เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 นักดาบไร้คู่ต่อสู้เคลื่อนไหวไปทั้ง 4 ทิศ

บทที่ 16 นักดาบไร้คู่ต่อสู้เคลื่อนไหวไปทั้ง 4 ทิศ

บทที่ 16 นักดาบไร้คู่ต่อสู้เคลื่อนไหวไปทั้ง 4 ทิศ


“เมืองหยูเริ่มประกาศภาวะฉุกเฉินแล้ว ทุกวันจะมีมือปราบและทหารรักษาการณ์ 3-5 หน่วยคอยตรวจตรารอบเมือง มีข่าวลือว่าหน่วยซวนยี่ก็เข้าร่วมในการลาดตระเวนครั้งนี้ด้วย”

“เกิดอะไรขึ้น? หรือว่าพรรคมารกลับเข้าสู่ยุทธภพอีกครั้ง? หรือว่าเราจะทำสงครามกับแคว้นจ้าวอีกครั้ง?”

“เจ้าไม่รู้รึ? เมื่อวานนี้คุกเมืองหยูถูกถล่มจนราบคาบ มันถูกถล่มด้วยดาบเพียงเล่มเดียว ว่ากันว่าดาบเล่มนั้นทะลวงสวรรค์และแยกคุกใต้ดินออกเป็นสองส่วน”

“อ่า..ข้าได้ยินมาบ้างเหมือนกัน เห็นว่าผู้พิพากษาเฉาอันหมินก็เสียชีวิตใต้ซากปรักพวกนั้น เป็นฝีมือใครกัน ทำไมถึงได้ใจกล้าและทรงพลังเช่นนี้?”

“พรรรคเฉาจะต้องออกโรงแก้แค้นอย่างแน่นอน เพราะนอกจากเฉาอันหมินแล้วยังมีหลิวฮ่าวผิง บุตรบุญธรรมของประมุขพรรรคเฉาที่เสียชีวิตใต้ซากปรักพวกนั้นด้วย”

“ข้าได้ยินมาว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงของพรรคเฉากำลังเดินทางมาที่เมืองหยู เห็นว่าหนึ่งในนั้นมีรายชื่อเป็น 7 อันดับแรกของยุทธภพด้วย”

“เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ข้าเห็นว่ามีนักดาบรุ่นเยาว์แห่ไปชมทักษะดาบนั้นที่คุกใต้ดินกันหลายคนทีเดียว ตามความเห็นข้า นักดาบลึกลับผู้นั้นสามารถก้าวเข้าสู่รายนาม 10 อันดับแรกของยุทธภพของแคว้นเจียงหูได้ด้วยซ้ำ”

บรรยากาศในโรงน้ำชาต้าถงวันนี้แตกต่างจากทุกวันที่มักจะเงียบสงบ เสียงพูดคุยยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกคนต่างก็พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้

นักดาบนิรนามปรากฏตัวขึ้น เขาทำลายคุกใต้ดินด้วยการโจมตีเพียงดาบเดียว!

เฉาอันหมินและหลิวฮ่าวผิงเสียชีวิตอย่างอนาถ!

เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ทั้งเมืองหยูตกตะลึง การจับกลุ่มพูดคุยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมีอยู่ทั่วมุมเมือง ใบประกาศจับก็ติดอยู่สถานที่สำคัญของเมือง หน่วยซวนยี่ก็ระดมพลทำงานกันอย่างหนัก ว่ากันว่าพรรคเฉาก็กำลังตามหาคนผู้นี้ด้วยทรัพยากรทั้งหมดที่พวกเขามีเช่นกัน

คนผู้นี้เป็นใครกันแน่!? ทุกคนต่างคาดเดาไปต่างๆนาๆ

“เช้าวันใหม่ อากาศช่างสดชื่นเสียจริง”

อันจิงเปิดประตูร้านด้วยท่าทางสดชื่อน เจ้าดำลูกสุนัขตัวน้อยก็กระดิกหางอยู่ที่ปลายเท้าของเขาอย่างร่าเริง มันมีอายุไม่ถึงหนึ่งเดือนดี มันจึงเดินด้วยท่าทางโคลงเคลง ดูน่ารัก น่าเอ็นดูจนหัวใจแทบละลาย

ตอนนั้นเองที่เขามองไปที่ถนนก็เห็นว่าหานเหวินซินและมือปราบหลายนายกำลังติดประกาศบางอย่างอยู่

“อ้าว? พี่หาน ทำไมวันนี้ตื่นเช้าจัง” อันจิงถามด้วยความอยากรู้

“ข้าไม่ได้นอนมาทั้งคืนต่างหากล่ะ” หานเหวินซินกล่าวเสียงอ่อนล้า ใต้ตาหมองคล้ำจนแทบกลืนไปกับดวงตาดำ “ข้าตามล่านักโทษแหกคุกตั้งแต่เมื่อคืน แล้วตอนนี้ยังต้องตามล่านักดาบนั่นอีก”

“เกิดอะไรขึ้น?” อันจิงถามด้วยความประหลาดใจที่มีแต่เขาเท่านั้นที่รู้ว่าเสแสร้ง

“นี่เจ้าไม่รู้รึ?” หานเหวินซินถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ “เมื่อคืนนี้มีนักดาบบุกเข้าไปในคุกใต้ดินส่งผลให้ผู้พิพากษาเฉาอันหมินเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีนักโทษหลบหนีไปอีกนับไม่ถ้วน”

“เรื่องจริงหรือนี่!” ท่าทางของอันจิงบ่งบอกว่าตกใจ “นี่มันเรื่องใหญ่มากเลยนะ ใครกันที่กล้าขนาดนี้”

หานเหวินซินส่ายหัวอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นกันก่อนจะพูดต่อ“ยังไงซะ..ช่วงบ่ายเจ้าก็ช่วยไปที่ว่าการหน่อยแล้วกัน มีนักโทษหลายรายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากคุกถล่ม พวกเขาต้องได้รับการรักษาเร่งด่วนจากเจ้า”

“อ่า..ได้ๆ พี่ชายหาน ท่านทำงานหนักเกินไปแล้ว” อันจิงกล่าวเห็นใจกับเหตุการณ์ที่เอีกฝ่ายต้องเผชิญมาตลอดทั้งคืน

“ไอ้เวรนั่น!” หานเหวินซินกัดฟันแน่น “เมื่อคืนนี้ ข้าวางแผนกับฉินฮุยเอาไว้แล้ว ถ้าจับเจ้านั่นได้ ข้าจะถลกเขาทั้งเป็น”

คิ้วของอันจิงกระตุกโดยไม่มีคิดทันสังเกต “พี่หาน นั่นไม่ดีเลยนะ ท่านไม่ควรไปด่าใครเช่นนั้น”

หานเหวินซินกวาดสายตาไปมองรอบๆก่อนจะเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “น้องอัน..ข้าขอซื้อ‘ยาบำรุง’เพิ่มอีกหน่อย แล้วก็เพิ่มขนาดยาให้แรงขึ้นอีกเล็กน้อยได้หรือเปล่า คราวนี้ข้ามีแผนใหญ่น่ะ”

“ได้เลย” อันจิงตบอกตัวเองอย่างมั่นใจ ไม่มีใครรู้ว่าหานเหวินซินกำลังพูดถูกอะไรแต่อันจิงย่อมเข้าใจในทันที ‘ยาบำรุง’ ที่ว่านั่นย่อมเป็นยาเพิ่มกำลังของผู้ชายโดยเฉพาะ

อันจิงเดินกลับเข้าไปในร้านซึ่งจ้าวชิงเหมยและทันหยุนกำลังใส่สมุนไพรลงในตะกร้าอยู่

“วันนี้แดดดี เหมาะกับการตากสมุนไพรเจ้าค่ะ” จ้าวชิงเหมยยิ้ม “ข้าได้ยินเสียงท่านพี่เหมือนคุยกับใครที่หน้าร้าน เป็นใครหรือเจ้าคะ?”

อันจิงตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก “อ้อ หัวหน้าหานเหวินซินน่ะ เจ้าเองก็เคยเจอเขาแล้ว”

“อ้อ หานเหวินซิน” แน่นอนว่าจ้าวชิงเหมยจำหานเหวินซินได้จึงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันโดยไม่รู้ตัว “มือปราบที่บอกว่าจะตามล่าสมาชิกพรรคมารเพื่อที่ตนจะได้สร้างผลงานและเลื่อนขั้นเป็นมือปราบป้ายทองแดงนะรึเจ้าคะ เขามีเวลาว่างมาเยี่ยมโรงหมอของเราด้วยหรือเจ้าคะ?”

“ใครรึเจ้าคะที่บอกว่าจะตามล่าสมาชิกพรรคมาร?” ทันหยุนเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนั้น

“มือปราบหานน่ะ เขาเป็นคนชอบคุยโว แต่ที่จริงแล้วเป็นคนขี้ขลาดจะตาย ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก” อันจิงส่ายหน้าว่าไม่ต้องไปให้ค่ากับคำพูดของคนผู้นี้ก่อนจะหันไปพูดกับจ้าวชิงเหมยต่อ

“ว่าแต่น้องหญิง เจ้าเก็บสมุนไพรชุดนั้นของข้าไว้ที่ไหนรึ พอดีหัวหน้าหานขอซื้อเพิ่ม ข้าเลยจะเตรียมให้เขาสักหน่อย”

“ตรงนั้นเจ้าคะ ข้าวางไว้ตรงตู้ทางทิศตะวันออก” ว่าแล้วก็หยิบขวดยาที่วางเรียงรายอยู่เต็มตู้มาให้อันจิงหนึ่งขวด

อันจิงเปิดฝาขวดและใส่ผงสลอดเข้าในขวดยาหนึ่งหยิบมือ เขาปิดฝาและเตรียมบรรจุขวดยาลงในถุงกระดาษ

‘พี่หาน ถือว่าเป็นบทเรียนเล็กๆน้อยๆที่ท่านสาปแช่งข้าแล้วกัน’

“หืม? นายท่าน นั่นไม่ใช่ผงสลอดหรอกหรือเจ้าคะ?” ทันหยุนเดินเข้ามาใกล้และมองด้วยความสงสัย

“เอ่อ...ใช่”

มือของอันจิงถึงหยุดชะงักไปชั่วขณะ เขาตื่นตระหนกอยู่ในใจ ‘ทันหยุนเรียนรู้ได้เร็วมาก นางรู้แม้กระทั่งว่านี่คือผงสลอด หากนางรู้ว่าข้าแอบใส่มันลงในยาของหานเหวินซิน ภาพลักษณ์ที่แสนดีของข้าต้องพังทลายเป็นแน่’

“นายท่านใจร้ายเกินไปแล้ว” ใบหน้าของทันหยุนเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “ถึงข้าจะเป็นเพียงสาวใช้แต่ข้าอยากจะบอกท่านว่าไม่ควรใจร้ายขนาดนั้น”

“หืม?” อันจิงตกตะลึงไปชั่วขณะ

“เราต้องใจกว้างกว่านี้เจ้าค่ะ” ทันหยุนกล่าวพร้อมกับใส่ผงสลอดใส่ในขวดยาของหานเหวินซินไม่ยั้งมือ

“เอ่อ..” เหงื่อเย็นผุดขึ้นบนหน้าผากของอันจิง ผงสลอดในปริมาณที่เยอะมาก ถ้ามันออกฤทธิ์ระหว่างที่หานเหวินซินกำลังเผด็จศึกหญิงงามอยู่ล่ะก็...

“นายท่าน เดี๋ยวข้าเอาไปมอบให้เขาเองเจ้าค่ะ” ทันหยุนกล่าวอย่างพอใจขณะที่นางบรรจุขวดยาลงในห่อกระดาษ

เมื่อมองดูร่างของทันหยุนที่กำลังเดินจากไป อันจิงก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายด้วยความกังวล หวังว่าหานเหวินซินจะไม่ดื่มยาขวดนี้ก่อนจะเผด็จศึกนะ..

“มือปราบหาน นี่ยาของท่านเจ้าคะ นายท่านให้ข้ามาส่งให้” ทันหยุนกล่าวขณะที่ก้าวออกไป นางโค้งตัวลงเล็กน้อยพร้อมกับยิ้มหวานส่งให้อีกฝ่าย

“ขอบคุณเจ้ามาก แม่นางทันหยุน” หานเหวินซินกล่าว ใบหน้าของเขาแดงก่ำเมื่อมองเห็นใบหน้าน่ารักของทันหยุน

‘น้องอัน เจ้าช่างโชคดีจริงๆ ไม่เพียงแต่มีฮูหยินที่น่ารักเท่านั้นแต่ยังมีสาวใช้ที่มีเสน่ห์อีกด้วย เจ้าโชคดีขนาดนี้ได้อย่างไร?’

“มือปราบหาน อย่าลืมดื่มยานะเจ้าคะ ข้าเป็นคนจัดยานี้ในท่านเองเจ้าคะ” ทันหยุนเอ่ยพร้อมกระพริบตาน่ารักส่งให้

“แน่นอน ข้าจะดื่มให้หมดขวดเลย แม่นางทันหยุนอุตส่าห์เตรียมให้ทั้งที ข้า.หานเหวินซินจะต้องดื่มจนหมดแน่นอน” หานเหวินซินตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ใบหน้าของเขาแดงก่ำอย่างขัดเขิน

“โจ๊กสมุนไพรของนายหญิงที่เตรียมให้นายท่านคงเสร็จแล้ว เดี๋ยวข้ากลับไปยกให้นายท่านก่อนนะเจ้าคะ ข้าขอตัว” ทันหยุนกล่าวด้วยรอยยิ้มและเดินกลับเข้าไปในโรงหมอ

เมื่อเห็นรูปร่างเย้ายวนใจของทันหยุน หานเหวินซินก็ยิ่งอิจฉาอันจิงมากขึ้นเรื่อยๆ

.

.

.

ย่างเข้ายามบ่าย อันจิงก็ถือล่วมยาเดินทางไปยังที่ศาลากลางเมืองเพื่อรักษาผู้บาดเจ็บ จึงเหลือเพียงฮูหยินและสาวใช้ที่อยู่บ้าน

ในห้องโถงหลังร้าน จ้าวชิงเหมยยืนไพล่หลังด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

“ท่านประมุข เราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ ตอนนี้เจียงซานเจียถูกช่วยออกไปแล้ว” ทันหยุนเอ่ยเสียงต่ำ

“นักดาบลึกลับผู้นี้เป็นใครกันแน่” จ้าวชิงเหมยกล่าวเสียงเย็น

“เขากล้าที่จะต่อกรกับพรรคมารของเรา คนผู้นี้ช่างใจกล้าราวกับหมาป่าจริงๆ” ทันหยุนพูดด้วยรอยยิ้มเย็นชา

“โฮ่งโฮ่ง!”

เจ้าดำตัวน้อยก็เห่าอยู่ข้างๆพวกเขา ดูเหมือนมันกำลังสนับสนุนความคิดของทันหยุนอยู่

“การที่คนผู้นี้เข้ามาขัดขวางแผนการของข้าแล้วชิงตัวเจียงซานเจียไป ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นศัตรูกับพรรคมารของเรา” จ้าวชิงเหมยกล่าวอย่างใจเย็น

“ตอนนี้ทั้งพรรคเฉาและราชสำนักกำลังตามหาเขาอยู่ซึ่งมันอาจเป็นทั้งเรื่องดีและไม่ดีสำหรับพวกเราก็ได้ ตอนนี้เมืองหยูถูกบังคับใช้ภาวะฉุกเฉินแล้ว การกวดขันย่อมเข้มงวดขึ้น ดังนั้นเตือนพระภิกษุหน้าผีให้ระมัดระวังมากขึ้นและอย่าปล่อยให้ข้อมูลที่เขารวบรวมมาได้หลุดไปเป็นอันขาด ส่วนคนของเราก็ให้กลับไปที่พรรคก่อน ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะเปิดเผยตัว”

“เราต้องสืบหานักดาบผู้นี้ให้เจอ ข้าไม่ยอมให้ใครหรือเหตุการณ์ใดมาทำลายแผนข้าเป็นอันขาด”

“รับทราบเจ้าค่ะ” ทันหยุนกล่าวรับอย่างนอบน้อม “..ยังมีอีกเรื่องเจ้าคะที่พระภิกษุหน้าผีแจ้งมา”

“ว่ามา”

“ท่านอาจารย์กำลังเดินทางมาที่นี่เจ้าค่ะ”

“หืม?” น้ำเสียงของจ้าวชิงเหมยสูงขึ้น แสดงถึงความประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าอาจารย์จะเดินทางมา

“ท่านอาจารย์บอกว่า..เขาอยากเจอชายที่ท่านประมุขแต่งงานด้วยเป็นการส่วนตัวเจ้าค่ะ” ทันหยุนเอ่ยเสียงเบา

“บอกเขาว่าไม่ต้องมา” จ้าวชิงเหมยพูดโดยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

“ท่านอาจารย์ย่อมทราบเรื่องนี้เจ้าค่ะว่าท่านประมุขไม่อยากให้เขามา...” ทันหยุนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักใจ “.

.ยิ่งไปกว่านั้น..ดูเหมือนท่านอาจารย์จะเดินทางมาถึงแคว้นหยานแล้วนะเจ้าคะ”

จบบทที่ บทที่ 16 นักดาบไร้คู่ต่อสู้เคลื่อนไหวไปทั้ง 4 ทิศ

คัดลอกลิงก์แล้ว