เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 หินใบโพธิ์ปลุกรากวิญญาณสีทอง (อ่านฟรีวันที่ 31/03/2025)

บทที่ 44 หินใบโพธิ์ปลุกรากวิญญาณสีทอง (อ่านฟรีวันที่ 31/03/2025)

บทที่ 44 หินใบโพธิ์ปลุกรากวิญญาณสีทอง (อ่านฟรีวันที่ 31/03/2025)


(อ่านฟรีวันที่ 31/03/2025)

ถนนยาวเกือบสามสิบลี้ทางทิศตะวันตกของเมืองหยู

“ทั้งพลังและกลิ่นอายของคนผู้นั้นค่อนข้างแปลกประหลาด มันเป็นวิชาของพรรคมารหรือไม่? มีข่าวลือว่าพรรคมารจะกลับเข้าสู่แคว้นหยานอีกครั้ง คนผู้นั้นคือผู้เชี่ยวชาญระดับสูงของพรรคมารหรือเปล่า?”

อันจิงปรับพลังภายในของเขาให้กลับคืนสู่ปกติ ในหัวของเขาก็นึกถึงการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่เพิ่งเกิดขึ้น มันเต็มไปด้วยคำถามเต็มไปหมด

เรื่องยุทธภพเขามีข้อมูลไม่มากนัก แต่เขารู้ว่าพลังหรือวิชาที่โดดเด่นที่สุดในยุทธภพเจียงหูจะเป็นของสวรรค์ด่านนอกหรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อพรรคมาร

หลายปีก่อนเพลิงปีศาจของพรรคมารได้ลุกโชนไปทั่วดินแดน ทั้งสำนักและพรรคน้อยใหญ่นับไม่ถ้วนในยุทธภพต่างต้องสยบอยู่ใต้ฝ่าเท้าของพวกเขา มีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเสียชีวิตจากน้ำมือของพรรคมาร

คำเล่าลือของคนทั่วยุทธภพเจียงหูต่างกล่าวว่าพรรคมารเป็นสิ่งน่ากลัวอย่างแท้จริง

“ดูเหมือนข่าวลือที่พรรคเฉาคิดว่าข้าเป็นคนของพรรคมารจะไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผล ไม่แปลกใจว่าทำไมพรรคเฉาถึงเติบโตได้ด้วยเร็วขนาดนี้ สายข่าวและการประเมินสถานการณ์ของพวกเขาไม่ใช่ธรรมดา”

อันจิงพึมพำเบาๆ ทุกวันนี้ ต่างทราบดีว่ายุทธภพเจียงหูแบ่งออกเป็นห้าพรรคและเจ็ดสำนัก

โดยห้าพรรคประกอบด้วยพรรคเฉาแห่งมณฑลเจียงหนาน พรรคกระโจมทองทางตะวันตกเฉียงเหนือ หอคอยพิรุณวาโย พรรคซานหูและสุดท้ายคือพรรคที่วุ่นวายที่สุดคือพรรคหลี่หยางทางตะวันตกเฉียงใต้

ในจำนวนนี้พรรคซานหูเป็นพรรคที่ได้ชื่อว่าอ่อนแอที่สุดแต่เป็นพรรคที่มีข่าวลือหนาหูที่สุดเช่นกัน บ้างก็ว่าผู้ที่หนุนหลังพวกเขาก็คือพรรคมาร บ้างก็ว่าสำนักฟ้าวารีซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสำนักหนุนหลังพวกเขาอยู่ ในยุทธภพเจียงหูมีความเห็นต่างๆปะปนกัน ไม่มีใครรู้ข้อมูลแท้จริงว่ากลุ่มใดเป็นผู้หนุนหลังพวกเขาอยู่ แต่ถึงแม้พรรคซานหูไม่มีผู้เชี่ยวชาญระดับสูงที่ได้รับการยอมรับอย่างเปิดเผย แต่การที่พวกเขาเข้ามาเป็นหนึ่งในห้าพรรคใหญ่ก็เป็นการตอกย้ำว่าพวกเขามีคนหนุนหลังจริงๆ

นอกเหนือจากพรรคซานหูแล้วยังมีหอคอยพิรุณวาโยซึ่งเป็นพรรคที่ลึกลับไม่น้อย ‘หอคอยเล็กๆที่ได้ยินเพียงเสียงฝนพรำสลับกับลมพัดตลอดทั้งคืน มีที่ใดบ้างในยุทธภพที่มีเพียงสิ่งนี้เกิดขึ้น ไม่มีแม้กระทั่งดอกไม้บานแม้ย่างเข้าวสันตฤดู’

ไม่มีใครในยุทธภพเจียงหูที่ไม่รู้จักคำนิยามนี้และคนในยุทธภพต่างก็กลัวว่าชื่อของพวกเขาจะไปอยู่ในบัญชีดำของหอคอยพิรุณวาโย ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยปฏิบัติภารกิจล้มเหลวแต่โอกาสที่จะล้มเหลวนั้นต่ำมาก มันต่ำถึงขนาดที่ใครๆก็พูดว่าเจอทองคำบนถนนยังง่ายกว่าความผิดพลาดของหอคอยพิรุณวาโยเสียอีก

พรรคที่ทรงอำนาจที่สุดก็คือพรรคเฉาโดยไม่ต้องสงสัย

ในความเห็นของอันจิง การที่พรรคเฉาถูกเรียกว่าพรรคอันหนึ่งของโลกยุทธภพก็เป็นผลมาจากความพยายามโดยตั้งใจของผู้ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน อำนาจของพรรคเฉาไม่ใช่เรื่องเท็จแต่ก็มียังมีองค์ประกอบอื่นที่ดูเกินจริงไปบ้าง

ระหว่างพรรคเฉาและพรรคมาร มีโอกาสสูงมากที่จะตั้งตัวเป็นอริกันอย่างเปิดเผย

และบุคคลที่เพิ่งปะทะฝีมือกับเขาไปเมื่อครู่ มีโอกาสถึงเก้าในสิบส่วนที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงเหนือกว่ารายชื่อมังกรหรืออาจจะสูงกว่านั้นก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้เช่นกัน

ผู้ที่มีความสามารถจนเข้าไปอยู่ในรายชื่อมังกร คนที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาพวกเขาอย่างน้อยก็ต้องอยู่ในระดับหนึ่งและปลุกบุปผามนุษย์ได้สำเร็จ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ที่อยู่ในรายชื่อมังกรนั้นแข็งแกร่งเพียงใดและผู้ที่อยู่เหนือกว่ารายชื่อมังกรนั้นไม่ต้องสงสัยว่าพวกเขาจะเป็นปรมาจารย์ที่เก่งกาจจนทุกคนยอมสยบราบคาบเช่นไร

คนส่วนใหญ่ถือว่าพลังยุทธ์ระดับหนึ่งคือจุดสุดของยุทธภพเจียงหูแล้ว แต่มีการสันนิษฐานว่าผู้ที่อยู่ในระดับปรมาจารย์ที่แท้จริงนั้นย่อมไม่ปรากฏตัวสู่ยุทธภพอย่างเปิดเผย

แล้วถ้าเกิดปรมาจารย์ตัวจริงปรากฏตัวขึ้น พวกที่ถูกยกย่องว่าเป็นปรมาจารย์ปลอมๆพวกนั้นจะต้านทานได้รึ?

“ลืมเรื่องความขัดแย้งของยุทธภพไปเถิด ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องกับข้า ตอนนี้ต้องหาโอกาสกินผลต้นโพธิ์นี้เข้าไปเสียก่อน การฝึกฝนของข้ากำลังถึงจุดสูงสุดของบุปผามนุษย์แล้ว รอโอกาสที่จะปลุกบุปผาปฐพีให้ตื่นขึ้นเสียที”

หลังจากครุ่นคิดเรื่องนี้ครู่หนึ่ง อันจิงก็มุ่งหน้าห่างออกไปทางชานเมือง ตอนนี้ย่างเข้าสู่ยามโฉว่*เข้าทุกที บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัด อันจิงมองหามุมเงียบๆในป่าทึบแถวชานเมืองจนเจอในที่สุด

