เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 33: เห็ดมัตสุทาเกะย่างเตาถ่าน (2) ฟรี

ตอนที่ 33: เห็ดมัตสุทาเกะย่างเตาถ่าน (2) ฟรี

ตอนที่ 33: เห็ดมัตสุทาเกะย่างเตาถ่าน (2) ฟรี


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

สีหน้าของชิยูดุขึ้น เธอแซะไปว่า “เธอกำลังจะบอกว่าชั้นเป็นขอทานงั้นเหรอ?”

 

“ชั้นปล่าวนะ” โม่หยินยักไหล่พร้อมกับทำสายตาประชดชัดมาก “ใครอยากรับก็รับสิ”

 

ชิยูยกถ้วยชาขึ้นมาสาดใส่หน้าเธอ “ปากเธอนี่เหม็นนะ ล้างบ้างก็ดี”

 

การกระทำของเธอทำให้คนรอบๆตะลึง ไม่มีใครคิดเลยว่าเธอจะกล้าแบบนั้น.

 

“ว๊าย-!” แต่แค่แปปเดียวโมหยินก็ได้สติกลับมา. เธอเช็ดชาออกจากหน้าแล้วหยิบดาบพุ่งไปทางชิยูแล้วตะโกน “อีชั้นต่ำนี่! ชั้นจะฆ่าแก!”

 

ศัตรูของเธอมีพลังอยู่ที่ระดับพื้นฐานที่8 ถ้าชิยูสู้กับเธอจริงๆเธอจะเป็นฝ่ายแย่ซะเอง. ทุกๆคนไม่ได้เหมือนกับเจ้าหลินฟ่านที่ข้ามระดับได้และชนะศัตรูแกร่งๆมันทุกรอบซะหน่อย. เธอเคลื่อนตัวไปใกล้ๆหน้าต่างที่เปิดอยู่ ถ้าเห็นท่าไม่ดีแล้วล่ะก็เธอจะหนีขึ้นเจ้าสัตว์เมฆไป.

 

ระดับจะยังไงก็ช่าง ถ้าศัตรูบินไม่ได้ล่ะก็ เธอก็รอดแน่นอน. ถ้าเธออยากจะไปจริงๆคนพวกนี้ห้ามเธอไม่ได้หรอก.

 

“พอซักที!” ทันใดนั้นเฟิ้งโหลวก็ออกตัวแล้วปัดดาบทิ้งจากมือของโม่หยินไป “เธอทำเกินไปแล้ว”

 

“ชั้นทำเกินไปงั้นเหรอ?!” เสียงของโมหยินสูงจนแทบจะกรี๊ดออกมาอยู่แล้ว “นายไม่เห็นเหรอว่ามันสาดชาใส่หน้าชั้นน่ะ? นายกล้ามาด่าชั้นแทนคนนอกได้ยังไง! เฟิ้งโหลว, นี่นายแอบชู้กับยัยสารเลวนั่นเหรอ!”

 

ใบหน้าของเฟิ้งโหลวจริงจังขึ้น “โม่หยิน ถ้าเธอกล้าพูดอะไรแบบนั้นอีก ชั้นไม่รับประกันนะว่าจะไม่ทำร้ายผู้หญิง!”

 

โมหยินชะงักไปและไม่กล้าพูดอะไรต่อ.

 

เธอรู้ว่าเฟิ้งโหลวโกรธจริงๆ. คนอื่นๆที่ไม่กล้าแหยมกับเฟิ้งโหลวจึงดึงเธอกลับแล้วบอก “เฟิ้งโหลวนายก็รู้นี่นาว่าน้องหยินน่ะเป็นคนตรงๆ อย่าโกรธเลยนะ”

 

หลิวยี่เองก็พูดขึ้นมา “น้องหยินน่ะเป็นคนตรงๆแต่ไหนแต่ไรแล้วแต่รอบนี้ เธอก็ผิดจริงๆนะน้องหยิน เธอ…”

 

เขายังพูดไม่จบเลยโม่หยินก็พุ่งเข้ามาหาด้วยตาแดงก่ำ “นี่นายก็คิดว่าชั้นผิดเหรอ! ชั้นเกลียดนาย!” พอพูดเสร็จเธอก็วิ่งออกไป.

 

พอโม่หยินออกไปแล้ว คนอื่นๆก็พากันมองหน้ากันแล้วรีบตามไป. คนที่เหลืออยู่ก็มีแค่เฟิ้งโหลวที่หน้าตาดุมากๆ, หลิวยี่ที่กำลังเอ๋อๆกับชิยูที่เตรียมพร้อมจะหนีตั้งแต่แรกแล้ว.

 

แต่ในเมื่อเรื่องมันออกมาเป็นอย่างงี้ เธอก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องไปแล้ว. เธอค่อยๆกลับไปนั่งที่เดิมแล้วกินต่อ.

 

“ชั้นจะไปดูเธอหน่อยแล้วกัน” แล้วหลิวยี่ก็ออกไป.

 

ชิยูมองเขาเดินออกไปแล้วคุยกับเฟิ้งโหลว “แผลเขายังไม่หายสนิทนะ. อีกอย่างชั้นสงสัยมานานแล้ว ถ้าเขามีความรู้สึกดีๆให้กับโม่หยินแล้วทำไมไม่คบกันซักที?” การที่โม่หยินมองแรงแบบนั้นทั้งวันมันไม่สนุกหรอก ถ้าพวกเขาจะเล่นเกมกันจริงๆ อิจฉากันนิดหน่อยก็พอทนได้อยู่หรอก แต่มาทำอย่างงี้ปวดหัวสุดๆ.

 

เฟิ้งโหลวไม่นึกว่าชิยูจะมองหลิวยี่กับโม่หยินออกหมดแบบนั้น. เขาจึงถอนหายใจออกมาแล้วกล่าวขอโทษ “ขอโทษเธอด้วยจริงๆนะ แต่ก่อนพวกเขาไม่ได้เป็นแบบนี้หรอก”

 

“ไม่ต้องขอโทษหรอก ชั้นน่าจะขอบคุณนายมากกว่าที่พยายามอยู่ข้างชั้นตลอดที่ผ่านมา” ชิยูกล่าว. แต่เนื่องจากเธอไม่อยากจะยุ่งกับเรื่องนี้อีกแล้วจึงเปลี่ยนเรื่องคุย “ชั้นมั่นใจว่าพวกนายน่ะมาที่ภูเขาสัตว์ปราณไม่ใช่แค่จะมาหาประสบการณ์หรอกใช่มั้ย?”

 

กลุ่มนี้ทุกคนนั้นมีระดับพลังพื้นฐานอยู่ประมาณระดับที่ 9 โดยที่เฟิ้งโหลวเป็นคนที่แกร่งที่สุดอยู่ระดับฝึกหัดที่1. ถ้าพวกเขาอยากมาหาประสบการณ์จริงๆ พวกเขาคงเอาอาวุธมาเยอะกว่านี้และส่งออร่าน่ากลัวมากกว่านี้. แต่เธอรู้สึกว่ากลุ่มเด็กวัยรุ่นพวกนี้สนใจมาเที่ยวสนุกกันซะมากกว่า.

 

“พวกเขาแค่มาหาของกับชั้นน่ะ” เฟิ้งโหลวพยักหน้า “ที่ภูเขาสัตว์ปราณมีสมุนไพรกับพืชที่มีสรรพคุณทางยาอยู่เยอะและมีอย่างนึงที่หาได้ในเฉพาะที่นั่น. ชั้นกำลังตามหาสมุนไพรพิเศษอันนึงอยู่น่ะ”

 

“อะไรเหรอ?” ชิยูเริ่มสนใจในบทสนทนานี้.

 

“ดอกบัวหยกอมตะน่ะ”

 

“....” บังเอิญไปป้ะเนี่ย?

 

ชิยูวางตะเกียบลงแล้วพูด “ของนั่นดูท่าทางจะมีค่านะ แทนที่จะมาเสี่ยงหาในภูเขาอันตรายแบบนั้น ทำไมไม่หาซื้อเอาล่ะ?”

 

“ก็ถ้าเงินมันแก้ปัญหาได้ง่ายแบบนั้นอ่ะนะ” เฟิ้งโหลวยิ้มเจื่อนๆ “ดอกบัวหยกอมตะน่ะมันแตกต่างจากพืชอื่นๆ มันขึ้นได้เฉพาะในน้ำเท่านั้น จะเป็นน้ำแบบไหนก็ได้ ไม่ว่าจะน้ำนิ่งหรือน้ำไหลก็ได้หมด. มันอาจจะเกิดอยู่ในใจกลางบึงใหญ่ๆไม่ก็หนองเล็กๆก็ได้ ถ้าไม่มีโชคก็คงจะไม่มีวันหามันเจอหรอก”

 

ชิยูพยักหน้า สงสัยว่าโชคเธอคงจะดีมากๆ.

 

“นายรีบใช้มันรึป่าว?” ชิยูเอียงหัว “ชั้นอาจจะมีเพื่อนที่มีมันอยู่”

 

“จริงเหรอ?” ตาของเฟิ้งโหลวเต็มไปด้วยความหวัง.

 

“อืม มันดูคล้ายๆดอกบัวแต่กลีบเป็นสีหยกใช่ไหมล่ะแล้วก็มีกลิ่นหอมหวานที่แรงมากๆ?”

 

“ใช่!” เฟิ้งโหลวลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้นทันที “เพื่อนเธอจะยอมแบ่งให้ชั้นได้มั้ย? ตระกูลเฟิ้งของเราจะยอมจ่ายให้ทุกอย่างเลย”

 

พอเห็นเขาเป็นแบบนั้นแล้ว ชิยูก็เข้าใจทันทีว่ามันคงสำคัญต่อเขามาก เพียงแต่เธอยังไม่รู้ว่าดอกบัวหยกอมตะนี้เอาไว้ทำอะไร.

“งั้นก็ได้ พอเราไปถึงเมืองหลวงแล้วชั้นจะลองไปตามหาเขาดู”

 

“ขอบคุณมากๆ” นี่เป็นสิ่งที่เฟิ้งโหลวคาดไม่ถึงจริงๆ เพราะตอนแรกเขาออกมาหาดอกบัวหยกอมตะแบบไม่ได้หวังอะไรมากอยู่แล้ว.

 

ขณะที่ทั้งสองคนคุยกันอยู่ เหมิงลี่ก็แอบมองจากริมประตู หน้าตาน่ารักของเธอเต็มไปด้วยความโกรธแค้น.

 

ในอีกมุมนึงนั้น เฟ้ยเหย่ก็เล่นใหญ่ชี้หน้าหลิวยี่ว่า “แกนี่มันน่ารังเกียจจริงๆนะ เห็นสาวดีกว่าเพื่อน. นายรู้จักโม่หยินมาตั้งนานแต่กลับมองดูเธอถูกคนอื่นรังแกนี่นะ”

 

หลิวยี่ไม่พอใจ “แล้วมันเกี่ยวอะไรกันวะ? ชิยูเป็นคนช่วยชีวิตชั้นนะแล้วตอนพวกนายรุมแกล้งเธอชั้นก็ไม่ได้พูดอะไรเลยด้วย. วันนี้โม่หยินเป็นคนทำร้ายเธอด้วยคำพูดก่อน. ถึงชิยูจะทำเกินไปเรื่องชาบ้าง แต่นายคิดเหรอว่ามันจะหายกันกับที่โม่หยินทำมาทั้งหมดน่ะ?”

 

“อ๋อนี่สรุปนายหลงเสน่ห์ยัยปีศาจจิ้งจอกนั่นแล้วสินะ?” เฟ้ยเหย่ฉุนขึ้นมา.

 

“ปีศาจจิ้งจอกอะไรของแก ชั้นบอกไว้เลยนะ นางเป็นของชั้น ดังนั้นจะขอบคุณมากถ้าพวกนายไม่ยุ่งกับเธอ”

 

ทั้งสองเถียงกันจนดังไปถึงหูของโม่หยิน.

 

“สรุปนายรักเธอเข้าแล้วใช่มั้ย?”

 

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ!”

 

…..

 

ขณะที่ชิยูกินข้าวเย็นเสร็จและกำลังจะเข้านอนแล้ว เธอก็ได้ยินเสียงคนพวกนั้นว่าเธอ.

 

ยิ่งพวกนั้นทุกข์มากเท่าไหร่ เธอก็ยินดีมากเท่านั้น!

 

บ่ายวันต่อมาชิยูลงไปที่เมืองเพื่อหาซื้อของ, ฤดูใบไม้ผลิมาถึงแล้วและมีผักขายอยู่เยอะมากๆ. ผักที่ขายดีที่สุดตอนนี้ก็น่าจะเป็นเห็ดมัตสุทาเกะ.

 

เจ้ามัตสุทาเกะนี้เป็นเห็ดประเภทหนึ่งที่โตใกล้ๆกับต้นเกี๊ยะ. เป็นของขึ้นชื่อของเมืองเชินเจิ้น. พอหิมะละลายแล้วดินด้านล่างก็จะนุ่มขึ้น เจ้าเห็ดมัตสุทาเกะนี่ก็โตขึ้นแบบข้ามคืนทันที. พอพระอาทิตย์เริ่มฉายแสงออกมา เจ้าเห็ดมัตสุทาเกะนี่ก็จะหายวับไปเลย.

 

ชิยูซื้อมาประมาณ45โลได้แล้วโยนเข้ามิติไป เอาไว้ค่อยๆกินทีหลัง.

 

พอเธอกลับมาที่โรงเตี๊ยมคืนนั้น เธอก็เตรียมตัวไปจากกลุ่มวัยรุ่นพวกนี้. เธอมาเข้ากลุ่มนี้เพราะอยากหาเพื่อนและเปลี่ยนบรรยากาศให้ครื้นเครงบ้าง. แต่ดันเป็นกลุ่มที่มีแต่ดราม่าและพาลใส่กันตลอด สมองผู้ใหญ่ของเธอทนไม่ไหวอีกแล้ว.

 

ขณะที่เธอกำลังเก็บของอยู่นั้น เธอก็ดันไปเห็นเฟิ้งโหลวมีปากเสียงกับสาวของเขาอยู่ แต่ดูเหมือนว่าจะมีปากเสียงกันรุนแรงมาก…..

จบบทที่ ตอนที่ 33: เห็ดมัตสุทาเกะย่างเตาถ่าน (2) ฟรี

คัดลอกลิงก์แล้ว