- หน้าแรก
- ปรมาจารย์เกราะที่แข็งแกร่งที่สุด
- บทที่ 12 เอาชนะลูกศิษย์ของฉัน
บทที่ 12 เอาชนะลูกศิษย์ของฉัน
บทที่ 12 เอาชนะลูกศิษย์ของฉัน
ห้องทำงานผู้อำนวยการ
"ท่านผู้อำนวยการ เรื่องนี้มันเกินไปแล้วนะ! ทำไมช่างเกราะอย่างเขาถึงมาสอนคลาสพิเศษของเราได้!”
“ลู่อี้เจ๋อกับชิวหลงเซี่ยงยังพอเข้าใจได้
แต่ซูเว่ยเว่ยกับเจิ้งเย่เย่ สองนักเรียนพรสวรรค์สูงแบบนั้น กลับถูกส่งไปให้อาจารย์ที่ไม่รู้จักภูมิหลังสอน แบบนี้มันไม่ใช่การทำลายอนาคตของพวกเธอหรอกเหรอ?”
“ทรัพยากรของสถาบันหลังเจียงของเราก็มีจำกัดอยู่แล้ว คลาสพิเศษหนึ่งห้องยังต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล แล้วนี่จะเพิ่มขึ้นมาอีกห้อง!
ถ้าเป็นเหมือนคลาสพิเศษห้องหนึ่งของอาจารย์หยางฉันก็ไม่ว่าอะไร
แต่แบบนี้…ฉันไม่ยอมค่ะ!”
เสียงอาจารย์หลายคนดังระงมในห้องผู้อำนวยการ
ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้ถูกแย่งลูกศิษย์ไป แต่การเพิ่มคลาสพิเศษขึ้นมาอีกหนึ่งห้อง ก็คือการแบ่งเค้กทรัพยากรออกไปอีกส่วนหนึ่ง
พวกเขาจะดีใจได้ยังไง?
ในจังหวะนั้นเอง ร่างหนึ่งก็ก้าวเข้ามา
และก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคนที่ซวยที่สุดในเหตุการณ์นี้ หยางเทียนเฉิง
“ถ้าเขามีความสามารถจริง ฉันก็จะยอมรับ
แต่ที่เป็นอยู่ตอนนี้ แค่เพราะเจ้าเมืองพูดประโยคเดียว ทำให้เขาได้เปิดคลาสพิเศษ
แบบนี้ฉันยอมรับไม่ได้!”
อาจารย์ทั้งหลายต่างหลีกทางให้หยางเทียนเฉิงเดินตรงไปยังโต๊ะผู้อำนวยการ
เมื่อเห็นท่าทางเหมือนกำลังบีบคั้นเอาคำตอบ ผู้อำนวยการติงก็ถอนหายใจ “ก่อนอื่น ขอบอกว่านี่คือคำสั่งตรงจากท่านเจ้าเมือง ต่อให้เป็นฉันก็ทำอะไรไม่ได้
แต่ใช่ว่าฉันจะไม่มีข้อกังขา
เอาอย่างนี้ ให้ฉันลองติดต่อท่านเจ้าเมืองอีกครั้ง”
"ตกลง"
“ถ้าเรื่องนี้ไม่ชัดเจน พวกเราจะพากันไปประท้วงหน้าประตูคฤหาสน์เจ้าเมือง!”
“ท่านเจ้าเมืองจะไม่ฟังเหตุผลเลยก็คงไม่ได้”
อาจารย์หลายๆ คนในที่สุดก็เริ่มสงบลงบ้าง
“งั้นเชิญทุกคนออกไปรอข้างนอกสักครู่” ผู้อำนวยการติงหยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมา แล้วชี้ไปที่ประตู
อาจารย์ทั้งหลายพากันออกจากห้อง เหลือเพียงเสียงซุบซิบนินทาจากข้างนอก
ผู้อำนวยการติงถอนหายใจยาว
เจ้าเมืองซูส่ง ‘ของขวัญ’ ชิ้นใหญ่มาให้เขาจริงๆ
เรื่องนี้ต้องรีบหาทางแก้ ไม่งั้นแผนการสอนของปีนี้ได้พังหมดแน่
ผู้อำนวยการติงกดหมายเลขติดต่อของเจ้าเมืองซู
สิบกว่านาทีต่อมา
ประตูห้องผู้อำนวยการเปิดออกอย่างกะทันหัน ทำเอาอาจารย์บางคนที่แอบแนบหูฟังแทบล้มลงกับพื้น
ผู้อำนวยการติงมองอาจารย์เหล่านั้นด้วยสายตาเรียบๆ ก่อนเอ่ยขึ้น “ฉันคุยกับท่านเจ้าเมืองแล้ว”
สายตาของอาจารย์ทุกคนจับจ้องไปที่ผู้อำนวยการติงทันที
“อีกสองเดือน แม่น้ำหลิงจะมีน้ำขึ้นสูงพอดี
ทุกปีในช่วงนี้จะมีสัตว์อสูรจากท้องทะเลจำนวนมากบุกโจมตีเขื่อนหลิงเจียงของเรา
ตามปกติสถาบันหลิงเจียงของเราจะส่งทั้งอาจารย์และนักเรียนออกไปช่วยปราบ ซึ่งนับเป็นการฝึกภาคสนามอย่างหนึ่ง
ท่านเจ้าเมืองมีความเห็นว่า
ถ้าในการทดสอบครั้งนี้ ลูกศิษย์ของอาจารย์ฉินไม่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ชัดเจน ก็จะยกเลิกตำแหน่งอาจารย์ของเขาทันที
และในช่วงสองเดือนนี้ ทรัพยากรการสอนทั้งหมดของคลาสพิเศษห้องสอง จะถูกแจกจ่ายจากคฤหาสน์เจ้าเมืองโดยตรง และจะไม่กระทบกับโควตาของพวกเราฃ
ทุกท่าน…ยังมีคำถามอะไรอีกไหม?” ผู้อำนวยการติงมองไปยังทุกคน
หยางเทียนเฉิงพูดอย่างจริงจัง “แล้วเราจะวัดความสามารถในการสอนของเขายังไง?”
“เมื่อถึงเวลา เจ้าเมืองจะออกมาด้วยตัวเอง ซึ่งฉันก็จะร่วมประเมินด้วย
และจะมีการจัดอาจารย์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมอีกสามคนมาร่วมประเมิน
หนึ่งในนั้นก็คืออาจารย์หยาง
หากเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าอาจารย์ฉินไม่คู่ควร คลาสพิเศษห้องสองก็จะถูกยกเลิกทันที” ผู้อำนวยการติงกล่าว
หลังจากฟังคำพูดของผู้อำนวยการติง
อารมณ์ของอาจารย์ทั้งหลายก็สงบลงมาก
“ดี งั้นฉันจะรอดูว่าหมอนั่นมีความสามารถขนาดไหนกันแน่” หยางเทียนเฉิงทิ้งคำพูดไว้ แล้วหันหลังจากไป
อาจารย์คนอื่นๆ ก็ทยอยกล่าวอำลา ระหว่างเดินยังมีเสียงพูดคุยเบาๆ
“แค่สองเดือน จะให้พัฒนาจนเห็นผลชัดเจน ต่อให้เป็นอาจารย์หยางก็คงทำไม่ได้ใช่ไหม?”
“ไม่นับหวังเปาเปาที่ไม่รู้ที่มา ทั้งซูเว่ยเว่ยกับเจิ้งเย่เย่ต่างก็เพิ่งเลื่อนขั้นเมื่อภาคเรียนที่แล้ว
ดังนั้น การที่พวกเธอจะพัฒนาภายในเวลาแค่สองเดือนมันยากเกินไป
แล้วก็ลู่อี้เจ๋อ แม้ว่าเขาจะขยันขันแข็ง แต่พรสวรรค์ของเขากลับมีจำกัด และเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เขาแทบจะผ่านการประเมินแต่ละครั้งได้อย่างหวุดหวิด
ส่วนชิวหลงเซี่ยง... เฮ้อ น่าเสียดายจริงๆ”
“ตอนอยู่บนเวทีหมอนั่นทำเล่นไปเรื่อย ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าสองเดือนต่อจากนี้ เขาจะทำได้จริงสักแค่ไหน!”
……….
บ้านในเมืองทางใต้
“ฉันกลับมาแล้ว” ฉินโชวเดินเข้ามาในบ้าน พร้อมหิ้วกล่องขนมติดมาด้วย
“พอดีเลย อาหารทำเสร็จหมดแล้ว ล้างมือแล้วมากินเถอะ” ไห่ถางเตรียมอาหารมื้อใหญ่รอไว้แล้ว
หลังจากที่ฉินโชวล้างมือแล้ว เขาก็มองออกไปที่ประตูและพูดว่า "ในเมื่อเธอตามฉันมา ก็เข้ามาสิ"
หลังฉินโชวพูดจบ ร่างหนึ่งก็เดินเข้ามาอย่างแอบๆ
ต่างจากทุกครั้ง วันนี้สายตาที่เจิ้งเย่เย่มองฉินโชวมีทั้งความดื้อรั้นและความหวาดกลัวปะปนกัน
เพราะตอนนี้ ฉินโชวมีสิทธิ์ที่จะขับเธอออกจากสถาบันหลิงเจียงได้ทุกเมื่อ
“เกิดอะไรขึ้น มีใครรังแกเย่เย่ของเรารึเปล่า?
มานี่ ล้างมือให้สะอาด แล้วมานั่งกินด้วยกัน” ไห่ถางเตรียมชามและตะเกียบไว้ให้เจิ้งเย่เย่
หลังจากล้างมือแล้ว เจิ้งเย่เย่ก็นั่งลงอย่างเชื่อฟัง
วันนี้เธอดูแตกต่างจากเจิ้งเย่เย่ที่เคยร่าเริงและมักง่าย ขณะรับประทานอาหาร เธอคอยแอบมองฉินโชวเป็นระยะๆ
“จะมองก็มอง จะกินก็กิน” ฉินโชวจ้องมองเจิ้งเย่เย่อย่างจับผิด แต่น้ำเสียงกลับไม่แข็งกร้าวเหมือนตอนอยู่ในสถาบัน
เป็นฉินโชวที่เธอคุ้นเคยในละแวกเมืองทางใต้
“พี่ไห่ถาง เขารังแกฉัน!” เจิ้งเย่เย่วางตะเกียบลง แล้วหันไปฟ้องเสียงอ่อย
จากนั้นก็เล่าเหตุการณ์วันนี้ให้ไห่ถางฟัง
ไห่ถางฟังพลางคีบอาหารให้ทั้งฉินโชวและเจิ้งเย่เย่ไปด้วย
บางทีอาจเป็นเพราะอารมณ์ที่ถูกเก็บกดมาทั้งวันได้รับการปลดปล่อยในที่สุด ดวงตาของเจิ้งเย่เย่จึงเริ่มแดงและบวมเล็กน้อย
สุดท้ายเจิ้งเย่เย่ก็รวบรวมความกล้า แล้วพูดออกมาเสียงสั่น “ฉินโชว…
การฝึกในสถาบันหลิงเจียงสำคัญกับฉันมาก
หากฉันอยากอยู่ต่อและได้ทรัพยากร ฉันต้องเข้าคลาสพิเศษของอาจารย์หยางเทียนเฉิง
ฉันไม่เหมือนซูเว่ยเว่ยที่เป็นหลานสาวเจ้าเมือง เธอมีทรัพยากรหนุนหลังมากมาย
แต่ฉันทำได้แค่พึ่งตัวเอง!
ถ้าฉันไม่สามารถก้าวขึ้นเป็นปรมาจารย์เกราะสี่ดาวก่อนอายุยี่สิบ อนาคตของฉันก็จะจบสิ้น…
ลุง… ลุงช่วยปล่อยฉันไปเถอะ”
ฉินโชวสบตาเจิ้งเย่เย่ แล้วพูดเรียบๆ “หยางเทียนเฉิงฝึกเธอให้เป็นปรมาจารย์เกราะสี่ดาวได้ ฉันก็ทำได้
สิ่งที่หยางเทียนเฉิงทำได้ ฉันก็ทำได้
สิ่งที่เขาทำไม่ได้… ฉันก็ยังทำได้”
เจิ้งเย่เย่อ้าปากจะเถียง แต่พอเห็นไห่ถางอยู่ด้วย เธอจึงกลืนคำพูดลงไป ก่อนจะบ่นงอนๆ “ใครๆ ก็พูดได้ทั้งนั้น
อาจารย์หยางคืออาจารย์ระดับพิเศษคนเดียวของสถาบันหลิงเจียง
จนถึงตอนนี้ เขาฝึกฝนปรมาจารย์เกราะสี่ดาวออกมาได้ตั้ง 17 คนแล้ว และยังมี 1 คนเป็นปรมาจารย์เกราะห้าดาว!
แต่ลุง…”
“เธอไม่อยากให้ฉันสอนจริงๆ งั้นหรือ?” ฉินโชวถามเสียงเย็น
เจิ้งเย่เย่พยักหน้าแรงๆ เหมือนกลองสะบัด
“ต่อให้เธอไม่อยาก ก็ไร้ประโยชน์” ฉินโชวหัวเราะเบาๆ และปฏิเสธตรงๆ
“แม้ว่าลุงอยากจะสอนฉัน ลุงก็ต้องพิสูจน์ให้ฉันเชื่อว่าลุงมีความสามารถ!
ไม่อย่างนั้น…สู้กับฉันสักครั้งสิ! ถ้าลุงชนะ ฉันจะยอมเชื่อฟัง” เจิ้งเย่เย่ทำปากยื่นและพูดอย่างไม่เชื่อ
คำพูดนั้นชัดเจนว่าหมายถึง ในสายตาเธอ ฉินโชวไม่มีความสามารถให้เชื่อถือ
ไห่ถางหันมามองฉินโชวพลางเอ่ยเบาๆ “เด็กคนนี้แค่ไม่มั่นใจในตัวนาย”
เมื่อฟังคำพูดของไห่ถาง ฉินโชวก็ยักไหล่อย่างหมดหนทาง
ฉินโชวได้แต่ยักไหล่ จากนั้นหันไปหาเจิ้งเย่เย่ที่ดวงตาแดงๆ และพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น… อย่าหาว่าฉันไม่ให้โอกาสเธอแล้วกัน
ตราบใดที่เธอสามารถเอาชนะศิษย์ของฉันได้ ฉันก็ไม่จำเป็นต้องสอนเธอ
พรุ่งนี้ฉันจะให้ผู้อำนวยการติงโอนเธอไปอยู่กับหยางเทียนเฉิง”
“ลุงมีศิษย์ด้วยเหรอ? ทำไมฉันไม่เคยรู้เลย?” เจิ้งเย่เย่ตกใจ
พวกเธอเป็นเพื่อนบ้านกันมากว่าสิบปีแล้ว และเธอไม่เคยเห็นฉินโชวสอนใครเลยสักครั้ง
“ก็มีน่ะสิ เอาเป็นว่า…กล้ารับคำท้าไหมล่ะ?” ฉินโชวหัวเราะ และมองเจิ้งเย่เย่อย่างท้าทาย
“ฉัน…ฉันรับคำท้า!” เจิ้งเย่เย่ลุกพรวดขึ้นยืน ก่อนรีบหันไปเตือน “แต่ลุงห้ามเอาบอกว่าพี่ไห่ถางเป็นลูกศิษย์นะ! นั่นมันโกง!”
“ไม่ใช่ไห่ถางหรอก” ฉินโชวตอบ
“งั้นลูกศิษย์ของลุงอยู่ไหน เรียกพวกเขามาได้เลย!” เจิ้งเย่เย่เปลี่ยนจากท่าทีเฉื่อยชา และกอดอกท้าทาย
“ต้าหวง!”
สุนัขสีเหลืองตัวใหญ่ที่นอนขี้เกียจอยู่มุมห้องเงยหัวขึ้น และสะบัดหางไปมาอย่างเชื่องช้า…