เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 37.3 - เนื้อพันมัตสุทาเกะ (ฟรี)

ตอนที่ 37.3 - เนื้อพันมัตสุทาเกะ (ฟรี)

ตอนที่ 37.3 - เนื้อพันมัตสุทาเกะ (ฟรี)


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

เมืองเฟิ้ง.

 

เฟิ้งโหลวใช้เวลาเดินทางจากเมืองหลวงไปที่เมืองเฟิ้ง5วันบนกริฟฟิน. พอเขาไปถึงที่บ้านตระกูลเฟิ้งเขาก็รีบเอาดอกบัวหยกอมตะให้ท่านปู่ของเขาทันที.

 

“ท่านปู่ครับ ท่านคิดว่าอย่างไรครับ?”

 

พอท่านปู่เฟิ้งเห็นดอกบัวสีหยกด้านในกล่องที่ทำจากหยก ดวงตาของเขาก็ลุกโชน. แต่เขาก็พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ขณะที่ค่อยๆยกมันออกมา. เขาดมดอกบัวนั่นเบาๆแล้วกลิ่นหอมก็ทะลุผ่านจมูกเข้าไปถึงภายในเลย. ต่อมาเขาก็ค่อยๆเลียไปที่กลีบดอกกลีบหนึ่ง พยายามข่มใจไว้ไม่ให้กัดมันเข้าไปขณะที่ได้รสชาติหวานอ่อนๆ. เขามั่นใจแล้วว่าดอกบัวหยกนี่เป็นของจริง.

 

“หลานได้มันมาจากไหน?” ท่านปู่เฟิ้งถาม “หลานเอาอะไรไปแลก?”

 

“เพื่อนครับ. นางมอบมันให้ผมโดยแลกกับให้ความช่วยเหลือนาง ตอนที่ผมกลับไปถึงที่เมืองหลวงครับ” พอเขารู้แล้วว่านี่เป็นของจริง เฟิ้งโหลวก็ยิ่งรู้สึกทราบซึ้งมากๆที่มีเพื่อนดีๆแบบนี้. ขนาดเขาเองยังไม่กล้าเอาของล้ำค่าให้กับเพื่อนสนิทเลย ยิ่งคนแปลกหน้ายิ่งไม่ต้องพูดถึง.

 

ถ้าเขารู้ว่าชิยูมอบดอกบัวนี้ให้เขาโดยที่เธอไม่รู้คุณค่าของมันเลยล่ะก็ เขาคงไม่ซึ้งใจขนาดนี้.

 

ท่านปู่เฟิ้งพยักหน้า “ดอกบัวหยกอมตะนี่เป็นของสำคัญต่อตระกูลเฟิ้งเรามากๆ. ไปคัดลอกบัญชีของล้ำค่าทั้งหมดที่เรามีซะ พอถึงเมืองหลวงแล้วให้นางเลือกเลยว่าอยากได้อะไร.

 

“ครับผม” เฟิ้งโหลวเห็นด้วย.

 

พอชิยูออกไปจากบ้านพักของตระกูลเฟิ้งแล้ว เธอมองดูจำนวนเงินอันร่อยหรอในกระเป๋าเธอแล้วรีบไปเด็ดผลชาดจอแสในมิติมาขาย.

 

“จะว่าไปแล้ว ผลชาดจอแสนี่อยู่ระดับไหนหรอ?” ชิยูถามซันผัง.

 

“ระดับกลางสีเหลือง” ซันผังกล่าวจากนั้นก็พูดต่อ “ชั้นแนะนำว่าอย่าขายดีกว่านะ เก็บไว้ใช้กับตัวเธอเองดีกว่า”

 

“แต่ถ้าชั้นเอามันไปทำยาแล้วกินเอง สถานะการเงินของชั้นก็ไม่คืบหน้าสิ. ชั้นว่าเอามันไปขายเพื่อเอาตัวรอดดีกว่ากินมันเองจะดีกว่านะ”

 

“ก็จริงนั่นแหละ”

 

พอชิยูเด็ดผลชาดจอแสออกมาหมดแล้ว พอนับดูก็ได้ประมาณ100กว่าลูก. เธอเอาไปขายให้ร้านยาหลายๆร้านทีละน้อยๆ. พอมานั่งนับแล้วเธอขายไปได้ประมาณ5ล้านตำลึงเงิน.

 

ขณะเดินดูของที่ย่านการค้าอยู่นั่น เธอก็เห็นของเตะตาหลายๆอย่าง. แต่ของที่ทำให้เธอสนใจมากทื่สุดก็คือบัตรเชิญไปงานเลี้ยงที่วังหลวงอีกครึ่งเดือน.

 

“มีคนเอามันมาขายจริงๆด้วยเหรอเนี่ย…..” ชิยูจ้องไปที่บัตรเชิญ มันอัดอยู่ในกรอบไม้ราคาถูกๆเหมือนกับภาพวาดเลย.

 

แต่คนที่ขายบัตรนี่บอกว่าเขาไม่อยากได้เงิน เขาอยากได้ของซักชิ้นแทน. โดยเฉพาะยาที่หายากแบบเห็ดหลินจือน้ำแข็ง. มันจะไม่หายากอะไรขนาดนั้นหรอกถ้าเขาไม่อยากได้ที่มันมีอายุ500ปีด้วยอะนะ.

 

“เห็ดหลินจือน้ำแข็ง500ปีนี่เกือบจะระดับสีเหลืองเลยนะเป็นยาระดับสูงด้วย. หึๆ เจ้าหมอนี่รู้จักขายของจริงๆ” ซันผังกระซิบ. เขากลับร่างเป็นหัวไชเท้าเหมือนเดิมแล้วพยายามทำตัวนิ่งๆที่แขนของชิยู.

 

ชิยูสังเกตุชายที่ขายบัตรเชิญนี่. เขาอยู่ในวัยกลางคน ใส่เสื้อผ้าหลวมๆและสกปรกมากๆ. ที่ดวงตาของเขาก็มีเส้นเลือดขึ้นมา เสื้อผ้าเขาดูไม่ได้ซักมานานมาก.

 

“พ่อใหญ่, หาเรื่องให้บัตรมันแพงจริงๆนะ?” มีคนพูดขึ้นมา.

 

“ซื้อไม่ไหวก็ไม่ต้องซื้อเส่” เขาพูดเสียดสี.

 

ด้วยท่าทางโหดๆแบบนี้ คงที่พยายามจะมาต่อราคาด้วยคงโดนด่าแหง. แต่เอาจริงๆใครมันจะหาเห็ดหลินจือน้ำแข็ง500ปีมาแลกได้กัน.

 

“นายว่าจะมีคนมาแลกมั้ย?” ชิยูถามซันผัง.

 

“มีแต่พวกโง่เท่านั้นแหละที่จะโดนหลอกน่ะ”

 

ชิยู: “.....”

 

พอออกร้านนั่นไปชิยูก็เดินต่อ พยายามมองหาของใหม่ๆ. สุดท้ายเธอก็จ่ายไป2แสนกับหน้ากากหน้าคนแล้วก็ซื้อสมุนไพรที่มีคุณค่าทำยาถูกๆไปด้วย. เนื่องจากพวกสมุนไพรนี่ยิ่งอยู่นานยิ่งคุณภาพดี อันที่เธอซื้อมานั้นยังสดๆอยู่เลย.

 

ชิยูหอบของกลับโรงเตี๊ยมไป. พอเข้าห้องมาแล้วเธอก็วางซันผังลงแล้วเข้ามิติลับไป. เธอสังเกตุเห็นว่าพวกผักที่ปลูกไว้ในมิตินั้นโตเร็วมากๆ. เธอจึงใช้ประโยชน์นี้ปลูกสมุนไพรที่เพิ่งซื้อมาไว้รอบๆมุมซะเลย. ส่วนเห็ดหลิงจือน้ำแข็ง3ดอกที่ซื้อมานั้นเธอฝังมันลงที่ข้างๆบ่อน้ำพุแห่งชีวิตไว้.

 

ที่ด้านบนดอกของหลิงจือน้ำแข็งนั้นมีลายหนึ่งเส้นสีจ้าๆอยู่ มันจะมีเส้นเพิ่มขึ้นมาทุกๆ100ปี. ดังนั้นเห็ด500ปีก็จะมีเส้นอยู่5เส้น. ชิยูหวังว่าเจ้าเห็ดพวกนี้น่าจะมีเส้น

ครบ5เส้นก่อนงานเลี้ยงจะมาถึงนะ!

 

หลังจากทำสวนเสร็จแล้ว ชิยูก็ลุกขึ้นแล้วมองไปรอบๆมิติ. รอบๆนั้นดูเขียวชอุ่มไปหมด ไม่มีใบเหี่ยวเฉาเลยซักที่. ที่สำคัญกว่านั้นในนี้มันดูใหญ่ขึ้นรึป่าวนะ?

 

พอเธอออกมาจากมิติ เธอก็เห็นซันผังกำลังกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียบงดูสนุกสนานมาก. ตลอดเวลามานี่เขาไม่เคยพูดอะไรเลยเกี่ยวกับการที่เธอแว่บหายไปหายมาในอากาศเลย. ดูเหมือนว่าเขาจะเคารพความลับของเธอมากและไม่พยายามอยากรู้ด้วย. เพราะถ้ามีคนพยายามจะล้วงความลับคนอื่น ถ้าโดนจับได้ก็คงไม่ดีแน่.

 

“ซันผัง นายรู้เรื่องเกี่ยวกับสมาคมเทพอาหารมั้ย?” ชิยูอยากถามหมอนี่ด้วยเหมือนกัน. ข้อมูลที่เธอได้ฟังมาจากเฟิ้งโหลวมันคลุมเครือเกินไป. เนื่องจากเรื่องนี้มันเกี่ยวกับการทำอาหารด้วยเธอเลยอยากรู้.

 

“สมาคมเทพอาหารงั้นหรอ?” ซันผังกะพริบตา ในสายตาของเขามีความยกย่องอยู่ “เป็นสมาคมที่ยอดเยี่ยมนะ”

 

“หือ?”

 

“ว่ากันว่าคนที่เข้าสมาคมเทพอาหารได้นั้นต้องเป็นสุดยอดของสุดยอดเลยนะ” ซันผังลุกขึ้นนั่งตัวตรง. “ขนาดภพที่อยู่สูงๆน่ะ ยังยอมรับสมาคมเทพอาหารเลย. ถ้าเธอมีโอกาสล่ะก็น่าจะลองเข้าไปเป็นสมาชิกดูนะ”

 

ชิยูเริ่มสนใจเรื่องสมาคมเทพอาหารนี่มากขึ้นเรื่อยๆ. แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่วางใจ เพราะมีหลายๆกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าเป็น ‘สุดยอดของสุดยอด’ อยู่ เจ้าหัวไชเท้านี่ก็ติดแหงกอยู่ในภูเขานั้นมาตั้งหลายปี เขาจะรู้เรื่องเกี่ยวกับมนุษย์ได้ยังไง?

 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ชิยูก็หมั่นไปดูเห็ดหลิงจือน้ำแข็งของเธอทุกๆวัน. พอไม่มีอย่างอื่นให้ทำเธอก็ไปซื้อของอีก. ครั้งนี้เธอไปที่ร้านเสื้อผ้า ไปดูชุดฮั่นฝูสวยๆเหมือนที่คนจีนโบราณใส่กันตามที่เธอเห็นในทีวี.

 

นอกจากจะดูประณีตมากๆแล้ว เนื้อผ้ายังดูแพงและคุณภาพดีๆทั้งนั้น บางชุดก็มีอัญมณีฝังอยู่ทำให้ชุดดูระยิบระยับขึ้นด้วย.  แล้วเธอก็เจอเสื้อตัวนึงที่มีลายที่เรียกว่า ‘ดั่งสุริยะย้อมสีเมฆที่ลอยอยู่’.

 

ด้วยความที่เป็นผู้หญิง ชิยูก็ต้องชอบทำตัวให้สวยเป็นธรรมดา. เธอรักชุดฮั่นฝูมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว แต่ถ้าจะใส่มันไว้ตลอดทุกวันคงจะไม่สะดวกเท่าไหร่. แถมรูปร่างเธอก็ใส่ไม่ได้ด้วย. แต่ตอนนี้เธอมีทั้งเงินทั้งรูปร่างที่ใส่ได้แล้ว จะลังเลทำไมเล่า?

 

เธอเลยซื้อทุกตัวที่เข้าตาเธอ แล้วพวกมันก็จะถูกจัดส่งไปให้ที่โรงเตี๊ยม. ตอนนี้เธอมีเสื้อผ้าสวยๆแล้ว เธอก็ต้องหาเครื่องประดับสวยๆให้เข้ากันด้วย.

 

ผู้หญิงที่ไหนจะทนเสียงเรียกของเหล่าเครื่องประดับได้เล่า? ทั้งแหวน, สร้อย, กำไล, ปิ่นแล้วก็หวี ทุกสีทุกลายเลย. ชิยูซื้อทุกอย่างที่เตะตาอย่างบ้าคลั่งมากๆ. พอเธอออกร้านเครื่องประดับมา เธอก็ช้อคกับจำนวนตัวเลขเงินที่ปลิวหายไปเหมือนกับสายลม. แต่พอนึกถึงพวกเครื่องประดับที่เธอเก็บไว้ในมิติแล้ว เธอก็รู้สึกพอใจมากๆ.

 

ตั้งแต่มาที่นี่ชิยูรู้สึกคิดถึงหลายๆอย่างมากๆ.

 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วมากๆ โดยเฉพาะเวลาที่คนกำลังมีความสุขกับการซื้อของต่างๆ. 7-8วันผ่านไปราวโกหก เห็ดหลิงจือน้ำแข็งดอกหนึ่งของเธอมีลายเส้นที่5ออกมาแล้ว.

 

ในวันนั้นชิยูก็ย้ายออกจากโรงเตี๊ยมไป. แล้วไปพักที่โรงเตี๊ยมแห่งใหม่พร้อมใส่หน้ากากคนกับชุดใหม่ของเธอ. พอใส่หน้ากากพร้อมกับชุดใหม่แบบนี้คงไม่มีใครจำเธอได้แน่นอน เธอรีบไปที่ตลาดที่เคยไปมาเมื่อสัปดาห์ก่อนเพื่อไปที่แผงลอยนั่น.

 

ตรงนั้นเองมีชายวัยกลางคนดูท่าทางไม่สะอาดนั่งขายบัตรเชิญอยู่ เขาดูไม่สบอารมณ์มากกว่าเดิมอีก แต่พอดูดีๆแล้ว คิ้วที่ขมวดอยู่นั่นดูเครียดมากกว่าไม่สบอารมณ์.

 

ชิยูกล่าว “ชั้นอยากได้บัตรเชิญนั่นค่ะ!”

จากผู้แปล: ตอนนี้เหมือนต้นฉบับเอากูเกิ้ลแปลเลยครับ งงมากกกกกกกกกกกก

จบบทที่ ตอนที่ 37.3 - เนื้อพันมัตสุทาเกะ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว