- หน้าแรก
- ปรมาจารย์เกราะที่แข็งแกร่งที่สุด
- บทที่ 22 การฝึกของลู่อี้เจ๋อ
บทที่ 22 การฝึกของลู่อี้เจ๋อ
บทที่ 22 การฝึกของลู่อี้เจ๋อ
ขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังตกดิน เงาร่างหนึ่งยืนกัดฟันอยู่หน้าประตูด้านข้างของสถาบันหลิงเจียง แม้สองขาจะสั่นระริก เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก แต่เขาก็ยังฝืนยืนหยัดอยู่ตรงนั้น
ลู่อี้เจ๋อรู้สึกว่าหัวตัวเองหนักอึ้ง มึนงง ไม่รู้เลยว่าตัวเองยืนอยู่ตรงนี้มานานเท่าไหร่แล้ว
เขารู้เพียงว่าร่างกายของเขาใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว แม้การชักกระตุกจากการถูกช็อตไฟฟ้าจะลดลงมากเมื่อเทียบกับเมื่อวาน แต่ความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจก็ท่วมท้นจนแทบทรงตัวไม่ไหว
เหตุผลที่เขายืนนิ่งอยู่ที่นี่ก็เพราะไม่เหลือแรงจะขยับตัวแล้ว
เสียงเครื่องยนต์อันคุ้นหูดังใกล้เข้ามา
ลู่อี้เจ๋อค่อยๆ เงยหน้าขึ้น และมองเห็นรถกระบะสีชมพูจอดอยู่ตรงหน้า
เพียงแรงลมที่มาจากการหยุดรถ ก็ทำให้ร่างกายของเขาสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
"พี่ลู่ ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้ หน้าเผือดเชียว” หวังเปาเปากระโดดลงจากท้ายกระบะ และมองลู่อี้เจ๋อด้วยความเป็นห่วง
คนอื่นๆ ก็พากันมองลู่อี้เจ๋อด้วยความสับสน ใครๆ ก็มองออกว่าลู่อี้เจ๋ออยู่ในสภาพย่ำแย่มาก
ชิวหลงเซี่ยงเหลือบมองลู่อี้เจ๋อ ก่อนหันไปมองอาจารย์ฉิน เขาพอเดาได้ว่านี่น่าจะเป็นการฝึกที่อาจารย์ฉินเตรียมไว้ให้ลู่อี้เจ๋อโดยเฉพาะ
ฉินโชวพิงแขนกับหน้าต่างรถ มืออีกข้างจับพวงมาลัย เขาหันไปมองร่างที่เต็มไปด้วยเหงื่อตรงหน้า “วันนี้ถือว่าขาดเรียนไปหนึ่งวัน”
“ครับ…” ลู่อี้เจ๋อตอบด้วยความละอายใจ
“ยังเดินไหวหรือเปล่า?” ฉินโชวเหลือบมองสองขาที่สั่นเทาของลู่อี้เจ๋อ
“ไหวครับ!” ลู่อี้เจ๋อรีบตอบทันที
"ตอนเย็นอย่าลืมมาทำงานที่ร้านฉันด้วย ที่อยู่ไปถามจากชิวหลงเซี่ยงก็แล้วกัน
ชิวหลงเซี่ยง ถ้าไม่มีอะไรทำตอนกลางคืนก็คอยไปกับลู่อี้เจ๋อด้วย อย่าปล่อยให้เขาเป็นลมอยู่กลางถนน
วันนี้พอแค่นี้ พรุ่งนี้ค่อยมาต่อ”
พูดจบ ฉินโชวก็ขับรถออกไป ทิ้งทุกคนไว้เบื้องหลัง
“ลู่อี้เจ๋อ เกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่?” เจิ้งเย่เย่เดินเข้ามาอย่างสงสัย และมองสำรวจลู่อี้เจ๋อตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ไม่…ไม่มีอะไรหรอก ขอโทษด้วยนะ ที่วันนี้ไม่ได้ไปฝึกกับพวกเธอ” ลู่อี้เจ๋อพูดเสียงแผ่ว
เจิ้งเย่เย่โบกมือ และบ่นว่า "ดีแล้วที่นายไม่มา
ไอ้หมอนั่นไม่เคยคิดจะให้เราฝึกแบบสบายๆ เลย เปลี่ยนสนามฝึกจนแผนที่ฉันวางไว้เมื่อคืนพังหมด
แล้วเขายังเอาเฮลิคอปเตอร์ยิงจรวดลงมาหลายลูก ดึงดูดกลุ่มหนูฟันยักษ์จำนวนมากเข้า ทำให้พวกเราไม่สามารถหลบหนีได้
ฉันว่าหมอนั่นตั้งใจจะแกล้งพวกเราแน่ๆ!”
พอนึกถึงการฝึกวันนี้ เจิ้งเย่เย่ก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตา
“แต่อย่างน้อยพวกเราก็ก้าวหน้าขึ้นนะ
วันนี้พวกเรายื้อได้ถึงสิบห้านาที ฆ่าหนูฟันยักษ์ไปเกือบหนึ่งพันสี่ร้อยตัว!”
“พวกเราต่อสู้กันเป็นเวลาสิบห้านาที และฆ่าหนูยักษ์ไปได้เกือบหนึ่งพันสี่ร้อยตัว!” หวังเปาเปาพูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจ
“พรุ่งนี้ฉันต้องไปด้วยให้ได้ ตอนนี้ฉันขอตัวไปทำงานก่อน” ลู่อี้เจ๋อกล่าวลา และหันไปมองชิวหลงเซี่ยง
ชิวหลงเซี่ยงบอกที่อยู่ร้านของอาจารย์ฉินให้ และเดินตามลู่อี้เจ๋อไปอย่างเงียบๆ
“สภาพนายอย่างนี้ยังจะไปทำงานอีก!” เจิ้งเย่เย่อดห่วงไม่ได้
สภาพของลู่อี้เจ๋อตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าอาจจะล้มลงเมื่อไรก็ได้
แต่ข้อมือของเจิ้งเย่เย่กลับถูกซูเว่ยเว่ยคว้าเอาไว้
เจิ้งเย่เย่หันมามองซูเว่ยเว่ยอย่างสงสัย
“นี่คือการฝึกของลู่อี้เจ๋อ” ซูเว่ยเว่ยพูดเรียบๆ แต่แน่วแน่ เธอมองเห็นอุปกรณ์ฝึกที่อยู่บนตัวลู่อี้เจ๋ออย่างเป็นธรรมชาติ
ในการฝึกของปรมาจารย์เกราะ การใช้อุปกรณ์ฝึกที่ทรมานร่างกายแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่สิ่งแปลกตาอะไร
เมื่อเจิ้งเย่เย่ได้ฟังก็เข้าใจ ไม่เอ่ยห้ามอีกต่อไป
“เว่ยเว่ย คราวหน้าเราต้องวางแผนกันให้ดี รอบหน้าจะต้องฝ่าออกไปได้แน่นอน! แค่เห็นสายตาดูแคลนของอาจารย์ฉิน ฉันก็แทบจะระเบิดแล้ว!” เจิ้งเย่เย่กระซิบเสียงฮึดฮัด
ซูเว่ยเว่ยพยักหน้าเห็นด้วย ในฐานะคนที่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะของเมืองหลิงเจียง เธอย่อมอยากพิสูจน์ตัวเองไม่ต่างกัน
ปกติแล้วการเดินจากประตูข้างของสถาบันหลิงเจียงไปถึงบ้านของฉินโชว หากเดินปกติจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง และสำหรับปรมาจารย์เกราะก็จะเร็วกว่านั้นมาก
แต่เมื่อชิวหลงเซี้ยงมองไปที่ลู่อี้เจ๋อ ซึ่งใช้เวลาไปแล้วกว่าหนึ่งชั่วโมง แต่ยังไปได้เพียงครึ่งทาง
สายตาของชิวหลงเซี่ยงจ้องไปที่ก้อนสีดำทั้งสี่ซึ่งติดอยู่ที่ข้อมือและข้อเท้าของลู่อี้เจ๋อด้วยความอยากรู้
เขารู้ว่ามันเป็นอุปกรณ์ฝึกที่ช่วยเพิ่มน้ำหนัก แต่ก็สัมผัสได้ว่ามันไม่ธรรมดา ทำให้เขาเริ่มสนใจวิธีฝึกแบบนี้ขึ้นมา
สองชั่วโมงต่อมา มื่อดวงจันทร์ลอยสูงบนฟ้า ลู่อี้เจ๋อจึงค่อยๆ ก้าวมาถึงหน้าประตูด้านตะวันออกของบ้านฉินโชว และเคาะประตูด้วยร่างกายที่แทบยืนไม่ไหว
ชิวหลงเซี่ยงเหลือบมองเวลา พวกเขาออกจากสถาบันราวห้าโมงเย็น และตอนนี้ก็เกือบสองทุ่มแล้ว
ตลอดทางลู่อี้เจ๋อเดินด้วยจังหวะเดียวกับคุณปู่ชราคนหนึ่ง
ระหว่างทาง ชิวหลงเซี่ยงยังซื้ออาหารเย็นสองชุด และถามลู่อี้เจ๋อว่าอยากได้ไหม แต่ลู่อี้เจ๋อปฏิเสธโดยตรง
เมื่อประตูเปิดออก แสงไฟในบ้านก็ส่องออกมา
ฉินโชวมองลู่อี้เจ๋อหน้าประตู ตรวจดูเวลา และพูดอย่างไม่สนใจว่า "งานของวันนี้เสร็จหมดแล้ว กลับไปก่อนเถอะ”
ทั้งลู่อี้เจ๋อและชิวหลงเซี่ยงต่างตกตะลึง
“ไม่ต้องห่วง ค่าแรงยังได้ครบ
ชิวหลงเซี่ยง เธอไปส่งลู่อี้เจ๋อด้วย เกินห้าทุ่มค่อยมาก็ยังทัน ฉันจะรออยู่ที่นี่” พูดจบ ฉินโชวก็ปิดประตูลงทันที
ความมืดเข้าปกคลุมคนทั้งสองคนนอกประตูอีกครั้ง เหลือเพียงแสงสลัวจากเสาไฟริมถนน
“อี้เจ๋อ…” ชิวหลงเซี่ยงมองดูลู่อี้เจ๋อด้วยความสงสาร
เดิมทีเขาคิดว่าลู่อี้เจ๋อจะโกรธหรือหมดกำลังใจ
แต่กลับไม่ใช่ ลู่อี้เจ๋อค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นแววตาใต้ผมหน้าม้า
แววตานั้นหนักแน่น ไม่ยอมถอย
“ครั้งหน้า…ฉันจะต้องมาทันแน่!”
ชิวหลงเซี่ยงได้ยินเสียงอันแผ่วเบาแต่เด็ดเดี่ยวของลู่อี้เจ๋อ
ลู่อี้เจ๋อหันหลังกลับ และเดินกลับไป
ชิวหลงเซี่ยงก็เดินตามไปอย่างเงียบๆ
หลังสองทุ่ม ถนนในเมืองแห่งนี้ก็แทบจะไร้ผู้คนแล้ว
นับตั้งแต่ยุคมหาวิบัติ เมืองเล็กๆ แทบจะไม่มีสิ่งที่เรียกว่าชีวิตกลางคืน
ชิวหลงเซี่ยงมองลู่อี้เจ๋อด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นว่าลู่อี้เจ๋อเร่งฝีเท้าขึ้น เห็นได้ชัดว่าเขาตัดสินใจแล้วจริงๆ
แม้บางครั้งร่างของลู่อี้เจ๋อจะสั่นเหมือนถูกช็อตไฟฟ้า แต่เขาก็เร่งเดินกลับจนถึงที่พักภายในเวลาเพียงสองชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม เมื่อกลับมาที่ลานของคลาสพิเศษห้องสอง ลู่อี้เจ๋อก็ล้มทั้งยืน ร่างกายยังคงสั่นระริกราวกับถูกฟ้าผ่า
เรื่องนี้ทำให้ชิวหลงเซี่ยงตกใจมาก
“กลับมาแล้วเหรอ” เสียงหวังเปาเปาดังขึ้น และรีบออกมาพยุงลู่อี้เจ๋อราวกับคุ้นเคยกับภาพนี้ดี
“ฉันทำของกินเล่นไว้ด้วยนะ พี่ชิวมาลองด้วยกันไหม?” หวังเปาเปาเอ่ยขณะประคองลู่อี้เจ๋อ ดูเหมือนเขาจะเดาไว้แล้วว่าเพื่อนคนนี้คงไม่ได้กินอะไรมา
ท้องของลู่อี้เจ๋อดังโครกครากขึ้นทันที เขาค่อยๆ ได้สติภายใต้การกระตุ้นอย่างต่อเนื่องของกระแสไฟฟ้า
ระหว่างทางกลับมา เขาเลือกผ่อนแรงกดจากอุปกรณ์ฝึกเพื่อเร่งความเร็ว ส่งผลให้โดนไฟฟ้าช็อตซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ทว่าตอนนี้ร่างกายของเขาถึงขีดจำกัดแล้ว ลู่อี้เจ๋อตัวชาไปหมด รู้สึกเสียวซ่านเหมือนกระแสไฟยังคงไหลวนอยู่ในเส้นประสาททุกเส้น
“ฉันยังมีธุระต้องทำ ฝากนายดูแลอี้เจ๋อด้วย” ชิวหลงเซี่ยงเหลือบมองเวลา ตอนนี้เกือบจะห้าทุ่มแล้ว
“ได้เลยพี่ชิว เจอกันพรุ่งนี้” หวังเปาเปาโบกมือลา ก่อนพาลู่อี้เจ๋อไปกินข้าว