เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 ตามหาหินใบโพธิ์ใต้ก้นแม่น้ำ

บทที่ 18 ตามหาหินใบโพธิ์ใต้ก้นแม่น้ำ

บทที่ 18 ตามหาหินใบโพธิ์ใต้ก้นแม่น้ำ


ท่าเรือชิงเหอ เป็นท่าเรือโบราณของเมืองหยูซึ่งเป็นท่าเรือที่หลงเหลือมาตั้งแต่สมัยโบราณหากนับๆแล้วอาจมีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจว*ด้วยซ้ำ หากใครที่สัญจรมาจากฝั่งตะวันออกจำเป็นต้องใช้แม่น้ำหยูในการเดินทางข้าม ดังนั้นจึงมีท่าเรือจำนวนมากเกิดขึ้นบริเวณริมแม่น้ำ

เรือขนส่งเกลือที่มาจากฝั่งทะเลตะวันออกส่วนใหญ่จะใช้ท่าเรือชิงเหอในการเปลี่ยนถ่ายหรือส่งต่อสินค้า รวมถึงเรือโดยสารที่สัญจรไปทางฝั่งตะวันออกก็จะใช้ท่าเรือแห่งนี้เป็นจุดพักเรือ

ด้วยกิจกรรมอันหลากหลายที่เกิดขึ้นบนท่าเรือจึงทำให้ผู้คนสัญจรมายังที่นี่จำนวนมาก นานเข้าก็ขยายเป็นเมืองเล็กๆเมืองหนึ่ง ท่าเรือแห่งนี้เดิมชื่อว่าโถวไป่ตู้แต่ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นท่าเรือชิงเหอและเมืองที่ถูกพัฒนาขึ้นบริเวณนี้ก็ถูกเรียกว่าเมืองไป่ตู้

ในเวลานี้ท่าเรือชิงเหอคึกคักไปด้วยผู้คนและการสัญจรทางน้ำอันแน่นขนัด ทำให้มีชีวิตชีวาจนน่าเหลือเชื่อ

อันจิงยืนอยู่มุมอับของท่าเรือ เขามองดูเรือขนส่งสินค้าที่แล่นผ่านไปมา ดวงอาทิตย์ยังคงส่องแสงจ้า สะท้อนกับผิวน้ำเป็นประกายคลื่นระยิบระยับ

“คงเป็นที่นี่กระมัง” อันจิงรวบรวมพลังปราณเพื่อปกคลุมร่างกายโดยถือดาบคู่ใจแนบลำตัว เพียงครู่เดียวร่างของเขาก็กระโดดลงน้ำ ท่าทางปราดเปรียวของเขาไม่ต่างจากปลาที่กำลังแหวกว่าย

ตู้ม! ซ่า!

น้ำในแม่น้ำเย็นซึ่งต่างจากอากาศร้อนบนฝั่ง ทำให้ร่างกายของเขารู้สึกเย็นสบาย ร่างของเขายังคงแหวกว่ายดำดิ่งลงไปใต้ก้นแม่น้ำ

แม่น้ำใสจนเห็นฝูงปลาแหวกว่ายอยูรอบๆตัวของเขา ใต้น้ำเช่นนี้ไม่สามารถใช้กำลังภายในได้เต็มที่ทำให้เขามองเห็นได้ในระยะ 1-2* จั้งเท่านั้น ยิ่งเขาดำลึกเท่าไหร่ แสงแดดก็ยิ่งน้อยลงและมันก็มืดลงเรื่อยๆ

แรงดันใต้น้ำก็เริ่มโจมตีเขาเป็นระรอก จุดที่ได้รับผลกระทบโดยตรงที่สุดก็คือหูของเขา เขาสัมผัสได้ว่าหูของเขาเริ่มอื้อ การได้ยินลดลง

ถัดมาก็คือสภาพแวดล้อมโดยรอบ ความมืดมิดกลืนกินเข้ามา ระดับการมองเห็นของเขาก็ยิ่งน้อยลงเรื่อยๆจนเขาสามารถมองเห็นได้เพียงสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเขาในระยะไม่เกิน 1 จั้งเท่านั้น นอกจากนี้แรงดันน้ำยังบีบรัดอวัยวะภายในของเขาอยู่ตลอดเวลา

