- หน้าแรก
- ปรมาจารย์เกราะที่แข็งแกร่งที่สุด
- บทที่ 33 เสียงกรีดร้อง
บทที่ 33 เสียงกรีดร้อง
บทที่ 33 เสียงกรีดร้อง
ครึ่งชั่วโมงผ่านไปนับตั้งแต่การรุกรานของสัตว์อสูรเกิดขึ้นที่เมืองหลิงเจียง
เขตเก้า · จตุรัสกลาง
ท่ามกลางห่ากระสุนที่ยิงถล่ม สัตว์อสูรอีกกลุ่มก็ถูกสังหารจนหมดที่แนวป้องกันด้านนอก
“สุดยอดไปเลย!” เสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของหวังเปาเปาดังออกมาจากราชินีแมงมุมปืนกุหลาบ
“เปาเปา อย่าเสียพลังจิตไปเปล่าๆ” ซูเว่ยเว่ยเอ่ยเตือนเสียงเข้ม
กระสุนและอาวุธพลังงานทุกรูปแบบของเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ล้วนถูกสร้างขึ้นจากพลังจิตของปรมาจารย์เกราะ
ดังนั้นเกราะสายยิงสนับสนุนจึงเสี่ยงต่อการเผาผลาญพลังจิตจนหมดได้ง่าย
“รับทราบ! พี่เว่ยเว่ยไม่ต้องห่วง แค่นี้สบายมาก ต่อให้ต้องสู้ไปอีกสองถึงสามชั่วโมงผมก็ยังไหว!” หวังเปาเปากล่าวอย่างตื่นเต้น
ซูเว่ยเว่ยไม่สงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้
หลังจากฝึกฝนร่วมกันมาาตลอดหนึ่งเดือนครึ่ง เธอก็เข้าใจขีดจำกัดของหวังเปาเปาแล้ว
แม้หวังเปาเปาจะเป็นปรมาจารย์เกราะสี่ดาว แต่พลังจิตของเขากลับเหนือกว่าคนระดับเดียวกันไปมาก แถมยังฟื้นตัวเร็วผิดปกติ
“เว่ยเว่ย เมืองหลิงเจียง...” เจิ้งเย่เย่เงยหน้ามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยช่องว่างดำมืด และรู้สึกกังวลเล็กน้อย
ซูเว่ยเว่ยเอ่ยปลอบ “อย่ากังวลไปเลย ตามข้อมูลการปรากฏของรอยแยกสัตว์อสูรในอดีต
ระยะเวลาการดำรงอยู่ของรอยแยกสัตว์อสูรเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับขนาดของมัน ยิ่งรอยแยกมีขนาดใหญ่ ก็ยิ่งดำรงอยู่ได้นานขึ้น
รอยแยกเล็กๆ อย่างที่เราเห็นบนฟ้าตอนนี้ อย่างมากก็คงอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งชั่วโมง
ตอนนี้ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้ว ตราบใดที่เราทนได้อีกครึ่งชั่วโมง ภัยพิบัติครั้งนี้ก็จะจบลง”
ครึ่งชั่วโมง…
เวลานี้ไม่ถือว่านานเกินไป และจากสภาพแนวป้องกันตอนนี้ พวกเธอยังมั่นใจว่าจะยืนหยัดได้นานกว่านั้นด้วยซ้ำ
“ทุกคนได้ยินแล้วใช่ไหม! นักเรียนจากสถาบันหลิงเจียงบอกแล้ว ขอแค่เรายืนหยัดอีกครึ่งชั่วโมง เราก็สามารถผ่านพ้นภัยพิบัติครั้งนี้ไปได้!
พี่น้องทั้งหลาย มีใครไม่มั่นใจบ้าง!” ร้อยตรีโจวตะโกนบอกทหารที่อยู่ในแนวป้องกัน
“ครึ่งชั่วโมงอะไรกัน! ต่อให้เป็นสามชั่วโมงฉันก็ยังยิงได้!”
“พวกพวกสารเลว! ปืนฉันยังยิงไม่สะใจเลย!”
“เล่นใหญ่ซะขนาดนี้ สุดท้ายก็แค่นี้เอง เสียงยังเบากว่าตอนที่ลุงจางวุ่นวายกับเมียตอนกลางคืนอีกนะ ฮ่าๆ”
เสียงหัวเราะผ่อนคลายของทหารดังสะท้อนไปทั่วแนวป้องกัน
ร้อยตรีโจวหันไปมองนักเรียนจากคลาสพิเศษห้องสอง สายตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง “ครั้งนี้ต้องขอบคุณพวกเธอจริงๆ
ในอดีต จตุรัสกลางในเขตเก้าของเราคือจุดที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตมากที่สุดทุกครั้ง
แต่ครั้งนี้กลับมีแค่ทหารนายหนึ่งที่หกล้มบาดเจ็บเล็กน้อย
ถ้าไม่มีพวกเธอช่วยล่ะก็ อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของพี่น้องที่นี่คงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว”
“นี่เป็นสิ่งที่เราควรทำ” ซูเว่ยเว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เป็นทางการมากขึ้น แต่ในใจกลับอุ่นวาบขึ้นมา
เธอไม่เคยรู้สึกภูมิใจขนาดนี้มาก่อน
ไม่ใช่แค่ความอิจฉาจากเพื่อนร่วมชั้น ไม่ใช่แค่คำชมจากอาจารย์ หรือความสะใจยามฟันสัตว์อสูร
แต่เป็นความภาคภูมิใจที่พุ่งขึ้นมาจากส่วนลึกในใจ
เธอภูมิใจ…ที่เธอสามารถปกป้องผู้คนได้จริงๆ
ขณะนี้ทุกคนต่างตั้งตารอให้ครึ่งชั่วโมงสุดท้ายผ่านพ้นไปโดยเร็ว เพื่อรอดพ้นจากภัยพิบัติครั้งนี้อย่างแท้จริง
……….
ด้านนอกโกดังสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองหลิงเจียง
บนหลังคาคลังสินค้า สามารถเห็นป้อมปืนหลายกระบอกตั้งตระหง่าน ทั้งปืนกลหนักและปืนใหญ่ตั้งอยู่ครบครัน
รอบด้านยังมีเกราะจักรกลกว่า 100 ตัว และทหารกว่า 500 นายพร้อมอาวุธเบาและอาวุธหนักประจำการอยู่
เรียกได้ว่ามีอาวุธครบมือเลยทีเดียว
พื้นที่โดยรอบโกดังสินค้าถูกกวาดล้างจนโล่งเตียน ซึ่งช่วยให้ไม่มีที่พักพิงหรือสิ่งกีดขวางใดๆ ในระยะทางอย่างน้อย 100 เมตรรอบโกดัง
“ระวังกันให้ดี อย่าประมาท” ร้อยเอกคนหนึ่งเดินตรวจตราไปตามแนวป้องกัน
ด้านนอกยังพอเห็นซากสัตว์อสูรกระจัดกระจาย แต่ไม่ตัวไหนสามารถฝ่าเข้ามาใกล้เขตห้าสิบเมตรรอบโกดังสินค้าได้เลย
“กัปตันวางใจเถอะครับ” นายทหารคนหนึ่งคาบบุหรี่ไว้ในปาก พูดพลางยิ้มกวน “ที่โกดังนี้เรามีกำลังพร้อมสรรพ ปรมาจารย์เกราะก็มีตั้ง 30 คน แถมยังมีปรมาจารย์เกราะหกดาวอยู่หนึ่งคน
ไหนจะเกราะจักรกลธรรมดาอีกกว่า 60 ตัว
แค่สัตว์อสูรที่โผล่มาในเมืองหลิงเจียงตอนนี้ พวกเราจัดการได้สบายๆ อยู่แล้ว”
ร้อยเอกหันไปจ้องนายทหารคนนั้นเขม็ง “ฉันบอกให้ระวัง ก็อย่ามาพูดพล่อยๆ!
โกดังแห่งนี้จัดเก็บเสบียงและยุทโธปกรณ์สำหรับรับมือกับคลื่นอสูร!
ถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมา ต่อให้เราตายที่นี่ก็ล้างความผิดไม่ได้!”
พูดจบ ร้อยเอกก็หันมองไปยังประตูโกดังที่ปิดสนิท
“โอ้ว…ปรมาจารย์เกราะหกดาวเชียวนะ แถมยังมีห้าดาวอีกตั้ง 5 คน ช่างน่ากลัวจริงๆ” เสียงเย้ยหยันแผ่วเบาดังขึ้นจากด้านหลัง
“ใครน่ะ!” ร้อยเอกตะโกนลั่น
ทุกคนต่างหันกลับไปมองอย่างไม่รู้ตัว
ในแนวป้องกัน ด้านหลังของเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ขนาดมหึมาของปรมาจารย์เกราะหกดาวที่สูงเกือบสิบเมตร มีเดือยกระดูกแหลมสามแท่งเจาะทะลุแผ่นหลังเข้าไปอย่างโหดเหี้ยม
เกราะที่ควรจะแข็งแกร่งไร้เทียมทาน กลับไม่สามารถป้องกันเดือยกระดูกทั้งสามนี้ได้
เดือยกระดูกแหลมแทงทะลุออกมาด้านหน้าจนเลือดสาดกระจาย
จากนั้นทุกคนจึงมองเห็นรูปลักษณ์ของผู้โจมตีได้อย่างชัดเจน
มันคือเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน แต่ร่างกายกลับบิดเบี้ยวเหมือนปีศาจ สูงไม่ถึงสองเมตร หลังค่อมเหมือนชายชราที่หมดเรี่ยวแรง
มันเกาะแนบอยู่บนแผ่นหลังของปรมาจารย์เกราะหกดาวราวกับสัตว์เลื้อยคลานที่กำลังดูดเลือดเหยื่อ
ส่วนเดือยกระดูกแหลมสามแท่งที่ปักเข้าร่างนั้น ก็คือกรงเล็บที่ยื่นออกมาจากแขนของมันเอง!
“หัวหน้า!”
"กัปตันหลิว!"
เสียงร้องด้วยความตกใจดังระงมไปรอบแนวป้องกัน ทหารและปรมาจารย์เกราะต่างพยายามพุ่งเข้าไปช่วย
ในเวลาเดียวกัน ร้อยเอกหลิวผู้เป็นปรมาจารย์เกราะหกดาวกัดฟันทนเจ็บ ยกปืนกลขึ้นยิงรัวใส่ผู้โจมตีอย่างบ้าคลั่ง
แต่ท่ามกลางห่ากระสุนนั้น เงาร่างปีศาจกลับหายวับไป ราวกับละลายไปในอากาศ!
“ระวัง! ศัตรูบุกโจมตี!” ร้อยเอกหลิวสะกดความเจ็บปวดที่หน้าอก และตะโกนเสียงดัง
ในชั่วขณะนั้น บรรยากาศทั้งแนวป้องกันก็ตึงเครียดถึงขีดสุด
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงฝีเท้าหนักดังก้องขึ้นจากปลายถนน ร่างสามร่างในผ้าคลุมสีดำค่อยๆ ปรากฏขึ้น
“เกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์”
เงาของเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของทั้งสามร่างก็สว่างขึ้น
เกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามปรากฏตัว แต่ละตัวมีความสูงอย่างน้อยสิบเมตร และถือขวานรบสองด้าม
“เกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ระดับอสูรขั้นสูง เบอร์เซิร์กเกอร์
และพลังนี้… อย่างน้อยพวกมันต้องเป็นปรมาจารย์เกราะหกดาว" ร้อยเอกหลิวผู้เป็นหัวหน้าของทีมปรมาจารย์เกราะกล่าว
“กัปตัน มีคนอื่นอยู่ด้วย” เสียงหนึ่งดังจากแถวหลัง พร้อมชี้ไปยังร่างเงาที่กำลังยืนอยู่บนต้นไม้ข้างถนน
"นั่น... ปรมาจารย์เกราะเจ็ดดาว!" ร้อยเอกหลิวที่บาดเจ็บสาหัสถึงขั้นทนไม่ไหว หลุดออกจากร่างเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ และกลับคืนสู่ร่างมนุษย์
เขากดหน้าอกที่เลือดไหลอาบด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ปรมาจารย์เกราะเจ็ดดาวหนึ่งคน บวกกับอีกสามคนที่อยู่ตรงหน้า และผู้ที่ลอบโจมตีเมื่อกี้ ล้วนเป็นปรมาจารย์เกราะหกดาวทั้งนั้น
ต่อให้เขาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ก็ไม่มีวันนำทีมหยุดยั้งศัตรูได้!
“ทุกคนฟังคำสั่ง! ศัตรูเป็นพวกลัทธินอกรีต!
เตรียมสู้จนตัวตาย! ข้างหลังเรามีโกดังยุทโธปกรณ์สำคัญ หากปล่อยให้พวกมันถูกยึดไปได้ ต่อให้เราตายก็ไม่อาจล้างบาปได้!
ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ห้ามพวกมันก้าวเข้าโกดังแม้แต่ก้าวเดียว!”
“รับทราบ!” เสียงตอบรับกึกก้อง
นอกโกดัง เหล่าทหารและปรมาจารย์เกราะเตรียมพร้อมที่จะสู้จนตาย
“โอ้…ช่างน่าสงสารเสียจริง
หวังว่าเสียงกรีดร้องของพวกแกจะไพเราะขึ้นสักหน่อยนะ” ปีศาจเงาที่ลอบโจมตีปรมาจารย์เกราะหกดาวเมื่อครู่โผล่มายืนด้านหลังเบอร์เซิร์กเกอร์ทั้งสาม พร้อมกับส่งเสียงเยาะเย้ย
ในจังหวะนั้นเอง เสียงหนึ่งพลันดังตอบกลับมา “เสียงกรีดร้องของพวกเขา ฉันไม่แน่ใจว่าจะไพเราะหรือเปล่า
แต่เสียงกรีดร้องของแก ฉันรับรองเลยว่าต้องมันสะใจแน่นอน”