- หน้าแรก
- ผู้กำกับฮอลลีวูดในปี 1992
- ตอนที่ 315: สนทนากับทอม ครูซ
ตอนที่ 315: สนทนากับทอม ครูซ
ตอนที่ 315: สนทนากับทอม ครูซ
หลังจากกินข้าวกับวิโนน่าเสร็จ ลิงก์ก็พาเธอไปนั่งเล่นที่คาเฟ่ชั้นล่าง
แล้วนัดเจอกับทอม ครูซเพื่อพูดคุยกันเล็กน้อย
ทอม ครูซเริ่มต้นด้วยการแสดงความยินดีที่ลิงก์ติดอันดับสูงขึ้นในลิสต์เศรษฐีของ Forbes รวมถึงความสำเร็จของ Guess Who Production ที่ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของวงการเมื่อปีที่แล้ว พร้อมบอกว่านั่นเป็นผลงานที่น่าทึ่งมาก
ลิงก์ยิ้มรับคำชม แล้วถามถึงความคืบหน้าของโปรเจกต์ Mission: Impossible
ทอมตอบว่ากำลังถ่ายทำอยู่ แต่ต้องพักกองไปชั่วคราวเพราะสภาพอากาศ
เมื่อพูดถึง Jerry Maguire (เจอร์รี่ แม็คไกวร์ เทพบุตรรักติดดิน)
ทอมก็เอ่ยปากถามว่าโปรเจกต์นั้นเป็นยังไง
ลิงก์บอกว่ากำลังอยู่ในช่วงเตรียมการ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนก็คงจะเริ่มถ่ายทำช่วงปลายปี และถ้าทอมสนใจ เขาก็สามารถลองมาแคสต์บทนำได้
ทอมถามอีกว่า ลิงก์จะกำกับเองหรือไม่
ลิงก์ตอบว่า "ยังไม่แน่ใจ ถ้ามีเวลา ก็คงกำกับเอง"
ทอมยิ้มกว้าง บอกว่าอยากมีโอกาสร่วมงานกับลิงก์สักครั้ง
จากนั้นเขาก็มองไปที่นิโคลซึ่งกำลังนั่งคุยกับวิโนน่า แล้วพูดอย่างจริงใจว่า
“ช่วงนี้ถ่ายทำวุ่นมาก ไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับเธอ ถ้าคุณพอจะช่วยดูแลนิโคลในกองบ้าง
ผมจะซาบซึ้งมากเลยครับ...ไม่ต้องกังวลเรื่องข่าวลือ ผมไม่ถือสา”
ลิงก์ยกกาแฟขึ้นจิบ แล้วพยักหน้ารับ
ทอมพูดต่ออย่างมีมารยาท
“ลิงก์ คุณเป็นคนพิเศษจริง ๆ ผมไม่เคยรู้จักใครที่เหมือนคุณมาก่อนเลย แต่ก่อนผมเคยได้ยินเรื่องไม่ดีจากพวกโรเบิร์ตกับริชาร์ด ก็เลยเหมารวมว่าคุณเป็นพวกแย่ ๆ แบบนั้นไปด้วย…แต่ตอนนี้ผมรู้แล้ว ว่าผมเข้าใจผิด ผมขอโทษนะครับ หวังว่าคุณจะให้อภัยผม”
ลิงก์มองแววตาและสีหน้าของเขา ก่อนจะยิ้มบาง ๆ แล้วตอบ “ไม่เป็นไรครับ”
ทั้งสองนั่งคุยกันในร้านกาแฟราวสิบกว่านาที ก่อนที่ลิงก์จะพาวิโนน่าออกไป
วันรุ่งขึ้น สื่อหลายเจ้าเริ่มรายงานข่าวภาพทอม ครูซไปรอรับนิโคลที่กองถ่าย พร้อมช่อดอกไม้ใหญ่ โดยเขียนพาดหัวว่า “รักหวานชื่น” พร้อมแนบภาพจับมือยิ้มหวานเป็นฉาก ๆ
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า นิโคลเป็นคนพาทอมมานั่งคุยกับลิงก์ที่ร้านกาแฟ และดูเหมือนทั้งสองจะเริ่มเปิดใจต่อกัน มีแววร่วมงานในอนาคต
เนื่องจากทั้งทอมและลิงก์เป็นดาราระดับแนวหน้า และข่าวว่าทั้งสองเคยมีปัญหากันก่อนหน้านี้จึงได้รับความสนใจสูงมาก พอเห็นข่าวว่าคุยกันดี แฟนคลับทั้งสองฝ่ายก็ออกมาดีใจและให้กำลังใจกันใหญ่
นักข่าวคนหนึ่งตามไปสัมภาษณ์ทอมเพื่อยืนยันข่าว เขาก็ยิ้มกว้างแล้วตอบว่า
“จริงครับ! ลิงก์เป็นคนยอดเยี่ยมมาก ผมตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับเขา”
เมื่อถูกถามถึงข่าวลือระหว่างลิงก์กับนิโคล ทอมยังคงยิ้มพลางตอบว่า
“ผมไม่เชื่อข่าวนั้นหรอก ลิงก์เป็นคนดี แล้วนิโคลก็เป็นภรรยาที่ดี ผมเชื่อใจเธอ”
ลิงก์เองก็ได้เห็นข่าวเหล่านี้ในช่วงพักระหว่างถ่ายทำ ตอนแรกเขารู้สึกละอายใจนิดหน่อยที่รับ “บริการไม่เหมาะสม” ในวันนั้น
แต่พอคิดย้อนไปถึงคำพูดในโทรศัพท์ของทอม รวมถึงตอนที่มาขอให้ช่วยดูแลนิโคลที่กองถ่าย แถมยังพูดจาเหมือนเชื้อเชิญให้ลิงก์ “อยากทำอะไรก็ทำ” ความรู้สึกผิดก็หายวับไปทันที
เพราะในเรื่องนี้ เขาคือฝ่ายถูกดึงเข้าไปโดยไม่ได้สมัครใจด้วยซ้ำ แถมยังเป็นฝ่ายเสียหายอีก เขาไม่มีอะไรต้องรู้สึกผิดเลยสักนิด
“ลิงก์ ฉันหายดีแล้วนะ เมื่อไหร่จะได้เข้าฉากสักที?”
เสียงใส ๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง นิโคลเดินยิ้มเข้ามาหา เธอสวมเดรสยาวพลิ้วไหว ผิวขาวผ่องจนสะท้อนแสงแดดยามใบไม้ผลิในนิวยอร์ก ริมฝีปากแดงสดและรอยยิ้มอบอุ่นทำให้ดูสดใสมีเสน่ห์
ลิงก์สังเกตว่ารอยบวมตรงริมฝีปากเธอหายดีแล้ว เสียงพูดก็ไม่มีปัญหา จึงพยักหน้าแล้วตอบว่า “งั้นเริ่มเตรียมตัวไว้เลย พรุ่งนี้ถ่ายฉากของคุณ”
นิโคลตาเป็นประกาย “เยี่ยม!”
เธอกะพริบตาอย่างขี้เล่น แล้วหมุนตัวจากไปพร้อมกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ
“อีกวันแล้วที่ฉันอิจฉาลิงก์...ถ้ามีผู้หญิงแบบนิโคลมามองฉันแบบนั้น ฉันคงมีความสุขตาย” ไรอัน ฟิลลิปกระซิบกับคนข้าง ๆ
จิม แคร์รี่ย์หัวเราะ
“ล้อเล่นหรือเปล่า? ผู้หญิงเกือบทุกคนในกองถ่ายก็ทำแบบนั้นกับลิงก์หมดแหละ นายดูเขาสิ สีหน้าไม่สะทกสะท้านอะไรเลย”
“ก็เขาชินแล้วไง เฮ้อ...ขอให้ฉันได้ชินบ้างสักวันเถอะ!”
“จิม ว่างมั้ย?”
เสียงลิงก์ดังขึ้น
“ซวยแล้ว ลิงก์ได้ยินแน่ ๆ” จิมหดคอเล็กน้อย
เขายิ้มแห้ง ๆ แล้วเดินเข้าไปหา “ว่าไงลิงก์?”
“Ace Ventura 2 จะเข้าฉายสัปดาห์หน้า เราจะถ่ายฉากของนายให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ แล้วนายค่อยกลับไปเดินสายโปรโมต เตรียมตัวให้ดีไว้ก่อนล่ะ”
“ได้เลย! ฉันจะเล่นให้สุดฝีมือ!” จิมพูดพลางทำท่าตะเบ๊ะเหมือนทหาร
หลังพักไม่นาน กองถ่ายก็เริ่มลุยถ่ายทำต่อ
พอถึงวันศุกร์ Ace Ventura 2 ก็เข้าฉายในอเมริกา นี่คือหนังลำดับที่สามของ Guess Who ในปีนี้
แต่เพราะสองเรื่องก่อนหน้าทำรายได้ต่ำกว่าคาด สื่อเลยพากันมองว่า Guess Who กำลังแผ่ว หนังเรื่องนี้ก็คงไปไม่รอด
บรรดาเจ้ายักษ์ใหญ่ทั้ง 7 ก็ใช้สื่อในเครือจู่โจม Ace Ventura 2 แบบไม่ไว้หน้า ทั้งรีวิวด่าแรง ทั้งส่งหนังแข็ง ๆ มาฉายชนแบบจงใจ ชนิดที่เรียกว่าไล่บี้ทุกช่องทาง
Guess Who เลยทุ่มงบก้อนใหญ่กับการประชาสัมพันธ์ หวังเรียกกระแสและความสนใจกลับมา
การต่อสู้รอบนี้ร้อนแรงจน The Hollywood Reporter ยังลงบทวิเคราะห์ว่า หลังตารางทำเงินประจำปีเริ่มแสดงผล บรรดาเจ้าของหุ้นของค่ายใหญ่ทั้ง 7 เริ่มหันมาสนใจฝั่ง Guess Who มากขึ้น และอาจย้ายเงินไปลงทุนกับฝั่งที่สร้างรายได้ดีกว่า
สื่ออื่น ๆ อย่าง New York Post และ Wall Street Journal ก็รายงานสถานการณ์นี้เต็มหน้าเช่นกัน ทำให้การปะทะระหว่าง “เจ้าใหม่” กับ “เจ้าใหญ่” กลายเป็น Talk of the Town ของทั้งวงการ
ในบาร์แห่งหนึ่ง ผู้กำกับสตีเวน โซเดอร์เบิร์กวางหนังสือพิมพ์ลงแล้วถอนหายใจ
“ลิงก์นี่มันสุดยอดจริง ๆ นะ อยู่ Forbes วันนึง มีข่าวฉาววันนึง อีกวันก็เปิดศึกกับยักษ์ใหญ่ทั้งวงการ...แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าชีวิต”
โรเบิร์ต โรดริเกซพยักหน้า
“เหมือนแม่ทัพที่อยู่กลางสมรภูมิ ตื่นมาก็มีศึกให้รบทุกวัน ส่วนพวกเรานั่งอ่านหนังสือพิมพ์รอดูชัยชนะของเขาไป”
เควนตินขมวดคิ้ว “อย่าเหมารวม ฉันไม่ได้อยู่นอกสนาม ฉันก็สู้เหมือนกันนะ!”
โรเบิร์ตหัวเราะ “แต่ถ้าเทียบกับลิงก์ที่เปิดศึกกับทั้ง Hollywood กับ Wall Street เราก็เหมือนเด็กเล่นสงครามเลยน่ะ”
เควนตินทำท่าจะเถียง แต่ก็หาคำแย้งไม่ได้
ลิงก์มันเกินไปจริง ๆ ตั้งแต่ปี 1992 ก็ไม่เคยหยุดสร้างเรื่องเลยสักวัน
เขาควรจะไปเป็นทหารมากกว่า มาอยู่ในวงการหนังมันเล็กไปสำหรับคนแบบนี้
“ฉันว่าที่เขาทำอยู่นี่มันเหมือน ดองกิโฮเต้สู้กับกังหันลมมากกว่า
คอยดูเถอะ เดี๋ยวก็คว่ำคากองลมนั่นแหละ” เควนตินบ่น
โรเบิร์ตส่ายหน้า
“ฉันไม่คิดแบบนั้นนะ ถึงฝั่งเจ้าตลาดจะใหญ่ก็เถอะ แต่ลิงก์ก็ไม่ใช่ธรรมดา เขามีเงินหลายพันล้าน แล้วหนังของ Guess Who ก็ยังขายได้อยู่ดี ฉันว่าเขามีสิทธิ์ชนะ”
“งั้นก็เดิมพันกันเลย ใครแพ้เลี้ยงเหล้า!”
“ตกลง!”
ทั้งคู่ชนกำปั้นกัน ก่อนจะพากันไปดู Ace Ventura 2 ที่โรงหนัง
หลังดูจบ เควนตินก็บ่นว่า
“ไม่สนุกเลย พล็อตไม่มีอะไรเลยนอกจากมุก มุก แล้วก็มุก หนังแบบนี้จะทำเงินได้ไง?”
แต่โรเบิร์ตกลับแย้งว่า “หนังตลกก็แค่นี้แหละ ขอให้คนดูขำก็พอแล้ว แล้วรอบนี้คนขำกันทั้งโรงเลยนะ แถมยังได้จิม แคร์รี่ย์ด้วย ฉันว่าทำเงินแน่”
สตีเวนเลยพูดขึ้นมาว่า “งั้นพนันอีกรอบ ใครแพ้เลี้ยงรอบหน้า”
ทั้งสองเลยยิ้มแล้วจับมือกันอีกครั้ง