เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 334: อวี๋เฟยหงกับสามสาวฮ่องกง

ตอนที่ 334: อวี๋เฟยหงกับสามสาวฮ่องกง

ตอนที่ 334: อวี๋เฟยหงกับสามสาวฮ่องกง


หลังจากปล่อยแคมเปญโปรโมตมาอยู่หลายวัน The Shawshank Redemption และ Waterworld ก็เข้าฉายวันเดียวกัน

เรื่องแรกเป็นผลงานจาก Guess Who Production การันตีคุณภาพ แถมยังมีนักแสดงฝีมือระดับตำนานอย่างทิม ร็อบบินส์ กับมอร์แกน ฟรีแมน ทำให้ตัวหนังมีคนพูดถึงไม่น้อย

ส่วนคู่แข่งอย่าง Waterworld ก็นำโดยซูเปอร์สตาร์ เควิน คอสต์เนอร์ ที่มาพร้อมกับการสนับสนุนเต็มที่จากบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งเจ็ด ส่งผลให้กระแสแรงกว่าชัดเจน

เมื่อหนังเข้าฉาย สื่อก็รายงานรายได้วันต่อวันทันที

แค่วันแรก Waterworld ก็เปิดตัวแรงกว่าหนังของลิงก์เกือบเท่าตัว วันที่สองและสามก็ยังคงทิ้งห่าง

ทาง Universal ถึงกับออกมาประกาศชัยชนะแบบขาดลอยผ่านสื่อ พร้อมแขวะว่า

Shawshank ทำรายได้ต่ำ และแอบสื่อว่าตัวหนังอาจไม่มีคุณภาพเท่าที่คาดไว้

แต่ลิงก์ไม่สนใจคำพูดพวกนั้นเลย แม้แต่ยอดรายได้แต่ละวันเขาก็ไม่ดู เอาเวลาทั้งหมดไปทุ่มกับการถ่ายหนัง

วันนี้เขายิ่งถ่ายแบบมีสมาธิเป็นพิเศษ เพราะมีนัดสำคัญรออยู่...

——

“หมิ่นหมิ่น เจียซิน ตื่นได้แล้ว เรามาถึงแล้ว”

ช่วงเที่ยง แดดสดใส รถแวนสีดำคันใหญ่ของ Cadillac จอดนิ่งตรงหน้าบ้านเลขที่ N23 เขตเชนมีวัลเลย์ เมืองซานดิเอโก

ประตูรถเปิดออก หญิงสาวคนหนึ่งในชุดเดรสสีชมพูอ่อนก้าวลงจากรถ

ใบหน้าของเธอสวยละมุนราวกับตุ๊กตา ผมดำยาวสลวยคล้ายม่านน้ำตกที่ไหลคลออยู่บนไหล่ ผิวขาวอมชมพูดูบอบบางน่าทะนุถนอม

เธอใช้นิ้วดันแว่นกันแดดขึ้นเหนือสันจมูก เผยให้เห็นดวงตากลมโตเป็นประกาย กวาดตามองบ้านสไตล์สเปนตรงหน้าอย่างสนอกสนใจ

ตัวบ้านหลังนี้มีหลังคากระเบื้องดินเผาสีแดง ตัดกับผนังปูนสีขาวอย่างมีเสน่ห์ ตัวอาคารเล่นระดับ สร้างมิติให้กับรูปลักษณ์ภายนอก

ชานบ้านหน้าแน่นไปด้วยไม้ประดับและกระถางต้นไม้ ส่วนกำแพงด้านติดถนนก็ถูกทาสีใหม่เอี่ยม ดูสะอาดและเต็มไปด้วยบรรยากาศท้องถิ่น

แม้จะไม่หรูหราเท่าวิลล่าที่พวกเธอเคยอยู่ที่มาลิบู แต่พื้นที่กว้างขวางกว่าเยอะ แถมการตกแต่งก็มีรสนิยมเฉพาะตัว

“นี่เหรอบ้านที่ลิงก์พูดถึง ดูเหมือนในหนัง Paranormal Activity ไม่มีผิดเลย”

“พี่หมิ่น พี่หลิน เราจะต้องนอนกันที่นี่จริง ๆ เหรอเนี่ย...”

เสียงของหลี่เจียซินแฝงความลังเล

“ไม่ต้องกลัว ไม่มีผีหรอกจ้ะ”

โจวฮุ่ยหมินตบไหล่ปลอบอย่างขำ ๆ

แกร๊ก!

ประตูหน้าบ้านเปิดออก หญิงสาวหน้าตาสะสวยเชื้อสายเอเชียคนหนึ่งเดินออกมาจากในบ้าน

เธอดูอายุประมาณยี่สิบต้น ๆ สวมเดรสแขนกุดสีน้ำเงินเข้ารูป รูปร่างเพรียวบาง หน้าตาสวยไม่แพ้สามสาวฮ่องกง แต่บรรยากาศรอบตัวดูนุ่มนวล ฉลาด และเป็นมิตร ยิ้มของเธอทำให้รู้สึกว่าเป็นคนที่น่าคบหา

โจวฮุ่ยหมินมองเธอแล้วรู้สึกคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นในหนังสักเรื่อง

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่ออวี๋เฟยหง ตอนนี้พักอยู่ที่นี่ชั่วคราว พวกคุณคือคุณโจว คุณกวน แล้วก็คุณหลี่ใช่ไหมคะ? ลิงก์โทรมาบอกไว้แล้วว่าพวกคุณจะมา”

อวี๋เฟยหงทักอย่างสดใส

“สวัสดีค่ะ ฉันโจวฮุ่ยหมิน”

“ฉันหลี่เจียซิน”

ทั้งสองจับมือกับเธออย่างสุภาพ

กวนจือหลินยืนกอดอกแล้วมองอวี๋เฟยหงตั้งแต่หัวจรดเท้า

สายตามาหยุดที่สะโพกของอีกฝ่าย

“เธอก็เป็นผู้หญิงของลิงก์เหรอ?”

“ไม่ใช่นะคะ ฉันกับลิงก์เป็นแค่เพื่อนกัน ตอนนี้เรียนอยู่ที่ USC ที่นี่ใกล้มหาวิทยาลัยก็เลยขอมาพักชั่วคราว”

อวี๋เฟยหงหน้าแดงขึ้นมานิด ๆ

“ไม่เชื่อหรอก หน้าตาก็สวย หุ่นก็ดี แถมยังพักอยู่บ้านลิงก์อีก เขาจะปล่อยเธอไว้เฉย ๆ ได้ยังไง? ไม่ต้องปิดกันหรอกน่า พวกเราเป็นพวกเดียวกันอยู่แล้ว”

ว่าแล้วกวนจือหลินก็ยื่นมือไปแตะก้นเธอเบา ๆ แล้วบีบอีกสองที

“หลิน อย่าเล่นแบบนี้สิ”

โจวฮุ่ยหมินรีบจับมือเพื่อนสาวไว้

อวี๋เฟยหงรีบก้าวถอยหลัง มือกุมสะโพกด้วยความอึดอัด

“โอเค ต่อให้ยังไม่ใช่ ตอนหลังก็ต้องใช่แหละ เดี๋ยวก็โดนลิงก์รวบหมดนั่นแหละ... นอนกอดกันจนแน่นกว่าพี่น้องเสียอีก”

กวนจือหลินขยิบตา พูดเสียงเบาแต่แฝงด้วยแววซน

อวี๋เฟยหงแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน แล้วเชิญพวกเธอเข้าบ้าน

สามสาวลากกระเป๋าเดินเข้าบ้าน พร้อมด้วยบอดี้การ์ดหญิง

ระหว่างเดินเข้าบ้าน กวนจือหลินก็แกล้งเป่าลมใส่หลังของหลี่เจียซินจากด้านหลัง ทำเอาอีกฝ่ายร้องกรี๊ดแล้ววิ่งมาซุกตัวในอ้อมแขนโจวฮุ่ยหมิน ส่วนคนก่อเรื่องก็หัวเราะตัวงอ

“หลิน อย่าหลอกน้องสิ!”

โจวฮุ่ยหมินบ่นพลางลูบหลังปลอบเพื่อน ก่อนที่พวกเธอจะขึ้นไปดูห้องนอนด้านบน

บนชั้นสองมีสี่ห้อง อวี๋เฟยหงพักอยู่ห้องหนึ่ง อีกสามห้องก็พอดีให้สามสาวแบ่งกัน

แต่พอเห็นห้องแรก ทุกคนก็ทำหน้างอ เพราะห้องนี้เคยใช้ถ่ายหนังเรื่อง Paranormal Activity กลางดึกถ้าตื่นมาอาจขวัญกระเจิงได้

สุดท้ายเลยตกลงกันว่าให้กวนจือหลินอยู่ห้องเดี่ยว ส่วนโจวฮุ่ยหมินกับหลี่เจียซินนอนด้วยกัน

อวี๋เฟยหงจัดการให้แม่บ้านมาทำความสะอาดล่วงหน้าไว้แล้ว ผ้าปูที่นอนกับของใช้ใหม่เอี่ยม ทุกคนเข้าพักได้ทันที

หลังจัดของเสร็จ อวี๋เฟยหงก็ชวนสามสาวมานั่งจิบชากินผลไม้ในห้องนั่งเล่น

แต่กวนจือลินไม่สนใจ เธอเดินเล่นรอบบ้าน พอเห็นสระว่ายน้ำกลางแจ้งด้านหลัง ก็ตาโตขึ้นมาทันที

สระมีขนาดราว 50 ตารางเมตร รูปทรงรี น้ำในสระใสราวอัญมณี แสงแดดสะท้อนกระเพื่อมสวยงาม

“แจ่มเลย! หมิ่นหมิ่น เจียซิน มาเล่นน้ำกันเร็ว!”

พูดจบก็รีบขึ้นไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำ แล้วกลับลงมาด้วยความดีใจ กระโดดตูมลงน้ำ

ราวกับนางเงือกงามที่ว่ายวนในฤดูร้อน

โจวฮุ่ยหมินกับหลี่เจียซินได้ยินเสียงเลยตามออกมา พอเห็นน้ำใสเย็นน่าเล่นก็อดใจไม่ไหว ถามอวี๋เฟยหงเบา ๆ แล้วไปเปลี่ยนชุดบ้าง

อวี๋เฟยหงนั่งอยู่บนระเบียง มองพวกเธอเล่นน้ำพลางคิดว่ามันช่างน่าอัศจรรย์

สามสาวนี้ล้วนเป็นดาวดังจากฮ่องกง ซึ่งเธอก็เคยได้ยินชื่อเสียงตั้งแต่ยังอยู่ในประเทศจีน แต่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้มาอยู่ร่วมบ้านกัน

คำพูดแปลก ๆ ของกวนจือหลินก็ทำให้เธอหน้าแดงไม่หยุด

ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ลิงก์ช่วยเหลือเธอหลายอย่าง ทั้งเขียนจดหมายแนะนำให้ ยืมเงินยามขัดสน ให้บ้านอยู่ฟรี แล้วยังช่วยติวเรื่องหนังอีกด้วย

เธอพอจะรับรู้ว่าลิงก์มีใจให้ เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าเขารู้สึกแบบเดียวกันกับเธออย่างที่รู้สึกกับสาว ๆ ฮ่องกงทั้งสามหรือไม่…

อวี๋เฟยหงลังเลเล็กน้อย เพราะไม่ค่อยถนัดใส่ชุดว่ายน้ำที่เปิดเผยต่อหน้าคนแปลกหน้า ถึงจะเป็นผู้หญิงเหมือนกันก็เถอะ

แต่ในฐานะเจ้าของบ้าน และแขกก็ชวนอย่างเป็นกันเอง การนั่งเฉย ๆ คนเดียวดูจะไม่เหมาะนัก

“ก็ได้จ้ะ ลงไปเดี๋ยวนี้แหละ”

เธอกลับเข้าไปเปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำแบบวันพีซที่ค่อนข้างเรียบร้อย แล้วเดินออกมาที่ขอบสระ

อวี๋เฟยหงรูปร่างสูงเพรียว ผิวขาวสะอาด ผมยาวประบ่าปล่อยสบาย ๆ ยามที่แสงแดดตกกระทบผิวเนียน กลับยิ่งดูเปล่งประกายเหมือนดอกนาร์ซิสที่เพิ่งผลิบาน แฝงด้วยกลิ่นหอมบางเบาแบบผู้หญิง

โจวฮุ่ยหมินชมว่าเธอหุ่นดีมาก ส่วนกวนจือหลินก็แซวขำ ๆ ว่า

“ยังอ่อนอยู่ แบบนี้ไม่นานลิงก์ก็กินเรียบ”

อวี๋เฟยหงทำเป็นไม่ได้ยิน แล้วนั่งลงตรงขอบสระ จุ่มเท้าลงน้ำ พูดคุยกับโจวฮุ่ยหมินอย่างสบายใจ ปล่อยให้สายลมพัดผ่านเส้นผมเบา ๆ

ทันใดนั้นกวนจือหลินก็โผล่มาจากด้านหลังแล้วโอบตัวเธอไว้ อวี๋เฟยหงที่ยังจำได้ว่าถูกอีกฝ่ายลวนลามมาก่อน ก็ไม่คิดจะยอมง่าย ๆ เตรียมจะใช้วิชาป้องกันตัวที่เคยเรียนมาเล่นงานอีกฝ่ายสักที

แต่ตรงขอบสระมันแคบไปหน่อย ยังไม่ทันได้จับข้อมือของกวนจือหลินให้มั่น เท้าก็ลื่นเสียก่อน ร่างของทั้งสองสาวเลยกลิ้งตกลงไปในน้ำพร้อมกัน เกิดเป็นเสียงน้ำกระเซ็นดังสนั่น

หลังจากได้เล่นน้ำกันจนเปียกไปทั้งตัว บรรยากาศก็ผ่อนคลายขึ้นมาก ทั้งสี่คนเริ่มสนิทกันมากขึ้น หัวเราะหยอกล้อกันสนุกสนาน

ช่วงบ่าย หลังจากกินมื้อกลางวันกันเรียบร้อย อวี๋เฟยหงก็ชวนทุกคนออกไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์ Emperor ที่อยู่ในย่านเชนมีวัลเลย์ ห่างจากบ้านไม่ไกล พวกเธอพากันขึ้นรถ โดยมีบอดี้การ์ดสาวชื่ออู๋หลานตามไปด้วย

วันนั้นเป็นวันเสาร์ โรงหนังแน่นขนัดไปด้วยผู้คน

โปสเตอร์ขนาดใหญ่ของ The Shawshank Redemption กับ Waterworld ถูกติดไว้ที่กำแพงทางเข้าอย่างเด่นชัด โปสเตอร์ทั้งสองดูอลังการกว่าหนังเรื่องอื่น ๆ ที่แปะอยู่ใกล้กันมาก

ระหว่างต่อแถว อวี๋เฟยหงสังเกตได้ชัดว่า คนส่วนใหญ่ที่มาดูหนังวันนี้ ล้วนมาดูแค่สองเรื่องนี้

ฝั่งที่เลือกดู Waterworld มักจะพูดถึงเควิน คอสต์เนอร์ และความอลังการของหนังที่ว่าใช้ทุนสร้างถึง 175 ล้านเหรียญ อยากรู้ว่าจะตื่นตาแค่ไหน

ส่วนคนที่ซื้อตั๋ว Shawshank มักจะเอ่ยถึงชื่อของลิงก์ในฐานะผู้อำนวยการสร้าง และพูดถึง Guess Who Production อย่างไว้ใจ ดูเหมือนจะมีความคาดหวังสูงกับหนังของลิงก์

อวี๋เฟยหงเห็นแบบนั้นแล้วก็อดรู้สึกดีใจแทนลิงก์ไม่ได้

พวกเธอทั้งสี่คนรวมถึงอู๋หลานช่วยกันซื้อตั๋วหนัง Shawshank คนละใบ แล้วเดินเข้าไปที่โรงฉายหมายเลข 10

เมื่อหนังจบ อวี๋เฟยหงรู้สึกประทับใจมาก

เนื้อหาของหนังว่าด้วยเรื่องของมนุษยธรรม เสรีภาพ และความหวัง ถ่ายทอดด้วยอารมณ์ที่ละเอียดลึกซึ้ง แถมยังสอดแทรกปรัชญาชีวิตที่น่าคิด

เป็นแนวหนังที่เธอชอบโดยแท้

แต่กวนจือหลินกลับไม่ปลื้ม บอกว่าหนังไม่มีฉากหล่อสวย ไม่มีดราม่ารัก ไม่มีฉากยิงกันแบบระเบิดภูเขาเผากระท่อม น่าเบื่อจะตาย

อย่างไรก็ตาม คนดูในโรงดูจะอินมาก บางคนพอเห็นพระเอกหนีออกจากคุกได้ก็ตะโกนเชียร์เสียงดัง ทั้ง “สุดยอด!” “เจ๋งโคตร!” “แอนดี้ ดูเฟรนเท่มาก!”

บางคนดูจบแล้วถึงขั้นไปต่อแถวซื้อตั๋วอีกรอบ เพื่อดูซ้ำอีกรอบทันที

“เห็นคนดูชอบกันขนาดนี้ ก็น่าจะขายดีล่ะนะ” โจวฮุ่ยหมินยิ้มแล้วพูด

“ใช่ เป็นหนังที่ดีจริง ๆ” อวี๋เฟยหงพยักหน้า

“งั้นลิงก์จะได้เงินเยอะใช่มั้ย? เย่~” กวนจือลินพูดอย่างอารมณ์ดี

“ก็อาจจะนะ... แต่ต้องแข่งกับ Waterworld ที่ทุ่มทุนสร้าง 175 ล้าน มีดาราแม่เหล็กอย่างคอสต์เนอร์ด้วย คงดึงคนดูไปไม่น้อย” อวี๋เฟยหงตอบพลางหันไปมองโรงฉายฝั่งตรงข้าม

“พวกบริษัทใหญ่เจ็ดเจ้าก็ร้ายจริง ๆ ลิงก์ถ่ายหนังได้เงิน มันเกี่ยวอะไรกับพวกนั้น? ยังจะขัดขาอีก” กวนจือหลินทำหน้าหมั่นไส้

“งั้นเราดูอีกรอบมั้ย? ช่วยเพิ่มยอดให้หนังลิงก์ไง” หลี่เจียซินกระพริบตาถาม

“ไม่เอาหรอก ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว แถวนี้ตอนกลางคืนไม่ค่อยปลอดภัย กลับบ้านดีกว่า”

อวี๋เฟยหงเตือนอย่างอ่อนโยน

“ไม่ต้องห่วง เรามีอู๋หลานอยู่ด้วย สาวแกร่งประจำทีม!” กวนจือหลินหันไปตบไหล่บอดี้การ์ดสาวหน้าดุ

สุดท้ายทั้งห้าก็ลงเอยด้วยการดูอีกรอบตามคำชวนของกวนจือหลิน...

เวลาล่วงเข้าสองทุ่ม ฟ้ามืดลงแล้ว อวี๋เฟยหงกับอีกสี่สาวพากันขับรถกลับมายังบ้านพัก

แต่ทันทีที่จอดรถ เธอก็สังเกตเห็นว่าในบ้านเปิดไฟสว่างไสวอย่างผิดปกติ

“เฟยหง ยังมีคนอื่นอยู่ในบ้านด้วยเหรอ?” โจวฮุ่ยมินถามขึ้น

“ไม่มีนะ ตอนเช้าลิงก์บอกไว้ว่าถ้าเลิกงานเร็วจะมาอยู่ที่นี่”

ยังไม่ทันพูดจบ กวนจือหลินก็ยกชายกระโปรงขึ้นวิ่งปรู๊ดเข้าไปในบ้าน พร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำหอมลอยตามมา โจวฮุ่ยหมินกับหลี่เจียซินรีบเร่งฝีเท้าตามหลังไป ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

อวี๋เฟยหงมองแผ่นหลังของทั้งสามอย่างงุนงง ไม่เข้าใจว่าลิงก์มีเสน่ห์ตรงไหน ถึงทำให้พวกเธอดูตื่นเต้นกันขนาดนี้

เมื่อเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น เธอก็เห็นลิงก์—ชายหนุ่มที่ไม่ได้พบหน้ากันมาหลายวัน

เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีเทากับกางเกงขายาวลำลอง รูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้าง หน้าท้องแน่น กล้ามเนื้อที่แอบเผยให้เห็นนิด ๆ ใต้ผ้าทำให้ดูน่าหลงใหลยิ่งกว่าเดิม เส้นกรามชัดเจนกับคิ้วเข้มทำให้ใบหน้าดูเข้มขึ้นกว่าแต่ก่อน ทุกอิริยาบถแฝงความหนักแน่นแบบผู้นำ รู้สึกอบอุ่นแต่น่าเกรงขามไปพร้อมกัน

เขาอ้าแขนกว้าง รับสามสาวที่วิ่งเข้ามาหาไว้เต็มอก ใช้สองแขนกำยำโอบรอบเอวบาง ๆ ของแต่ละคนแน่นจนพวกเธอแทบยกลอยจากพื้น

แม้แต่โจวฮุ่ยหมินที่สูงไม่น้อย ยังกลายเป็นสาวน้อยตัวเล็กในอ้อมแขนของเขา

อวี๋เฟยหงเห็นภาพนั้นแล้วก็หน้าแดง รีบเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

แต่เสียงจุ๊บจั๊บและกลิ่นหอมของผู้ชายที่ลอยในอากาศก็ยังคงวนเวียนไม่หาย จนหัวใจเธอเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

“เฟยหง มานั่งสิ”

หลังจากกอดเสร็จ ลิงก์ก็เรียกเธอมานั่งด้วย ถามว่าทั้งหมดไปไหนกันมา

“ไปดู Shawshank มาค่ะ ดูสองรอบเลยนะ หนังชื่อประหลาดก็จริง แต่เนื้อเรื่องดีมาก คนดูก็เยอะ คิดว่าต้องทำเงินได้แน่นอนเลย”

กวนจือหลินที่นั่งอยู่บนตักเขาหยิบตั๋วหนังสองใบออกมาโชว์

“หนังแนวผู้ชายขนาดนั้น พวกเธอยังชอบเหรอ?” ลิงก์หยิกแก้มนุ่มของเธอเบา ๆ

“แน่นอน! หนังดีเราก็ดูหมดนั่นแหละ”

กวนจือหลินหัวเราะพร้อมโอบคอเขาไว้ โจวฮุ่ยหมินกับหลี่เจียซินก็พยักหน้าพร้อมยิ้ม แล้วจับมือของเขามาวางไว้ตรงจุดที่พวกเธอรู้สึกว่า “อบอุ่นที่สุด”

อวี๋เฟยหงยิ่งหน้าแดง รีบเสยผมข้างหูเล็กน้อยแล้วถามเสียงเบา “ลิงก์ ทานข้าวรึยังคะ? ในตู้เย็นมีของสดอยู่ ฉันทำอะไรง่าย ๆ ให้ได้นะ”

“ไม่ต้องลำบากหรอก ฉันสั่งอาหารไว้แล้ว มีของพวกเธอด้วย”

พอดีเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น อวี๋เฟยหงรีบลุกไปเปิดประตู พบว่าผู้ช่วยของลิงก์พาเด็กเสิร์ฟเข้ามาหลายคน แต่ละคนถือกล่องอาหารครบชุด ภายในเวลาไม่นาน โต๊ะทานข้าวก็เต็มไปด้วยอาหารกลิ่นหอมเย้ายวน

ระหว่างทาน ลิงก์ก็ถามเรื่องเรียนของอวี๋เฟยหง ว่าลองทำหนังจริงบ้างหรือยัง

เธอบอกว่าเคยถ่ายหนังสั้นกับเพื่อน ๆ

ลิงก์บอกให้เอามาให้เขาดู

เธอส่ายหน้าพลางเขิน “ถ่ายออกมายังไม่ค่อยดีค่ะ ไว้รอบหน้าทำได้ดีกว่านี้จะเอามาให้ดูนะคะ”

ลิงก์ยิ้มนิด ๆ ไม่ว่าอะไร แล้วพูดด้วยน้ำเสียงใจเย็นว่า “ระหว่างเรียน พยายามฝึกให้เยอะเข้าไว้ ยิ่งลองมากเท่าไหร่ ประสบการณ์ก็ยิ่งเพิ่ม เหมือนกับคนฝึกยิงปืน ต้องลั่นไกหลาย ๆ ครั้งก่อนจะเริ่มแม่นขึ้น”

อวี๋เฟยหงฟังด้วยความตั้งใจ พยักหน้าและจดจำทุกคำ

“ปิดเทอมนี้ ถ้าไม่มีแผนอะไร ลองมาฝึกงานกับกองถ่ายของฉัน หรือของ Guess Who ก็ได้ ประสบการณ์ในกองถ่ายจะช่วยได้มากกว่าทฤษฎีเยอะ”

ลิงก์พูดพลางกินผลไม้ที่หลี่เจียซินส่งเข้าปาก

“ค่ะ!” อวี๋เฟยหงตอบเสียงใส ดวงตาเปล่งประกาย แต่พอจะพูดคำว่า "ขอบคุณ" ก็กลืนคำลงคอ เพราะรู้ดีว่าแค่คำเดียวไม่พอสำหรับทุกอย่างที่เขาทำให้ เธอได้แต่ก้มหน้ากัดริมฝีปากเบา ๆ แล้วจิ้มสลัดในจานแทน

“ที่รัก ทำไมถามแต่เรื่องของเฟยหง ไม่สนใจพวกเราบ้างเลยเหรอ~”

กวนจือหลินอ้อนเสียงหวาน หยอกเย้าในแบบที่ผู้หญิงสวยทำกันอย่างถนัด

“พวกเธอก็อยู่ในแอลเอกันตลอด ฉันจะไม่รู้เหรอว่าไปไหนมาบ้าง”

ลิงก์พูดยิ้ม ๆ พลางบีบแก้มเธอเล่น

“ก็มีเรื่องใหม่นี่สิ หมิ่นหมิ่นกำลังอยากเป็นจิตรกร วัน ๆ อยู่แต่ในบ้าน วาดรูป อ่านหนังสือ ดูนิทรรศการ ส่วนฉันกับเจียซินไม่มีอะไรทำเลย”

“แล้วอยากทำอะไรล่ะ?”

