เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 18: เต้าหู้เหม็น (3)

ตอนที่ 18: เต้าหู้เหม็น (3)

ตอนที่ 18: เต้าหู้เหม็น (3)


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

พอถึงวันเปิดร้านเสี่ยวฉีกับเล่าเอ๋อก็กลับมาจากการฝึกที่สำนักตระกูลหลิน. พวกเขาอาจจะฝึกได้แค่ไม่กี่วันแต่ออร่าก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว. เสี่ยวฉีดูร่าเริงและสดใสมากขึ้น ส่วนเล่าเอ๋อนั้นดูน่าสงสารและไม่มีแรงมากๆ.

 

การฝึกวรยุทธของสำนักหลินนั้นโหดต่อร่างกายมากๆ. เล่าเอ๋อเป็นแค่เด็กอายุ12-13ปีที่ไม่มีพลังปราณใดๆเลย. การฝึกนั้นจึงเปรียบเสมือนนรกสำหรับเค้าเลย.

 

ชิยูกำลังรอดูว่าเล่าเอ๋อจะยอมแพ้มั้ย.

 

เพราะสิ่งที่น่าอนาถที่สุดไม่ใช่ความเจ็บปวดที่ร่างกายได้รับจากการฝึก แต่เป็นการที่ได้รับรู้ว่าต่อให้ฝึกหนักแค่ไหนก็ไม่มีผลกับพลังปราณเลย.

 

แต่เล่าเอ๋อก็ไม่เคยบ่นเรื่องการฝึกโหดๆหรืออยากจะยอมแพ้เลย.

 

พอเห็นแบบนั้นชิยูจึงเลือกที่จะไม่พูดอะไรและคอยให้กำลังเล่าเอ๋อเท่าที่จะทำได้ บางทีเธอน่าจะหาเมล็ดอัคคีอีกซักเมล็ดให้เล่าเอ๋อก็ดี.

 

ชิยูหันไปสนใจร้านแทน. ร้านนี้เพิ่งเปิดหมาดๆและเธอก็ต้องรีบหาจุดขายให้ได้ด้วย. จะทำอาหารแบบไหนให้ดึงดูดลูกค้าดีนะ?

 

กลิ่นของไวน์ไม่หวั่นไหวกับความไกลของถนนหรอก. ถ้าสามารถเพิ่มกลิ่นของไวน์ได้ ก็สามารถทำให้ทั้งเมืองมีแต่กลิ่นไวน์ฟุ้งไปทั่วได้. อาหารเองก็เช่นกัน. (ประโยคนี้อาจจะเป็นสำนวนครับผมนึกของไทยไม่ออกเลยแปรตรงๆเลยละกัน)

 

ชิยูคิดหาอาหารที่มีกลิ่นหอมๆได้นิดหน่อย. ถ้าอาหารเธอมีกลิ่นหอม คู่แข่งเธอก็คงจะทำได้เหมือนกัน. มันยังไม่เด่นพอ.

 

ถ้าอาหารหอมๆมันธรรมดาไปงั้นเปลี่ยนเป็นกลิ่นเหม็นๆเป็นไง.

 

อาหารกลิ่นเหม็นๆมีตั้งหลายอย่าง แต่ที่ทำง่ายที่สุดก็มีแต่เต้าหู้เหม็นล่ะนะ. ต้นทุนต่ำด้วย. คงจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับร้านนี้แน่ๆ.

หลังจากเตรียมการอยู่วันสองวัน ร้านอาหาร “กลิ่นหอมจากสวรรค์” ก็เปิดทำการ. ชิยูไม่อยากหางานเพิ่มที่โต๊ะแขกจึงวานให้คุณตากับน้องๆของเธอช่วยเสิร์ฟลูกค้า. ส่วนเธอก็ไปง่วนอยู่ในครัวเตรียมอาหารใหม่, เต้าหู้เหม็นนั่นเอง.

 

เสี่ยวฉีบีบจมูกตอนที่วางเต้าหู้ไว้บนโต๊ะ. สายตาเธอดูขยะแขยงมันแล้วเธอก็ถามว่า “อันนี้กินได้จริงๆหรอคะ?”

 

ชิยูเองก็บีบจมูกเหมือนกัน “พี่รับรองเลยว่ามันจะอร่อยจนหนูเลียจานด้วยเลย” จากนั้นเธอก็บอกให้เสี่ยววูดูเธอทำอาหาร เขาจะได้จำไว้.

 

ชิยูสังเกตุเห็นว่าเสี่ยววูนั้นชอบกินมากๆ. เขามีพรสวรรค์ด้านการทำอาหารด้วย เธอจึงเต็มใจที่จะสอนวิชาทำอาหารให้เสี่ยววู.

 

“อื้อ” ้เสี่ยววูพยักหน้า.

 

น้ำมันในกระทะเริ่มร้อนขึ้นมาแล้ว ชิยูจึงหั่นเต้าหู้เป็นชิ้นเล็กๆแล้วหย่อนลงกระทะไป. ทันทีที่เต้าหู้แตะน้ำมัน น้ำมันก็เริ่มมีฟองปุดขึ้นมา. จากนั้นไม่นานเต้าหู้ก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทอง. ขณะเดียวกันกลิ่นอันโดดเด่นของเต้าหู้ก็ฟุ้งกระจายไปทั่ว.

 

ตอนแรกกลิ่นมันทำให้ทั่วทั้งครัวเหม็นไปหมด ไม่นานมันก็เหม็นไปทั่วร้านและถนน.

 

“กลิ่นอะไรเนี่ย?” ชาวบ้านที่ผ่านไปมาได้กลิ่นจึงสงสัยว่ากลิ่นอะไร.

 

“เหมือนว่ามันจะลอยมาจากร้านนี้นะ” มีคนพูดขึ้นมา.

 

“โอ้ ชั้นชอบกลิ่นนี้นะ. ชั้นว่ากลิ่นมันหอมดี…” มีคนสูดกลิ่นเข้าลึกมากแล้วสงสัย “ชั้นไม่รู้ว่าเป็นอะไรแต่กลิ่นหอมมาก!”

 

คนอื่นๆมองเขาแปลกๆ จากนั้นเขาก็เดินไปทางร้านนั้น.

 

ในร้านชิยูส่งจานเต้าหู้ไปให้แล้วอธิบาย “อย่าตัดสินมันด้วยหน้าตาหรือกลิ่นนะจ๊ะ มันอร่อยมากนะ”

 

เต้าหู้เหม็นไม่ต้องใช้ทักษะอะไรมากมายเลย. การเตรียมวัตถุดิบส่วนใหญ่ก็แค่หมักเต้าหู้ไว้ในนมไม่ก็กุ้งเค็ม (ต้นฉบับใช้คำว่า mixture ซึ่งผมนึกถึงของเอาไว้หมักดองแบบโกชูจังไม่ก็พวกพริกแกง ผมนึกคำไม่ออกจริงๆคำพยายามนึกภาพเอานะ55555)

จนทำให้เต้าหู้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีและมีกลิ่นเหม็นออกมา. ที่เหลือเธอก็แค่หั่นแล้วก็เอามันไปทอดซะ.

 

เสี่ยววูมองเต้าหู้ที่อยู่บนจาน เขาไม่สนเลยว่ามันร้อนรึป่าว เขาหยิบมันขึ้นมาใส่ปากทันที. รสเปรี้ยวๆหวานๆแผ่ซ่านไปทั่วลิ้นของเขา.

 

พอมันเข้าปากแล้วเต้าหู้ก็ไม่เหม็นอีกต่อไปแต่อร่อยมากๆ.

 

“เป็นไงบ้าง?” เสี่ยวหลิวกับเสี่ยวฉีมองเขาแล้วถาม.

 

“พวกเธอลองกินดูสิเดี๋ยวรู้” ้เสี่ยววูรีบหยิบอีกชิ้นมากิน.

 

แค่มองเสี่ยววูกินก็รู้แล้วว่ามันอร่อยมากๆ.

 

ชิยูมองพวกเขากินอยู่ข้างๆ จากนั้นก็สอนเด็กๆกินคู่กับอย่างอื่น.

 

สำนวน:                  人要衣裳马要鞍,

   弄的精致一点,

              客人总会觉得价更值些

 

คนใส่ผ้า ม้าใส่อาน

      หากเจ้าทำอาหารให้ดูดี

         ลูกค้าก็จะรู้สึกคุ้มค่าเงิน.

(อันนี้ต้นฉบับใส่ภาษาจีนมาพร้อมกับแปลอิ้ง ผมก็งงว่าใส่มาทำไมแต่ผมขอแปลด้วยเลยแล้วกันครับ.)

 

ในตอนนั้นเองหลินฟ่านก็มาพอดี. เขาพาพ่อครัวจากตระกูลหลินมาด้วย. นี่เป็นส่วนนึงของสัญญา. พ่อครัวพวกนี้จะต้องทำงานในร้าน “กลิ่นหอมจากสวรรค์”. ชิยูคงทำงานคนเดียวทั้งหมดไม่ไหว. ดังนั้นพ่อครัวพวกนี้จึงจะมารับหน้าที่ทำอาหารทั่วไป ส่วนอาหารเด่นๆของร้านให้ชิยูจัดการแทน.

 

“อาหารขึ้นชื่อของร้านนี้จะเป็นเต้าหู้เหม็นๆนี่งั้นหรอ?” พ่อครัวถาม.

 

พวกเขาดูถูกเด็กผู้หญิงคนนี้. เธอยังเด็กเกินไปแถมยังเป็นผู้หญิงอีก. ผู้หญิงน่ะอ่อนแอกว่าผู้ชายทางด้านร่างกายอยู่แล้ว คงจะถือกระทะหนักๆไม่ไหวหรอก แล้วจะมาทำอาหารได้ยังไง? ดังนั้นตอนที่หลินฟ่านบอกให้พวกเขามาทำงานที่นี่ พวกเขาจึงมาด้วยอารมณ์บูดๆ หวังว่าจะหัวเราะใส่แม่ครัวคนนี้.

 

พวกเขาอยากเห็นว่าผู้หญิงบอบบางแบบชิยูจะเป็นแม่ครัวได้นานแค่ไหน.

 

“ไม่อยู่แล้ว” ชิยูยิ้ม. เธอเดาสีหน้าพวกนี้ออก “เต้าหู้เหม็นนี่ก็แค่ขนมเท่านั้น. อาหารขึ้นชื่อของเราไม่ใช่อันนี้”

 

เนื่องจากมันเป็นอาหารขึ้นชื่อ เธอจึงต้องหาเมนูที่ดีๆหน่อย. แล้วเธอก็เชี่ยวชาญอาหารหลากหลายชนิดซะด้วยสิ. ตั้งแต่หัวปลากับถั่วดำ, หม่าผ่อโต้ฟู, ไก่กังเปา, หยู่เซี่ยงโหล่วซือ ฯลฯ.

(หม่าผ่อโต้ฟู/หมาผัวโต้วฟู - คล้ายๆกับผัดเผ็ดเต้าหู้ครับ ส่วนหยู่เซี่ยงโหล่วซือก็คือหมูเส้นผัดเปรี้ยวหวาน - ผมไปค้นมา ที่มาก็คือเอาน้ำซอสที่เอาไว้ผัดเปรี้ยวหวานกับเนื้อปลามาผัดกับหมูที่หั่นเป็นเส้นแทนครับ)

 

แค่หนึ่งในเมนูพวกนั้นก็สามารถทำให้คนเต็มร้านได้แล้ว. ชิยูยังไม่อยากโชวไพ่ให้เห็นหมดทีเดียวหรอกนะ.

 

เธออยากจะค่อยๆปล่อยไปทีละอย่าง. พอเสี่ยววูเชี่ยวชาญวิธีทำเมนูพวกนั้นแล้วล่ะก็ เธอก็จะสอนสูตรอาหารอื่นให้เขาทีหลัง.

 

“งั้นเราขอถามได้มั้ยว่าอาหารขึ้นชื่อของร้านนี่คืออะไร?” พ่อครัวคนนั้นถาม.

 

แต่ชิยูก็ไม่ตอบแล้วพูดว่า “พวกนายเป็นพ่อครัวที่หลินฟ่านชวนมาไม่ใช่เหรอ. ก่อนอื่นทำอาหารที่พวกนายถนัดให้ชั้นดูก่อนสิ. ถ้ามันอร่อยพวกนายก็อยู่ได้”

 

พวกพ่อครัวไม่พอใจมาก “นายน้อยรุ่น3ขอให้พวกเรามาช่วยไม่ได้ให้มาฟังคำว่าอยู่หรือไป”

 

“พวกนายจะบอกชั้นว่าชั้นไม่มีสิทธิออกคำสั่งพวกนายงั้นหรอ?” ชิยูขมวดคิ้ว “งั้นก็ช่วยไปเถอะค่ะ! ชั้นไม่อยากเสียเงิน10ตำลึงต่อเดือนให้คนที่ไม่คิดจะฟังคำสั่งของชั้นหรอกนะ”

 

พวกพ่อครัวอยากจะไปเต็มแก่ แต่พอได้ยินคำว่าเงิน10ตำลึงพวกเขาก็ขาหนักทันที.

 

เงิน10ตำลึงงั้นหรอ?

 

สวรรค์ชั้นๆ! ตอนนี้พวกเขาได้เงินเดือนแค่เงิน1ตำลึงเอง. ถ้าพวกเขาทำงานที่นี่พวกเขาได้เงินเดือนเพิ่มตั้ง10เท่าเลยนะ! มีแต่พวกโง่แหละที่จะไป.

 

“เธอพูดจริงงั้นหรอ?” พวกพ่อครัวกล่าว.

 

“จริงสิ” ชิยูปรบมือจากนั้นเล่าเอ๋อก็เข็นรถมาให้. จากนั้นเธอก็ดึงผ้าขึ้น ด้านในมีเงินอยู่10ตำลึง…….

(ติดตามเกร็ดข้อมูลต่อได้ที่ https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=160962305869434&id=104633284835670

จบบทที่ ตอนที่ 18: เต้าหู้เหม็น (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว