เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 เกิดเป็นคนยังสู้สุนัขไม่ได้

บทที่ 17 เกิดเป็นคนยังสู้สุนัขไม่ได้

บทที่ 17 เกิดเป็นคนยังสู้สุนัขไม่ได้


หลังจากชิวหลงเซี่ยงดึงสติกลับมาจากความคลุ้มคลั่ง เขาก็ถึงนึกขึ้นได้ว่า ด้านล่างสันเขาหวงซูยังมีเพื่อนร่วมชั้นสี่คนกำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่

หากปล่อยไว้อีกสักพัก พวกเขาคงได้กลายเป็นอาหารว่างของฝูงหนูฟันยักษ์แน่

ในขณะที่เขาอยากรู้ว่าอาจารย์ฉินจะช่วยเหลือซูเว่ยเว่ยและอีกสามคนอย่างไร

ทันใดนั้นเอง อาจารย์ฉินก็พูดอะไรบางอย่าง แล้วต้าหวงก็กระโดดออกจากเฮลิคอปเตอร์ไป

"อาจารย์ฉิน!" ชิวหลงเซี่ยงอุทานด้วยความตกใจ

“ไม่เป็นไร ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของต้าหวงก็พอ” ฉินโชวยืนกอดอก และพูดอย่างใจเย็น

อะไรนะ?

ให้เป็นหน้าที่ของสุนัขเหรอ?

ด้านล่างนั่นมีฝูงหนูฟันยักษ์นับพันนับหมื่นตัว! ต่อให้โยนสุนัขตัวใหญ่ลงไป ก็คงไม่พอให้พวกมันอิ่มด้วยซ้ำ

ขณะที่ชิวหลงเซี่ยงกำลังสับสน สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้เขาแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

ร่างของต้าหวงที่กำลังร่วงหล่นกลางอากาศ พลันปรากฏเงาของเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ขึ้น

จากนั้นร่างของต้าหวงก็ถูกปกคลุมด้วยอนุภาคแสงจำนวนนับไม่ถ้วน และสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายหมาป่าขนาดใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้น

บูม!

เมื่อเทียบกับการลงพื้นของคนทั้งสี่ก่อนหน้านี้ เสียงของมันดังกว่ามาก

ซูเว่ยเว่ยก็ตกใจกับเสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันเช่นกัน

แต่เมื่อเธอเห็นเงาสีดำ เธอก็ตกตะลึงจนแทบลืมหายใจ

ในขณะที่เจิ้งเย่เย่ที่แทบหมดแรงถึงกับทรุดลงนั่งกับพื้น ราวกับหมดกังวลแล้ว

เงาสีดำนั้นก็เป็นเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน แต่เป็นเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์รูปร่างเหมือนหมาป่า ยืนสี่ขา ส่องประกายสีทองตัดกับลวดลายสีขาว

มันมีความสูงประมาณเจ็ดถึงแปดเมตร และดูสง่างามมาก

บริเวณเท้าของมัน ยังสามารถเห็นกลุ่มหนูฟันยักษ์ที่ถูกทับจนตายตอนที่มันล่วงลงมาได้

ขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังมาจากเกราะหมาป่ายักษ์

“ท่านหวงมาถึงแล้ว พวกก่อกวนทั้งหลาย รีบหลีกทางไป!”

“…”

“นี่คือเสียงของอาจารย์ฉินใช่ไหม?” ซูเว่ยเว่ยฟังเสียงที่คุ้นเคย และมองไปยังเฮลิคอปเตอร์ที่อยู่เหนือศีรษะด้วยความประหลาดใจ

จากนั้นเกราะหมาป่ายักษ์ก็เงยหน้าขึ้นหอนสะท้านฟ้า

เสียงดังกึกก้องสะเทือนอากาศจนหนูฟันยักษ์รอบรัศมีหลายเมตรถูกสั่นสะเทือนจนล้มกลิ้ง หลายตัวถึงกับตายคาที่

ซูเว่ยเว่ยและคนอื่นๆ ก็เอามือปิดหูเช่นกัน ทุกคนรู้สึกเหมือนแก้วหูกำลังจะถูกเจาะ เสียงหึ่งๆ ดังอยู่นานก่อนจะหายไป

ในเวลาเดียวกัน หนูฟันยักษ์ที่พุ่งเข้ามาในตอนแรกก็พลันแตกตื่น พากันมุดกลับเข้าโพรงดิน ทิ้งไว้เพียงเสียงซู่ซ่าไกลๆ และดวงตานับไม่ถ้วนที่ยังจ้องมาจากความมืด

หลังจากนั้น เฮลิคอปเตอร์ก็ค่อยๆ ลดระดับลง

ฉินโชวเดินลงมา

"อาจารย์ฉิน!" ซูเว่ยเว่ยโพล่งออกมาอย่างขุ่นเคือง

ตอนสุดท้ายเธอคิดจริงๆ ว่าตัวเองคงต้องถูกฝูงหนูฆ่าตายแล้ว

“กลับไปค่อยว่ากัน ตอนนี้พวกเธอมีเวลาสามนาที เก็บคริสตัลจากซากพวกมันให้หมด” ฉินโชวชี้ไปที่ซากหนูฟันยักษ์

ซูเว่ยเว่ยมองไปยังศพของหนูฟันยักษ์นับพัน และรู้ทันทีว่าคริสตัลเหล่านี้คือทรัพยากรล้ำค่า

ลู่อี้เจ๋อเป็นคนแรกที่เริ่มรวบรวมคริสตัลของหนูฟันยักษ์เหล่านี้ ดูจากฝีมือของเขาแล้ว เขาคงเคยทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง

ชิวหลงเซี่ยงก็ตามลงมาเก็บคริสตัลอย่างเงียบๆ

ซูเว่ยเว่ยเหลือบมองฉินโชว ก่อนจะเริ่มลงมือเก็บคริสตัลเช่นกัน

เจิ้งเย่เย่ไม่มีประสบการณ์การต่อสู้มากนัก แม้ว่าเธอจะเรียนรู้เรื่องนี้จากชั้นเรียนทฤษฎีแล้วก็ตาม

แต่เมื่อต่อสู้จริง ร่างกายของเธอก็แทบหมดแรง และการต้องค้นหาคริสตัลท่ามกลางชิ้นเนื้อเหล่านี้ มันช่างน่าหงุดหงิดจริงๆ

แต่เมื่อถูกฉินโชวส่งสายตากดดัน เจิ้งเย่เย่ก็เริ่มทำงานอย่างซื่อสัตย์ทันที

ด้านหนึ่ง เกราะหมาป่ายักษ์ยังคงยืนตระหง่าน กวาดสายตามองรอบวงอย่างสง่างาม

ราวกับราชาหมาป่าผู้ครองอาณาเขต ทำให้ฝูงหนูฟันยักษ์ที่เหลือไม่กล้าแม้แต่จะขยับเข้าใกล้

“เฮ้...ใครก็ได้ช่วยดึงฉันขึ้นไปที”

เสียงของหวังเปาเปาดังลั่นออกมาจากก้นหลุม

ฉินโชวมองไปที่หวังเปาเปาในหลุมแล้วพูดว่า "ก่อนอื่น เก็บคริสตัลของหนูฟันยักษ์ในหลุมก่อน ระวังการลอบโจมตีของหนูฟันยักษ์ตอนเก็บด้วยล่ะ"

“หา…ให้ผมเก็บคนเดียว?” หวังเปาเปาได้ปลดเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว

เมื่อเขามองไปรอบหลุมก็ถึงกับขนลุก

ซากหนูฟันยักษ์กองอยู่เต็มพื้น เหนือหัวเต็มไปด้วยโพรงดำทะมึนที่ขุดทะลุอยู่ตามผนังหลุม

หลุมมืดๆ เหล่านั้นดูราวกับจะมีหนูตัวใหม่กระโดดออกมาได้ทุกเมื่อ

หวังเปาเปากลืนน้ำลาย และรีบก้มหน้าก้มตาเก็บคริสตัลหนูฟังยักษ์บนพื้นด้วยมือสั่นๆ หวังเพียงจะรีบเก็บให้เสร็จและหนีขึ้นไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

สามนาทีต่อมา

หนูฟันยักษ์ที่อยู่รอบๆ เริ่มส่งเสียงดังอื้ออึงอีกครั้ง

ฉินโชวกับและลูกศิษย์ทั้งหมดก็กลับขึ้นเฮลิคอปเตอร์แล้วเช่นกัน ทุกคนที่เพิ่งผ่านศึกหนักต่างอ่อนแรงเอนตัวอยู่บนเก้าอี้

บนเฮลิคอปเตอร์ยังมีคริสตัลขนาดเท่าเมล็ดข้าวสารกองอยู่

บนคริสตัลเหล่านั้นยังเปื้อนคราบเลือดและเศษเนื้อที่ยังไม่ถูกเช็ดออก

เสียงใบพัดหมุนแรงขึ้น และเฮลิคอปเตอร์ก็กำลังจะทะยานขึ้นจากพื้น

ทันใดนั้น เกราะหมาป่ายักษ์ที่อยู่ข้างนอกก็สลายไป เหลือเพียงเจ้าต้าหวงที่กระดิกหาง และกระโจนขึ้นเฮลิคอปเตอร์อย่างคล่องแคล่ว

หลังจากเฮลิคอปเตอร์ทะยานขึ้น ฝูงหนูฟันยักษ์ก็แห่กันเข้ามาเต็มพื้นที่ ส่งเสียงขู่โหยหวน แต่ทำได้เพียงแหงนมองผู้บุกรุกที่บินจากไป

บนเฮลิคอปเตอร์

ขณะนั้น ซูเว่ยเว่ยและอีกสี่คนต่างมองไปที่ต้าหวง พวกเขาไม่กล้าที่จะประมาทสุนัขตัวนี้อีกต่อไป

นี่คือสุนัขที่สามารถใช้เกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ได้!

เรื่องแบบนี้แทบไม่เคยได้ยินมาก่อน

ในที่สุดซูเว่ยเว่ยก็อดไม่ไหว และถามฉินโชวที่กำลังขับเฮลิคอปเตอร์ว่า "อาจารย์ฉิน สุนัขตัวนี้..."

“เรียกฉันว่าท่านหวงสุดหล่อไร้เทียมทาน” เสียงเหมือนฉินโชวดังออกมาจากปากต้าหวง

เรื่องนี้ทำให้ชิวหลงเซี่ยงเบิกตากว้าง และชี้ไปที่ต้าหวง "สุนัขตัวนี้... พูดได้?”

ฉินโชวอธิบายอย่างไม่รีบไม่ร้อน “มันไม่ได้พูดจริงๆ เสียงที่ได้ยินคือเสี่ยงที่ฉันอัดไว้ล่วงหน้า

กลไกติดตั้งอยู่ที่ฟันของมัน

ดังนั้นมันจึงพูดได้เพียงไม่กี่ประโยคเท่านั้น และเมื่อมันต้องการจะพูด มันก็แค่ต้องกระตุ้นกลไก”

ทุกคนพยักหน้าอย่างโล่งอก เข้าใจทันทีว่าเหตุผลที่แท้จริงเป็นแบบนี้ ไม่ใช่ว่าสุนัขตัวนี้พูดภาษาคนได้จริงๆ

ฉินโชวยังพูดต่อ "อย่างที่ทุกคนรู้ ฉันเป็นช่างเกราะ

วันหนึ่งเกิดเรื่องบังเอิญขึ้น เจ้าต้าหวงดันไปสร้างพันธะกับเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เข้า มันจึงกลายเป็นแบบนี้”

คำอธิบายเรียบง่าย แต่ไม่มีใครเชื่อว่ามันจะง่ายขนาดนั้นจริงๆ เบื้องหลังต้องมีความลับบางอย่างที่อาจารย์ฉินไม่ยอมบอก

แต่ในเมื่ออาจารย์ฉินไม่เต็มใจที่จะพูด พวกเขาก็ไม่กล้าถามรายละเอียดมากเกินไป

“แต่ทำไมพอมันลงไป หนูฟันยักษ์ถึงไม่กล้าเข้าใกล้?” ซูเว่ยเว่ยถามอย่างสงสัย

ถึงแม้ว่าสุนัขตัวนี้แข็งแกร่งมาก แต่มันก็ยากที่จะข่มขู่สัตว์อสูรได้ เว้นแต่ว่ามันจะมีรัศมีของปรมาจารย์เกราะระดับศักศักดิ์สิทธิ์

เป็นไปไม่ได้ที่สุนัขตัวนี้จะเป็นปรมาจารย์เกราะระดับศักศักดิ์สิทธิ์... ใช่ไหม?

"สถานการณ์ของมันค่อนข้างพิเศษ บางทีอาจเป็นเพราะตัวมันเองก็เป็นสัตว์ตัวหนึ่ง เมื่อรวมเข้ากับเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ และใช้เสียงหอน มันจะสามารถข่มขู่สัตว์อสูรได้ในเวลาสั้นๆ

แต่ถ้าใช้บ่อยเกินไป ผลลัพธ์ก็จะค่อยๆ ลดลง” ฉินโชวอธิบาย

คำตอบนั้นทำให้ลูกศิษย์ทั้งห้าหันไปมองต้าหวงอีกครั้ง

“แล้ว...ต้าหวงนี่...เกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของมันอยู่ระดับไหนเหรอครับ?” ชิวหลงเซี่ยงถาม

หลังจากได้เห็นเกราะหมาป่ายักษ์เมื่อครู่นี้ พวกเขาทุกคนต่างเดาไว้ว่าน่าจะไม่ต่ำกว่าระดับอสูร หรืออาจจะถึงระดับปฐพี

"ระดับปฐพีขั้นกลาง ราชาหมาป่า" ฉินโชวไม่ได้ปิดบังเรื่องนี้ และยังบอกชื่อเกราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของต้าหวงโดยตรงอีกด้วย

"ระดับปฐพีขั้นกลาง!" เจิ้งเย่เย่เบิกตากว้าง เธอชี้หน้าตัวเองสลับกับเจ้าต้าหวงที่นั่งม้วนหางอยู่บนเบาะ โดยคาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้

“หมายความว่า…เกราะของฉันยังแย่ยิ่งกว่าสุนัขอีกสิ!?”

ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมา ทั้งห้องโดยสารก็เงียบกริบ

เพราะในบรรดาพวกเขาทั้งหมด มีเพียงราชินีแมงมุมปืนกุหลาบของหวังเปาเปาเท่านั้นที่เป็นระดับปฐพีขั้นกลางเหมือนกัน

ส่วนที่เหลือต่างสู้เจ้าต้าหวงไม่ได้เลย!

เกิดเป็นคนยังสู้สุนัขไมได้ แบบนี้ไม่ให้เจ็บใจได้ยังไง!

จบบทที่ บทที่ 17 เกิดเป็นคนยังสู้สุนัขไม่ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว