เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 37.4 - เนื้อพันมัตสุทาเกะ (ฟรี)

ตอนที่ 37.4 - เนื้อพันมัตสุทาเกะ (ฟรี)

ตอนที่ 37.4 - เนื้อพันมัตสุทาเกะ (ฟรี)


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

ชายวัยกลางคนคนนั้นดูไม่ค่อยดีใจซะเท่าไหร่. ตอนนี้เขาคงหมดหวังแล้วว่าจะมีคนกล้ามาซื้อของ.

 

เขาชำเลืองตาขึ้นมาแล้วเห็นว่าคนที่อยู่ด้านหน้าเขาเป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ. เขารู้ได้เพราะดูจากความสูงและคางที่ยังกลมมนอยู่. ความคาดหวังของเขายิ่งน้อยลงไปอีกจากนั้นก็พูดว่า “ต้องเอาเห็ดหลิงจือน้ำแข็ง500ปีมาแลกนะ มีมั้ยล่ะ?”

 

“ค่ะ” ชิยูรีบเอากล่องออกมาจากมิติลับของเธอ จากนั้นก็พยายามมองซ้ายมองขวาก่อนจะรีบดันกล่องนั่นไปในมือชายคนนั้น “เร็วสิๆ เอาของมาเอาของมาได้แล้ว! ถ้าพ่อหนูมาเห็นจะซวยเอานะ”

 

เขาเริ่มตื่นเต้นขึ้นมาหน่อยๆแต่ก็พยายามคุมอารมณ์ไว้แล้วพูด “รอก่อนสิแม่หนู ชั้นขอตรวจดูก่อน”

 

“เร็วๆหน่อยสิคะ!” ชิยูพยายามสะบัดมือไปมาขณะที่มองซ้ายมองขวาอยู่. เธอแสดงท่าทางของเด็กผู้หญิงเอาแต่ใจที่ขโมยเห็ดหลิงจือน้ำแข็งมาได้เหมือนมากๆ.

 

ผ่านไปครู่เดียว ชายวัยกลางคนคนนั้นก็ส่งบัตรเชิญให้ทันทีโดยไม่พูดอะไรเลย. แม้ในหัวของเขาจะยังไม่มั่นใจนักแต่เขาก็รีบยื่นของใส่มือเธอให้.

 

ชิยูไม่อยากจะทำตัวเด่นขึ้นไปอีกจึงรีบรับของมาแล้วรีบจากไป. จนภายหลังคนที่ตลาดพากันซุบซิบกันเรื่องเด็กผู้หญิงเอาแต่ใจคนนั้น.

 

ชิยูรีบเดินออกจากย่านการค้านั่นไป เธอเลี้ยวซ้ายแล้วเลี้ยวขวา พยายามไปสถานที่แปลกๆเพื่อจะหลอกคนที่อาจจะกำลังตามเธอมาอยู่. พอมาถึงตรอกนึงเธอก็ถอนชุดคลุมออกแล้วโยนมันเข้ามิติไป. เธอถอดหน้ากากหน้าคนของเธอออกแล้วก็กลับไปเดินที่ถนนเหมือนเด็กผู้หญิงธรรมดาๆ.

 

ตอนนี้เธอมีบัตรเชิญแล้ว เธอก็สามารถเข้าไปดูสิ่งต่างๆในงานเลี้ยงได้ซะที. เหตุผลที่ชิยูอยากจะเข้าไปในงานเลี้ยงที่วังหลวงก็เพราะเธออยากจะไปลองชิมอาหารอร่อยๆของโลกนี้. ในฐานะที่เป็นคนมั่นใจในฝีมือการทำอาหารมาก ความมั่นใจของเธอถูกทำลายย่อยยับไปตอนที่เธอย่างเนื้อให้พ่อของหลินฟ่านแล้วเขาก็บอกว่ายังสู้ของที่เมืองหลวงไม่ได้.

 

(ในตอนแรกๆผมแปลเป็นเมืองตี๋โต่ว เพราะต้นฉบับคนละเว็บกัน ฉะนั้นขอเปลี่ยนจากเมืองตี๋โต่วเป็นเมืองหลวงนะครับ)

 

เธอจะไม่อยากรู้ได้ยังไงว่าพวกสุดยอดของสุดยอดเชฟจะทำอะไรให้กินที่งานเลี้ยงบ้าง? ในนิยายต้นฉบับนั้นหลินฟ่านไม่เคยได้เข้าร่วมสมาคมเทพอาหารเลย เขาก้าวข้ามขีดจำกัดได้ด้วยตัวเองแล้วก็รีบขึ้นไปที่ภพด้านบน.

 

อีกหลายวันกว่าจะถึงวันงาน ชิยูจึงคิดว่าจะใช้เวลานี้ไปเลือกชุดและพวกเครื่องประดับที่จะใส่ไปงาน. โอ้ยปวดหัวจริงๆ เธอจะใส่อะไรไปงานดีนะ~

ในที่สุดวันงานเลี้ยงก็มาถึง.

 

ถ้าอยากจะเข้าไปในวังหลวงที่อยู่หลังเมฆนั่นล่ะก็ จะต้องเดินขึ้นบันไดทั้งหมด999ขั้นซะก่อน. พวกคนที่อยู่ในยุทธภพย่อมมีวิชายุทธอยู่แล้ว เรื่องบันไดจึงไม่เป็นปัญหา.

 

ชิยูเลือกชุดลู่ฉิน* สีชมพูแขนเสื้อสีขาวทำจากผ้าฝ้ายไปงานเลี้ยงพร้อมกับหยกก้อนโตเหน็บไว้ที่คอเสื้อของเธอ. ชุดกะโปรงยาวสีชมพูของเธอนั้นดูน่ารักมากเหมาะกับเด็กผู้หญิงจริงๆ.

 

รูปร่างของเธอตอนนี้ยังเด็กมากๆ ดังนั้นเธอจึงพยายามแต่งตัวให้ง่ายๆเข้าไว้. เธอทำผมทรงเกล้าสูงแล้วก็เลือกปื่นสีชมพูอ่อนที่ทำจากอัญมณีสีกุหลาบ. พอแต่งแบบนี้แล้วต่อให้เธอไม่สวยขนาดจะสยบฟ้าถล่มดินแต่ก็ดูสง่างามอยู่.

 

ความจริงแล้วชิยูรู้สึกว่าตัวเองก็มีพรสวรรค์ด้านการแต่งตัวอยู่เหมือนกันนะเนี่ย.

 

แต่ก่อนที่จะขึ้นบันได999ขั้นไปได้นั้น คนที่จะมาเข้าวังจะต้องผ่านด่านตรวจซะก่อน. บัตรเชิญของชิยูถูกอนุมัติแล้วว่าเป็นของจริงแล้วในที่สุดเธอก็มาถึงที่ตีนบันไดซักที. เธอมองยอดด้านบนแทบจะไม่เห็นเลย มีแต่เมฆบัง. ขั้นบันไดนั้นมันกว้างพอจะให้คนหลายๆคนเดินขึ้นไปพร้อมกันได้เลย. พอมองไปรอบๆก็เห็นคนกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่งเดินขึ้นบันไดไปอย่างสง่างามราวกับหงส์.

จู่ๆชิยูก็รู้สึกว้าเหว่ขึ้นมา. มันเป็นความเหงาท่ามกลางกลุ่มคนอื่นๆ. มีคนหลายคนเดินผ่านเธอไปแต่เธอก็ไม่รู้จักใครซักคน. ความรู้สึกคิดถึงบ้านก็ผุดขึ้นมาในหัวเธอแล้วเธอก็เริ่มสงสัยว่าคนที่เธอจากมา ณ เมืองชิงฉานนั้นจะเป็นยังไงกันบ้าง. เสี่ยวฉีกับเล่าเอ๋อจะยังเล่าเรียนอยู่ที่สำนักหลินอยู่รึป่าวนะ? เสี่ยววูกับเสี่ยวหลิวจะคุมร้านได้ดีเหมือนเดิมรึป่าว? คงไม่เป็นไรหรอกมั้งคุณตาก็ช่วยดูแลอยู่นี่นะ? เขาเคยเป็นบัณฑิตมาก่อนนี่นา.

จากผู้แปล: ตอนนี้ก็แปลมาแบบแปลกๆอีกแล้วครับ ปวดหัวมาก เปิดฟรีให้ดีกว่าครับแล้วก็ชุดลู่ฉิน (Ru Qun) ผมไม่มั่นใจว่าอ่านว่าลู่ฉินไหมนะครับ แต่เป็นชุดที่เห็นกันได้บ่อยๆในหนังจีนกำลังภายใน.

จบบทที่ ตอนที่ 37.4 - เนื้อพันมัตสุทาเกะ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว