เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17: เต้าหู้เหม็น (ส่วนที่2)

ตอนที่ 17: เต้าหู้เหม็น (ส่วนที่2)

ตอนที่ 17: เต้าหู้เหม็น (ส่วนที่2)


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนแรกนั้นชิยูตกใจที่เห็นลู่หยาน. เพราะเธอไม่ควรมาอยู่ที่นี่. ลู่หยานนั้นเป็นหนึ่งในตัวละครหญิงหลัก. นางเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่ฉลาดที่สุดในโลกนี้ ยกเว้นก็แต่เรื่องหลินฟ่านล่ะนะ.

 

“เธอเป็นใคร?” ลู่หยานจ้องเข้าไปในตาของชิยู.

 

น่าตกใจมาก พอชิยูมองไปที่ดวงตาสีน้ำตาลของลู่หยานเธอก็เริ่มรู้สึกมึนๆไม่มีแรง. โชคดีที่มีความรู้สึกเย็นๆวูบขึ้นมาจากท้องของเธอ. ความรู้สึกมึนๆนั้นก็ค่อยๆจางหายไป.

 

นี่มันสะกดจิตนี่! ลู่หยานพยายามจะสะกดจิตเธอ!

 

ชิยูไม่พอใจมากๆ. เธอไม่ได้คิดร้ายต่อหลินฟ่านเลย แต่ลู่หยานกลับมาสะกดจิตเธอซะนี่!

 

“เธอมีความลับอยู่จริงๆด้วย” ลู่หยานพูด.

 

ชิยูมองเธออย่างเยือกเย็น “ทุกๆคนก็มีความลับทั้งนั้นแหละ. คุณหนูลู่เองก็เหมือนกันนี่? นางมีสายเลือดของเทพและการกระทำของเธอก็มีผลต่อชะตากรรมของทั้งตระกูลลู่”

 

“แต่เธอก็ดันมาอยู่นี่ เสียเวลากับหลินฟ่านแทนที่จะห่วงเรื่องชะตากรรมของตระกูลลู่. ชั้นเชื่อว่าอีกไม่นานก็คงมีคนจากตระกูลลู่มาพาตัวเธอกลับไปแน่. เธอกังวลว่าหลินฟ่านจะถูกผู้หญิงคนอื่นยั่วงั้นหรอ?”

 

ตาของลู่ยานเย็นชาลงหน่อยๆ.

 

“เธอคิดว่าชั้นจะลักพาตัวเธอไปที่จวนตระกูลลู่รึไง?”

 

“ก็ลองสิ! อย่างน้อยชั้นก็รู้ว่าหลินฟ่านไม่ชอบผู้หญิงที่โหดร้ายและเจ้าเล่ห์. ชั้นไม่สนหรอกว่าเธอมีเหตุผลอะไรที่ต้องทำแบบนี้” ชิยูไม่เกรงกลัวเลย.

นี่คือความผิดของเออ กู. ในนิยายของเขานั้นลู่หยานเป็นผู้หญิงที่ฉลาดมากๆ แต่พอเป็นเรื่องพระเอกหลินฟ่าน เธอก็ซื่อบื้อทันที. แถมยังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่เป็นแบบเธอด้วย.

 

จะพูดก็ได้ว่าโลกนี้แบ่งได้สองอย่าง: 1 ผู้หญิงทุกคนที่หลงสเน่ห์พระเอกของนิยายเออกู หลินฟ่านแล้วก็ตกหลุมรักกับเขา.

 

อย่างที่2 ที่หอมอ้วนเขียนไว้ก็จะเป็น: ผู้ชายทุกคนที่หลงสเน่ห์นางเอกจะตกหลุมรักเธอหมด.

 

ชิยูกำลังตั้งตารอวันที่พระเอกของนิยายเออกูกับนางเอกของนิยายหอมอ้วนได้มาเจอกัน. พวกเขาจะตกหลุมรักกันเองรึป่าวนะ? ถ้าเป็นงั้นมันก็คงจะตลกมากเพราะหลินฟ่านมีเมียเป็นกระบุงส่วนนางเอกของหอมอ้วนนั้นก็มีซิ้มเป็นเบือ.

 

ชิยูนึกภาพพวกเมียน้อยกับพวกผู้ของตัวเอกทะเลาะกันได้เลย.

 

สีหน้าน่ากลัวของลู่หยานลดลงเล็กน้อย “ชั้นจะปล่อยเธอไปก็ได้ แต่กลับกันเธอต้องไปที่เมืองตี๋โต่ว. เธอห้ามอยู่กับหลินฟ่าน”

 

ใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าพระเอกกับผู้หญิงอยู่ด้วยกัน?

 

“เธอไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอก. อีก3เดือนกว่างานประลองสำนักตระกูลหลินจะเริ่ม. ชั้นขอเวลาแค่เดือนเดียวเพื่อเปิดร้านใหม่. พอชั้นจัดการทุกอย่างลงตัวแล้วชั้นจะไป” หนึ่งเดือนนั้นดูเหมือนจะยาวสำหรับชิยูจริงๆ เธอทนรอไปที่เมืองตี๋โต่วไม่ไหวแล้ว.

 

“ถ้าเธอรักษาคำพูดล่ะก็ชั้นจะสั่งให้คนมาดูแลครอบครัวเธอแล้วกัน” ลู่หยานกล่าว.

 

ลู่หยานไม่ได้มีเจตนาอื่นใดในคำพูดของเธอเลย. เธอไม่ได้ขู่แต่เธอแค่อยากช่วย.

 

ชิยูไม่คิดเลยว่าลู่หยานคนนี้จะห่วงคนอื่นก็เป็น. ถ้าหลินฟ่านไปหาเธอพร้อมกับเมียนับสิบเธอจะโกรธเลือดขึ้นหน้ารึป่าวนะ?

 

แต่ก็ช่างมันเหอะ มันไม่เกี่ยวอะไรกับเธอหนิ.

 

“เธอมาเพื่อแค่นี้ใช่มั้ย?” ชิยูถาม.

“ใช่แล้ว” พอพูดจบลู่หยานก็จากไป.

 

ชิยูถอนหายใจแล้วคิด คนเรานี่มันตัดสินที่ภายนอกไม่ได้จริงๆ. จากนิยายของเออ กู ลู่หยานเป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานและมีคุณธรรมแต่ตอนนี้เธอดูจะหวงก้างผู้ชายเธอมากเกิน.

 

เอาจริงๆ ชิยูคงเข้าใจผิดไปแหละ. ตอนนี้ลู่หยานก็ถึงวัยที่สนใจผู้ชายแล้ว.

 

เธอกับหลินฟ่านรักกันแต่ก็ยังไม่ได้ร่วมรักกันหรือแต่งกัน. ดังนั้นในใจของลู่หยานคิดว่าหลินฟ่านยังไม่ได้เป็นของเธอ. เธอกันท่าผู้หญิงคนอื่นๆที่เข้ามาใกล้หลินฟ่านหมดและคิดว่าพวกหล่อนจะเข้ามายั่วและแย่งหลินฟ่านไปจากนาง.

 

หลายวันมานี้หลินฟ่านให้ความสนใจกับชิยูบ่อยมากๆ. ลู่หยานจึงรู้สึกไม่ดี.

 

นางเลยมาหาชิยูเพื่อสะสางเรื่องซะ.

 

ในหัวของลู่หยานนั้นชิยูคือคนไม่ดีที่พยายามจะมายั่วหลินฟ่าน.

 

ใครจะอยากมีศัตรูหัวใจกันล่ะ?

 

ลู่หยานทนไม่ได้หรอก. เพราะเธอเป็นถึงลูกสาวคนโตของตระกูลลู่ที่โด่งดัง.

 

ทันทีที่ลู่หยานจากไป ชิยูก็ปิดประตูทันทีแล้วโดดขึ้นเตียง. เธอเข้าไปในมิติส่วนตัวนั้นอีกครั้ง. มันเต็มไปด้วยหมอกไปหมด.

 

โชคดีที่เธอเคยอ่านนิยายมาและรู้ว่ามิตินี้สามารถใช้ปลูกผักและเก็บของได้. มันสามารถใช้หนีเวลาโดนคนไล่ได้ด้วย.

 

เธอไม่รู้ว่าตัวเองจะฝึกวิชาได้มั้ย. พอเธอนึกถึงความลำบากตอนที่ปรุงเนื้อสัตว์ปราณนั่นเธอก็ปวดหัวขึ้นมาเลย. ไฟยังทำอะไรมันไม่ได้ ถ้าในอนาคตเธอได้เนื้อสัตว์ปราณมาอีกเธอก็ปรุงมันไม่ได้. บ้าบอสิ้นดี.

 

ขณะที่เธอกำลังคิดอยู๋นั้น หนังสือที่อยู่บนโต๊ะก็เปิดออกเอง. ชิยูมองเข้าไปแล้วก็มีตัวหนังสือหนึ่งบรรทัดโผล่ขึ้นมา.

 

“เมล็ดอัคคีระดับทั่วไป, หากชำนาญแล้วสามารถใช้แทนพลังปราณธาตุได้”

 

คนส่วนใหญ่ในโลกนี้ไม่สามารถฝึกวิชาได้. การฝึกวิชานั้นขึ้นอยู่กับร่างกายของคนคนนั้นว่ามีปราณธาตุหรือเปล่า. ถ้าไม่มีปราณธาตุพวกเขาก็เป็นแค่คนธรรมดา.

 

แต่ตอนนี้หนังสือกลับบอกว่ามีหนทางที่จะแทนพลังปราณธาตุได้. ถ้าคนอื่นล่วงรู้ล่ะก็ คงจะสร้างหายนะและความปั่นป่วนแน่ๆ.

 

วันต่อมาชิยูก็ไปถามหลินฟ่าน “นายรู้มั้ยว่าเมล็ดอัคคีคืออะไร?”

 

“เมล็ดอัคคีหรอ?” หลินฟ่านงง “ชั้นไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย”

 

“เมล็ดอัคคีรึ? ชั้นเคยได้ยินมาอยู่นะ” คนที่พูดนั้นเป็นทาสชรามากคนหนึ่งของตระกูลหลิน เขากำลังถูพื้นอยู่ใกล้ๆ.

 

“ในห้องสมุดนั้นมีบันทึกไว้ว่าสวรรค์และปฐพีให้กำเนิดสิ่งต่างๆนับพัน. เมล็ดอัคคีคือหนึ่งในนั้น. แต่ของชิ้นนี้ไม่มีค่าอะไรยกเว้นสำหรับพวกที่มีปราณธาตุไฟ. ต่อให้ใช้มันได้อย่างชำนาญแล้วมันก็ไม่สามารถเอาไปสร้างเครื่องรางหรือยาดีๆได้เลย. มันเอาไว้ใช้ได้แค่จุดเทียนเท่านั้น”

 

“.....” ชิยูตะลึง “ถ้ามันเป็นของที่ไม่มีใครต้องการ ก็แสดงว่ามันหาได้ง่ายใช่มั้ยคะ?”

 

“ถึงมันจะไม่มีค่าแต่มันก็เป็นของที่สวรรค์และปฐพีสร้างมานะ! เธอคิดรึว่ามันเหมือนกับผักกาดที่จะโตได้ทุกที่รอวันที่เธอมาเก็บน่ะ?” ทาสชรากลอกตา.

 

หลินฟ่านได้ยินดังนั้นก็มองมาทางชิยูด้วยความตะลึง “เธออยากได้เมล็ดอัคคีหรอ?”

 

“ใช่” ชิยูไม่ปิดบังเลย. ต่อให้พระเอกมีฮาเร็มเยอะขนาดนี้ นิสัยเขาก็ไม่ได้แย่.

 

“งั้นชั้นจะช่วยหาให้เธอนะ”

 

“ขอบใจนะ.

 

ไม่กี่วันต่อมา ชิยูก็เริ่มงานยุ่งเตรียมเปิดร้าน. ตามสัญญาแล้วตระกูลหลินได้หาซื้อร้านอาหารที่อยู่ใจกลางถนนของเมืองชิงฉานได้สำเร็จ. จากนั้นพวกเขาก็ให้ช่างมาต่อเติมร้านใหม่แล้วยกให้ชิยู.

 

เป้าหมายของเธอคือทำให้ร้านนี้เป็นร้านที่เยี่ยมที่สุดในเมืองชิงฉาน เพื่อให้ร้านนี้ทำเงินได้มากพอให้ตระกูลหลินภูมิใจกับสัญญาที่ทำไว้และช่วยปกป้องครอบครัวเธอ.

 

ถ้าเป็นแต่ก่อนล่ะก็ ชิยูมีความมั่นใจเหลือล้นมาก. แต่พอเธอได้รู้ว่าวิชาทำอาหารของเธอยังด้อยกว่าพ่อครัวที่เมืองตี๋โต่ว เธอจึงไม่อยากเสี่ยงมากนัก. ใครจะรู้ว่าในเมืองชิงฉานอาจจะมีเทพนักทำอาหารซ่อนอยู่ล่ะ? ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจจะค่อยๆเป็นค่อยๆไปเอา.

จบบทที่ ตอนที่ 17: เต้าหู้เหม็น (ส่วนที่2)

คัดลอกลิงก์แล้ว