เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 กลไกสวรรค์หุบเขาปีศาจทำนายถึงผู้ถูกคุมขัง (อ่านฟรีวันที่ 01/04/2025)

บทที่ 45 กลไกสวรรค์หุบเขาปีศาจทำนายถึงผู้ถูกคุมขัง (อ่านฟรีวันที่ 01/04/2025)

บทที่ 45 กลไกสวรรค์หุบเขาปีศาจทำนายถึงผู้ถูกคุมขัง (อ่านฟรีวันที่ 01/04/2025)


(อ่านฟรีวันที่ 01/04/2025)

ช่วงเย็นวันต่อมา

โจวเซียหมินในชุดใหม่เอี่ยมปรากฏตัวอยู่ที่หน้าโรงหมอจีซื่อ

“ผู้อาวุโสหลี่ คืนนี้เราไปฟังเพลงที่เรือสังคีตดีหรือไม่”

“รอสักครู่ ข้าจะออกไปเดี๋ยวนี้”

หลังจากนั้นไม่นาน หลี่ฟู่โจวก็เดินออกจากโรงหมอพร้อมรอยยิ้ม

.

.

.

วันต่อมาในเวลาเดียวกัน

“ผู้อาวุโสหลี่ วันนี้เล่า? ท่านจะไปหรือไม่?”

“ไปเดี๋ยวนี้ล่ะ!”

หลี่ฟู่โจวตอบรับสั้นๆและรีบออกโรงหมอจีซื่ออย่างไม่ลังเล

.

.

.

ย่างเข้าเย็นวันที่สาม

โจวเซียหมินยืนรออยู่หน้าโรงหมอจีซื่อโดยไม่ทันเอ่ยสิ่งใด

“มาแล้วๆ รีบไปกันเถอะ”

หลี่ฟู่โจวคว้าแขนโจวเซียหมินและเดินเคียงคู่กันออกจากโรงหมออย่างสบายอารมณ์

อันจิงที่เฝ้ามองแผ่นหลังของคนทั้งคู่ที่เริ่มห่างออกไปได้แต่สงสัย “พี่โจวมาตรงเวลาแทบจะทุกวัน นี่มันขยันกว่าตอนที่เขาทำงานเป็นนักเล่าเรื่องในร้านน้ำชาต้าถงเสียอีก แล้วเขาเอาเงินจากไหนไปเที่ยวทุกวัน น่าสงสัยจริงๆ”

การไปเยือนหอคณิกาเพื่อผ่อนคลายอารมณ์จากการฟังดนตรีไม่ใช่ราคาถูกๆ ยิ่งโจวเซียหมินเลือกไปเยือนเรือสังคีตแล้วยิ่งมีราคาสูงกว่าที่อื่น

เขาเองก่อนที่จะแต่งงานก็ไปบ่อยๆเช่นกันแต่เขาก็สามารถกู้ยืมเงินมาจ่ายก่อนได้แต่โจวเซียหมินมีศักยภาพพอที่จะกู้ยืมได้งั้นรึ? ยิ่งอันจิงคิดเรื่องนี้มากเท่าไรก็ยิ่งรู้สึกว่ามันแปลกมากขึ้นเท่านั้น

ทันหยุนที่มองตามร่างคนทั้งคู่ไปเช่นกันเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “นายท่านหยุดคิดเรื่องของสองคนนั้นเถิดเจ้าคะ บางทีญาติสักคนของท่านโจวอาจตายไปแล้วทิ้งมรดกไว้ให้เขาก็เป็นได้”

อันจิงเลิกคิ้ว “แล้วถ้ามีเงินขนาดนั้น ทำไมไม่คิดเลี้ยงข้าวพวกเราบ้างล่ะ?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นทันหยุนก็กรอกตา น้ำเสียงหงุดหงิดขึ้นเล็กน้อย “นายท่าน ถ้ามีใครสักคนในครอบครัวของเราตายจริงๆ เราจะมีจิตใจไปเลี้ยงข้าวผู้อื่นอยู่หรือเจ้าคะ?”

“อ่า..ก็จริงของเจ้า” อันจิงส่ายหน้าน้อยๆก่อนจะหยิบตำราโบราณบนโต๊ะขึ้นมาอ่าน

หลังจากที่หินใบโพธิ์หลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาและสร้างรากวิญญาณสีทองให้กับเขาได้อย่างสมบูรณ์ แม้จะเป็นเพียงรากวิญญาณสีทองเพียงครึ่งขั้น แต่มันก็เหนือกว่าการฝึกฝนร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์ระดับหนึ่งทั่วไปมากนัก

ยิ่งไปกว่านั้น แก่นพลังที่ทั้งผลต้นโพธิ์และหินใบโพธิ์ทิ้งไว้ให้นั่นก็ทำให้เขาก้าวไปยังจุดสูงสุดของการหลอมรวมบุปผามนุษย์ได้ แม้จะไม่สามารถปลุกบุปผาปฐพีขึ้นมาได้แต่มันก็เหลือเพียงแค่ขั้นเดียวเท่านั้น

บุปผามนุษย์เกี่ยวข้องกับแก่นพลัง การบ่มเพาะแก่นพลังจะเป็นตัวหล่อเลี้ยงบุปผามนุษย์ ในขณะที่บุปผาปฐพีจะเกี่ยวข้องกับพลังชี่ เมื่อมีพลังชี่ในปริมาณมากจนเอ่อล้นออกมา การปลุกบุปผาปฐพีให้เกิดขึ้นในร่างกายก็จะทำได้ง่าย

ดังนั้นการปลุกบุปผาปฐพีจึงต้องใช้เวลาหลายปีในการสะสมพลังหรือตามหาสมบัติล้ำค่าของสวรรค์หรือโลกเพื่อดูดซับพลังจากของเหล่านี้ก็จะสามารถปลุกบุปผาปฐพีได้เช่นกัน อันจิงซึ่งดูดซับแก่นพลังจำนวนมากได้แล้วจึงก้าวไปถึงจุดสูงสุดได้ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ซับซ้อนมากที่สุดเช่นกัน

แม้ว่าศิลปะการต่อสู้ขั้นสูงจะยังคงเป็นความลับตลอดหลายยุคหลายสมัยแต่ทักษะและวิธีในการฝ่าฟันให้บรรลุเป้าหมายก็เป็นที่รู้จักกันวงกว้าง มีการบันทึกเรื่องนี้ไว้ในตำราศิลปะการต่อสู้หลายฉบับรวมถึงตำราโบราณด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการค้นคว้าและการเรียนรู้ของแต่ละคน

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม อันจิงก็ค่อยๆวางตำราลง เขายืดแขนยืดขาเพื่อบิดขี้เกียจ จากนั้นก็เดินไพล่หลังไปยังริมแม่น้ำหยู เมื่อเห็นร่างของเจ้านายเดินออกไป เสี่ยวเฮยจ๋ายก็วิ่งตามพลางเห่าด้วยความกระตือรือร้น

ตอนนั้นเองที่เขาสังเกตเห็นเรือล่องลำหนึ่งที่ลอยอยู่ในแม่น้ำที่อยู่ห่างจากฝั่งพอสมควร มันมีโคมสีแดงแขวนอยู่หน้าเรือ

นี่คือข้อตกลงระหว่างมู่เสี่ยวหยุนและเขา ตราบใดที่โคมสีแดงแขวนอยู่บนเรือล่องแสดงว่าพวกเขาสามารถดำเนินแผนต่อไปได้

“ในที่สุดผู้เฒ่าเจียงก็พร้อมแล้วสินะ” อันจิงพึมพำกับตัวเอง

.

.

.

เรือล่องลำน้อยที่ประดับด้วยโคมไฟสีแดงกำลังล่องลอยไปตามกระแสน้ำในแม่น้ำหยู

เจียงซานเจียในชุดนักบวชเต๋าสีดำสลับขาวกำลังนั่งสมาธิบนเบาะ สีหน้าของเขาไร้ซึ่งการแสดงออกใดๆ ตรงหน้าเขามีกระดองเต่าซ้อนกันหลายสิบชิ้น

นอกจากนี้ ข้างๆเขายังมีเตาเผาขนาดเล็กที่ปล่อยเปลวไฟสีดำและสีม่วงออกมา นี่คือการทำนายโดยใช้กระดองเต่าเป็นสื่อของหุบเขาปีศาจ ซึ่งเป็นทักษะพิเศษที่ทำให้เจียงซานเจียมีชื่อเสียง

อันจิงและมู่เสี่ยวหยุนนั่งอยู่คนละฝั่ง

คิ้วของมู่เสี่ยวหยุนขมวดมุ่นด้วยความคิดหลายอย่างในหัว ในขณะที่อันจิงเฝ้าสังเกตเจียงซานเจียด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น

“ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าสิ่งนี้มีกลิ่นอายลึกลับมันดูคล้ายกับพิธีของลัทธิหรือสำนักสักแห่ง”

ทั้งเครื่องแต่งกายของเจียงซานเจียและลวดลายที่ปรากฏอยู่บนกระดองเต่าที่อยู่ตรงหน้าเขา ดูคล้ายคลึงกับพิธีกรรมของสำนักเต๋าในแคว้นหยานมาก

“พี่โจวพูดถูก” เจียงซานเจียพยักหน้าและกล่าวต่อ “เมื่อหลายพันปีก่อน หุบเขาปีศาจและสำนักเจิ้นยี่ก็เป็นสำนักเดียวกัน”

“โอ้?” นี่เป็นครั้งแรกที่อันจิงได้ยินความลับนี้

หุบเขาปีศาจนับเป็นสำนักหนึ่งในยุทธภพที่มีความลึกลับมากที่สุด ข้อมูลของหุบเขาปีศาจมีน้อยมากรวมถึงจำนวนคนในสังกัดก็มีน้อยเช่นกันแต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่คนในยุทธภพจะประเมินพวกเขาให้ต่ำเกินไป อย่างไรก็ตามสำนักเจิ้นยี่กลับน่าเกรงขามกว่าหุบเขาปีศาจหลายเท่าตัว

ศาสนาประจำแคว้นหยาน สำนักอันดับหนึ่งในใต้หล้า

สำนักเจิ้นยี่เดิมทีก็ทรงอิทธิพลมากแล้วแต่หลังจากที่ช่วยฮ่องเต้องค์ปัจจุบันก่อกบฏจนได้บัลลังก์มาครอง อิทธิพลของสำนักเจิ้นยี่ก็ยิ่งแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทั้งยังถูกสถาปนาให้กลายเป็นศาสนาประจำแคว้นเป็นที่เคารพของราชวงศ์ปัจจุบัน

สำนักเจิ้นยี่มีวัดของตัวเองทั่วแคว้นหยานซึ่งแผ่ขยายไปทั่วทั้งแคว้นอย่างแท้จริง ซึ่งวัดเจิ้นยี่ของพวกเขาในมณฑลเจียงหนานนั้นตั้งอยู่ในเมืองลี่เจียงนั่นเอง ศิษย์ของสำนักเจิ้นยี่มีจำนวนมากและมากมายหลายอาชีพ ปัจจุบันมีจำนวนมากกว่าแสนคนในแคว้นหยานซึ่งเกี่ยวพันกับตระกูลขุนนางมากมาย

บางคนก็กล่าวว่าสำนักเจิ้นยี่เป็นราชสำนักอีกสาขาหนึ่งของแคว้นหยาน

บางคนก็กล่าวว่าแคว้นหยานมีผู้ปกครองถึงสองคน หนึ่งคือฮ่องเต้บนบัลลังก์ทองที่มีตำแหน่งสูงสุดในแคว้นและอีกหนึ่งคือ‘เซียวเฉียนชิว’เจ้าสำนักเจิ้นยี่ผู้ที่มีอำนาจสั่นคลอนไปทั่วแคว้น แม้ว่านี่จะเป็นเพียงข่าวลือไปทั่วท้องตลาดแต่ก็สะท้อนได้ถึงอิทธิพลอันลึกซึ้งของสำนักเจิ้นยี่

อันจิงไม่คาดคิดมาก่อนว่าหุบเขาปีศาจจะมีเกี่ยวกับกับสำนักเจิ้นยี่ด้วย

เจียงซานเจียเอ่ยกับอันจิงด้วยรอยยิ้มไม่ถึงดวงตา “อย่างไรก็ตาม สำนักเจิ้นยี่และหุบเขาปีศาจของเราก็เหมือนน้ำกับไฟมาช้านาน มีประวัติที่ขัดแย้งและสร้างความขุ่นมัวมาถึงปัจจุบัน พี่โจวตั้งแต่ที่ท่านได้วิชาดาบทะยานร้อยขั้นไป ท่านก็นับเป็นคนของหุบเขาปีศาจ ในอนาคตท่านก็ควรระวังตัวไว้ให้ดี”

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” อันจิงเลิกคิ้ว การที่เขาเรียนรู้วิชาดาบทะยานร้อยขั้นทำให้เขาไปสร้างความขุ่นมัวให้กับสำนักเจิ้นยี่อย่างนั้นรึ?

สำนักเจิ้นยี่นับเป็นเจ้าป่าอย่างแท้จริง มีผู้เชี่ยวชาญระดับสูงมากมายในจำนวนที่พอๆกับปลากระโดดข้ามแม่น้ำด้วยซ้ำ ทั้งยังมีระดับปรมาจารย์อยู่ในสังกัดของพวกเขาอีกหลายคน เจ้าสำนักของพวกเขาได้รับการยอมรับจากประชาชนว่าเป็นบุคคลสำคัญในแคว้นหยานทั้งยังเป็นราชครูและที่ปรึกษาส่วนตัวของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันอีกด้วย

หากเพราะวิชาดาบทะยานร้อยขั้นทำให้เขาถูกเจ้าป่าจับตามอง อันจิงก็รู้สึกว่ามันเป็นข้อตกลงที่เสียเปรียบ

เจียงซานเจียเงียบโดยไม่พูดอะไรไปอีกครู่ใหญ่ก่อนที่สายตาของเขาจะกลับไปที่กระดองเต่าตรงหน้า

ตุ๊บ!

ในขณะที่พลังของเขาเอ่อออกมารอบๆกาย เตาเผาที่อยู่ข้างๆก็ลอยขึ้นมาวางอยู่บนโต๊ะ จากนั้นเจียงซานเจียก็ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง กระดองเต่าบนโต๊ะก็เริ่มลอยขึ้น

กระดองเต่าหมุนวนไปมาก่อนจะล้อมรอบเตาเผาเป็นรูปครึ่งวงกลม เมื่อกระดองเต่าขยับไปใกล้เตาเผา เปลวไฟสีดำและสีม่วงก็ลุกโชนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมันต้องการหลอมรวมกระดองเต่าทั้งหมดเข้าด้วยกัน

อุณหภูมิในเรือล่องลำเล็กก็สูงขึ้นอย่างกะทันหัน

ผ่านไปหนึ่งจิบชา กระดองเต่าก็ไม่สามารถต้านทานความร้อนของเปลวไฟที่โหมแรงได้ มันเริ่มมีรอยแตกร้าวและเปล่งแสงสีทองอัดแน่นอยู่รวมกัน

เจียงซานเจียดีดนิ้วอีกหนึ่งครั้ง กระดองเต่าชิ้นหนึ่งก็หล่นลงโต๊ะ ในขณะที่กระดองเต่าที่เหลือลอยเรียงกันเป็นแถวและสุดท้ายกระดองเต่าที่เหลือก็ตกลงบนโต๊ะ

นี่คือกลไกสวรรค์ของหุบเขาปีศาจหรือไม่?

อันจิงมองไปที่กระดองเต่าบนโต๊ะ ลวดลายพวกนั้นเด่นชัดมากแต่มันค่อนข้างมีลวดลายคล้ายๆกัน มันเป็นสิ่งที่คนทั่วไปไม่สามารถแยกความแตกต่างนี้ได้

เจียงซานเจียดีดนิ้วอีกครั้ง ผิวของเขาซีดเผือดลง นิ้วชี้และนิ้วกลางของเขามีเลือดสีแดงไหลซึมออกมา มันค่อยๆหยดลงกระดองเต่าอย่างช้าๆ

จบบทที่ บทที่ 45 กลไกสวรรค์หุบเขาปีศาจทำนายถึงผู้ถูกคุมขัง (อ่านฟรีวันที่ 01/04/2025)

คัดลอกลิงก์แล้ว