ผลต้นโพธิ์ที่มีสีแดงสดเช่นนี้นับเป็นสิ่งที่หายาก ในตำรากล่าวไว้ว่าต้นโพธิ์จะออกดอกทุกๆหนึ่งร้อยปีและจะออกผลในทุกๆร้อยปี นั่นหมายความว่าต้องใช้เวลาถึงสองร้อยปีถึงจะได้ผลต้นโพธิ์ที่มีสีแดงสดเช่นนี้โดยต้องเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมอีกด้วย

วิธีเก็บเกี่ยวก็สำคัญ ผลต้นโพธิ์สีแดงสดบนต้นสามารถดูดซับพลังปฐพีและพลังสวรรค์ได้ มันจะกลายเป็นผลไม้สีแดงสดที่มีอายุหนึ่งร้อยปีหรือแม้แต่หนึ่งพันปีก็ย่อมทำได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงความหายากของมันแล้ว แทบเป็นเรื่องยากที่จะมีคนหาผลอายุร้อยปีของมันได้ ไม่ต้องพูดถึงอายุหนึ่งพันปีเลย มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย

อันจิงนั่งขัดสมาธิ โยนผลต้นโพธิ์เข้าปากและค่อยๆเคี้ยว กลืนลงไป

เมื่อมันไหลผ่านลำคอ พลันเกิดกระแสความอบอุ่นกระจายไปทั่วร่างของเขา ในขณะที่พลังควบคุมจิตวิญญาณไหลเวียนด้วยความรวดเร็ว พลังชี่ที่อยู่รอบๆราวกับถูกชี้นำโดยอะไรบางอย่างให้พุ่งเข้าสู่ร่างของเขาเหมือนกระแสน้ำเชี่ยวกราก

พลังภายในของเขาวิ่งบรรจบกันอย่างต่อเนื่องและมุ่งเข้าสู่เส้นลมปราณของเขา ในเวลาเดียวกันผลต้นโพธิ์ที่เขากลืนเข้าไปก็ค่อยๆแทรกซึมเข้าไปในเนื้อของเขากลายเป็นแก่นพลังสีแดง หมุนเวียนอยู่ในร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง

แก่นพลังสีแดงนี้มีอำนาจเหนือทุกอย่างจนน่าประหลาดใจ มันให้ความรู้สึกราวกับมังกรเพลิง ทำให้แม้แต่เส้นลมปราณอันยืดหยุ่นของเขาลุกโชนขึ้นเมื่อถูกแก่นพลังสีแดงครอบงำ มันให้ความรู้สึกคล้ายเปลวเพลิงที่เผาผลาญไปทั่วร่าง

แก่นพลังสีแดงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและภายในเวลาไม่ถึงจิบชา ร่างกายของอันจิงก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำราวกุ้งสุก ผิวของเขาปกคลุมไปด้วยเส้นเลือดสีแดงที่พร้อมจะเอ่อออกจากร่างได้ทุกเมื่อ พลังภายในที่รุนแรงเพียงนี้ราวกับกำลังระเบิดเส้นลมปราณของเขาอยู่ มันส่งพลังอันหนักหน่วงจนร่างกายของเขาแทบระเบิด

‘หินใบโพธิ์?’

ในขณะนั้น หินใบโพธิ์ที่อยู่บนร่างของเขาดูเหมือนจะถูกดึงดูด ราวกับมันกำลังผสานเข้ากับร่างกายของอันจิงโดยสมบูรณ์

อันจิงขมวดคิ้วมุ่น ไม่สามารถระงับเสียงอู้อี้ที่หลุดออกจากริมฝีปากได้ ริมฝีปากของเขาเผยออกเล็กน้อยและทันใดนั้น เลือดก็ไหลออกจากปาก จมูกและหูของเขา

ในสถานการณ์ที่คลุมเครือเช่นนี้ หินใบโพธิ์ได้เลื่อนระดับเป็นแก่นพลังสีทองและรวมเข้ากับแก่นพลังสีแดงอย่างสมบูรณ์ มันโคจรอยู่ในร่างของเขา ด้วยพลังรุนแรงของมันส่งผลกระทบให้เขาได้รับบาดเจ็บอีกด้วย

เวลาผ่านไปอีกครู่ใหญ่ แก่นพลังสีทองผสานกับสีแดงก็ว่ายเวียนอยู่ในเส้นลมปราณของอันจิง รักษาอาการบาดเจ็บภายในร่างกายของเขา

ผ่านเวลาไปหนึ่งก้านธูป บาดแผลภายในร่างกายของอันจิงก็ได้รับการรักษาด้วยพลังภายในอันแข็งแกร่งที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของเขา ต่อมาแก่นพลังทั้งสองที่มาจากหินใบโพธิ์และผลต้นโพธิ์ก็เคลื่อนตัวไปด้วยกัน มันพุ่งเข้าไปในอวัยวะภายในของเขาราวกับคลื่นซัดสาด เมื่อแก่นพลังทั้งสองเข้าสู่จุดตันเถียนในปริมาณที่มหาศาลเพียงนี้ก็ไม่ต่างจากลาวาที่เตรียมระเบิดภูเขาไฟหลังจากสงบนิ่งมานับพันปี มันเดือดพล่านด้วยความบ้าคลั่ง

รากวิญญาณที่ฝังอยู่ในแกนกระดูกสีขาวซีดก็ถูกปกคลุมไปด้วยชั้นสีทอง

รากวิญญาณสีทอง!

นี่มันคือรากวิญญาณสีทองจริงๆ!

ในบันทึกโบราณกล่าวว่ามีเพียงผู้เชี่ยวชาญระดับสูงที่บรรลุในระดับปรมาจารย์เท่านั้นที่จะสร้างรากวิญญาณสีทองขึ้นมาได้ ไม่ใครมีใครอยู่ในระดับต่ำว่าปรมาจารย์ที่จะฝึกฝนจนได้รากวิญญาณสีทองมาครองได้ อันจิงยังนั่งขัดสมาธิต่อเนื่อง ร่างกายของเขาเปล่งประกายสีทองแวววาวคล้ายกับพุทธรูปในวัดโบราณ

“แม้ว่าข้าจะห่างจากการปลุกบุปผาปฐพีอีกเพียงหนึ่งก้าว แต่ข้าก็สามารถบ่มเพาะได้ถึงครึ่งก้าวของรากวิญญาณสีทองแล้ว...”

ผ่านไปอีกหนึ่งก้านธูป ในที่สุดอันจิงก็ค่อยๆลืมตาขึ้นและผ่อนลมหายใจออกเบาๆ

การผสานร่างเข้ากับหินใบโพธิ์และผลต้นโพธิ์นั้นไม่เพียงแต่ให้เขาพัฒนารากวิญญาณสีทองได้เท่านั้นแต่ยังประทับพลังบริสุทธิ์ของพลังพุทธเข้าในร่างกายของเขาอีกด้วย ซึ่งจะให้ผลลัพธ์เป็นสองเท่าด้วยการใช้ความพยายามเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นก็สามารถเข้าใจศิลปะการต่อสู้ของสำนักพุทธและประโยชน์ที่จะตามมาก็เรียกได้ว่ามากมายมหาศาล

.

.

.

โรงหมอจีซื่อ

หลี่ฟู่โจวขมวดคิ้วมุ่นและกำหมัดแน่น “ท่านประมุข นักดาบมารผู้นี้มีพลังยุทธ์ในระดับหนึ่งอย่างแน่นอน ทักษะดาบของเขาค่อนข้างซับซ้อน มันอยู่ในระดับปรมาจารย์เพลงดาบเลยด้วยซ้ำ”

ร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บมาก่อนทำให้เขาไม่สามารถใช้พลังได้เต็มที่แต่ดูเหมือนนักดาบผู้นั้นก็ไม่ได้ใช้พลังอย่างเต็มที่เช่นกัน คนผู้นั้นปกปิดพลังของเขาด้วยทักษะซ่อนพลังชี่ หากเขาไม่ได้ประลองกับอีกฝ่ายก็คงดูไม่ออกเหมือนกัน อาจคิดว่าเขาเป็นเพียงคนธรรมดาๆคนหนึ่ง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขาคิดว่าน่ากลัวที่สุด

จ้าวชิงเหมยเอ่ยถาม “ท่านอาจารย์สาม ท่านเจอภูมิหลังของคนผู้นี้หรือยัง?”

นางไม่คาดคิดว่าหลี่ฟู่โจวจะประเมินฝีมือนักดาบลึกลับผู้นั้นในระดับสูงเพียงนี้ แสดงว่าคนผู้นี้เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงที่หาได้ยาก

คนอื่นอาจไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งของหลี่ฟู่โจวแต่นางย่อมรู้ดี

เพียงครึ่งก้าวก็ถึงระดับปรมาจารย์!

แม้ว่าความพยายามที่จะเข้าสู่ระดับปรมาจารย์เต็มตัวจะล้มเหลวจนทำให้ร่างกายของเขาบาดเจ็บซึ่งยากจะรักษาในเวลาสั้นๆได้แต่เขาก็เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับหนึ่งที่ยากจะหาคนมารับมือเขาได้อยู่ดี

“ไม่ ทักษะดาบของคนผู้นี้ยังด้อยกว่าตาเฒ่าจากหุบเขาปีศาจอยู่บ้างและพลังภายในของเขาก็ยังไม่เต็มที่ ข้ารู้สึกเสมอว่าเขากำลังซ่อนพลังของเขาเอาไว้”

“เขาไม่ได้นำพลังทั้งหมดของเขาออกมา?” จ้าวชิงเหมยขมวดคิ้ว “คนผู้นี้เป็นใครกันแน่ หรือจะเป็นคนผู้นั้น..?”

บุคคลที่จ้าวชิงเหมยกำลังพูดถึงคือบุคคลที่มีอิทธิพลครอบงำราชสำนักอยู่ในขณะนี้

หลี่ฟู่โจวพยักหน้าเห็นด้วย

“อาจเป็นไปได้ คนผู้นั้นมีความทะเยอทะยานและความคิดก็ลึกซึ้งราวกับมหาสมุทรลึก การที่เขาทำเช่นนี้ก็ไมใช่เรื่องที่จะเป็นไปไม่ได้ แต่ก็อาจเป็นคนจากสำนักเจิ้นยี่ได้เช่นกัน เมื่อไม่นานนี้มีข่าวลือไปทั่วเมืองว่าคนในสังกัดกรมอาญาไม่ยอมรับคนที่มาจากยุทธภพเจียงหูอีกต่อไป แสดงให้เห็นความแตกแยกของพวกเขาอย่างชัดเจน”

สำนักเจิ้นยี่หรือภูเขาเจิ้นยี่นับเป็นสำนักใหญ่ในแคว้นหยาน

หากพรรคมารเป็นตัวแทนแห่งการปลุกเร้าความหวาดกลัวของทุกคน สำนักเจิ้นยี่ก็เป็นตัวแทนของสิ่งตรงข้าม นั่นคือเส้นทางแห่งความถูกต้องและความหวัง

สำนักอันดับหนึ่งในแคว้นย่อมหนีไม่พ้นสำนักที่ขึ้นเป็นศาสนาประจำแคว้นหยาน มีชื่ออันทรงเกียรติและได้รับการยกย่องมากมายทำให้สำนักเจิ้นยี่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในยุทธภพ หมู่ชาวบ้านทั่วไปและศาลพิจารณาคดี จึงไม่แปลกที่ผู้ทรงอิทธิพลเช่นนี้จะมีคนในสังกัดที่มีฝีมือเทียบเท่ากับนักดาบนิรนาม

ข้อมูลของนักดาบผู้นี้ยังไม่แน่ชัดซึ่งพวกเขาต้องสืบหาข้อมูลกันต่อไป

.

.

.

** ยามโฉว่ คือเวลา01.00น.-02.59น.

จบบทที่ บทที่ 44 หินใบโพธิ์ปลุกรากวิญญาณสีทอง (อ่านฟรีวันที่ 31/03/2025)

คัดลอกลิงก์แล้ว