หากใครก็ตามที่มีกำลังภายในระดับต้นๆแล้วต้องดำน้ำในระดับความลึกมากกว่า 10จั้ง* เช่นนี้พวกเขาก็ยากที่จะรับมือไหวเพราะยังต้องมีอากาศหายใจ และสิ่งสำคัญที่สุดในการดำน้ำลึกก็คือความกลัวที่เราไม่รู้ว่าต้องเจออะไรใต้น้ำบ้าง

ทันใดนั้น อันจิงก็มองเห็นบางอย่างที่คล้ายกับร่องลึก*ตรงหน้าเขา มันลึกมากจนไม่สามารถมองเห็นความลึกของมันได้หมด

เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่าท่าเทียบเรือทั่วไปจะมีระดับน้ำที่ไม่ลึกมากนักจึงยากที่แม่น้ำตรงจุดท่าเรือจะมีร่องลึกก้นแม่น้ำซึ่งเป็นจุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำอยู่ ดังนั้นคนอื่นๆอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับร่องลึกนี้

หรือว่าจะเป็นตรงนี้? หัวใจของอันจิงเต้นระรัว เขาว่ายตรงดิ่งไปยังร่องลึกนั้นทันที

ตอนแรก อันจิงยังประเมินได้ว่าเขาดำน้ำลงมาลึกได้มาก-น้อยเพียงใดแต่หลังจากที่เขาดำลึกลงมามากกว่า 20จั้ง* เขาก็ไม่สามารถประเมินได้อีกต่อไป เขารู้เพียงว่าตัวเองยังคงดำน้ำอยู่แต่ด้วยความเร็วที่ช้าลงเรื่อยๆก็ยากที่จะบอกความลึกที่ชัดเจนได้

พลังควบคุมจิตวิญญาณยังคงทำงานอยู่ในตัวของเขาอย่างต่อเนื่อง มันช่วยต้านแรงดันน้ำที่พุ่งสูงขึ้นและยังช่วยให้เขายังสามารถดำน้ำต่อไปได้

จังหวะนั้นเขารู้สึกว่าเท้าของเขาสัมผัสถูกบางอย่างเข้า เขาจึงมองลงไป ด้านล่างคือซากเรืออับปางที่ปกคลุมไปด้วยพืชใต้น้ำและเขากำลังเหยียบบริเวณหัวเรืออยู่

“ถึงก้นแม่น้ำแล้วสินะ” เมื่อเห็นซากเรืออับปาง อันจิงก็รู้ทันทีว่าตนมาถึงก้นแม่น้ำของท่าเรือชิงเหอแล้ว จากนั้นเขาต้องตามหาโขดหินยักษ์ตามที่เจียงซานเจียบรรยายเอาไว้

อันจิงว่ายออกจากซากเรืออับปางและลงไปยืนอยู่ก้นแม่น้ำ การเคลื่อนตัวใต้น้ำในระดับความลึกเกือบ 40 จั้ง*เช่นนี้เป็นความท้าทายที่ยากกว่าบนบกมาก คงมีเพียงคนที่มีวรยุทธ์ในระดับสูงเท่านั้นที่จะทำได้

พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!

กำลังภายในของอันจิงกำลังพุ่งพล่าน มันพยายามกระจายน้ำเป็นวงกว้าง จากนั้นร่างของเขาก็ห่อหุ้มไปด้วยโล่โปร่งแสงที่จะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันแรงดันน้ำเพื่อช่วยพยุงให้ร่างของเขาเคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น

สัตว์น้ำบางตัวที่อยู่รอบๆรู้สึกถึงความผิดปกติ จึงพากันว่ายหนีอย่างบ้าคลั่ง จำไว้ว่านี่คือความลึกเกือบ 40 จั้ง มันจึงมีแรงดันน้ำมหาศาลจนเกินขีดจำกัดของร่างกาย การที่อันจิงใช้กำลังภายในสร้างโล่โปร่งแสงขึ้นมาจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก

“อ่า...” อันจิงถอนหายใจ “กำลังภายในของข้าคงช่วยได้ไม่นาน ข้าต้องรีบหาหินใบโพธิ์ให้เจอโดยเร็ว”

ด้วยความลึกขนาดนี้ แรงดันน้ำที่สูงจนน่ากลัวและทุกการขยับเคลื่อนไหวย่อมส่งผลกระทบต่ออากาศหายใจ เมื่อคิดเช่นนี้ อันจิงจึงเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อค้นหาโขดหินยักษ์ดังกล่าว

ที่ก้นแม่น้ำ นอกจากซากเรืออับปาง สัตว์น้ำที่ไม่เคยเห็นแสงสว่างแล้ว ยังมีโครงกระดูกสีขาวและซากข้าวของที่จมลงแม่น้ำอีกด้วย แม้จะใช้กำลังภายในบังคับโล่โปร่งแสงไว้แต่ความเร็วของเขาก็ยังไม่ลดลง

“หืม?”

ทันใดนั้นเขาก็มองเห็นโขดหินยักษ์สีดำที่อยู่ตรงหน้า หัวใจของเขาเต้นถี่รัวด้วยความตื่นเต้น เขาขยับเข้าใกล้อย่างรวดเร็ว

โขดหินยักษ์นี้มีขนาดใหญ่เท่ากับเนินเขาเล็กๆ สร้างความประหลาดใจให้เขาไม่น้อย

“นี่คือโขดหินยักษ์ที่เจียงซานเจียพูดถึงอย่างนั้นรึ? แต่ทำไมข้าถึงรู้สึกแปลกๆ” หัวใจของอันจิงเต้นแรงขึ้นเมื่อพิจารณาโขดหินยักษ์ตรงหน้า ลางสังหรณ์ของเขากำลังทำงาน!

ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพลังยุทธ์ระดับสูงจะมีลางสังหรณ์ที่คอยสัมผัสถึงอันตรายแฝงอยู่ในตัว บางคนอาจเรียกว่าลางสังหรณ์ บางคนอาจเรียกว่าสัมผัสที่หก แต่ทั้งหมดนี้เกี่ยวกับการทำนายเหตุการณ์อันตรายล่วงหน้า

ยิ่งอันจิงหมุนวนรอบโขดหินยักษ์มากขึ้นเท่าไหร่ เขาก็พบว่ามันแปลกมากขึ้นเรื่อยๆ

“นี่คืออะไร? เปลือกของมันเช่นนั้นรึ?” โขดหินยักษ์มีผิวเรียบลื่นและมีลวดลายแปลกตาเคลือบทับเอาไว้ มันดูหนาและเป็นเงาวับคล้ายกับเปลือกห่อหุ้ม นอกจากนี้เขายังสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง

กลิ่นอายสังหาร!

ครั้งสุดท้ายที่เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสังหารในลักษณะนี้ก็คือเมื่อห้าปีก่อนที่สนามรบโบราณเหลิงผิง มันเป็นกลิ่นอายสังหารในระดับรุนแรง!

เหลิงผิงคือสถานที่ที่ใช้เป็นสนามรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดระหว่างแคว้นหยานและแคว้นโจวเมื่อครั้งอดีต ว่ากันว่าการต่อสู้ในครั้งนั้นคือจุดเริ่มต้นของยุทธภพเจียงหูในปัจจุบัน

ศึกในครั้งนั้นส่งผลให้ทหารทั้งสองฝ่ายสูญเสียกำลังพลมากกว่า 700,000 นาย เหลิงผิงกลายเป็นทะเลแห่งซากศพ เลือดไหลนอกราวกับนรกบนดิน กลิ่นเลือดโชยไปไกลหลายสิบลี้และหลังจากนั้นในคืนพระจันทร์เต็มดวงชาวบ้านก็จะได้ยินเสียงแตรรบเป็นประจำ

แม้ศึกในครั้งนั้นจะผ่านมาหลายศตวรรษแล้ว แต่เมื่อยืนอยู่บนกำแพงเมืองเหลิงผิง อันจิงก็ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสังหารที่พุ่งขึ้นมา เพราะว่าใต้ดินผืนนี้มีวิญญาณถึง 700,000ดวงฝังอยู่

เทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองเหลิงผิงที่มีการจัดทุกปีก็คือเทศกาลชิงหมิง* ซึ่งผู้คนจำนวนมากจะเผากระดาษบนท้องถนนเพื่อแสดงความเคารพต่อทหารที่ถูกฝังอยู่ในสนามรบโบราณเหลิงผิง

พลังวิญญาณที่เขาสัมผัสได้ในครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อน พลังวิญญาณที่อยู่ในสนามรบโบราณได้สลายไปหรือพูดอีกอย่างก็คือมันถูกฝังไว้ใต้ดิน

แต่พลังวิญญาณที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้สัมผัสได้จริง แรงกระแทกอันทรงพลังนั้นให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงจากการที่ยืนอยู่บนกำแพงของสนามรบโบราณ

ยิ่งอันจิงขบคิดมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากเท่านั้น มือของเขาสัมผัสกับโขดหินยักษ์โดยไม่รู้ตัวและความรู้สึกเย็นยะเยือกก็แล่นผ่านไปทั่วร่างกายของเขา

ในเวลาเดียวกันพลังวิญญาณชั่วร้ายก็พุ่งเข้ามาในร่างกายของเขา

“ท่าไม่ดีแล้ว!” อันจิงเริ่มเดินพลังภายในเพื่อต่อต้านพลังวิญญาณชั่วร้ายที่พุ่งเข้าในตัวของเขา แต่มันช้าเกินไป พลังวิญญาณที่ให้ความรู้สึกเย็นยะเยือกนี้แล่นไปยังจุดตันเถียนของเขา

แม้จะเป็นเพียงร่องรอยของพลังวิญญาณที่เหลืออยู่แต่มันก็รุนแรงมาก พลังควบคุมจิตวิญญาณของเขายังไม่ได้อยู่ในขั้นสูงสุด การจะกำจัดพลังวิญญาณชั่วร้ายให้หมดไปในคราวเดียวจึงเป็นสิ่งที่ยากมาก

หลังจากปรับลมหายใจอยู่หลายสิบครั้ง อันจิงก็ระงับพลังวิญญาณชั่วร้ายได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น การจะกำจัดมันให้หมดไปโดยสมบูรณ์จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วยาม*

พลังวิญญาณชั่วร้ายจะกลืนกินพลังชีวิตและเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง ยิ่งปล่อยให้มันอยู่ร่างกายนานเท่าไหร่ ความเสียหายก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น แต่เขาไม่มีเวลาพอที่จะกำจัดพลังวิญญาณชั่วร้ายนี้

“ต้องเร่งมือหาหินใบโพธิ์ก่อน..”

คิ้วของอันจิงขมวดมุ่น เขาก้าวไปข้างหน้าประมาณสามก้าวเพื่อมองหาโครงกระดูกของจอมยุทธ์พเนจร ในซากโครงกระดูกจะมีหินใบโพธิ์ที่เป็นสมบัติล้ำค่า ของชิ้นนี้ย่อมสร้างความโกลาหลให้กับยุทธภพหากมันปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง

“ทำไมข้าถึงหามันไม่เจอสักที หรือข้าถูกเจียงซานเจียหลอก?” อันจิงพึมพำ คิ้วขมวดเป็นปมไม่หยุด แต่เวลาต่อมา ฉากตรงหน้าก็ทำให้เขาตกตะลึงจนพูดไม่ออก

* ราชวงศ์โจว เป็นราชวงศ์จีนโบราณในประวัติศาสตร์ของประเทศจีน (1046-256 ปีก่อนคริสต์ศักราช)

*1-2 จั้ง ประมาณ 3-5 เมตร

* 10จั้ง ประมาณ 30 เมตร

**ร่องลึกใต้น้ำ /ร่องลึกก้นแม่น้ำ เป็นร่องหลุมลึกของพื้นผิวแม่น้ำที่มีลักษณะภูมิประเทศยาว แคบ และโค้ง และถือว่าเป็นส่วนของแม่น้ำที่ลึกที่สุด

* 20 จั้งประมาณ 60 เมตร

* 40 จั้ง ประมาณ 120 เมตร

*เทศกาลชิงหมิง คือเทศกาลเช็งเม้งในปัจจุบัน

**ครึ่งชั่วยาม ประมาณ 1 ชั่วโมง

จบบทที่ บทที่ 18 ตามหาหินใบโพธิ์ใต้ก้นแม่น้ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว