- หน้าแรก
- ที่แท้คุณก็เป็นแบบนี้นี่เอง เลขาหลิน
- ตอนที่ 22 เลขาหลินนี่แหละสุดยอด
ตอนที่ 22 เลขาหลินนี่แหละสุดยอด
ตอนที่ 22 เลขาหลินนี่แหละสุดยอด
ตอนที่ 22 เลขาหลินนี่แหละสุดยอด
เครื่องบินค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าสู่รันเวย์ ช้าราวกับหอยทาก
ตอนแรกหลินเยว่ก็รู้สึกว่าโอเคดี แค่เสียงดังหน่อยเท่านั้น แต่พอเครื่องเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ เธอก็เริ่มรู้สึกตึงเครียด มือเธอกำที่วางแขนแน่นโดยไม่รู้ตัว
เฮ่อหยวนเอื้อมมือมาตบหลังมือเธอเบ ๆ “ผ่อนคลายหน่อย ไม่มีอะไรหรอก”
หลินเยว่พยักหน้า แล้วก็ยอมพูดตามตรงว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันขึ้นเครื่องบินค่ะ”
เฮ่อหยวนหัวเราะเบาๆ “ตอนนี้ฉันถึงดูออกเลยแหละ”
ก่อนหน้านี้เขายังไม่ทันสังเกตเลยจริงๆ
“ประธานเฮ่อคะ ตอนที่ฉันหาข้อมูลมาเจอประโยคนึงตลกมาก อยากเล่าให้ฟัง”
“ว่ามาเลย”
“ไม่รู้ว่าเค้าตั้งใจเขียนให้ขำหรือเปล่านะคะ แต่ฉันขำอยู่นานเลย เค้าบอกว่า… ‘ประสบการณ์เฟิร์สคลาสมันดีมาก เสียอย่างเดียวคือถึงที่หมายพร้อมชั้นประหยัด!’”
พูดจบ ทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน เสียงเบาเพราะไม่อยากรบกวนคนอื่น
ประโยคตลกสั้นๆ ทำให้ความประหม่าในใจของหลินเยว่คลายลงมาก พอเครื่องบินทะลุผ่านชั้นเมฆ เธอก็สงบนิ่งลงอย่างสมบูรณ์
นอกหน้าต่างเหมือนทะเลสาบสีฟ้าไร้ขอบเขต มีเมฆสีขาวนุ่มฟูปกคลุมชั้นบนเป็นระลอกๆ
งดงามและยิ่งใหญ่จนหลินเยว่แทบไม่อยากละสายตา
เฮ่อหยวนมองหลินเยว่ที่กำลังตื่นเต้นเหมือนเด็กน้อยก็เผลอยิ้มตามออกมา “ดูท่าแล้ว ต่อไปเวลาต้องเดินทาง คงต้องพาเธอไปด้วยแล้วล่ะ ผู้ช่วยโจวบ่นตลอดว่าไม่อยากออกทริป”
“งั้นฉันขอนั่งชั้นประหยัดนะคะ”
เฮ่อหยวนไม่ได้ตอบอะไร เขาเองก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตลอดปีหนึ่งขึ้นเครื่องมากี่ครั้งแล้ว เขาเลยไม่ได้สนใจทิวทัศน์นอกหน้าต่างเท่าไหร่ แต่สายตากลับเต็มไปด้วยภาพของเลขาหลินที่กำลังมองทุกอย่างด้วยความประหลาดใจ
การหวั่นไหวกับใครสักคนครั้งหนึ่ง… มันไม่ยาก แต่จะให้รู้สึกแบบนั้นซ้ำๆกับคนคนเดียว นั่นแหละยากจริง
และในตอนนี้ เขากำลังหวั่นไหวกับเลขาหลินอีกครั้ง
แค่พริบตาเดียว สองชั่วโมงก็ผ่านไป หลินเยว่ยังรู้สึกเหมือนยังไม่เต็มอิ่ม ท้องฟ้าสีครามกับเมฆขาวแบบนี้ยังสวยขนาดนี้ ถ้าได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก คงงดงามไม่แพ้กันแน่ๆ
สิบเอ็ดโมงตรง เครื่องบินลงจอดอย่างตรงเวลา เฮ่อหยวนและหลินเยว่พบกับประธานอวี่ ซีอีโอของบริษัทคู่ค้าที่มายืนรอรับอยู่ก่อนแล้ว
เมื่อมีคนมารับ ทุกอย่างก็ราบรื่นมาก หลังจากแนะนำตัวกันเล็กน้อย ประธานอวี่ก็พาทั้งสองคนตรงไปยังร้านอาหารที่นัดไว้ โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานการท่องเที่ยวท้องถิ่นร่วมรับประทานด้วย
ในห้องส่วนตัวมีที่นั่งราวสิบที่ นั่งกันพอดีไม่มีเกิน
เฮ่อหยวนเป็นแขกสำคัญ แถมยังเป็นแหล่งทุนใหญ่ คนที่นี่ก็แน่นอนว่าเตรียมตัวมาอย่างดี จัดเซตอาหารที่แพงที่สุดทันที มีประมาณ 24 เมนู
หลินเยว่กวาดตามองดูคร่าวๆ แล้วก็โล่งใจเพราะไม่มีอาหารที่เฮ่อหยวนแพ้หรือไม่ชอบ
ทางฝั่งเจ้าบ้านเองก็มากับทั้งผู้ช่วยและเลขา รวมถึงมีหัวหน้าหญิงจากหน่วยงานราชการอีกคน ดังนั้นบนโต๊ะจึงมีผู้หญิงอยู่สามคนรวมหลินเยว่ด้วย
ตั้งแต่ลงเครื่องมา เลขาของประธานอวี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็คอยเหลือบมองมายังเฮ่อหยวนกับหลินเยว่อยู่ตลอด
ประธานอวี่เอียงหัวเล็กน้อยแล้วพูดขึ้นว่า “เลขาจ้าว”
เลขาจ้าวลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างมีจริต แล้วเดินมาใกล้เฮ่อหยวนด้วยท่าทีเย้ายวน “ประธานเฮ่อคะ ให้ฉันรินเหล้าให้นะคะ”
ประธานอวี่หัวเราะลั่นอย่างอารมณ์ดี “ดูสิ พอประธานเฮ่อมาถึง ปรากฏว่าฉันกลายเป็นคนลำดับรองไปซะแล้ว!”
“ฮ่าๆ นั่นสิครับ เมือง Z ฝนตกมาเป็นอาทิตย์ พอประธานเฮ่อมาถึง ปรากฏว่าอากาศแจ่มใส ฟ้าโปร่งสุดๆ เทวดายังลำเอียงไปเข้าข้างท่านประธานเลย!”
หลินเยว่นั่งฟังแล้วตะลึงกับระดับการอวย นี่เทวดารู้เรื่องด้วยเหรอ?
“ประธานอวี่ขา~” เลขาจ้าวบิดตัวเล็กน้อย ทำเสียงแอ๊บใส “งั้นดิฉันจะรินไม่รินดีล่ะคะ~”
จริงๆแล้ว ในงานแบบนี้ ต่อให้เป็นเลขา ก็ต้องรินเหล้าให้เจ้านายตัวเองก่อนเสมอ แล้วค่อยไปรินให้แขก ต่อให้โดนเจ้านายตำหนิต่อหน้าก็เถอะ นั่นก็แค่การแสดงออกให้ดูว่าให้เกียรติแขก ซึ่งเป็นมารยาททางธุรกิจ
เพราะฉะนั้นการที่เลขาจ้าวแสดงท่าทางเยอะขนาดนี้ ทำเอาหลินเยว่ถึงกับงง นี่มันเลขาจริงๆ หรือแม่มดที่ตั้งใจจะกลืนกินเฮ่อหยวนกันแน่?
ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้านายของเธอจะรับมือไหวไหม…
ตลอดช่วงเวลาที่ทำงานด้วยกัน หลินเยว่ได้เห็นว่าแม้เฮ่อหยวนจะงานยุ่ง แต่ใช้ชีวิตมีระเบียบ แม้จะเป็นประธานบริษัทมหาชน แต่กลับไม่มีท่าทางหยิ่งยโสอะไรเลย ถึงงานจะเข้มงวด แต่ตัวเขาเป็นคนสุภาพ เยือกเย็น และใจดี
ไม่เหมือนเจ้านายคนอื่นที่มีคู่นอนมากมาย เฮ่อหยวนเป็นคนรักสะอาดและมีคุณธรรมสูงจริงๆ
ในสายตาและใจของหลินเยว่ เฮ่อหยวนคือภาพแทนของความบริสุทธิ์ผู้ไม่แปดเปื้อนแม้อยู่ในบ่อโคลน
แต่เธอก็อดสงสัยไม่ได้ว่า แล้วเขาจะรับมือกับสถานการณ์นี้ยังไง?
เธอเห็นเฮ่อหยวนนั่งหลังตรงเป๊ะ รอยยิ้มอบอุ่นดูนุ่มนวลแต่งดงามแตะอยู่ที่มุมปาก เขาเอียงศีรษะเล็กน้อย หันมามองหลินเยว่ แล้วพูดว่า
“ต้องขอโทษด้วยนะครับทุกท่าน วันนี้คงต้องงดเหล้ากับบุหรี่ไปก่อน พอดีช่วงนี้ผมเป็นหวัดนิดหน่อย เช้านี้ก็ถูกเลขาหลินของพวกเราบังคับให้กินยาเข้าไปเรียบร้อยแล้ว ยังไงก็ขอให้ทุกท่านเมตตาผมหน่อย”
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าประธานเฮ่อจะกินยายังต้องให้คนคอยบังคับ แบบนี้ต้องเรียกว่าเลขาหลินเก่งจริงๆ!”
เฮ่อหยวนส่งสายตาล้อเลียนมาให้หลินเยว่ เธอจึงส่งยิ้มแบบมืออาชีพกลับไป
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ ประธานเฮ่อบริหารเหิงซิงกรุ๊ปที่ใหญ่ขนาดนี้ ทุกวันต้องจัดการแต่เรื่องใหญ่โต ฉันในฐานะเลขา เรื่องเล็กๆน้อยๆ แบบนี้ก็ต้องคิดแทนบ้าง ไม่อย่างนั้นจะสมกับเงินเดือนที่รับอยู่ได้ยังไงล่ะคะ”
ประธานอวี่พยักหน้าเอ่ยชม “พูดได้ดีมาก เลขาจ้าว ดูไว้เป็นตัวอย่างหน่อยนะ ในเมื่อประธานเฮ่อไม่สะดวกดื่ม เราทุกคนก็ยกน้ำชาขึ้นแทนละกัน ขอชื่นชมที่ท่านสละเวลามาเยี่ยมชมความงดงามของเมือง Z ของเราในช่วงเวลายุ่งขนาดนี้”
ทุกคนยกถ้วยน้ำชาขึ้นพร้อมกัน เลขาจ้าวกลับไปนั่งที่เดิมอย่างไม่เต็มใจนัก แต่ก่อนนั่งก็ยังไม่วายเหลือบตามามองหลินเยว่อย่างไม่พอใจ
หลินเยว่ทำหน้างง เธอไปทำอะไรให้ยัยนี่ไม่พอใจล่ะ?
แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจนาน เพราะอาหารบนโต๊ะเริ่มล่อตาล่อใจแล้ว
แม้จะอยากมองอีกนิด แต่เธอก็เพียงเหลือบตามองเบาๆ เท่านั้น เพราะรู้ดีว่าที่โต๊ะแบบนี้ เธอต้องคอยดูแลความต้องการของเฮ่อหยวนตลอด
เฮ่อหยวนพูดคุยกับประธานอวี่ไปตามมารยาท แต่ระหว่างที่ประธานอวี่หันไปคุยกับผู้ช่วย เฮ่อหยวนก็เอนตัวมาทางหลินเยว่เล็กน้อย วางศอกพิงโต๊ะแล้วพูดเสียงเบา “กินข้าวเถอะ ไม่ต้องคอยดูแลฉันอะไรทั้งนั้น”
หลินเยว่พยักหน้า “ค่ะ”
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่เธอก็กินอย่างสุภาพเรียบร้อยที่สุด ไม่แม้แต่จะหมุนโต๊ะ เลือกกินแค่ของที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น
ประธานอวี่พูดกับเฮ่อหยวนไม่หยุด แต่เฮ่อหยวนก็ยังแอบเหลือบมองหลินเยว่อยู่เป็นระยะ พอเห็นว่าเธอยังไม่แตะกับข้าวตรงหน้าเลย เขาก็ยกมือหมุนถาดหมุนตรงกลางโต๊ะเบาๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก ขณะยังคงพูดคุยกับประธานอวี่ต่อไปอย่างเป็นธรรมชาติ
ประธานอวี่แน่นอนว่าสังเกตเห็นท่าทางของเฮ่อหยวน เขาจึงเหลือบตามองไปที่หลินเยว่อย่างแนบเนียน
คิ้วเขากระตุกเล็กน้อย ตกลงใครเป็นประธาน? ใครเป็นเลขากันแน่?
ทันใดนั้นเอง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏบนใบหน้าของเขา
ไม่แปลกใจเลย… ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเฮ่อหยวนถึงไม่สนใจเลขาจ้าวที่เขาจัดไว้ให้แต่แรก ที่แท้…ก็มีคนที่ถูกใจอยู่ข้างกายตั้งแต่ต้นแล้วนี่เอง
ดูจากท่าทีของเฮ่อหยวน ก็ไม่น่าจะใช่เล่นๆด้วยสิ เห็นได้ชัดว่าเขาจริงจังขนาดไหน ถึงกับกล้าหมุนโต๊ะให้เลขาตัวเองต่อหน้าคนทั้งโต๊ะ โดยไม่แคร์มารยาททางสังคมเลยแม้แต่นิดเดียว
เฮอะ… เขานี่มันโง่จริงๆ ที่ยังพยายามยัดเยียดเลขาจ้าวเข้าไป โชคดีที่เฮ่อหยวนไม่โกรธกลับ
หลังจากนั้น ท่าทีของประธานอวี่ที่มีต่อหลินเยว่ก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขาเริ่มพูดกับเธออย่างสุภาพและให้เกียรติสุดๆ เพราะเขาสังเกตได้ว่า…ถ้าเมื่อไรที่เขาชมเลขาหลิน เฮ่อหยวนก็จะดูอารมณ์ดีขึ้นทันตา
ประธานอวี่ราวกับถูกฉีดวิตามินเร่งกำลัง ยกยอหลินเยว่แทบไม่หยุด จนหลินเยว่เริ่มชาไปทั้งตัว
เธอเริ่มสงสัยว่า คนคนนี้สมองยังปกติดีอยู่หรือเปล่า?
ไม่ไปเอาใจประธาน กลับมาประจบเลขาธรรมดาๆอย่างเธอเนี่ยนะ?
(จบตอน)