เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 34: เห็ดมัตสุทาเกะย่างเตาถ่าน (3)

ตอนที่ 34: เห็ดมัตสุทาเกะย่างเตาถ่าน (3)

ตอนที่ 34: เห็ดมัตสุทาเกะย่างเตาถ่าน (3)


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

“นี่นายเลือกปกป้องคนนอกมากกว่าเพื่อนของตัวเองงั้นเหรอ? เฟิ้งโหลว นายคิดอะไรอยู่?” เหมิงลี่พูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป จู่ๆเธอก็ผุดคิดขึ้นมา “นาย, อย่าบอกนะว่านาย...นาย…”

 

“นี่เธอจะกล่าวหาอะไรชั้นงั้นเหรอ?” เฟิ้งโหลวแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ความรู้สึกเจ็บปวดผุดขึ้นมาในดวงตาของเขา “ที่ชั้นทำให้เธอมาตลอดนี่ เธอไม่เห็นบ้างเลยหรอ? ชั้นไม่เคยลำเอียงเข้าข้างชิยูเลย คนที่มีอคติน่ะเป็นพวกเธอทุกคนต่างหาก. ชั้นก็แค่พูดความจริงเฉยๆ”

 

“แล้วทำไมถึงต้องไปคุยกระหนุงกระหนิงกับมันด้วย?” เหมิงลี่กดดันต่อ.

 

“เธอจะบอกว่าชั้นคุยกับเพื่อนเลยไม่ได้หรอ?”

 

“เพื่อนหรอ?” เหมิงลี่รู้สึกใจหวิวขึ้นมาจนอดพูดไม่ไหว “เร็วเนอะ พวกนายนี่เป็นเพื่อนกันเร็วเนอะ. อีกนานมั๊ยล่ะกว่านางจะมาแทนที่ชั้นน่ะ?”

 

“เธอ! ชั้นก็พูดแต่ความจริงทั้งนั้นแต่เธอยังไม่ยอมเชื่อชั้นอีกหรอ!” เฟิ้งโหลวอยากจะอธิบายเพิ่ม แต่พอเห็นสายตาระแวงของเหมิงลี่ที่ไม่เชื่อใจเขาแม้แต่นิดเดียวเลย เขาจึงไม่พูดอะไรไป.

 

ถูกคนที่รักไม่เชื่อใจแบบนี้.

 

เหอะ.

 

ความโกรธในใจเขาแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะเย้ย “ถ้ามันมาถึงขนาดนี้งั้นเราสองคนก็ห่างกันซักพักเถอะ!”

 

“ห่างกันเหรอ? นายอยากให้ชั้นยืนดูนายสองคนจู๋จี๋กันงั้นหรอ? ชั้นว่าเลิกกันไปเลยดีกว่า” เหมิงลี่พูดด้วยความโมโห.

 

“ว่าอะไรนะ?” เฟิ้งโหลวมองเธอราวกับเขาได้ยินอะไรผิดไป.

 

พอเห็นท่าทางของเขาแล้ว นางก็รู้ว่าเขายังมีความรู้สึกดีๆให้อยู่จึงรู้สึกดีใจขึ้นมาแต่เธอก็พูดต่อ “ชั้นบอกว่า เลิกกันเถอะ”

 

แต่มันตรงข้ามกับสิ่งที่เธอคิดไว้ หน้าของเขาไม่ตะลึงเลยแม้แต่น้อย. ไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ ไม่อ่อนหวานเลย. เขาเงียบไปนานมากจนพูดออกมาว่า “ก็ดี”

 

แค่พูดคำนั้นคำเดียวแล้วเขาก็หันหลังให้แล้วจากไปโดยไม่หันกลับมามองเลย.

 

เหมิงลี่อึ้งไปเลย เธอแค่อยากขู่เขานิดหน่อยเท่านั้นเพราะหวังจะให้เขาเอาใจเหมือนเดิม. ทำไมเขา……

 

หลังจากกัดปากอยู่พักหนึ่ง เธอก็หันกลับแล้วเดินไปคนละทาง.

 

ไม่ว่ายังไงก็ตาม เธอจะไม่ยอมเด็ดขาด!

 

ชิยูได้ยินที่พวกเขาพูดทั้งหมดเลย เธอไม่นึกว่าเธอจะเป็นต้นเหตุให้พวกเขาทะเลาะกันแบบนี้ แย่จริงๆ. แต่เอาจริงๆตั้งแต่เธอมาอยู่กับคนพวกนี้ เธอก็แทบจะไม่ได้คุยกับเฟิ้งโหลวเลย. วันนี้เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้คุยกันนานแบบนั้น แปลว่าเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเธอสิ จริงมั้ย?

 

พอคิดอยู่พักนึง ชิยูก็ตัดสินใจแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไรซะ. เธอจะไปตามหาเฟิ้งโหลวแล้วทิ้งจุดนัดพบเอาไว้แล้วค่อยไปจากกลุ่มดราม่าบ้านี่. พวกเขาไปเจอกันที่เมืองหลวงทีหลังก็ได้.

 

แต่พอเจอตัวเฟิ้งโหลวแล้ว เขาก็กำลังเตรียมตัวจะไปโรงเตี๊ยม.

 

“ไปดื่มกับชั้นหน่อย!” เขาชวน.

 

ชิยูชี้ตัวเอง “ไม่ดีมั้ง ถ้าเกิดหัวใจอีกครึ่งดวงนายเข้าใจผิดล่ะ?”

 

“นางไม่ใช่หัวใจชั้นอีกต่อไปแล้ว” เฟิ้งโหลวพูดด้วยเสียงแผ่วๆ เขาพยายามคุมอารมณ์ตัวเองอยู่.

 

“ก็ได้ๆ ดื่มก็ดื่ม หึ่ย” ชิยูไม่อยากห้ามเขาแล้ว.

 

ทั้งสองคนพากันไปที่โรงเตี๊ยมเล็กๆแห่งหนึ่ง พอได้โต๊ะแล้วก็พากันนั่งลง. เฟิ้งโหลวสั่งเหล้ามากรมนึงเห็นจะได้ ขณะที่ชิยูสั่งแค่เตาถ่านเท่านั้น.

 

ขณะที่เฟิ้งโหลวกำลังดื่มด่ำกับความเศร้าของตัวเองอยู่ ชิยูก็ค่อยๆย่างเห็ดมัตสุทาเกะกินเองอย่างช้าๆ. เห็ดนี่ดูอวบอ้วนและมีขนาดใหญ่เหมือนเห็ดนางรมหลวงเลย. พวกมันจะอร่อยที่สุดถ้าหั่นแล้วเอาไปทาน้ำมันและปิ้งบนตะแกรง. แค่โรยเกลือนิดหน่อยก็พอแล้ว. นี่คือประสบการณ์ตอนที่เธอได้กินมันครั้งแรก. มันเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะได้ลิ้มรสชาติความอร่อยของตัวเห็ด.

 

ผ่านไปครู่เดียว กลิ่นหอมก็เริ่มคลุ้งไปทั่วร้าน.

 

เห็ดมัตสุทาเกะนั้นมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนผักอื่นๆ. กลิ่นนี้จะบอกว่าแปลกก็ได้. คนส่วนใหญ่จะคิดว่ากลิ่นมันแปลกๆตอนแรก แต่พอได้กินเข้าไปแล้วก็จะหยุดไม่ได้เลยล่ะ.

 

พอย่างเสร็จแล้ว ชิยูก็มานั่งแทะอย่างเอร็ดอร่อยพร้อมกับเหล้าหวานจอกเล็กๆ. เธอหยิบเห็ดย่างขึ้นมาแล้วพูด “ชั้นรู้นะว่านายยังมีความรู้สึกให้เธออยู่ ขอโทษก่อนจะไม่ดีกว่าหรอ? ไม่งั้นคนที่ทรมาณจะเป็นนายซะเองนะ”

 

คู่รักทะเลาะกันแบบนี้แก้ง่ายมากๆ ขอแค่มีใครซักคนยอม ทุกอย่างก็ดีขึ้นแล้ว. ยิ่งไปกว่านั้นเธอมองออกว่าเฟิ้งโหลวนั้นรักยัยเด็กเหมิงลี่นั่นมากๆ.

 

“ไม่! ชั้นเป็นฝ่ายขอโทษมาตลอดเลย. ไม่ว่าใครจะผิดก็ตาม ชั้นก็ยอมเธอมาตลอด. แต่ครั้งนี้ชั้นอยากให้เธอเอ่ยปากขอโทษบ้างซักครั้ง” หน้าของเฟิ้งโหลวแดงขึ้นเพราะแอลกอฮอล. แต่เขาก็ยังคุมสติได้อยู่ถึงแม้น้ำตาของเขาเริ่มคลอเบ้าแล้วก็ตาม ชิยูยังมองออกอีกว่าเขายังระวังตัวเองได้อยู่. มารยาทเขาก็ดีด้วย.

 

ชิยูพยักหน้า “เธอน่าจะมีความรู้สึกเหลืออยู่นั่นแหละ ชั้นว่าอีกไม่นานก็เคลียกันได้”

 

จากนั้นเฟิ้งโหลวก็หัวเราะออกมา “ชั้นอุตส่าห์ตั้งใจไว้แล้วว่าจะพาเธอไปพบพ่อแม่. ที่ออกเดินทางมาที่ภูเขาสัตว์ปราณนี้ก็เพื่อหาดอกบัวหยกอมตะ ถ้าชั้นบอกพ่อแม่ว่าเธอเป็นคนเจอล่ะก็ ต่อให้ฐานะต่างกันพ่อแม่ชั้นก็ไม่ห้ามเรื่องแต่งแน่นอน”

 

ชิยูเข้าใจขึ้นมาทันที. ที่มาตามหาดอกบัวหยกอมตะกันนี่เพราะเพื่อเหมิงลี่ล้วนๆสินะ.

 

“ฮ่า งั้นก็ขอให้โชคดีนะ” ชิยูชนแก้วกับเขา “จริงๆแล้วชั้นตัดสินใจว่าจะไปก่อนน่ะ นายบอกสถานที่ที่ชั้นจะหานายเจอมาสิ. พอได้ของแล้วจะไปหา”

 

“เธอจะไปแล้วเหรอ? ได้ไง!” เฟิ้งโหลวไม่อยากเชื่อเลย “ผู้หญิงตัวคนเดียวเดินทางคนเดียวมันอันตรายเกินไปนะ. ชั้นรู้ว่าคนอื่นๆทำให้เธอลำบากใจแต่เดินทางเป็นกลุ่มก็น่าจะปลอดภัยกว่านะ. อีกอย่างแผลของหลิวยี่ก็ใกล้จะหายสนิทแล้วด้วย. พอถึงตอนนั้นเราก็จะได้เดินทางเร็วขึ้นอีกแล้วก็ไปถึงเมืองหลวงได้ในสองสามวันแน่”

 

พอได้ยินคำพูดของเฟิ้งโหลว ชิยูก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมา. กะแล้ว ความอ่อนโยนของหมอนี่อันตรายจริงๆ! เธอคิดอยู่พักนึง ถ้าแค่ทนอีกซักหน่อยก็พอแล้วใช่มั้ยล่ะ?

 

สุดท้ายเธอก็พยักหน้าตกลงไป.

วันต่อมา ทุกๆคนก็เก็บของพร้อมจะเดินทางต่อแล้ว. ชิยูเองก็เดินลงมาจากห้องพักด้านบนและคอยระวังพวกคนที่อยู่ตรงห้องรับรอง. เฟิ้งโหลวกับเหมิงลี่ยืนอยู่ห่างกันมาก สงสัยยังไม่ดีกัน.

 

“เหลือแค่น้องหยินกับเฟ้ยเหย่. พอพวกเขาลงมาก็ไปกันได้!” เฟิ้งโหลวพูดกับชิยู.

ชิยูพยักหน้าแล้วไม่พูดอะไรต่อ. เธอรู้สึกว่าร่างกายตัวเองสั่นและเครียดมากไปพักหลังๆนี้ เหมือนกับกินกาแฟหลายๆแก้วพร้อมกัน. เธออยากจะรีบไปให้ถึงเมืองหลวงแล้วไปหาหมอซะ. แต่ความเครียดนี้ก็ไม่ได้ทำให้การพัฒนาพลังปราณของเธอชะงัก เธอสงสัยว่าไปกินยาอะไรผิดๆมารึป่าว หรือโดนพิษเข้า.

 

ขณะที่พวกเขารออยู่ ทั้งสองคนที่เหลือก็ลงมา. แต่ทว่าโม่หยินนั้นดูแปลกไป.

 

ทุกๆคนตะลึงกันหมด เธอมองมาทางหลิวยี่ที่กำลังมองเธอด้วยความตื้นตันอยู่.

 

“นี่เธอคือน้องหยินเหรอ?” เขาพูดด้วยความสงสัย.

 

ชิยูมองโม่หยินดีๆอีกครั้งแล้วก็เข้าใจว่าทำไมเขาถึงตื้นตันขนาดนั้น. โม่หยินที่วิ่งไปมาในชุดผู้ชายราวกับสัตว์ป่ากลับแต่งตัวเป็นผู้หญิงดีๆวันนี้. เธอต้องยอมรับเลยว่าชุดสีฟ้านั้นเหมาะกับเธอมากๆและผมเธอที่ม้วนเป็นเกล้าไว้ตอนนี้ก็สยายลงมาแตะบ่าแล้ว. ใบหน้าเล็กๆนั่นก็โดดเด่นขึ้นเพราะเครื่องสำอางจนเธอดูเหมือนหญิงขี้อายเลยทีเดียว.

 

ไม่แปลกใจว่าทำไมหลิวยี่ถึงตกใจนัก.

**ตอนหน้าก็สุดอีกเช่นเคย**

จบบทที่ ตอนที่ 34: เห็ดมัตสุทาเกะย่างเตาถ่าน (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว