เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 28 นักล่าและเหยื่อ

ตอนที่ 28 นักล่าและเหยื่อ

ตอนที่ 28 นักล่าและเหยื่อ


คนในห้องรอรีบหลีกทางให้พวกนักล่า ขณะที่แม่เฒ่ากับลิธก็รีบไล่คนไข้เดิมออกไปก่อน เพื่อให้มีเตียง้ว่างสำหรับผู้บาดเจ็บ

สถานการณ์มันเร่งด่วนมากจนไม่มีใครปริปากบ่นเรื่องอายุหรือร่างเล็ก ๆ ของลิธ ก่อนที่นักล่าทั้งสองจะเอ่ยอะไรออกมา สองฮีลเลอร์ก็พูดพร้อมกันว่า

“ปิดม่าน แล้วปล่อยให้ข้าทำงาน”

พวกเขาใช้เวท “วินิเร รัด ทู” (Vinire Rad Tu) แต่แทนที่จะใช้เพื่อตามหาสาเหตุของอาการป่วย ซึ่งมองเห็นได้ชัดอยู่แล้ว พวกเขากลับใช้เพื่อตรวจดูว่ายังพอมีความหวังที่จะรักษาหรือไม่

ลิธยังไม่ทันได้ร่ายเทคนิคการฟื้นพลัง (Invigoration) ก็สังเกตได้ว่าผู้หญิงคนนั้นเสียชีวิตแล้ว แต่เขาก็ยังพยายามอยู่ดี แต่ก็ไม่พบการไหลเวียนของมานาให้ควบคุม และไม่มีพลังชีวิตที่จะกระตุ้นด้วยเวทแสงอีกต่อไป

“ผมขอโทษด้วย” ลิธพูดพลางปิดตาผู้หญิงคนนั้น “เธอตายไปก่อนที่พวกคุณจะมาถึงแล้ว”

ก่อนที่เขาจะได้พูดปลอบใจต่อ เสียงแม่เฒ่าก็ตะโกนมาจากอีกฝั่งว่า

“มานี่เร็ว! คนนี้ยังช่วยได้ ถ้าเราทำงานร่วมกัน!”

ลิธรีบพุ่งไปยังเตียงอีกด้าน จัดตำแหน่งยืนตรงปลายเท้าของชายผู้บาดเจ็บ ขณะที่แม่เฒ่าไปอยู่ด้านหัวเตียง ทั้งคู่ต้องการพื้นที่เพื่อทำงานได้อย่างเต็มที่

แม่เฒ่าพูดถูกเทคนิคการฟื้นพลัง (Invigoration) ยังสัมผัสได้ถึงการไหลเวียนของมานา แม้ว่ามันจะอ่อนแรงเต็มที บาดแผลของนักล่านั้นลึกมากจนลิธสงสัยว่าเวทเทียมจะช่วยอะไรได้หรือไม่

เวทรักษาเทียมจะกระจายพลังไปทั่วร่างก่อนจะโฟกัสไปที่บาดแผล ซึ่งทำให้ต้องใช้เวลาหลายวินาทีกว่าจะเห็นผล ยิ่งไปกว่านั้น ขั้นตอนการกระจายและโฟกัสพลังยังทำให้เวทสูญเสียประสิทธิภาพลงไปด้วย

แต่เวทรักษาจริงกลับส่งผลโดยตรงต่อบาดแผล และด้วยพลังของเทคนิคการฟื้นพลัง (Invigoration) ลิธจึงสามารถระบุตำแหน่งที่จะส่งมานาแสงไปได้อย่างแม่นยำราวกับผ่าตัด ทำให้สามารถใช้พลังเวทได้คุ้มค่าสูงสุด

‘ยังไงแม่เฒ่าก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเวทแสง ที่เธอเรียกฉันมา ก็คงเพราะหวังว่าเวทส่วนตัวของข้าจะช่วยชายคนนี้ได้’ เขาคิด

ชั่วขณะหนึ่ง ลิธลังเล เขาอยากมีเวลาคิดให้รอบคอบถึงความเสี่ยงกับผลตอบแทนของสถานการณ์นี้

เขาไม่ได้สนใจชีวิตของคนแปลกหน้าสักเท่าไหร่ สิ่งที่กลัวมากกว่าคือการเปิดเผยความลับของตน แล้วสูญเสียทุกอย่างไป

‘ช่างมัน! ยังไงซะซักวันฉันก็ต้องเผยเวทของตัวเองอยู่ดี ฉันจะลองเชื่อในแม่เฒ่า แล้วก็ให้โอกาสเรื่อง “พรจากแสง” นี่ดูบ้าง ถ้ามัวแต่กลัวซักวันคงต้องตายอย่างขี้ขลาด’

ลิธร่ายมืออย่างรวดเร็ว ผสมท่ามือแบบนินจาที่เขาจำได้จากภาพยนตร์เก่า เขาเตรียมท่าโชว์นี้ไว้ตั้งแต่หลังคุยกับเคานต์ลาร์คครั้งก่อน

“วินิเร เอสคลา!” (Vinire Eskla!) มานาแสงพุ่งตรงไปตามหลอดเลือดของนักล่า รักษาและปิดปากแผลจนหยุดเลือดไหลได้สำเร็จ เนื่องจากแม่เฒ่าช่วยคงสภาพร่างกายให้คงที่ ลิธจึงสามารถดึงชายคนนั้นกลับมาสู่จุดที่เวทเทียมสามารถรักษาต่อได้

หลังจากนั้น เขาก็พิงกำแพงแล้วไถตัวลงนั่งกับพื้น

ลิธเหนื่อยล้าอย่างหนัก เขาไม่เคยทำอะไรที่ต้องใช้สมาธิและมานาติดต่อกันนานขนาดนี้มาก่อน

‘ไอ้แก่นมานาสีเขียวบัดซบ! ถ้ามันเป็นสีฟ้าแล้วล่ะก็ ฉันอาจไม่ต้องทิ้งการรักษาไว้ครึ่งทางแบบนี้ก็ได้’ เขาคิด

โชคดีที่แม่เฒ่ารับความดีความชอบทั้งหมดไป ทำให้ลิธรอดพ้นจากการถูกซักถามเกี่ยวกับเวทที่ไม่มีใครรู้จักของเขา

หลังจากรับเงินสี่สิบเหรียญทองแดงแล้ว แม่เฒ่าก็เตือนหัวหน้านักล่า

“เขายังมีชีวิตอยู่ แต่ก็แค่หายใจรวยริน ข้าไม่รู้ว่าเขาจะรอดหรือเปล่า และก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าเขาจะฟื้นตัวสมบูรณ์ บาดแผลมันลึกเกินไป เราทำได้ดีที่สุดแล้ว”

“สี่สิบเหรียญทองแดง เกือบจะครึ่งเหรียญเงิน นี่คือทั้งหมดที่แกพูดได้งั้นหรือ? มีแต่ถ้อยคำไม่แน่นอนกับคำหวังลม ๆ แล้ง ๆ?” เขาตะโกนลั่น

แม่เฒ่ารู้ดีว่าชายคนนั้นไม่ได้โกรธเธอหรือโกรธลิธจริง ๆ เขาแค่ไม่อาจยอมรับการสูญเสียเพื่อนหนึ่งหรือทั้งสองคนได้

แต่เธอก็ไม่สนใจ

ถ้าพูดถึงเรื่องความโกรธแล้วล่ะก็ แม่เฒ่าไม่แพ้ใครแน่นอน ตลอดชีวิตเธอต้องรับบทเป็นแพะรับบาปจากความผิดของคนอื่นมากเกินพอแล้ว

“ฟังข้าให้ดีนะ เจ้าหนุ่ม แล้วจงจำไว้ให้ขึ้นใจ ข้าท้าให้เจ้าหาหมู่บ้านไหนก็ได้ที่มีฮีลเลอร์ไม่ใช่แค่หนึ่งคน แต่ตั้งสองคนที่ร่ายเวทขั้นสามได้!”

ถ้าอยากได้ความแน่นอน ก็ไปหา กฤษณะ มาโนฮาร์ เทพเจ้าแห่งการรักษา! เขาอยู่ที่สถาบันกริฟฟินอสนีบาตแค่ห่างไปห้าร้อยกิโลเมตรเท่านั้น! ตอนนี้ออกไปจากบ้านของข้าซะ ก่อนที่ข้าจะลากคอเจ้าออกไปเอง!”

แม้แต่ชายผู้กำลังเศร้าโศกยังรู้ดีว่า ถ้าคิดจะยั่วยุแม่มดที่ดวงตาเปล่งประกายด้วยพลัง และน้ำเสียงที่เปล่งออกมาจนเกิดแรงลม นั่นเท่ากับฆ่าตัวตายชัด ๆ

นักล่าที่รอดชีวิตทั้งสองทำได้เพียงจำใจทำตาม

ระหว่างที่แม่เฒ่ากำลังทำความสะอาดคราบเลือดที่กระเด็นเปรอะทั่วห้อง ลิธก็อาศัยการใช้เทคนิคการฟื้นพลัง (Invigoration) จนฟื้นแรงกลับมาได้บ้าง จึงเดินตามพวกเขาออกไป

ป่าทรอว์นอยู่ใกล้บ้านของเขามากเกินไป จนทำให้รู้สึกไม่สบายใจ

“ท่านนักล่า! โปรดรอก่อน!” ตอนนั้นพวกเขาเดินมาถึงครึ่งทางไปยังโรงเตี๊ยมแล้ว

หัวหน้านักล่าอยากระบายความโกรธใส่ตัวปัญหาตัวเล็ก ๆ นี่เหลือเกิน แต่ก็เย็นลงพอจะยอมรับได้ว่า เด็กคนนี้ไม่ใช่คนผิด ตรงกันข้าม เขายังมีส่วนช่วยชีวิตน้องชายของตนไว้ด้วยซ้ำ

นอกจากนี้ เขายังกลัวแม่เฒ่าจนขี้แทบแตกอยู่ดี

“ไม่ต้องเรียกยกย่องอะไรทั้งนั้น หนุ่มน้อย ข้าชื่อ เอการ์ต ลองแกรน และนี่คือเฟล็ก อิโรเทีย สหายร่วมสาบานของข้า”

“ข้าชื่อลิธ” ทั้งสามโค้งคำนับให้กันและกัน

“ชายที่เจ้าช่วยชีวิตไว้คือน้องชายของข้า โอทัม ลองแกรน ถ้าข้าสามารถทำอะไรเพื่อตอบแทนบุญคุณได้ แค่เอ่ยปากมาก็พอ”

“คุณช่วยเล่าเรื่องเจ้าสัตว์วิเศษนั้นให้ละเอียดกว่านี้ได้หรือไม่?”

เอการ์ตตัวสั่นวูบ ดวงตาหลับลงด้วยความหวาดกลัวจากภาพความทรงจำที่ยังติดตา แต่ในฐานะนักล่าผู้ยิ่งใหญ่ ผู้เคยเต้นระบำกับความตายนับครั้งไม่ถ้วน เพียงไม่กี่วินาทีเขาก็ค่อย ๆ เรียกคืนทั้งความกล้าและกำลังใจกลับมาได้

“มันคือ ไบค์ ตัวมหึมา เจ้ารู้จักมันหรือไม่?”

ลิธพยักหน้า

ตามหนังสือรวมเรื่องเกี่ยวกับสัตว์วิเศษในโซลัสพีเดีย ไบค์คือหมีที่วิวัฒนาการจนกลายเป็นอสูรเวท มันมีความเชื่อมโยงกับเวทธาตุดิน และในบางกรณีหายากก็สามารถใช้เวทไฟได้ด้วย

“เรื่องทั้งหมดเริ่มขึ้นราวหนึ่งเดือนก่อน ฟาร์มทางด้านตะวันออกของป่าทรอว์นเริ่มถูกโจมตีโดยสัตว์ร้ายคลุ้มคลั่ง ตอนแรกมันเพียงฆ่าสัตว์เลี้ยงบางส่วนแล้วก็กลับเข้าป่าไป”

“แต่แล้วบาโรเนสส์ราธนางปีศาจนั่นก็ประกาศรางวัลมหาศาลสำหรับหัวไบค์ เพราะต้องการแก้แค้นให้ลูกชายบ้าของเธอ เธอเชื่อว่าเขาถูกสัตว์ร้ายนั่นฆ่าตายเมื่อหลายปีที่แล้ว”

‘ราธ…’ ลิธคิด ‘ชื่อคุ้น ๆ’

‘ก็ไอเโรคจิตที่พยายามจะขโมยกระต่ายนายนั่นแหละ’ โซลัสเตือนเขา

“แล้วนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของหายนะ หลังจากฆ่าพวกนักล่าฝึกหัดที่โลภอยากได้เงินง่าย ๆ ไปหลายคน เจ้าไบค์ก็ได้ลิ้มรสเนื้อมนุษย์ และจากนั้นมันก็เริ่มออกล่าผู้ตามล่ามันด้วยกับดักอันซับซ้อน”

“พวกเรารู้ว่าไบค์มันฉลาดขนาดไหน ก็เมื่อสายเกินไปแล้ว พวกเราหนีรอดมาได้ก็เพราะมันมัวแต่เพลินกับเหยื่อมื้อล่าสุดจนไม่ตามมา”

ลิธโค้งคำนับอีกครั้ง

“ขอบคุณครับ ผมอาศัยอยู่ใกล้ป่า ข้อมูลของคุณอาจช่วยชีวิตครอบครัวของผมได้ ถือว่าหนี้ของคุณได้ชดใช้แล้ว”

แต่ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับ เอการ์ตก็คว้าบ่าเขาไว้

“ข้าทำงานนี้มานานพอที่จะรู้จักนักล่าคนอื่นเมื่อเห็นหน้า ฟังคำแนะนำของข้าเถอะ อย่าไปล่ามันเลย เจ้านั่นไม่ใช่สัตว์ปกติ มันไม่เพียงแต่ฉลาดและเจ้าเล่ห์ มันยังเคลื่อนไหวได้เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ”

“ไม่ว่าเจ้าจะไล่ตามหรือวิ่งหนีเร็วแค่ไหน มันก็จะสลับตำแหน่งไปมา… เหมือนผี ข้ารู้ว่าคำพูกของข้ามันฟังดูโง่ แต่ข้าเชื่อว่ามันเป็นวิญญาณอาฆาต”

ลิธขอบคุณเขาอีกครั้ง ก่อนจะกลับไปลิธได้ช่วยพวกเข้าเคลื่อนย้ายโอตัมไปยังห้องพักในโรงเตี๊ยม และช่วยทำความสะอาดเลือดบนพื้นบ้านของแม่เฒ่า

เมื่อเขาทำเสร็จ แม่เฒ่าก็มอบเหรียญทองแดงยี่สิบเหรียญให้เขา ซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของค่ารักษา

“กลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ เจ้ามีพรสวรรค์ด้านเวทย์แสงจริง ๆ แต่คาถานั้นกินพลังเจ้ามากเกินไป จงใช้มันแค่เฉพาะตอนฉุกเฉินเท่านั้น”

ลิธพยักหน้า แต่ก่อนกลับบ้าน เขายังต้องซื้อของบางอย่าง เขากับโซลัสคุยกันเรื่องนี้ตลอดเวลา เพราะการเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายแบบนั้นโดยไม่มีแผนสำรองและการเตรียมพร้อมมากพอ ถือเป็นเรื่องโง่เขลาอย่างที่สุด

หลังจากไปเตือนเซเลีย เขาก็ใช้เวลาทั้งวันพักผ่อนและใช้เทคนิคการสั่งสม (Accumulation) ในสถานการณ์เป็นตาย แม้แต่พลังเพิ่มเพียงเล็กน้อยก็อาจสร้างความแตกต่างได้

คืนนั้นเขาหลับเป็นครั้งแรกในรอบสองเดือน ลิธต้องการอยู่ในสภาพพร้อมที่สุด เขาไม่เต็มใจจะเสี่ยงโดยไม่จำเป็น เขาตื่นก่อนฟ้าสาง ทิ้งโน้ตไว้ให้พ่อแม่

จากนั้นเขาสวมชุดหนังนักล่าตัวใหม่เอี่ยม พร้อมแผ่นโลหะป้องกันปลายแขน หน้าแข้ง และหัวใจ เป็นแนวป้องกันสุดท้ายหากทุกอย่างล้มเหลว เมื่อออกมาข้างนอก หลังตรวจดูว่าไม่มีใครเห็น เขาก็ร่ายเวท "เหยี่ยวโผบิน" (Soaring Hawk) แล้วทะยานขึ้นฟ้า

ป่าทรอวน์นั้นกว้างมาก การเดินบนพื้นดินนั้นช้าเกินไป เขาใช้ทั้งวิสัยทัศน์แห่งชีวิต (Life Vision) และการรับรู้มานาของโซลัสในการค้นหาสัตว์ร้าย ในขณะลอยอยู่ใกล้ยอดไม้

ไม่นานเขาก็พบมัน ไบค์ไม่ได้พยายามจะซ่อนตัวด้วยซ้ำ ลิธติดตามร่องรอยได้จากรอยข่วนของหมีตามต้นไม้และโขดหิน ในตอนที่เขาพบมัน เจ้าไบค์กำลังกินกวางอยู่

‘นี่น่ะหรือที่ว่าฉลาดและเจ้าเล่ห์? มันกินไม่หยุดได้ยังไงกัน? มันน่าจะอิ่มจนพุงกางไปหลายรอบแล้ว’ ลิธคิด ‘แต่ไม่เป็นไร ลองดูซิว่าจะฆ่ามันได้ง่าย ๆ ไหม’

ไบค์อยู่บนพื้น ขณะที่ลิธอยู่บนฟ้า ระยะห่างราว 30 เมตร ซึ่งอยู่ในระยะของเวทจิตวิญญาณ (Spirit Magic)

ลิธปล่อยคลื่นมานาขนาดใหญ่ หวังจะหักคอมันในครั้งเดียว

แต่สัญชาตญาณของไบค์เฉียบคม แม้มันยังไม่รู้ตัวว่ามีนักล่าหน้าใหม่อยู่ แต่ก็สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล

มันเสริมร่างทั้งร่างด้วยเวทธาตุดิน ทำให้เมื่อมานาทั้งสองปะทะกัน ผลของเวทจิตวิญญาณ (Spirit Magic) ก็เหลือแค่การนวดคอเท่านั้น

‘โถ่เว้ย! เวทจิตวิญญาณ (Spirit Magic) ล้มเหลวอีกแล้ว เหมือนตอนเจอกับเจ้าไรย์นั่นเลย’

‘ดูเหมือนว่าสัตว์วิเศษจะสามารถใช้เวทผสานธาตุ (fusion magic) ได้ในระดับหนึ่งนะ’ โซลัสแสดงความคิดเห็น

‘ไม่ต้องบอกก็รู้ แม่เชอร์ล็อก ที่แย่กว่านั้นคือเวทผสานธาตุ (fusion magic) นี่แหละเป็นตัวลบล้างเวทจิตวิญญาณ (Spirit Magic) มันรบกวนกระแสมานาของฉันจนใช้ไม่ได้ผล แต่ก็ใช้ได้แค่กับการโจมตีโดยตรงเท่านั้น…’

เมื่อแผนแรกล้มเหลว ลิธก็หลบไปหลังต้นไม้พร้อมเคลื่อนตัวออกห่างจากไบค์ การร่ายเวทกลางอากาศยังต้องใช้พลังมากเกินไป แถมเขายังอยากเก็บความสามารถบินไว้เป็นความลับจากเหยื่ออีกด้วย

พอลงถึงพื้น เขาก็อ้อมไปหาไบค์จากอีกทาง ใช้เวท "ลอยตัว" (Float) เพื่อไม่ให้เกิดเสียง พร้อมปล่อยไอเวทมืดบาง ๆ เพื่อกลบกลิ่นและกลบออร่า

เมื่อลิธเจอมันอีกครั้ง ไบค์ยังคงดมกลิ่นจากอากาศและมองไปรอบ ๆ

ลิธเข้าไปด้านหลังของมัน ก่อนจะปล่อยกระแสสายฟ้าขนาดเท่าไบค์ที่กำลังหมอบอยู่

แต่ก็ไม่มีผลอะไร นอกจากทำให้สัตว์วิเศษโกรธจัด และทำให้ขนมันไหม้เป็นสีดำบางส่วน

‘โคตรบ้า! ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเวทผสานธาตุดินจะกันสายฟ้าได้ด้วย’

ไบค์คำรามท้าทาย ยืนด้วยบนขาหลังจนตัวสูงตระหง่าน

มันเป็นสัตว์ร่างยักษ์ สูงอย่างน้อยสี่เมตร หนักเกือบหนึ่งตัน ขนสีน้ำตาลเข้มปนเขียว ดวงตาสีเขียวจ้องลิธด้วยแววอาฆาต

“ตัวใหญ่เกินไปแล้ว!” ลิธเรียกกระแสลมแรง หวังใช้ประโยชน์จากท่าทางที่ยังไม่มั่นคงเพื่อโค่นเจ้าไบค์ลง และกันไม่ให้มันพุ่งเข้ามา

ไบค์ระดมเวทธาตุดินเข้าไปในร่างมากขึ้น ทำให้ตัวหนักขึ้น พร้อมทั้งใช้กรงเล็บขุดลึกลงไปในพื้น มันสามารถกลับมายืนสี่ขาได้อย่างมั่นคง ตอนนี้มันสูงราว 1.6 เมตร

‘สุดยอดการใช้ผสานธาตุดิน!’ โซลัสถึงกับกลั้นคำชื่นชมไม่อยู่ ลิธเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน แต่กังวลเกินกว่าจะเอ่ยอะไร

‘ใช่สิ ฉันมันก็แค่มือใหม่เมื่อเทียบกับมัน… หอกน้ำแข็ง! (Ice Spears)’

หอกน้ำแข็งนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นกลางอากาศ ล้อมรอบไบค์ไว้ แต่ละเล่มยาวสองเมตร หนา 10 เซนติเมตร และแหลมคมราวใบมีด

นี่คือเวทสังหารของลิธ

หอกทั้งหมดพุ่งลงมาพร้อมกันราวกับสายฝนมรณะ

แต่ไบค์กลับไม่แสดงท่าทีกลัวแม้แต่น้อย มันคำรามอีกครั้ง ยืนตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนทุบอุ้งเท้าหน้าลงพื้น สร้างโล่ทรงกลมจากดินและหินขึ้นมาห่อหุ้มร่าง

หอกน้ำแข็งพุ่งกระแทกเกราะที่มันร่ายขึ้นโดยไม่สร้างบาดแผลใด ๆ ให้ไบค์ได้เลย

ทั้งลิธและโซลัสสบถออกมาพร้อมกัน

‘ชิปหายแล้ว! สัตว์วิเศษยังก็ใช้เวทแท้ได้!’

จบบทที่ ตอนที่ 28 นักล่าและเหยื่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว