เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 ข้ามขั้นจากคนรักมาเป็นคนในครอบครัว

บทที่ 4 ข้ามขั้นจากคนรักมาเป็นคนในครอบครัว

บทที่ 4 ข้ามขั้นจากคนรักมาเป็นคนในครอบครัว


เรื่องการแต่งงานทุกอย่างย่อมง่ายขึ้นหากมีแม่สื่อหรือพ่อสื่อเป็นธุระจัดการให้แม้คู่ดูตัวจะไม่ได้นัดดูตัวก่อนการแต่งงานก็ตาม และในกรณีของหมออันและคุณหนูจ้าวชิงเหมยยิ่งทำให้พ่อสื่อทำงานง่ายขึ้นไปอีก

ผ่านไปครู่ใหญ่ จ้าวชิงเหมยก็เดินออกจากร้านน้ำชา นางกระซิบบางอย่างกับหนิวฟู่ ก่อนจะได้ความช่วยเหลือจากทันหยุนในการขึ้นรถม้า

“คุณหนูเป็นอะไรไปเจ้าคะ?”

ในรถม้า ใบหน้าของจ้าวชิงเหมยกำลังแดงก่ำราวกับลูกอิงเถา ประมุขของพวกนางเป็นคนโหดเหี้ยม เด็ดขาดและน่ากลัวแค่เอ่ยชื่อ ‘ประมุขพรรคมาร’ ก็ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วทั้งยุทธภพตื่นตระหนกไปตามๆกันแต่ตอนนี้นางกลับแสดงท่าทีเช่นนี้ นั่นทำให้ทันหยุนอดแปลกใจไม่ได้

“เจ้าก็ลองพูดซ้ำในสิ่งที่เจ้าพูดไปเมื่อครู่นี่สิ”

“ถ้าหมออันเห็นด้วย การแต่งงานก็จะถูกจัดขึ้นในเดือนนี้”

ทันหยุนลังเลว่าตนเคยพูดอะไรออกไปก่อนจะลองพูดซ้ำประโยคที่ตัวเองคิดว่าใช่ออกไปให้จ้าวชิงเหมยฟังอีกครั้ง จ้าวชิงเหมยตอบรับสั้นๆว่า “อืม”พร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำขึ้นมาอีกรอบ นางเอนกายพิงพนักรถม้าอย่างคนหมดแรงแต่ใบหน้าที่แดงก่ำและรอยยิ้มที่ประดับอยู่มุมปากก็บ่งบอกได้ว่านางพอใจมากเพียงใด

ดูเหมือนอันจิงจะจำนางไม่ได้เลยแต่ก็ไม่เป็นไร

“เอ่อ..”

เมื่อเห็นท่าทางของผู้เป็นประมุขเช่นนั้น ทันหยุนก็ได้แต่ทอดถอนใจอย่างช่วยไม่ได้

.

.

.

หนิวฟู่เดินตามอันจิงกลับไปยังโรงหมอพลางเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความร้อนใจ

“ท่านหมออันเป็นอย่างไรบ้าง คุณหนูจ้าวผู้นี้ทั้งรูปร่างหน้าตานับว่าเป็นเอก ทั้งยังมาจากตระกูลขุนนาง หากข้าพูดคุณสมบัติของนางออกไป ไม่แน่ว่าบุตรชายขุนนางของเมืองอู๋ต้องแห่มาดูตัวกับนางเป็นแน่”

อันจิงหยิบโกร่งยาขึ้นมาเพื่อเตรียมปรุงยา เขาส่ายหน้าน้อยๆเมื่อเอ่ย “นางเพียบพร้อมทุกอย่างจนโรงหมอจีซื่อเล็กๆนี้ไม่อาจเทียบได้ ข้าเกรงว่า..”

ด้วยความงดงาม ความบอบบาง กิริยามารยาทของสตรีสูงศักดิ์ นางจึงเหมาะกับชายที่มีคุณสมบัติที่เพียบพร้อมไม่ต่างกัน อีกทั้งท่าทางของนางก่อนจะแยกย้ายก็ดูเหมือนนางบอกเป็นนัยๆว่ามีความลับบางอย่างที่ไม่อาจบอกกล่าวได้

“ท่านหมออันเพียงแค่ท่านบอกข้ามาว่าท่านต้องการคุณหนูผู้นี้หรือไม่” หนิวฟู่เอ่ยขัดอันจิงขึ้นมา

“ข้า..”อันจิงวางโกร่งยาลงและเสไปยกน้ำชาขึ้นจิบ “ข้าว่า..คุณหนูจ้าวดูไม่ค่อยพอใจข้านัก”

“ผิดแล้ว นางบอกกับข้าว่านางพอใจท่านมากและการแต่งงานควรจัดขึ้นในเดือนนี้”

หนิวฟู่คว้าถ้วยชาของอันจิงวางลงและเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้น “แค่ตอบข้ามาก็พอ ท่านหมออัน”

การที่จ้าวชิงเหมยส่งให้พ่อสื่อเช่นเขามาเจรจาเช่นนี้จะแสดงว่านางไม่พอใจในตัวหมออันได้อย่างไร อาหารอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ ท่านจะไม่ลิ้มลองหน่อยหรือหมออัน? หนิวฟู่ราวกับมดบนกระทะร้อน เขารอคอยคำตอบของอันจิงอย่างใจจดใจจ่อเพื่อยืนยันการแต่งงานในครั้งนี้ หากเขาทำสำเร็จคุณหนูจ้าวยังจะให้สินน้ำใจเขาถึง 1 ตำลึงเงิน

อันจิงกระพริบตาด้วยความประหลาดใจ “คุณหนูจ้าวพูดอย่างนั้นหรือท่านลุงหนิว?” เขาไม่คาดคิดว่าจ้าวชิงเหมยจะรู้สึกแบบนั้นกับเขา

“ใช่” หนิวฟู่พยักหน้าพร้อมกับเอ่ยเสียงขึงขัง “ข้า หนิวฟู่เคยโกหกใครที่ไหน!”

คุณหนูจ้าวไม่ใช่เพียงแค่พอใจเท่านั้นแต่ยังยินดีที่จะแต่งงานทันทีหากอีกฝ่ายตอบตกลง

“ถ้าอย่างนั้น เราก็มาจัดงานแต่งกันเดือนนี้เลย” อันจิงพูดด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า

เมื่อได้ยินคำตอบของอันจิง หนิวฟู่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขารู้สึกมีความสุขมาก

1 ตำลึงเงิน! นั่นคือเงิน 1 ตำลึงเงินเลยนะ จะไม่ให้เขามีความสุขได้อย่างไร สวรรค์ช่างเป็นใจให้ข้าจริงๆ

“ท่านหมออัน ถ้าแต่งภายในเดือนนี้ก็เหลือไม่กี่วันแล้ว ข้าจะเริ่มเตรียมการทุกอย่างตั้งแต่ตอนนี้เลย” หนิวฟู่เอ่ยด้วยความตื่นเต้นก่อนจะวิ่งออกไปจากโรงหมอ

เมื่อร่างของหนิวฟู่ลับตา อันจิงก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมาเบาๆ “ท่านลุงหนิวผู้นี้ช่างมีน้ำใจจริงๆ”

.

.

.

ปีเกิ่งจื่อ วันที่ 7 เดือน 7

วันนี้เป็นวันฤกษ์ดีเหมาะสำหรับการทำทานครั้งใหญ่ การบวงสรวง การแต่งงาน การเปิดกิจการแห่งใหม่แต่ไม่เหมาะกับการตรวจสุขภาพหรือย้ายบ้าน

ในวันนี้โรงหมอจีซื่อประดับประดาด้วยโคมไฟและผ้าแดง มันเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง

“ขบวนเจ้าสาวมาแล้ว! ขบวนเจ้าสาวมาแล้ว!”

“หมออันแต่งงานแล้วหรือนี่!”

“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าสาวสวยมาก”

เสียงประทัดดังสนั่น เด็กๆต่างพากันวิ่งตามขบวนเจ้าสาวและเสียงประทัดอย่างสนุกสนาน ฝูงชนแน่นขนัดแต่ละคนต่างยืดคอมองดูขบวนเจ้าสาวอย่างสนใจ เสียงดอกไม้ไฟผสานกับเสียงประทัดทำให้เกิดเสียงอึกทึกคะเคล้ากับเสียงแสบแก้วหู

“ยินดีด้วยท่านหมออัน!”

“ยินดีกับท่านด้วย!”

“ขอให้ปีนี้ท่านมีบุตรชายตัวอ้วนกลมเร็วๆเล่า!”

“ใช่ๆ หากท่านจัดงานวันเกิดครบเดือนของบุตรชาย ข้าต้องมาแสดงความยินดีอีกเป็นแน่”

“ท่านหมออัน ท่านช่างน่าอิจฉาจริงๆที่ได้แต่งงานกับเจ้าสาวที่สวยงามขนาดนี้ ท่านต้องทำบุญมาดีแน่ๆ”

“นั่นสิ น่าอิจฉาจริงๆ”

อันจิงได้รับคำอวยพรอย่างล้นหลามจากแขกที่มาร่วมงาน โรงหมอจีซื่อมีชื่อเสียงมากในเมืองหยูหรืออาจจะทั่วมณฑลเจียงหนาน โดยเฉพาะกับกลุ่มคนยากไร้ อันจิงเป็นที่รู้จักในฐานะหมอที่ใจดีที่สุดในเมือง

“ทุกท่านไม่ต้องเกรงใจ เชิญทุกท่านดื่มกินให้เต็มที่”

อันจิงไม่สามารถซ่อนรอยยิ้มบนใบหน้าได้ เขายกแก้วสุราขึ้นดื่มอย่างครึ้มใจ งานเลี้ยงแต่งงานวันนี้ถูกจัดขึ้นทั้งหมด 18 โต๊ะ อาหารถูกนำมาจัดเรียงให้กับแขกที่มาร่วมงานไม่มีขาด อันจิงยุ่งกับการต้อนรับแขกและส่งแขกไม่มีพัก

“โอ้..นั่นท่านมือปราบหาน”

มือปราบหนุ่มในชุดทางการสีดำก้าวเข้ามาในงานเลี้ยงแต่งงานของอันจิง

“อันจิง ข้าแสดงความยินดีกับเจ้าด้วย” หานเหวินซินเอ่ยแสดงความยินดีกับอันจิง

‘หานเหวินซิน’ เป็นหนึ่งในมือปราบคนสำคัญของเมืองหยู เขาเป็นบุตรชายของ ‘หานจู’ ขุนนางกรมอาญาที่เกษียณอายุราชการออกไปแต่ยังคงมีเส้นสายในเมืองหยูเหนียวแน่นเช่นเดิม เมื่อรวมกับความสามารถของหานเหวินซินแล้ว ทำให้เขาเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่อายุยังน้อยทั้งยังสร้างผลงานเด่นๆไว้จำนวนมาก เมื่อครั้งที่มีม้าหลายตัวในหน่วยของหานเหวินซินล้มป่วยจากโรคระบาด หมอหลายคนในเมืองต่างไร้วิธีรักษาแต่ก็เป็นอันจิงที่หาวิธีรักษาและช่วยชีวิตม้าพวกนั้นเอาไว้ได้ ตั้งแต่นั้นมาหานเหวินซินก็รู้สึกขอบคุณอันจิงและถืออีกฝ่ายเป็นสหายผู้น้องของตน

“พี่หาน มานั่งก่อน”

อันจิงหัวเราะเสียงร่า “สำหรับเรา ไม่ต้องทางการขนาดนั้นก็ได้” หานเหวินซินก็หัวเราะไปกับอันจิงก่อนจะนั่งเก้าอี้ข้างๆอันจิง

“พี่หานท่านต้องดื่มฉลองให้ข้าหนักๆหน่อยเล่า” อันจิงพูดพลางตบไหล่ของหานเหวินซินอย่างครึ้มใจ

“อ่า...หลังจากนี้เจ้ากับข้า คงหาเวลาไปดื่มด้วยกันยากแล้วกระมัง วันเวลาแห่งความไร้กังวลของเราคงหมดไปแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่าๆๆ”

ในอดีตทั้งคู่มักจะหาเวลาว่างออกไปร่ำสุราฟังดนตรีกันเป็นประจำ ทำให้พวกเขาสนิทสนมกันมากขึ้น

“ดื่มรึ? อ่า..หลังจากนี้เราต้องไปดื่มเหล้ากันอีกด้วยหรือ? พี่หานท่านอย่าพูดเช่นนั้นสิ หลังแต่งงานข้าต้องเป็นสามีที่ดีคงไม่ไปสำมะเลเทเมาที่ไหนแล้วล่ะ” อันจิงเอ่ยพลางมองหานเหวินซินอย่างขมขู่ว่าห้ามชวนตนไปดื่มเหล้าที่ไหนเป็นอันขาด

หานเหวินซิน “…..” นี่มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเกินไปแล้ว?

อันจิงตบไหล่ของหานเหวินซินแล้วเอ่ย “พี่หาน ท่านก็อายุมากขึ้นทุกวัน ถึงเวลาคิดเรื่องแต่งงานได้แล้วล่ะ”

“ข้ารึ? ข้าไม่รีบ” หานเหวินซินรีบส่ายหน้าปฏิเสธก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นได้ “อ้อ..ข้าได้ยินมาว่าเจ้าแต่งงานกับบุตรสาวขุนนางรึ?”

“ใช่” เมื่อได้ยินแบบนั้น อันจิงก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ หานเหวินซินเองก็พึมพำออกมาเบาๆ “บุตรสาวขุนนางก็ย่อมตามมาด้วยสินสอดราคาแพง” เขาไม่เคยเห็นว่าสตรีผู้นี้หน้าตาเป็นอย่างไรแต่การแต่งงานกับบุตรสาวขุนนางอย่างไรก็ต้องใช้สินสอดจำนวนมากถึงจะเหมาะสมและสร้างความประทับใจให้กับครอบครัวอีกฝ่ายได้ นั่นหมายความว่าน้องชายอันอาจต้องใช้เงินที่หาได้มาทั้งชีวิตในการแต่งงานครั้งนี้

“ค่าสินสอดรึ?”

อันจิงมองไปที่หานเหวินซินเขม็ง “ไม่เอาน่าพี่หาน ท่านจะยึดติดสิ่งนอกกายมากเกินไปแล้ว”

สินสอดนับเป็นสิ่งใดได้ เงินและความมั่งคั่งก็เป็นเพียงของภายนอก พวกมันจะเทียบได้กับความรักที่แท้จริงได้อย่างไร

หานเหวินซินเลิกคิ้วและหัวเราะน้อยๆ “อันจิง เจ้าเข้าใจผิดแล้ว หานเหวินซินก็เป็นเพียงชายธรรมดาๆผู้หนึ่งเท่านั้น ข้าเองก็ปรารถนาเพียงความรักที่ไม่สนเรื่องฐานะเงินทองเช่นกัน”

จบบทที่ บทที่ 4 ข้ามขั้นจากคนรักมาเป็นคนในครอบครัว

คัดลอกลิงก์แล้ว