี้สูญเปล่าเพราะนี่เป็นทางเดียวที่เธอจะได้รู้ว่าใครเป็นฆาตกรตัวจริงกันแน่.

 

มันจะยุ่งยากแน่นอน เธอมั่นใจ.

 

ถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าอะไรไปดลใจให้โป๊บเลือกเธอเป็นผู้นำเซ้นต์คนใหม่ แต่ตอนนี้เธอได้ตำแหน่งนี้มาแล้วเธอจะไม่คิดอะไรไร้สาระอีก.

 

มงกุฏที่แสดงถึงแสนยานุภาพนั้น ตอนนี้กำลังอยู๋บนหัวของเธออยู่.

 

ถ้าเกิดว่าเธอพลาดล่ะก็ โป๊บก็จะคิดว่าเธอเป็นคนที่ไม่เอาไหนและบางทีเขาอาจจะถอดถอนยศคืนแล้วเลือกเซ้นต์คนอื่นไปแทน.

 

เอมิเลียยิ้ม เธอพอใจกับแผนอันชาญฉลาดนี้ของเธอมาก.

จบบทที่ ตอนที่ 6 - เปลี่ยนร่าง

คัดลอกลิงก์แล้ว