เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 เสียงกรีดร้อง

บทที่ 33 เสียงกรีดร้อง

บทที่ 33 เสียงกรีดร้อง


ครึ่งชั่วโมงผ่านไปนับตั้งแต่การรุกรานของสัตว์อสูรเกิดขึ้นที่เมืองหลิงเจียง

เขตเก้า · จตุรัสกลาง

ท่ามกลางห่ากระสุนที่ยิงถล่ม สัตว์อสูรอีกกลุ่มก็ถูกสังหารจนหมดที่แนวป้องกันด้านนอก

“สุดยอดไปเลย!” เสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของหวังเปาเปาดังออกมาจากราชินีแมงมุมปืนกุหลาบ

“เปาเปา อย่าเสียพลังจิตไปเปล่าๆ” ซูเว่ยเว่ยเอ่ยเตือนเสียงเข้ม

กระสุนและอาวุธพลังงานทุกรูปแบบของเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ล้วนถูกสร้างขึ้นจากพลังจิตของปรมาจารย์เกราะ

ดังนั้นเกราะสายยิงสนับสนุนจึงเสี่ยงต่อการเผาผลาญพลังจิตจนหมดได้ง่าย

“รับทราบ! พี่เว่ยเว่ยไม่ต้องห่วง แค่นี้สบายมาก ต่อให้ต้องสู้ไปอีกสองถึงสามชั่วโมงผมก็ยังไหว!” หวังเปาเปากล่าวอย่างตื่นเต้น

ซูเว่ยเว่ยไม่สงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้

หลังจากฝึกฝนร่วมกันมาาตลอดหนึ่งเดือนครึ่ง เธอก็เข้าใจขีดจำกัดของหวังเปาเปาแล้ว

แม้หวังเปาเปาจะเป็นปรมาจารย์เกราะสี่ดาว แต่พลังจิตของเขากลับเหนือกว่าคนระดับเดียวกันไปมาก แถมยังฟื้นตัวเร็วผิดปกติ

“เว่ยเว่ย เมืองหลิงเจียง...” เจิ้งเย่เย่เงยหน้ามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยช่องว่างดำมืด และรู้สึกกังวลเล็กน้อย

ซูเว่ยเว่ยเอ่ยปลอบ “อย่ากังวลไปเลย ตามข้อมูลการปรากฏของรอยแยกสัตว์อสูรในอดีต

ระยะเวลาการดำรงอยู่ของรอยแยกสัตว์อสูรเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับขนาดของมัน ยิ่งรอยแยกมีขนาดใหญ่ ก็ยิ่งดำรงอยู่ได้นานขึ้น

รอยแยกเล็กๆ อย่างที่เราเห็นบนฟ้าตอนนี้ อย่างมากก็คงอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งชั่วโมง

ตอนนี้ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้ว ตราบใดที่เราทนได้อีกครึ่งชั่วโมง ภัยพิบัติครั้งนี้ก็จะจบลง”

ครึ่งชั่วโมง…

เวลานี้ไม่ถือว่านานเกินไป และจากสภาพแนวป้องกันตอนนี้ พวกเธอยังมั่นใจว่าจะยืนหยัดได้นานกว่านั้นด้วยซ้ำ

“ทุกคนได้ยินแล้วใช่ไหม! นักเรียนจากสถาบันหลิงเจียงบอกแล้ว ขอแค่เรายืนหยัดอีกครึ่งชั่วโมง เราก็สามารถผ่านพ้นภัยพิบัติครั้งนี้ไปได้!

พี่น้องทั้งหลาย มีใครไม่มั่นใจบ้าง!” ร้อยตรีโจวตะโกนบอกทหารที่อยู่ในแนวป้องกัน

“ครึ่งชั่วโมงอะไรกัน! ต่อให้เป็นสามชั่วโมงฉันก็ยังยิงได้!”

“พวกพวกสารเลว! ปืนฉันยังยิงไม่สะใจเลย!”

“เล่นใหญ่ซะขนาดนี้ สุดท้ายก็แค่นี้เอง เสียงยังเบากว่าตอนที่ลุงจางวุ่นวายกับเมียตอนกลางคืนอีกนะ ฮ่าๆ”

เสียงหัวเราะผ่อนคลายของทหารดังสะท้อนไปทั่วแนวป้องกัน

ร้อยตรีโจวหันไปมองนักเรียนจากคลาสพิเศษห้องสอง สายตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง “ครั้งนี้ต้องขอบคุณพวกเธอจริงๆ

ในอดีต จตุรัสกลางในเขตเก้าของเราคือจุดที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตมากที่สุดทุกครั้ง

แต่ครั้งนี้กลับมีแค่ทหารนายหนึ่งที่หกล้มบาดเจ็บเล็กน้อย

ถ้าไม่มีพวกเธอช่วยล่ะก็ อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของพี่น้องที่นี่คงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว”

“นี่เป็นสิ่งที่เราควรทำ” ซูเว่ยเว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เป็นทางการมากขึ้น แต่ในใจกลับอุ่นวาบขึ้นมา

เธอไม่เคยรู้สึกภูมิใจขนาดนี้มาก่อน

ไม่ใช่แค่ความอิจฉาจากเพื่อนร่วมชั้น ไม่ใช่แค่คำชมจากอาจารย์ หรือความสะใจยามฟันสัตว์อสูร

แต่เป็นความภาคภูมิใจที่พุ่งขึ้นมาจากส่วนลึกในใจ

เธอภูมิใจ…ที่เธอสามารถปกป้องผู้คนได้จริงๆ

ขณะนี้ทุกคนต่างตั้งตารอให้ครึ่งชั่วโมงสุดท้ายผ่านพ้นไปโดยเร็ว เพื่อรอดพ้นจากภัยพิบัติครั้งนี้อย่างแท้จริง

……….

ด้านนอกโกดังสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองหลิงเจียง

บนหลังคาคลังสินค้า สามารถเห็นป้อมปืนหลายกระบอกตั้งตระหง่าน ทั้งปืนกลหนักและปืนใหญ่ตั้งอยู่ครบครัน

รอบด้านยังมีเกราะจักรกลกว่า 100 ตัว และทหารกว่า 500 นายพร้อมอาวุธเบาและอาวุธหนักประจำการอยู่

เรียกได้ว่ามีอาวุธครบมือเลยทีเดียว

พื้นที่โดยรอบโกดังสินค้าถูกกวาดล้างจนโล่งเตียน ซึ่งช่วยให้ไม่มีที่พักพิงหรือสิ่งกีดขวางใดๆ ในระยะทางอย่างน้อย 100 เมตรรอบโกดัง

“ระวังกันให้ดี อย่าประมาท” ร้อยเอกคนหนึ่งเดินตรวจตราไปตามแนวป้องกัน

ด้านนอกยังพอเห็นซากสัตว์อสูรกระจัดกระจาย แต่ไม่ตัวไหนสามารถฝ่าเข้ามาใกล้เขตห้าสิบเมตรรอบโกดังสินค้าได้เลย

“กัปตันวางใจเถอะครับ” นายทหารคนหนึ่งคาบบุหรี่ไว้ในปาก พูดพลางยิ้มกวน “ที่โกดังนี้เรามีกำลังพร้อมสรรพ ปรมาจารย์เกราะก็มีตั้ง 30 คน แถมยังมีปรมาจารย์เกราะหกดาวอยู่หนึ่งคน

ไหนจะเกราะจักรกลธรรมดาอีกกว่า 60 ตัว

แค่สัตว์อสูรที่โผล่มาในเมืองหลิงเจียงตอนนี้ พวกเราจัดการได้สบายๆ อยู่แล้ว”

ร้อยเอกหันไปจ้องนายทหารคนนั้นเขม็ง “ฉันบอกให้ระวัง ก็อย่ามาพูดพล่อยๆ!

โกดังแห่งนี้จัดเก็บเสบียงและยุทโธปกรณ์สำหรับรับมือกับคลื่นอสูร!

ถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมา ต่อให้เราตายที่นี่ก็ล้างความผิดไม่ได้!”

พูดจบ ร้อยเอกก็หันมองไปยังประตูโกดังที่ปิดสนิท

“โอ้ว…ปรมาจารย์เกราะหกดาวเชียวนะ แถมยังมีห้าดาวอีกตั้ง 5 คน ช่างน่ากลัวจริงๆ” เสียงเย้ยหยันแผ่วเบาดังขึ้นจากด้านหลัง

“ใครน่ะ!” ร้อยเอกตะโกนลั่น

ทุกคนต่างหันกลับไปมองอย่างไม่รู้ตัว

ในแนวป้องกัน ด้านหลังของเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ขนาดมหึมาของปรมาจารย์เกราะหกดาวที่สูงเกือบสิบเมตร มีเดือยกระดูกแหลมสามแท่งเจาะทะลุแผ่นหลังเข้าไปอย่างโหดเหี้ยม

เกราะที่ควรจะแข็งแกร่งไร้เทียมทาน กลับไม่สามารถป้องกันเดือยกระดูกทั้งสามนี้ได้

เดือยกระดูกแหลมแทงทะลุออกมาด้านหน้าจนเลือดสาดกระจาย

จากนั้นทุกคนจึงมองเห็นรูปลักษณ์ของผู้โจมตีได้อย่างชัดเจน

มันคือเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน แต่ร่างกายกลับบิดเบี้ยวเหมือนปีศาจ สูงไม่ถึงสองเมตร หลังค่อมเหมือนชายชราที่หมดเรี่ยวแรง

มันเกาะแนบอยู่บนแผ่นหลังของปรมาจารย์เกราะหกดาวราวกับสัตว์เลื้อยคลานที่กำลังดูดเลือดเหยื่อ

ส่วนเดือยกระดูกแหลมสามแท่งที่ปักเข้าร่างนั้น ก็คือกรงเล็บที่ยื่นออกมาจากแขนของมันเอง!

“หัวหน้า!”

"กัปตันหลิว!"

เสียงร้องด้วยความตกใจดังระงมไปรอบแนวป้องกัน ทหารและปรมาจารย์เกราะต่างพยายามพุ่งเข้าไปช่วย

ในเวลาเดียวกัน ร้อยเอกหลิวผู้เป็นปรมาจารย์เกราะหกดาวกัดฟันทนเจ็บ ยกปืนกลขึ้นยิงรัวใส่ผู้โจมตีอย่างบ้าคลั่ง

แต่ท่ามกลางห่ากระสุนนั้น เงาร่างปีศาจกลับหายวับไป ราวกับละลายไปในอากาศ!

“ระวัง! ศัตรูบุกโจมตี!” ร้อยเอกหลิวสะกดความเจ็บปวดที่หน้าอก และตะโกนเสียงดัง

ในชั่วขณะนั้น บรรยากาศทั้งแนวป้องกันก็ตึงเครียดถึงขีดสุด

ตึง! ตึง! ตึง!

เสียงฝีเท้าหนักดังก้องขึ้นจากปลายถนน ร่างสามร่างในผ้าคลุมสีดำค่อยๆ ปรากฏขึ้น

“เกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์”

เงาของเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของทั้งสามร่างก็สว่างขึ้น

เกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามปรากฏตัว แต่ละตัวมีความสูงอย่างน้อยสิบเมตร และถือขวานรบสองด้าม

“เกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ระดับอสูรขั้นสูง เบอร์เซิร์กเกอร์

และพลังนี้… อย่างน้อยพวกมันต้องเป็นปรมาจารย์เกราะหกดาว" ร้อยเอกหลิวผู้เป็นหัวหน้าของทีมปรมาจารย์เกราะกล่าว

“กัปตัน มีคนอื่นอยู่ด้วย” เสียงหนึ่งดังจากแถวหลัง พร้อมชี้ไปยังร่างเงาที่กำลังยืนอยู่บนต้นไม้ข้างถนน

"นั่น... ปรมาจารย์เกราะเจ็ดดาว!" ร้อยเอกหลิวที่บาดเจ็บสาหัสถึงขั้นทนไม่ไหว หลุดออกจากร่างเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ และกลับคืนสู่ร่างมนุษย์

เขากดหน้าอกที่เลือดไหลอาบด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ปรมาจารย์เกราะเจ็ดดาวหนึ่งคน  บวกกับอีกสามคนที่อยู่ตรงหน้า และผู้ที่ลอบโจมตีเมื่อกี้ ล้วนเป็นปรมาจารย์เกราะหกดาวทั้งนั้น

ต่อให้เขาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ก็ไม่มีวันนำทีมหยุดยั้งศัตรูได้!

“ทุกคนฟังคำสั่ง! ศัตรูเป็นพวกลัทธินอกรีต!

เตรียมสู้จนตัวตาย! ข้างหลังเรามีโกดังยุทโธปกรณ์สำคัญ หากปล่อยให้พวกมันถูกยึดไปได้ ต่อให้เราตายก็ไม่อาจล้างบาปได้!

ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ห้ามพวกมันก้าวเข้าโกดังแม้แต่ก้าวเดียว!”

“รับทราบ!” เสียงตอบรับกึกก้อง

นอกโกดัง เหล่าทหารและปรมาจารย์เกราะเตรียมพร้อมที่จะสู้จนตาย

“โอ้…ช่างน่าสงสารเสียจริง

หวังว่าเสียงกรีดร้องของพวกแกจะไพเราะขึ้นสักหน่อยนะ” ปีศาจเงาที่ลอบโจมตีปรมาจารย์เกราะหกดาวเมื่อครู่โผล่มายืนด้านหลังเบอร์เซิร์กเกอร์ทั้งสาม พร้อมกับส่งเสียงเยาะเย้ย

ในจังหวะนั้นเอง เสียงหนึ่งพลันดังตอบกลับมา “เสียงกรีดร้องของพวกเขา ฉันไม่แน่ใจว่าจะไพเราะหรือเปล่า

แต่เสียงกรีดร้องของแก ฉันรับรองเลยว่าต้องมันสะใจแน่นอน”

จบบทที่ บทที่ 33 เสียงกรีดร้อง

คัดลอกลิงก์แล้ว