เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 การปรากฏตัวของผู้ฝึกยุทธ์นิรนาม

บทที่ 6 การปรากฏตัวของผู้ฝึกยุทธ์นิรนาม

บทที่ 6 การปรากฏตัวของผู้ฝึกยุทธ์นิรนาม


“ดูเหมือนหวังจื้อผิงจะมีศัตรูเยอะเกินไป เฮ้อ..ก็ดี ถือว่าไม่เปลืองแรงข้า”

อันจิงลอบออกจากเรือนสีชาดเข้าไปในตรอกเปลี่ยว เขาเปลี่ยนชุดรัดกุมสีดำกลับมาเป็นชุดชาวบ้านธรรมดาตามเดิม

เจ้าของชายเสื้อสีดำที่เผชิญหน้ากับพระภิกษุหน้าผีมาเมื่อครู่ไม่ใช่ใครอื่น เป็นอันจิงนั่นเอง

ตอนแรกเขาคิดกำจัดหวังจื้อผิงเพราะหากปล่อยไว้อาจกลายเป็นภัยคุกคามต่อฮูหยินของเขาได้ แต่ปรากฏว่ามีคนชิงตัดหน้าเขาไปก่อน

อย่างไรก็ตามศัตรูของหวังจื้อผิงผู้นี้ดูเหมือนจะมีความสามารถมากทีเดียว พระภิกษุที่หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวผู้นั้นมองครู่เดียวก็รู้ว่ามาจากฝ่ายธรรมะแต่กลับมีกลิ่นอายของมารรุนแรง พลังภายในทั้งสองสายผสานกันทำให้ฝีมือของเขาห่างไกลจากผู้ฝึกยุทธ์ในยุทธภพเจียงหูหลายระดับ

ยิ่งไปกว่านั้นหญิงงามที่มีพลังยุทธ์แข็งแกร่งที่ลงมือปลิดชีพหวังจื้อผิงนั้นมีพลังที่เหนือกว่าสมาชิกของพรรคเฉาเป็นอย่างมาก พวกนางได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีและมีทักษะในการซ่อนพลังของตัวเองเอาไว้ พวกนางย่อมมาจากที่เดียวกัน คนพวกนี้เป็นใครกันแน่?

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำไมเขาถึงไม่เคยสังเกตเห็นพวกนางมาก่อน? อันจิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแต่ไม่สามารถหาคำตอบได้จึงหยุดคิดเรื่องนี้ ถึงอย่างไรคนพวกนี้ก็ไม่มีทางมาเกี่ยวข้องกับเขาได้ แล้วทำไมจะต้องกังวลด้วย ตราบใดที่พวกเขาไม่มารบกวนชีวิตอันสงบสุขของเขา นั่นก็เพียงพอแล้ว

“ถังหูลู่จ้า ถังหูลู่หวานอร่อยจ้า!”

“หมั่นโถร้อนๆจ้า!”

“บะหมี่เนื้อเป็ดอร่อยๆจ้า!”

ถนนยังคงพลุกพล่านไปด้วยผู้คน

“พ่อค้า ถังหูลู่ขายอย่างไร?”

อันจิงโบกมือเรียกพ่อค้าเร่ขายถังหูลู่

“นายท่าน ถังหูลู่ของข้าเปรี้ยวอมหวาน อร่อยอย่าบอกใครเชียว! ไม้ละ 3 อีแปะเท่านั้น! ถ้าไม่อร่อยข้ายินดีคืนเงินขอรับ!” พ่อค้ารีบปรี่มาหาอันจิง

“ข้าขอสองไม้”

อันจิงยื่นเงิน 6 อีแปะให้พ่อค้าพร้อมรอยยิ้ม อันจิงรู้สึกอบอุ่นเมื่อนึกถึงภรรยาที่แสนดีและงดงามที่รออยู่บ้าน

.

.

.

ตลาดสด เมืองหยู

จ้าวชิงเหมยถือตะกร้าใบโตและมองดูแผงขายผักที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง

“นั่นไม่ใช่ฮูหยินของหมออันหรอกหรือ?”

มีแม่ค้ามองเห็นจ้าวชิงเหมยพอดี ดวงตาของนางเป็นประกาย “ฮูหยินอันมาซื้อผักหรือเจ้าคะ นี่ๆข้าเพิ่งได้เจวี่ยนซินไช่*หัวโตๆมาเมื่อเช้านี่เอง”เมื่อพูดจบ แม่ค้าก็ยัดเจวี่ยนซินไช่ลงในตะกร้าของจ้าวชิงเหมย

“ท่านป้าราคาเท่าไหร่หรือเจ้าคะ” จ้าวชิงเหมยส่งยิ้มอ่อนโยนให้อีกฝ่าย

“ไม่ต้องๆ คราวที่แล้วหมออันก็ไม่คิดเงินค่ายาของหลานชายข้าแค่เจวี่ยนซินไช่หัวเดียวยังเทียบค่ายาไม่ได้ด้วยซ้ำ” แม่ค้าจับมือจ้าวชิงเหมยเอาไว้ “หมออันเป็นคนดี เรารู้สึกขอบคุณเขามากแต่ไม่มีโอกาสได้ขอบคุณเขาเลย” มือของแม่ค้าหยาบกร้าน เต็มไปด้วยรอยด้าน เสื้อผ้าของนางซีดเก่าและเต็มไปด้วยรอยปะชุน

จ้าวชิงเหมยยิ้มเต็มใบหน้า ท่าทางของนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและสุภาพ

“ข้ามีไก่อยู่ตัวหนึ่ง ฮูหยินเอากลับไปทำน้ำแกงไก่ให้หมออันด้วยนะเจ้าคะ”

“หมออันดูแลพวกเราดีมาก ท่านไม่ต้องสุภาพกับเราขนาดนี้หรอกเจ้าคะ”

“หมออันโชคดีจริงๆที่ได้ฮูหยินงามดั่งเทพธิดาเช่นนี้”

“ใช่ๆ เป็นคู่ที่เหมาะสมกันมากทีเดียว”

เหล่าพ่อค้าแม่ค้า บ้างก็หยิบผักหรือเนื้อสัตว์ใส่ตะกร้าให้จ้าวชิงเหมย แม้นางจะพยายามจ่ายเงินมากเพียงใดแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เมื่อจ้าวชิงเหมยและทันหยุนก้าวออกจากตลอด ตะกร้าที่หอบหิ้วมาก็แทบล้น

พวกเขาเดินมาถึงซอยเล็กๆ ทันหยุนจึงเอ่ยกับจ้าวชิงเหมย “คุณหนู ในตลาดคนมากเกินไป ครั้งหน้าเราสั่งให้คนไปส่งวัตถุดิบให้เราถึงบ้านดีกว่าเจ้าคะ”ทันหยุนกล่าวด้วยความรู้สึกขยะแขยงที่ต้องเดินฝ่าฝูงชนที่สกปรกพวกนั้น

ในขณะที่จ้าวชิงเหมยมองวัตถุดิบในตะกร้าว่าจะทำอาหารอะไรให้อันจิงทานดี

“ท่านประมุข!”

มีเสียงเรียกดังขึ้น เป็นเสียงของพระภิกษุหน้าผีนั่นเอง

“จัดการเรียบร้อยแล้วรึ” จ้าวชิงเหมยเอ่ยถามเสียงเย็น

พระภิกษุ โค้งคำนับพลางกล่าว “เรียบร้อยแล้วขอรับ แต่ว่า...”

“แต่ว่าอะไร” ท่าทีของจ้าวชิงเหมยไม่เปลี่ยนไปเพียงแต่โทนเสียงสูงขึ้นเล็กน้อย

พรึ่บ!

แม้โทนเสียงของจ้าวชิงเหมยจะสูงขึ้นเพียงเล็กน้อยแต่ทั่วทั้งซอย ดูเหมือนจะเปลี่ยนจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างกะทันหัน รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมานั้นทำให้พระภิกษุหน้าผีสั่นสะท้านด้วยความกลัว

“ข้าได้พบกับปรมาจารย์นิรนามที่เรือนสีชาด”

“รายละเอียดของเขาล่ะ?”

“ยังไม่ชัดเจนขอรับ คนผู้นี้ปิดบังใบหน้าเอาไว้แต่เขาสามารถมองทะลุวิชาไร้รูปของข้าได้ ถ้าเขาไม่มีตาทิพย์ตั้งแต่กำเนิด เขาก็ต้องมีพลังยุทธ์ราวๆระดับ 2”

ผู้ฝึกยุทธ์ในระดับ 2 นับเป็นระดับชั้นนำของยุทธภพเจียงหู ผู้ฝึกยุทธ์ระดับหัวกะทิไม่ได้ปรากฏตัวในยุทธภพมากนัก ในยุทธภพอันกว้างใหญ่นี้มีบุคคลที่อยู่ในระดับสูงนับคนได้ ผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 5 สามารถรับมือกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับต่ำกว่าได้ครั้งละหลายคน ในขณะที่ระดับ 2 สามารถอยู่ใน 50 อันดับแรกของรายชื่อพยัคฆ์หมอบซ่อนมังกรซึ่งสามารถปลุกคลื่นลูกใหญ่ให้เกิดขึ้นในยุทธภพได้

บุคคลดังกล่าวไม่น่าจะปรากฏในรายชื่อพยัคฆ์หมอบซ่อนมังกรได้

ทันหยุนขมวดคิ้วมุ่น “เมืองหยูเป็นเมืองหลักในมณฑลเจียงหนาน เป็นเรื่องปกติที่ผู้ฝึกยุทธ์จะอาศัยอยู่แถวนี้กันส่วนใหญ่ แม้แต่ประมุขสาขาของพรรคเฉาส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 3 เท่านั้น คนผู้นี้หน้าไม่ปรากฏ ชื่อไม่ปรากฏ เขาค่อนข้างลึกลับและระวังตัวเป็นอย่างดีหรือเขามีจุดประสงค์บางอย่าง?”

“คนผู้นี้น่าสงสัยมาก เราต้องสืบถึงที่มาของเขาให้ชัดเจน” พระภิกษุหน้าผีไม่ได้พูดอะไรเลย เขาปล่อยให้ทันหยุนพูดจนจบแสดงว่าเขาเห็นด้วยกับนาง

จ้าวชิงเหมยหรี่ตาครุ่นคิด “ข้าต้องการข้อมูลของผู้ฝึกยุทธ์ในเมืองหยูทั้งหมด”

“ขอรับ!”

พระภิกษุหน้าผีรู้สึกหนาวสั่น เขาวางมือแตะหน้าอกอย่างรับคำสั่ง “ข้าจะระดมคนของเราทั้งในเมืองหยูและมณฑลเจียงหนานทั้งหมดเพื่อสืบเรื่องของเขา”

พรรคมารแบ่งออกเป็น 3 เครือข่ายย่อยคือเครือข่ายสวรรค์ เครือข่ายโลกและเครือข่ายมนุษย์ โดยเครือข่ายมนุษย์จะรับผิดชอบในการปล้น การอำพราง การหลบหนีและหาข่าวกรอง พวกเขามักจะปฏิบัติการในเงามืด คอยสอดแนมและปลอมตัวสืบข่าวไปทุกที่ทั่วแคว้นหรือนอกแคว้น สามารถพบสมาชิกเครือข่ายมนุษย์ได้ทุกที่เพียงแต่เราไม่ทราบการมีอยู่ของพวกเขาเท่านั้น

มีการกล่าวว่าฝีมือของสมาชิกเครือข่ายมนุษย์สังกัดพรรคมารเป็นคู่แข่งกับหน่วยข่าวกรองของแค้วนได้เลย ซึ่งนับเป็นองค์กรลับสำหรับการรวบรวมข่าวกรองที่ขึ้นตรงกับฮ่องเต้ การเปรียบเทียบความสามารถของทั้งสองทำให้เห็นถึงประสิทธิภาพของพรรคมารเป็นอย่างยิ่ง และพระภิกษุหน้าผีก็เป็นหนึ่งในผู้นำของเครือข่ายมนุษย์นั่นเอง

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เจ้าก็ไปจัดการธุระต่อได้” จ้าวชิงเหมยโบกมือให้อีกฝ่ายไปปฏิบัติหน้าที่ต่อทำให้พระภิกษุหน้าผีชะงักเมื่อนึกอะไรขึ้นได้

“เมื่อวานนี้เหล่าผู้อาวุโสในพรรค รวมทั้งผู้คุมกฎฝ่ายขวาติดต่อมาหาข้าน้อยว่าท่านประมุขจะให้ส่งคนมาเพิ่มหรือไม่ หากคนอื่นในยุทธภพทราบว่าท่านประมุขอยู่ในมณฑลเจียงหนานอาจเกิดแรงสั่นสะเทือนได้ พวกเขากังวลว่า..”

“ไม่จำเป็น ยิ่งมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงเพิ่มขึ้น ยิ่งดึงดูดความสนใจของคนอื่นๆมากเท่านั้น”

“ขอรับ” พระภิกษุหน้าผีประสานมือคำนับๆและค่อยหายไปจากระยะสายตาของหญิงทั้งสอง

จ้าวชิงเหมยก้มมองตะกร้าในมือ ทำให้ทันหยุนเอ่ยเสียงเหี้ยมขึ้น “ชาวบ้านพวกนั้นจะมากเกินไปแล้ว ข้าจะไปตัดมือพวกเขาเดี๋ยวนี้”

ทันหยุนคิดว่าจ้าวชิงเหมยโกรธที่พวกชาวบ้านมอบข้าวของให้นางจำนวนมากจนล้นตะกร้าเช่นนี้ การเห็นนายตัวเองหอบหิ้วของหนักโดยไม่ได้ร้องขอทำให้นางรู้สึกขัดเคืองใจ ดวงตาของทันหยุนวาวโรจน์และเตรียมเดินออกไปทำตามอย่างที่ตนเอ่ย

“กลับมา”

จ้าวชิงเหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงขึงขัง

“คุณหนู มีคำสั่งอื่นหรือเจ้าคะ?” ทันหยุนชะงักฝีเท้าและมองกลับมาที่ท่านประมุข

“เอาเงินไปให้พวกเขา ไม่ว่าจะเท่าไหร่ก็จ่ายให้พวกเขาไป” จ้าวชิงเหมยโยนถุงเงินให้ทันหยุน

“อ่า..เจ้าคะ” ทันหยุนตอบด้วยอาการเก้อเขินที่ตัวเองเข้าใจผิด

**เจวี่ยนซินไช่ คือ กะหล่ำปลี**

จบบทที่ บทที่ 6 การปรากฏตัวของผู้ฝึกยุทธ์นิรนาม

คัดลอกลิงก์แล้ว