เขาหันไปมองหลี่เจียซินด้วยสายตาอ่อนโยน พร้อมดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขน กลิ่นหอมจากตัวเธอหอมกว่ากับข้าวบนโต๊ะเสียอีก

“ฉันอยู่วงการแสดงมานาน รู้จักคนเยอะ เลยอยากเปิดบริษัทหนังของตัวเอง ลงทุนสร้างหนังบ้าง เป็นยังไง?”

กวนจือหลินพูดพลางเกาะแขนเขาแน่น แววตาเต็มไปด้วยความหวัง

“ที่ฮ่องกงเหรอ? ตอนนี้วงการหนังที่นั่นไม่ดีเลย ลงทุนก็เสี่ยงสูง เปิดบริษัทอาจไม่คุ้ม”

พอเห็นสีหน้าของกวนจือหลินดูจ๋อยลง ลิงก์ก็หัวเราะเบา ๆ “แต่ฉันมีบริษัทลงทุนที่นั่นอยู่แล้ว มีเงินในมือราวร้อยล้านเหรียญ ถ้าเธอสนใจเรื่องลงทุน จะไปช่วยดูงานในฐานะกรรมการหรือผู้อำนวยการฝ่ายไหนก็ได้ ถ้าไม่สนใจก็ไม่เป็นไร”

“ร้อยล้านเหรียญ?! สนสิ สนสุด ๆ เลย! ที่รัก ให้ฉันเป็นกรรมการนะ~ ได้มั้ย ได้มั้ย?”

กวนจือหลินตาโตเป็นประกาย หน้าแดงด้วยความตื่นเต้น

ความจริงเธอเสนอจะเปิดบริษัทหนังก็แค่เพราะอยากมีตำแหน่งโก้ ๆ ไว้กลับไปอวดชาวบ้าน ไม่ได้คิดจริงจังอะไรนัก แต่ตำแหน่งใหญ่ในบริษัทเงินหนาแบบนี้ มันดูไฮโซกว่ามาก!

“ก็ได้ จัดให้เมื่อไหร่ก็ได้” ลิงก์หัวเราะ

“ลิงก์ ทำแบบนี้ดีแล้วเหรอ? หลิน เธอไม่รู้เรื่องลงทุน อย่าทำอะไรเกินตัวล่ะ”

โจวฮุ่ยหมินพูดอย่างเป็นห่วง

“ไม่ต้องห่วง ฉันรู้ขอบเขตตัวเอง รับรองไม่ทำอะไรเกินเลยหรอก”

กวนจือหลินยิ้มอย่างมั่นใจ

ลิงก์หอมแก้มโจวฮุ่ยหมินเบา ๆ เป็นการปลอบ

Gold Mountain Capital ที่ฮ่องกง ก่อตั้งในปี 1993 ด้วยเงินที่ได้จากการท้าพนันกับนักลงทุนอเมริกัน

ปัจจุบันถือหุ้นในหลายบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เช่น Hutchison, Cheung Kong และ Henderson รวมมูลค่าประมาณ 120 ล้านเหรียญ โตขึ้นกว่า 35% ตั้งแต่ก่อตั้ง

ทีมบริหารปัจจุบันประกอบด้วยผู้จัดการจากวอลล์สตรีทและนักลงทุนท้องถิ่นในฮ่องกง

ตำแหน่งที่กวนจือหลินจะได้ก็เป็นแค่ตำแหน่งในนาม ไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินใจโดยตรง

แต่เพราะเธอเป็นดาราและเจ้าแม่งานสังคม การได้เธอมาอยู่ในทีมก็ถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้บริษัทและเปิดโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจได้มากเช่นกัน

หลังพูดถึงเรื่องของกวนจือหลิน ลิงก์ก็หันไปถามหลี่เจียซินว่าอยากทำอะไร

เธอสูงกว่าเพื่อน ๆ แต่พื้นเพที่มาจากครอบครัวธรรมดาทำให้เธอค่อนข้างไม่มั่นใจในตัวเอง และยังไม่มีแผนอนาคตที่แน่ชัด

ลิงก์บอกว่าให้ลองคิดดูเงียบ ๆ ก่อนก็ได้ แล้วค่อยบอกเขาอีกที

ขณะที่อีกฝั่งของโต๊ะ อวี๋เฟยหงก็นั่งเงียบ ๆ จิบเครื่องดื่ม ฟังบทสนทนาอย่างตั้งใจ แล้วก็ค่อย ๆ เข้าใจขึ้นว่า ทำไมลิงก์ถึงมีผู้หญิงมากมายรายล้อม

เพราะเขาไม่ใช่แค่คนดี แต่ยังมีความสามารถ รู้จักใส่ใจ และสนับสนุนให้ผู้หญิงทุกคนมีชีวิตของตัวเอง

ผู้ชายแบบนี้... หายากเหลือเกิน

ได้เจอเขา ถือว่าโชคดีที่สุดของผู้หญิงคนหนึ่งแล้ว

หลังทานข้าวเสร็จ กวนจือหลินเริ่มรู้สึกร้อนเพราะอากาศอบอ้าว จึงเสนอให้ไปว่ายน้ำกันอีกสักรอบ ลิงก์ไม่ได้ขัดข้อง เปลี่ยนเป็นกางเกงว่ายน้ำแล้วออกไปที่สวนหลังบ้านพร้อมทุกคน

อวี๋เฟยหงเห็นแผ่นหลังที่แน่นตึงและเซ็กซี่ของเขาก็หน้าแดง รีบเบือนหน้าหนีอย่างรวดเร็ว

ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงน้ำกระจาย เสียงหัวเราะ เสียงหยอกล้อกันในสระก็ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนบรรยากาศทั้งบ้านเหมือนจะสั่นสะเทือนไปด้วย

อวี๋เฟยหงรีบลุกไปเก็บโต๊ะอาหาร ล้างจานอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะรีบขึ้นห้อง

เธอปิดประตูห้องลง หัวใจยังเต้นแรงไม่หยุด

เดิมทีตั้งใจจะนั่งอ่านหนังสือก่อนนอน แต่เสียงจากชั้นล่างยังดังไม่หยุด แถมยิ่งดึกยิ่งไม่เบาลงเลย กลับกลายเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เสียงหัวเราะ เสียงแกล้งกัน เสียงกระเซ้าอย่างไม่มีความเกรงใจ

ถึงแม้จะใส่หูฟัง ก็ยังไม่สามารถกลบเสียงพวกนั้นได้ทั้งหมด

สุดท้าย เธอเลยต้องใช้ผ้าห่มคลุมหัว นอนขดตัวพลิกไปพลิกมาด้วยใจเต้นแรง จนกระทั่งหลับไปในสภาพกึ่งฝันกึ่งตื่น

แต่กลางดึกก็ยังถูกเสียงฝั่งห้องข้าง ๆ ปลุกให้ตื่นอีกครั้ง

รุ่งเช้า อวี๋เฟยหงตื่นตอนแปดโมงกว่า เปลี่ยนเป็นชุดกระโปรงเรียบร้อย เตรียมทำอาหารเช้าให้ลิงก์กับทุกคน

แต่ระหว่างที่เดินผ่านหน้าห้องของโจวฮุ่ยหมิน ก็ได้ยินเสียงแหบพร่าพูดออกมาว่า “ลิงก์กลับกองถ่ายไปแล้ว…”

อวี๋เฟยหงชะงัก ก่อนจะเดินผ่านไปเงียบ ๆ ไม่รบกวน

จากนั้นก็มีเสียงกวนจือหลินลอดประตูออกมา “พวกเราสามคนเหนื่อยมากเลย จะนอนยาวถึงเที่ยงนะ เธอช่วยเอาอาหารเช้ามาส่งให้ถึงห้องหน่อยได้ไหม?”

พอรู้ว่าลิงก์ออกไปแล้ว อวี๋เฟยหงก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมานิดหนึ่ง แต่ลึก ๆ กลับมีความรู้สึกว่างเปล่าแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก

---

ตอนนี้มันยาวชิบหาย ยาวแบบยาวอะไรขนาดนั้น ตอนแรกจะเก็บตังตอนนี้และ แต่เอาเถอะ สัญญาไว้แล้วฟรีไป๊ 555555 นอยยยย

จบบทที่ ตอนที่ 334: อวี๋เฟยหงกับสามสาวฮ่องกง

คัดลอกลิงก์แล้ว