เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 - พระเจ้าสรรค์สร้าง (3)

ตอนที่ 5 - พระเจ้าสรรค์สร้าง (3)

ตอนที่ 5 - พระเจ้าสรรค์สร้าง (3)


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

เธอต้องรีบไปถามเจ้าดาร์คเอล์ฟว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่และถ้ามีคนเห็นเธอจริงๆ เธอก็จะต้องเตรียมรับมือไว้.

 

เธอรีบเปิดประตูแล้วเข้าไปข้างในแล้วปิดประตูให้สนิทอย่างรวดเร็ว. ห้องใต้ดินนั้นก็มืดดังเดิม มีเพียงแค่เทียนเล่มเดียวเท่านั้นที่ส่องแสงอยู่กลางห้อง.

 

เจ้าเอล์ฟตัวน้อยนอนขดตัวอยู่บนเตียง. ตาของเขาปิดอยู่ราวกับว่ากำลังหลับลึก ขนตายาวๆของเขานั้นทอดเงาออกมาจากแสงเทียน.

 

เอมิเลียไปนั่งอยู่ท้ายเตียงแล้วสำนวจแผลของเจ้าเอล์ฟ. ความสามารถในการรักษาของสิ่งมีชีวิตมายานั้นยอดเยี่ยมเกินคำบรรยายจริงๆ. แค่ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง แผลที่เปิดอยู่ก็เริ่มจะปิดสนิทและเริ่มหายอย่างช้าๆ.

 

เอมิเลียยื่นมือออกไปจับผ้าพันแผลด้วยความอยากสัมผัสตัวแต่จู่ๆเจ้าเอล์ฟก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา.

 

“อย่ามาแตะข้า!” เจ้าเอล์ฟพูดพร้อมลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยสีหน้าดุร้าย. สีหน้านิ่งๆของเอมิเลียตะกี้เปลี่ยนไปทันที.

 

เจ้าเอล์ฟดูเหมือนจะฟื้นตัวจากการเสียเลือดก่อนหน้าแล้ว เพราะตอนนี้เขาดูดีขึ้นกว่าตอนเช้ามาก.

 

เขาแยกเขี้ยวออกอย่างกับหมาเป็นโรค.

 

เอมิเลียรู้สึกว่าเจ้าเอล์ฟดูน่ารักแม้จะทำสีหน้าดุร้ายอยู่ก็ตาม. เอมิเลียมองลงมาพร้อมหุบยิ้มก่อนจะประชดว่า “โทดนะ? ใครอยากจะแตะนายกัน? ชั้นแค่จะมาถามอะไรนิดหน่อย. ได้คำตอบแล้วจะไป”

 

เธอลุกขึ้นจากเตียงแล้วไปนั่งที่เก้าอี้ห่างจากเขาไม่กี่เมตร.

 

พอเอมิเลียไปนั่งห่างๆเขา เจ้าเอล์ฟก็รู้สึกสงบลงหน่อยๆ ดูไม่ก้าวร้าวเหมือนเมื่อกี้.

 

เขาพยายามเคลื่อนตัวบนเตียงไปพิงหลังที่กำแพง. เขามองมาที่เอมิเลียแล้วรอให้เธอพูดต่อ.

 

“จำได้มั้ยว่าทำไมนายถึงหมดสติไป? มีคนอื่นเห็นนายรึป่าว? มีคนเห็นนายไปที่ตรอกนั่นมั้ย?” เอมิเลียยิงคำถามรัวๆ.

 

เจ้าเอล์ฟปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามใดๆของเธอเลย.

 

ราวกับเวลาระเบิดกำลังเดินอยู่ เอมิเลียรู้สึกว่าชีวิตของเธอเริ่มสั้นลงๆทุกที เพราะเจ้านี่กำลังทำให้เธอปวดหัว.

 

เธอถอนหายใจออกมาเสียงดังแล้วกุมมือไว้ก่อนจะพูดต่อ “นี่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายนะ เรื่องของนายด้วยซ้ำ. นายไม่อยากให้ครอบครัวนายรู้หรอว่านายยังไม่ตาย?”

 

เจ้าเอล์ฟเล่นนิ้วตัวเองแล้วมองต่ำลงมาที่มือ. เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น.

 

สิ่งที่เขาจำได้ก็มีแค่ยัยผู้หญิงบ้านี่กับห้องแคบๆตอนที่ตื่นมา. เขาจำอย่างอื่นไม่ได้อีกเลย.

 

เจ้าเอล์ฟรู้สึกไม่สบายใจและก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับความทรงจำที่หายไปนี่ดี. เขาอยากจะถามผู้หญิงตรงหน้าเขาแต่ก็ยังระแวงเธออยู่. เขาเตือนตัวเองอยู่ตลอดว่าอย่าประมาทโดยเฉพาะตอนนี้ที่เขายังไม่แข็งแรงนัก.

 

ตอนที่เอมิเลียออกไปเมื่อกี้ เจ้าเอล์ฟก็ยังถ่างตาอยู่ตลอด. เขาพยายามไม่หลับด้วยความหวาดระแวงว่าตัวเองกำลังอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นและถูกผู้หญิงที่ไม่รู้จักช่วยไว้. ความง่วงจากอาการเสียเลือดมากเกินไปเกือบทำให้เขาสลบแต่ก็พยายามอดทนไว้ได้.

 

ด้วยสายตาทื่เริ่มพร่ามัวและหัวที่ตื้อไปหมด เขาเริ่มรู้สึกง่วงซึมๆขึ้นมาแล้ว. แต่เขาก็พยายามนั่งตัวตรงไว้ด้วยแรงใจของเขาล้วนๆ. ถ้ามาสลบต่อหน้าผู้หญิงคนนี้คงจะไม่ดีเท่าไหร่.

 

เอมิเลียกำลังนั่งรอให้เขาตอบอยู่ เธอเริ่มหมดความอดทนแล้ว.

 

หลังจากผ่านไปพักหนึ่ง เจ้าเอล์ฟก็พึมพำออกมาเบาๆ “ไม่”

เอมิเลียกะพริบตา เธอประหลาดใจกับคำตอบที่สุขุมของเจ้าเอล์ฟมาก. เธอจ้องไปที่เขาสองสามวินาทีก่อนจะถาม “นายเห็นคนอื่นอีกรึป่าวตอนที่อยู่ตรงนั้น?”

 

เจ้าเอล์ฟส่ายหัว.

 

อาจจะมีคนตามล่าเจ้าหนูนี่อยู่ก็ได้. เอมิเลียหน้าผากยู่ เธอเป็นห่วงเจ้าดาร์คเอล์ฟที่อยู่ตรงหน้าเธอนี่ขณะที่เอานิ้วนวดหน้าผากให้ความปวดมันหายไป.

 

ปกติแล้วเธอไม่ค่อยสนใจความรู้สึกคนรอบๆเธอนัก แต่ตอนนี้เป็นครั้งแรกที่เธอสนและรู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยุ่งยาก - สถานการณ์ที่มีสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดมาเกี่ยวด้วยเต็มๆ.

 

แม้เธอจะรู้ว่าเจ้าเอล์ฟนี่เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งความมืด แต่เธอก็ไม่คิดว่าเขาจะหลอกเธอ. เธอเดาว่าร่องรอยที่อัศวินพบเข้านั้นน่าจะเป็นฝีมือของพวกจอมเวทย์แห่งความมืดที่ทิ้งไว้หลอกแน่ๆ.

 

ทางหนีจริงๆน่าจะไม่ใช่ถนนนั่น. พวกอัศวินน่าจะตามรอยไปผิดทางแต่เธอจะพูดเรื่องนี้ให้หัวหน้าอัศวินฟังไม่ได้เด็ดขาด. เพราะเธออธิบายไม่ได้แน่ว่าไปเอาข้อมูลมาจากไหน. ถ้าเธอพูดไปล่ะก็จะต้องมีคนสงสัยแน่.

 

เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ “ชั้นจะออกไปแล้ว. นายควรพักซะ”

 

เจ้าเอล์ฟก้มหัวลงพยายามปิดหน้าไว้ไม่ให้เห็น. เอมิเลียไม่มั่นใจว่าเจ้าเอล์ฟกำลังคิดอะไรอยู่.

 

เอมิเลียไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นตอนเช้ากันแน่และเธอก็ไม่อยากถามกดดันเจ้าเอล์ฟต่อ. ตอนที่เธอกำลังจะปิดประตูเธอก็ได้ยินเสียงครางเบาๆออกมาจากด้านใน.

 

มือเธอที่จับวงเหล็กอยู่ชะงักไป เธอชะโงกหน้าเข้าไปดูด้านใน.

 

ที่หน้าผากของเจ้าเอล์ฟนั้นเหงื่อแตกพลั่กไปหมด มันไหลย้อนลงมาบนผิวสีน้ำผึ้งเขา. เขาหมดสติไปในท่าขดตัวบนเตียง หลังของเขาสั่นเล็กน้อย. เอมิเลียสามารถมองเห็นได้เลยว่ากระดูกในร่างของเขากำลังถ่างผิวหนังเขาออก.

 

เอมิเลียรีบเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็วแล้วไปคุกเข่าต่อหน้าเขา “เป็นอะไรไป? เจ็บรึป่าว?”

 

เธออยากจะใช้พลังรักษาของเธอซะเดี๋ยวนี้เลย ถ้าเขารับพลังได้นะ.

 

คิ้วของเจ้าเอล์ฟขมวดแรงมากๆและเขากำลังกัดฟันอย่างแน่นด้วย. ดูจากสีหน้าแล้วดูเหมือนว่าเขากำลังอดทนกับความเจ็บปวดมหาศาลอยู่ขณะที่เขาหายใจหอบอย่างรุนแรง.

 

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นเหมือนกับฝันในสายตาของเอมิเลียเลย.

 

ผมของเจ้าเอล์ฟยืดยาวออกแล้วสะบัดขึ้นไปบนอากาศราวกับว่าโดนลมพัดอยู่. ใบหน้าของเขาเปลี่ยนจากเด็กทารกเป็นชายรูปงามที่หาคำเปรียบไม่ได้.

 

ผ้าพันแผลที่พันรอบๆตัวเขานั้นก็เริ่มคลายออกจนเห็นกล้ามเนื้อแน่นๆด้านใน ดูราวกับรูปปั้นของกรีกก็ไม่ปาน. ขาของเขายืดออกไปพาดปลายเตียงแต่ก็ยังอยู่ในท่าขดตัวเช่นเดิม.

 

เอมิเลียงุนงงมากขณะที่มองดูความอัศจรรย์นี่และเธอก็นึกออกว่าทำไมพวกเอล์ฟถึงถูกกล่าวขานว่าเป็นสิ่งมีชีวิตของพระเป็นเจ้า. เธอจำได้ว่าเดิมทีพวกเขานั้นถูกสร้างมาให้มีทั้งความงดงามและพลังไว้ในครอบครอง. พวกเขาถูกพระเจ้าสรรค์สร้างมาอย่างงดงามมากๆ.

จบบทที่ ตอนที่ 5 - พระเจ้าสรรค์สร้าง (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว