เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 การรวมตัวอันแสนชื่นมื่น (อ่านฟรีวันที่ 13/03/2025)

บทที่ 26 การรวมตัวอันแสนชื่นมื่น (อ่านฟรีวันที่ 13/03/2025)

บทที่ 26 การรวมตัวอันแสนชื่นมื่น (อ่านฟรีวันที่ 13/03/2025)


(อ่านฟรีวันที่ 13/03/2025)

“อ่า...ฮูหยินอัน” เมื่อเห็นจ้าวชิงเหมยเดินออกมานอกร้าน โจวเซียหมินก็หยุดร้องคร่ำครวญทันที อย่างไรเขาก็ต้องรักษามาดชายชาตรีเอาไว้ เขาประสานมือคารวะเพื่อทักทายอีกฝ่าย

“ต้องขอภัยฮูหยินอันที่ข้าเสียงดังรบกวนเช่นนี้”

“อ๊ะ..?” จ้าวชิงเหมยอุทานตกใจเมื่อมองเห็นคนตรงหน้าถนัด ใบหน้าของอีกฝ่ายบวมเหมือนหัวหมู

“นี่ท่านคือท่านโจวเซียหมินจริงหรือเจ้าคะ? ทำไมท่านถึงมีสภาพเช่นนี้ ใครกัน..ทำไมถึงได้ใจคอโหดเหี้ยมเช่นนี้ จงเกลียดจงชังเพียงใดก็ไม่ควรทำร้ายใครจนมีสภาพเช่นนี้”

พูดจบจ้าวชิงเหมยก็ทอดถอนใจ “โถ..” น้ำเสียงต่อจากนั้นก็เต็มไปด้วยความเศร้า “คงเป็นเพราะความไม่เอาใจใส่ของข้าที่มีต่อคนรอบข้างกระมัง ถึงทำให้เพื่อนร่วมโลกต้องตกอยู่ในชะตากรรมเช่นนี้ ท่านช่างน่าสงสารเหลือเกิน”

จ้าวชิงเหมยพูดด้วยความเห็นอกเห็นใจ “แค่เห็นสภาพของท่าน ข้าก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด ผู้ลงมือคงไม่ออมแรงเลยกระมัง”

ยิ่งได้รับความเห็นใจจากสาวงาม โจวเซียหมินก็ยิ่งรู้สึกราวกับแผลของเขาถูกสาดด้วยน้ำเกลือ มันทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดมากกว่าเดิม

“อ้าว? นี่ท่านโจวไม่ใช่หรือ” ทันหยุนก็โผล่ออกมาจากหลังร้านด้วยท่าทีกังวล

“คนใจร้ายที่ไหนกันถึงได้ลงมือทุบตีท่านหนักถึงเพียงนี้ รีบทำแผลเร็วเข้าเจ้าคะ” ขณะที่ทันหยุนพูดนางก็เอื้อมมือไปจิ้มตรงศีรษะที่บวมเป่งของโจวเซียหมินไปด้วย

“อ๊าก...!” โจวเซียหมินอดไม่ได้ที่ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดออกมา

จ้าวชิงเหมยจึงออกคำสั่ง “ทันหยุน..ท่านโจวเซียหมินคงขยับตัวได้ลำบาก เจ้าช่วยทำแผลให้เขาหน่อยเถิด”

“เจ้าค่ะนายหญิง ข้าจะทำแผลให้ท่านโจวอย่างระมัดระวัง”

“อ้อ..นี่ก็เที่ยงแล้ว ท่านคงยังไม่ทานอะไรมากระมัง ข้าทำอาหารไว้เยอะทีเดียว หากท่านทำแผลเสร็จแล้วค่อยมาทานอาหารด้วยกันนะเจ้าคะ”

“อาหารที่นายหญิงของเราทำ อร่อยมากเลยเจ้าค่ะ”

“ฮูหยินอัน..ท่านช่างใจดีเหลือเกิน” โจวเซียหมินไม่เคยรู้สึกถึงความอบอุ่นแบบนี้มาก่อน เขาเริ่มน้ำตาคลอเบ้าอีกครั้ง มีความอบอุ่นอยู่บนโลกนี้ด้วย!

แม้ในโลกที่มืดมิด แสงสว่างก็มักจะส่องเข้ามาในชีวิตที่มืดมนของเราเสมอ

“ช่างน่าอนาจจริงๆ” อันจิงพึมพำให้กับท่าทางของโจวเซียหมิน ยิ่งดูเขาก็ยิ่งคิดว่าอีกฝ่ายดูน่าสมเพชในความรู้สึกของเขา

“อันจิง เจ้าออกมานี่เดี๋ยวนี้!”

ขณะที่ทันหยุนกำลังทำแผลให้โจวเซียหมิน เสียงตะโกนก็ดังมาจากนอกประตูร้าน หานเหวินซินเดินเข้ามาในร้านด้วยท่าท่างเก้ๆกัง มือของเขายังจับก้นของตัวเองอยู่ ดวงตาของเขาวาววับไปด้วยความโกรธอย่างเห็นได้ชัด

“พี่หาน ทำไมท่านถึงดูโมโหขนาดนั้นล่ะ”

อันจิงมองหานเหวินซินด้วยท่าทีแปลกใจ

ปั้ง!

หานเหวินซินเดินมาหยุดตรงหน้าโต๊ะที่อันจิงยืนอยู่พร้อมกับกระแทกดาบประจำกายด้วยเสียงอันดัง บ่งบอกว่าเขาไม่พอใจขั้นสุด

“น้องชายอัน ข้าอุตส่าห์เห็นเจ้าเป็นน้องชายแต่เจ้ากลับตอบแทนข้าเช่นนี้นะรึ!”

เมื่อคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ หานเหวินซินก็ยิ่งรู้สึกอับอาย เขาอยากจะมุดร่างตัวเองให้จมไปกับพื้นดิน ไม่อยากพบหน้าใครอีก

มันน่าอายมาก! เขาจะมีหน้าไปพบกับเจ้าหน้าที่มือปราบและเหล่านางโลมบนเรือสังคีตได้อีกอย่างไร? ความรุ่งโรจน์ในชีวิตของเขาทุกทำลายภายในค่ำคืนเดียว

“พี่หาน ท่านใจเย็นๆแล้วก็ค่อยพูดค่อยจากันเถิด”

อันจิงเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดทันทีเมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย คงเป็นเรื่องผงสลอดที่ทันหยุนใส่เข้าไปในยำบำรุงของอีกฝ่ายเป็นแน่ มันคงทำให้อีกฝ่ายอับอายมากแน่ๆ เขาถึงได้โมโหรุนแรงขนาดนี้

“ใจเย็นงั้นรึ?”หานเหวินซินนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ด้วยท่าทางกระแทกกระทั้น “ได้ เช่นนั้นเจ้าก็อธิบายมาถ้าคำตอบของเจ้าฟังไม่ขึ้น ข้าก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น!”

“นายท่านเจ้าคะ ไปทำอะไรให้ท่านมือปราบหานโกรธขนาดนี้” ทันหยุนมีท่าทางอยากรู้ราวกับกระต่ายน้อยที่บริสุทธิ์และไร้เดียงสา

อันจิงเหลือบมองดววตาไร้เดียงสาของทันหยุนก็ได้แต่บนในใจ ‘ไม่ใช่ฝีมือเจ้าหรือไร’

เมื่อได้ยินประโยคของทันหยุนก็ยิ่งจุดชนวนให้หานเหวินซินโกรธขึ้นไปอีก ถ้าสายตาของเขาฆ่าคนได้ อันจิงก็คงไม่มีชีวิตอยู่เพื่อพูดคุยกับเขาแล้ว

“นี่ก็ใกล้เวลาทานอาหารแล้ว พี่หานทำไมเราไม่ทานข้าวด้วยกันก่อนล่ะเจ้าคะ ท่านต้องกินเพื่อจะได้มีแรงมาจัดการเรื่องราวต่างๆนะเจ้าคะ” จ้าวชิงเหมยที่ออกมาจากครัวเป็นคนเอ่ยทำลายบรรยากาศมาคุ

เมื่อได้ยินคำพูดของจ้าวชิงเหมย หานเหวินซินก็ปรับน้ำเสียงของเขาให้เบาลง “ในเมื่อน้องสะใภ้เอ่ยชวน ข้าก็จะรับน้ำใจนี้ไว้”

“เจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะเข้าไปเตรียมสำรับเพิ่ม ทันหยุนไปกันเถอะ” จ้าวชิงเหมยยิ้มและเดินนำทันหยุนที่กำลังลังเลเข้าไปในครัว

เมื่อจ้าวชิงเหมยและทันหยุนออกไปแล้ว ใบหน้าของหานเหวินซินก็มืดครึ้มอีกครั้ง

“พี่หาน”

“ไม่ต้องเรียกข้าว่าพี่!”

“มือปราบหานเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่” โจวเซียหมินอดไม่ได้ที่ถามออกไปเมื่อเห็นว่าหานเหวินซินโกรธให้อันจิงถึงเพียงนั้น

หานเหวินซินที่ยังคงโกรธจัดหันไปมองว่าใครเป็นพูด เมื่อเห็นใบหน้านั้นเขาก็สะดุ้งด้วยความตกใจ

“เฮ้ย! นี่ท่าน...เป็นคนหรือผีกัน!”

“พี่หานใจเย็นก่อน”

“มือปราบหานทำไมท่านพูด..ท่านพูดเช่นนั้น”

.

.

.

บนโต๊ะอาหาร

อันจิง หานเหวินซิน โจวเซียหมินและจ้าวชิงเหมยต่างก็นั่งล้อมวงโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยอาหารหลากหลายประเภท ทั้งปลาหลีฮื้อผัดเปรี้ยวหวาน หมูสามชั้นอบผักดองแห้ง ผัดข้าวโพดอ่อนใส่ถั่วฝักยาว ปลานึ่ง ซุปเต้าหู้ กลิ่นหอมของอาหารทำให้ความอยากอาหารพุ่งพล่าน

“น้องสะใภ้ ฝีมือของเจ้ายิ่งกว่าแม่ครัวชั้นเอกเสียอีก” หานเหวินซินกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อเห็นอาหารที่วางเรียงรายบนโต๊ะ

“พี่หานท่านยกยอข้าเกินไปแล้ว” จ้าวชิงเหมยหัวเราะน้อยๆ ทั้งหานเหวินซินและโจวเซียหมินต่างหันไปมองอันจิงด้วยความอิจฉาที่อีกฝ่ายได้ภรรยาที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้

กึกกึก! ตอนนั้นเองที่ทันหยุนเดินเข้ามาพร้อมกับจานปูนึ่งใบใหญ่ “ข้าทำปูนึ่งพวกนี้มาให้พวกท่านโดยเฉพาะเลยเจ้าค่ะ”

“มีปูนึ่งด้วยรึ” โจวเซียหมินตาเป็นประกาย “ปูพวกนี้ยอดเยี่ยมมาก มันทั้งบำรุงและเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย มันมีประโยชน์มากมายเลยล่ะ”

จิตใจของหานเหวินซินแจ่มใสขึ้นเขามองไปที่อันจิงและกล่าว “น้องอันคงไม่ชอบทานปูพวกนี้หรอกแค่วางไว้ตรงหน้าพวกข้าก็พอ”

“อ่า..ใช่ๆ แค่วางไว้ตรงหน้าพวกท่านก็พอ” อันจิงพยักหน้าเห็นด้วยรัวๆ ตั้งแต่ที่เขาทานปูนึ่งที่ทันหยุนทำครั้งนั้นเขาก็เลิกชอบปูไปเลย เขายังจำภาพที่ก้ามของมันงับตะเกียบของเขาได้

“ว่าแต่พี่โจว เกิดอะไรขึ้นกับท่านกันแน่ เล่นเอาข้าตกอกตกใจหมด” หานเหวินซินคีบเนื้อปลานึ่งใส่ชามและถามออกไป

“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเป็นคนทำร้ายข้า” โจวเซียหมินพูดด้วยสีหน้าขมขื่น “ดูเหมือนช่วงนี้มีแต่เรื่องร้ายๆเข้ามาในชีวิตข้าตลอดเลย”

“บาดแผลของท่านรุนแรงยิ่งนักดูเหมือนคนทำไม่คิดจะออมแรงเลย” หานเหวินซินพูดพลางยกจอกเหล้าขึ้นดื่ม เขาแสดงความคิดเห็นต่อ

“ถ้าไม่ใช่สมาชิกพรรคใดสักพรรค ก็คงเป็นคนในยุทธภพเจียงหูเป็นแน่ ท่านอาจเผลอไปทำให้ใครขุ่นเคือง”

มือของโจวเซี่ยหมินสั่นจนเกือบทำตะเกียบหลุดมือ “มือปราบหาน ข้าควรทำอย่างไรดี?”

“อย่าไปขู่พี่โจวเลยพี่หาน” อันจิงรินเหล้าใส่จอกตัวเอง ปกติโจวเซียหมินก็เป็นคนขี้ขลาดอยู่แล้วการไปขู่เขาเช่นนี้อาจทำให้เขาหัวใจวายตายได้

หานเหวินซินคว้าจอกเหล้าของอันจิงไปแทน “ข้าไม่ได้ขู่เขาสักหน่อย ในเมืองหยูตอนนี้มันไม่ปลอดภัยจริงๆ เจ้าลืมเรื่องของหวังเหอกับหลานชายของเขาไปแล้วรึ ไหนจะเรื่องนักดาบลึกลับที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นมาอีก ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นคำเตือนทั้งนั้น”

“พวกเจ้าเป็นแค่คนธรรมดา ไม่มีวรยุทธ์ปกป้องตัวเอง พวกเจ้าไม่เข้าใจหรอกว่ายุทธภพเจียงหูน่ากลัวเพียงใด สัญญาณเตือนพวกนี้เราไม่ใส่ใจมันไม่ได้ ไม่แน่ว่ามันอาจจะเป็นการเด็ดดอกไม้สะเทือนไปถึงดวงดาวก็เป็นได้” ขณะที่พูดก็ยกจอกเหล้าขึ้นดื่มในอึกเดียว

“มือปราบหาน ท่านหลักแหลมยิ่งนัก” ทันหยุนเทเหล้าใส่จอกให้หานเหวินซินด้วยท่าทางนับถือ

“ขอบใจแม่นางทันหยุน” หานเหวินซินหัวเราะเบาๆ เขายิ่งรู้สึกฮึกเหิมเมื่อได้รับคำชม เขายังคุยโวต่อไป “พวกเจ้าไม่เห็นรึว่าปรมาจารย์จากพรรคเฉาประกาศศึกกับนับดาบลึกลับผู้นั้นไปทั่วเมือง ถ้านักดาบผู้นั้นไม่กลัว เขาก็ควรปรากฏตัวออกมาได้แล้ว แต่ทำไมเขาถึงยังไม่ปรากฏตัวล่ะ? ก็เพราะว่ากลัวนะสิ”

“นี่แสดงให้เห็นว่านักดาบลึกลับผู้นั้นก็เกรงกลัวพรรคเฉาเช่นกัน”

กลัว? เพ้อเจ้อกันไปแล้ว!

อันจิงตอบโต้ในใจ เจ้าก็เป็นแค่มือปราบตัวเล็กๆคนหนึ่ง ทำเป็นคุยโวโอ้อวดไปได้ หากเจอของจริงเข้าสักวันคงวิ่งหัวหดกระมัง

จบบทที่ บทที่ 26 การรวมตัวอันแสนชื่นมื่น (อ่านฟรีวันที่ 13/03/2025)

คัดลอกลิงก์แล้ว