เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 กลับมาพบกันอีกครั้ง

บทที่ 3 กลับมาพบกันอีกครั้ง

บทที่ 3 กลับมาพบกันอีกครั้ง


ณ สวนสมุนไพร เรือนสีชาด

“ท่านลุง ดูสิขอรับ เจ้าหมอหนุ่มอันยอมจ่ายเงินให้เราแต่โดยดี”

หวังจื้อผิงทรุดตัวลงนั่งด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ ในขณะที่หวังเหอได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้ว เขาค่อยๆวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ

“มีอะไรให้ต้องดีใจ ถึงเขาจะยอมจ่ายเงินที่เราขึ้นราคาสมุนไพรโดยไม่บอกล่วงหน้าแต่เขาก็ยังไม่ยอมขายที่ให้เราอยู่ดี ทุกอย่างที่เราทำไปไม่ใช่เสียแรงเปล่าหรือไร สิ่งที่เราต้องการคือที่ดินของเขา ที่ดิน!”

เหตุผลที่หวังเหอขึ้นราคาสมุนไพรโดยไม่บอกกล่าวก็เพื่อบีบให้อันจินยอมแพ้และยอมขายที่ดินตรงโรงหมอจีซื่อให้เขา

รอยยิ้มของหวังจื้อผิงค่อยๆเลือนไปจากใบหน้า “แล้วเราจะทำอย่างไรต่อขอรับ เจ้าอันจิงไม่มีครอบครัวให้เราเอามาใช้ต่อรองได้”

“ข้าไม่เชื่อว่าเจ้านั่นจะใจแข็งได้อีกนาน” หวังเหอสูดลมหายใจอย่างระงับอารมณ์เมื่อพูดต่อ

“กลับไปหาวิธีมาหาให้ข้า ไม่ว่าต้องใช้วิธีใดก็ตาม ภายในครึ่งเดือนนี้ เจ้าต้องเอาโฉนดที่ดินของเขามาให้ได้ มีเพียงต้องได้ที่ดินของเจ้านั่นมาเท่านั้นถึงจะทำให้ข้ามันใจว่าการค้าของข้าจะมั่งคั่งยิ่งกว่าเดิม เมื่อถึงเวลานั้นเรือนสีชาดที่ข้าดูแลอยู่จะขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของแค้วนก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปและการฝึกยุทธ์ของข้าจะได้เลื่อนออกจากระดับ 4 เสียที”

“อ่า..ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว” หวังจื้อผิงหรี่ตาครุ่นคิดและพูดต่อ “ท่านลุงไม่ต้องห่วง ภายในครึ่งเดือน ข้าจะทำให้เจ้าเด็กอันจินยอมมอบโฉนดที่ดินผืนนั้นให้เราแต่โดยดี”

หวังจื้อผิงรู้ว่าที่เขามีทุกอย่างในตอนนี้ได้ก็เพราะลุงของเขา หากตำแหน่งของท่านลุงเขามั่นคง เขาก็ย่อมได้ดีไปด้วย

.

.

.

เช้าวันรุ่งขึ้น สายลมพัดบางเบา อากาศยามเช้านับว่าแจ่มใส่เป็นพิเศษ รถม้าค่อยๆแล่นผ่านโรงหมอจีซื่อไปหยุดตรงร้านน้ำชาที่อยู่ข้างๆ

“คุณหนูจ้าว ถึงแล้วขอรับ” พ่อสื่อหนิวฟู่เอ่ยเรียกคนบนรถม้า เมื่อม่านรถม้าถูกยกขึ้นก็เห็นสาวใช้ช่วยประคองหญิงสาวผู้หนึ่งลงจากรถม้า ทั้งสาวใช้และหญิงสาวผู้นี่เป็นคนเดียวกับที่อยู่บนเรือนั่นเอง

ทันหยุนประคอง ‘จ้าวชิงเหมย’ลงจากรถม้าอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จ้าวชิงเหมยจะเงยหน้ามองป้ายร้านขนาดใหญ่ที่สลักคำว่า ‘ร้านน้ำชาต้าถง’

“ท่านหมออัน เป็นหมอหนุ่มที่มีชื่อเสียงและมีความสามารถมากที่สุดในเมืองหยู ไม่แน่ว่าในอนาคตเขาอาจขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของมณฑลและแคว้นได้ด้วยซ้ำ โรงหมอของเขาก็อยู่ข้างๆนี่เอง เดี๋ยวคุณหนูจ้าวรอสักครู่ ข้าจะไปตามเขามาเดี๋ยวนี้” พ่อสื่อหนิวพูดด้วยรอยยิ้มเขินๆ

คนอื่นอาจจะไม่รู้แต่หนิวฟู่รู้ว่าแม่นางน้อยผู้นี้เป็นคุณหนูจากตระกูลขุนนางในเมืองหยูจิง ดูเหมือนตระกูลของนางอาจประสบปัญหาบางอย่างทำให้นางต้องย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่มณฑลเจียงหนานแห่งนี้

แม่นางผู้นี้ไม่ใช่เพียงแค่รูปโฉมเป็นเอกราวดอกไม้แรกแย้มเท่านั้นแต่นางยังมาจากตระกูลที่ร่ำรวยและมีอิทธิพลอีกด้วย ตอนนี้นางถึงวัยออกเรือนแล้วจึงต้องหาคู่ครองที่เหมาะสม สิ่งที่น่าแปลกใจเพียงอย่างเดียวคือนางไม่สนใจที่จะแต่งงานให้บุตรชายขุนนางที่มีฐานะทัดเทียมกัน แต่กลับชื่นชอบหมออันแห่งโรงหมอจีซื่อเป็นพิเศษ

‘ท่านหมออัน ท่านอย่าได้โง่เขลาเป็นอันขาด โอกาสดีๆเช่นนี้ท่านอย่าได้ทิ้งไปง่ายๆ’ หนิวฟู่ได้แต่ภาวนาในใจอย่างคาดหวัง

“เจ้าดูแม่นางน้อยนั่นสิ นางเป็นใครกัน?”

“ไหนๆ ข้าขอดูก่อน นางเป็นคนหนูจากตระกูลใด”

“นางงามยิ่งนัก! งามหญิงกว่าแม่นางอี้หลันจากหอโคมแดงเสียอีก!”

“นั่นพ่อสื่อหนิวฟู่ไม่ใช่รึ? อย่าบอกนะว่าพวกเขานัดคุยธุระเรื่องหมั้นหมาย?”

“เอ๋?..นั่นพวกเขาเดินเข้าร้านน้ำชาไปแล้ว”

ผู้คนที่อยู่รอบๆร้านน้ำชาต้าถงต่างกระซิบกระซาบกันเมื่อเห็นจ้าวชิงเหมยก้าวลงจากรถม้า ใบหน้าของทันหยุนมืดครึ้มลงทันที มือซ้ายของนางขยับเป็นจังหวะตามสัญชาตญาณ

เฮือก!

ผู้คนที่จับกลุ่มกระซิบกระซาบต่างรู้สึกขนลุก ราวกับกำลังก้าวผ่านจากฤดูร้อนจัดไปยังฤดูหนาวจัดอย่างกะทันหัน พวกเขากระชับเสื้อผ้าให้รัดกุมและเดินหนีไปสนใจสิ่งอื่นทันที

ใบหน้าของจ้าวชิงเหมยยังคงสงบนิ่งในขณะที่ก้าวเข้าไปในร้านน้ำชาด้วยท่วงท่าสง่างาม ทันหยุนขยับไปเดินตามหลังของจ้างชิงเหมยอย่างนอบน้อม ราวกับสาวใช้ผู้มากประสบการณ์ ภายใต้สายตาของทุกคน ทั้งสองค่อยๆเดินไปยังห้องส่วนตัวบนชั้นสอง

“ท่านลุงหนิว แม่นางน้อยผู้นั้นเป็นคุณหนูจากตระกูลใดหรือ นางมีสัญญาหมั้นหมายหรือยัง?” มีคนใจกล้าอดไม่ได้ที่จะถามออกไป

“เจ้าบ้าเอ้ยๆ หลบไป! นี่คือแม่นางน้อยที่ข้านัดหมายให้ท่านหมออันในวันนี้” หนิวฟู่ตอบกลับอย่างหงุดหงิด

“ท่านหมออัน?” ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจก่อนจะเผยสีหน้าอิจฉาออกมาอย่างอดไม่อยู่

ท่านหมออันถือเป็นหมออายุน้อยแต่มีฝีมือและชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมืองหยู เขาเป็นที่นับถือแก่คนทั้งเมือง ทั้งเรื่องนิสัยใจคอก็ยังดีจนไร้ที่ติ ไม่แปลกที่พวกเขาจะอดรู้สึกอิจฉาไม่ได้

หนิวฟู่ไม่สนใจฝูงชนที่กำลังพูดคุยกันเรื่องแม่นางน้อยและหมออัน เขาตรงดิ่งที่โรงหมอข้างๆ

“ท่านหมออัน! ท่านหมออัน!”

หนิวฟู่ตะโกนเรียกเจ้าของที่อยู่ด้านหลังร้าน

“มาแล้วๆ”

ใช้เวลาไม่นานอันจิงก็เดินออกมาจากหลังร้าน หนิวฟู่ก็เอ่ยเร่ง “คุณหนูจ้าวมาถึงแล้ว รีบเข้าเถิด นางคอยอยู่ที่ร้านน้ำชาต้าถงในห้องรับรองส่วนตัวแล้ว”

“อ้อ? ข้าจะรีบไปเดี๋ยวล่ะ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น อันจิงก็ไม่อยากให้สุภาพสตรีรอนาน เขารีบจัดการตัวเองให้เรียบร้อยและเร่งฝีเท้าไปยังร้านน้ำชา

.

.

.

ร้านน้ำชาต้าถง ห้องรับรองส่วนตัวชั้นสอง

ด้านนอกห้องรับรองส่วนตัว มีฝูงชนมารวมตัวกันอย่างแน่นขนัด พวกเขาต่างชะเง้อคอเพื่อแอบดูแม่นางน้อยที่ปรากฏตัวขึ้นเมื่อครู่

“หลีกทางๆ ท่านหมออันมาถึงแล้ว”

หนิวฟู่พาอันจิงเดินฝ่าฝูงชนไปยังห้องรับรองส่วนตัว ในห้องรับรองนั้นมีหญิงสาวในชุดสีน้ำเงินเข้ม นางนั่งด้วยท่วงท่าสง่างามบนโต๊ะขนาดเล็ก ดวงตาใสกระจ่างของนางเปล่งประกายราวกับหยดน้ำ แก้มนวลผ่องของนางมีสีแดงระเรื่อ รูปร่างก็บอบบางราวหยกเสลา ทุกอย่างบนตัวของนางดูลงตัว ทั้งสง่างามและเยือกเย็นราวกับสตรีสูงศักดิ์

ด้วยเหตุผลบางอย่างเมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าก็ทำให้อันจิงรู้สึกคุ้นเคย เหมือนเคยเจอกันมาก่อน หรือเพราะนางงามเกินไปหรือเปล่านะ?

พ่อสื่อหนิวฟู่เป็นฝ่ายเอ่ยแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน “ท่านหมออัน นี่คือคุณหนูจ้าวชิงเหมยที่ข้าบอกไว้เมื่อวานนี้”

“คารวะท่านหมออัน” จ้าวชิงเหมยืนขึ้นพลางประสานมือไว้ที่เอวและโค้งตัวเล็กน้อย ใบหน้าของนางกำลังแดงก่ำ เสียงของจ้าวชิงเหมยฟังดูไพเราะนุ่มนวล แตกต่างจากท่าทีเย็นชาของนางเมื่อวานนี้อย่างสิ้นเชิง

“ไม่ต้องมากพิธีเช่นนั้นหรอกคุณหนูจ้าว เชิญท่านนั่งลงเถิด”

หนิวฟู่หัวเราะน้อยๆและมองไปยังทันหยุน อีกฝ่ายเข้าใจในสัญญาณนั้นจึงพากันเดินออกจากห้องไป

“เดี๋ยว” ขณะที่จะพ้นห้องไป ทันหยุนก็คว้าตัวหนิวฟู่เอาไว้ก่อน

“มีอะไรหรือแม่นางทันหยุน” หนิวฟู่เอ่ยถามด้วยความสงสัย

“เราจะรออยู่หน้าประตูเพื่อป้องกันไม่ให้คนเข้าไปรวบกวนทั้งคู่” ทันหยุนเอ่ยตอบเสียงเรียบ แม้น้ำเสียงของเธอจะไม่ได้เข้มงวดแต่ก็มีแรงกดดันบางอย่างที่ไม่อาจปฏิเสธได้

“อ่า..ตกลงๆ”

หนิวฟู่หัวเราะอย่างเก้ๆกังๆและตอบตกลงกลับไป

ภายในห้องรับรองส่วนตัว

“ร้านน้ำชาต้าถงเป็นร้านชาที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองนี้ การดื่มชานับว่าดีต่อสุขภาพ อากาศร้อนอบอ้าวเช่นนี้ ชาสามารถทำให้ร่างกายเย็นสบาย ช่วยผ่อนคลายได้ดีทีเดียว”

อันจิงกล่าวขณะที่รินน้ำชาให้จ้าวชิงเหมย นางยกถ้วยชาที่อีกฝ่ายรินให้ขึ้นจิบก่อนดวงตาจะสว่างขึ้น

“กลิ่นชาดี กลิ่นหอมยังอวลอยู่เต็มจมูกและรสชาติของมันก็ยังติดค้างในลำคอ เป็นชาที่ดี” คำพูดของนางออกมาจากใจ

“ข้าไม่คิดว่าคุณหนูจ้าวจะชอบชาด้วย ท่านรู้เรื่องของชามากทีเดียว” อันจิงกล่าวพลางหัวเราะน้อยๆ

“ท่านหมออันชมเกินไปแล้ว ข้ามีความรู้เรื่องชาเพียงเล็กน้อย อาศัยประสบการณ์จากการดื่มชากับท่านพ่อมานานหลายปีจึงพอรู้อยู่บ้าง” นางกล่าวเสียงหวาน กิริมารยาทของนางก็ช่างไร้ที่ติ มันดูเป็นธรรมชาติและสง่างาม ท่าทางการดื่มชาของนางราวกับภาพวาดอันวิจิตร ทำให้อันจิงยิ่งพอใจนางเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

.“ข้าได้ยินมาว่าคุณหนูจ้าวเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ ข้าบังอาจถามได้หรือไม่ว่าย้ายมาจากที่ใด”

จ้าวชิงเหมยวางถ้วยชาลงอย่างเบามือ ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นโศกเศร้าขณะที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าต้องจากไปด้วยโรคร้าย ข้ารู้สึกโดดเดี่ยวยิ่งนัก จึงได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านเดิมของบรรพบุรุษ...”

จากคำพูดของนางทำให้อันจิงทราบว่า นางมาจากตระกูลบัณฑิต ปู่และพ่อของนางต่างดำรงตำแหน่งขุนนางในเมืองหยูจิง แต่เมื่อทั้งสองจากไปก็ทำให้ตระกูลที่เคยมั่งคั่งเริ่มเสื่อมอำนาจลง และแม่ของนางก็จากไปด้วยโรคร้ายอีกคน นางจึงเลือกทำตามความปรารถนาสุดท้ายของแม่ จึงได้ย้ายกลับมาอยู่ที่มณฑลจียงหนาน

ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ นางไม่ได้รับความช่วยเหลือจากบรรดาญาติพี่น้องที่เหลือของนาง จึงได้ขายทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดและพาสาวใช้เดินทางรอนแรมหลายพันลี้มายังมณฑลเจียงหนานตามลำพัง หากอีกฝ่ายเป็นชายอกสามศอก การเจอสถานการณ์เช่นนี้ก็นับว่าลำบากเต็มกลืนแต่นี่นางเป็นเพียงคุณหนูในห้องหอไร้เรี่ยวแรงต่อสู้ สิ่งที่นางประสบมาคงสร้างความลำบากมาไม่น้อย

พวกเขาพูดคุยกันระหว่างดื่มชาไปด้วยเพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ระหว่างการสนทนาอันจิงยังสอบถามถึงวันเกิดของนางทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายอายุน้อยกว่าเขา 2 ปี เขาพอใจในตัวจ้าวชิงเหมยเพิ่มขึ้นๆ

นางเป็นสตรีสูงศักดิ์ ทั้งสง่างามและอ่อนโยน สมกับเป็นภรรยาในอุดมคติของเขาจริงๆ อันจิงมองจ้าวชิงเหมยเมื่อเอ่ยถามอีกฝ่าย “คุณหนูจ้าว ท่านมีอะไรที่อยากรู้หรือเปล่า”

“ไม่มีอะไรที่ข้าอยากถามท่านเป็นพิเศษหรอกเจ้าค่ะ”

จ้าวชิงเหมยเผยสีหน้าลังเลเพียงครู่ ก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อย เรื่องบางเรื่องก็นับว่าพูดออกไปได้ยาก

‘ดูเหมือนลุงหนิวจะเล่าทุกอย่างให้คุณหนูจ้าวฟังหมดแล้วกระมัง’

อันจิงคิดในใจ เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ดูเหมือนว่าโอกาสดีๆเช่นนี้กำลังจะหลุดลอยไป การที่จ้าวชิงเหมยไม่มีคำถาม นั่นก็ชัดเจนว่านางไม่ได้สนใจเขาซึ่งเป็นเพียงหมอธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น

จบบทที่ บทที่ 3 กลับมาพบกันอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว