เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 310 แจ้งความเลยตอนนี้! เรื่องนี้ปล่อยลิงก์ไว้ไม่ได้แน่

ตอนที่ 310 แจ้งความเลยตอนนี้! เรื่องนี้ปล่อยลิงก์ไว้ไม่ได้แน่

ตอนที่ 310 แจ้งความเลยตอนนี้! เรื่องนี้ปล่อยลิงก์ไว้ไม่ได้แน่


หลังวางสายจากโซฟี มาร์โซ ลิงก์ก็รับโทรศัพท์อีกหลายสาย ทั้งจากอารอน คุช บรรณาธิการร่วมของ The Hollywood Reporter, รอส สแตนตัน จาก Los Angeles Times และเกรย์เดน คาร์เตอร์ บรรณาธิการ Vanity Fair

เมื่อสองอันดับใหญ่ออกมา ทั้งรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศและอันดับ Forbes ลิงก์ก็กลายเป็นบุคคลที่ฮอตที่สุดในวงการอีกครั้ง สื่อใหญ่พากันแย่งสัมภาษณ์ แต่เพราะเขายังติดถ่ายทำอยู่ในกอง จึงไม่มีเวลานั่งให้สัมภาษณ์แบบเป็นทางการ

วันนี้พวกสื่อจึงโทรมาขอถามคำถามเร่งด่วนที่คนทั่วไปอยากรู้มากที่สุด เช่น

“รู้สึกอย่างไรที่ Guess Who ทำรายได้แซงหน้าสตูดิโอใหญ่ทั้ง 7?”

“จะเดินหน้าชิงอันดับหนึ่งของปีนี้หรือเปล่า?”

“มีแผนอะไรจะรักษาส่วนแบ่งตลาด?”

“รู้สึกยังไงกับการเป็นมหาเศรษฐีอันดับสูงสุดใน Forbes และอายุน้อยที่สุด?”

“อยากฝากอะไรถึงแฟน ๆ หรือมีเคล็ดลับความสำเร็จไหม?”

ลิงก์ตอบคำถามทั้งหมดทางโทรศัพท์อย่างกระชับ

พอสัมภาษณ์เสร็จ อาหารในกล่องก็ดันเย็นชืดหมดแล้ว เลวินสกี้ ผู้ช่วยส่วนตัวรีบเปลี่ยนข้าวกล่องใหม่ให้ร้อน ๆ

“เฮ้ มหาเศรษฐี ว่างซะทีนะ”

ยังไม่ทันเริ่มกิน จิม แคร์รีก็เดินมาพร้อมถือข้าวกล่องกับนิตยสาร Forbes แอบชะโงกมองในกล่องข้าวของเขา เห็นแค่บรอกโคลี ขนมปัง กับหมูทอดธรรมดา

“เฮ้ย ทำไมกินเหมือนพวกเราวะ?”

“ก็แค่ข้าวกล่องเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”

ลิงก์ยกน้ำอุ่นขึ้นจิบ

“โห นายมีเงินตั้งขนาดนั้น ยังจะกินอาหารแบบนี้อีกเหรอ?”

จิมแคร์รีเคี้ยวปากเปล่า บ่นไปอย่างอารมณ์ดี

ลิงก์เพียงส่ายหน้า ตอนจะมาถ่ายหนัง พี่เสี่ยวลี่เคยเสนอให้จ้างเชฟ นักโภชนาการ และแม่บ้านมาคอยดูแลเรื่องกินอยู่ให้ แต่เขาปฏิเสธ เพราะตัวเองไม่เรื่องมาก แค่อาหารสะอาด มีประโยชน์ก็พอแล้ว

“จิม ปีที่แล้วนายก็ทำได้ดีนะ ยินดีด้วย”

ลิงก์พูดพลางเคี้ยวหมูทอด

“ฮ่า ๆ ขอบใจมาก! แต่เทียบกับนายแล้ว ฉันนี่แค่เศษฝุ่น”

จิมหัวเราะกว้าง อารมณ์ดีสุดขีด

ปีที่แล้ว Dumb and Dumber กับ The Mask ทำรายได้ถล่มทลาย เขาเลยกลายเป็นนักแสดงที่ค่าตัวสูงที่สุดในฮอลลีวูด โดยค่าตัวต่อเรื่องพุ่งไปถึง 20 ล้านเหรียญ จากเมื่อสองปีก่อนที่ยังได้แค่ 2 แสนกับ Ace Ventura เท่านั้น

และใน Forbes ฉบับล่าสุด เขาติดอันดับ 8 ของดารารายได้สูงสุด ด้วยรายได้รวม 32 ล้าน รองจากลิงก์, ไมเคิล แจ็กสัน, มาดอนน่า, สตีเวน สปีลเบิร์ก ฯลฯ

“ลิงก์ ฉันต้องขอบคุณนายมากเลยนะ ตอนที่ชีวิตฉันตกต่ำสุด ๆ นายก็เป็นคนที่ให้โอกาส พาฉันขึ้นมาอย่างสวยงาม ฉันไม่มีวันลืมสิ่งที่นายทำให้แน่นอน”

คราวนี้จิมพูดจริงจัง หน้าตาไม่มีร่องรอยของการล้อเล่นอยู่เลย

“เพื่อนกันไม่ต้องพูดมาก”

ลิงก์ยกขวดน้ำชนกับเขาเบา ๆ

จิมหัวเราะอีกครั้ง แล้วก็กลับไปทำหน้าทะเล้นเหมือนเดิม

“สองมหาเศรษฐีคุยกันสนุกใหญ่ ฉันนั่งด้วยได้ไหม?”

นิโคล คิดแมน เดินเข้ามาพร้อมข้าวกล่อง พลันเห็นนิตยสาร Forbes บนโต๊ะก็ยิ้มหวาน

“ฮ่า ๆ แน่นอน นิโคล หรือว่าวันนี้มีเรื่องด่วนจะคุยกับลิงก์ งั้นฉันไม่กวนแล้ว ขอให้อาหารมื้อนี้อร่อยนะ”

จิมแคร์รีขยิบตาให้ลิงก์แล้วเดินเลี่ยงไปอย่างรู้จังหวะ

นิโคลนั่งลงตรงข้าม มองใบหน้าของลิงก์นิ่ง ๆ

“มองอะไร?”

“ก็มองคนหล่อไง”

เธอปัดผมเบา ๆ แล้วพูดต่อด้วยเสียงอ่อนหวาน “ลิงก์ รู้ไหม ฉันเคยบอกเบนว่า คุณคือแบทแมนตัวจริง เพราะนิสัย ความชอบ พฤติกรรมทุกอย่างเหมือนกันหมด แต่ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจแล้ว...คุณดูเหนือกว่าแบทแมนอีกนะ

แบทแมนสร้างตัวจากมรดกพ่อแม่ แต่คุณเริ่มจากศูนย์ ใช้แค่พรสวรรค์ กับความมุ่งมั่น ที่สำคัญคุณยังมีเสน่ห์กว่าเยอะด้วย”

ลิงก์ฟังแล้วแอบยิ้มในใจ ถึงทรัพย์สินอาจยังเทียบตระกูลเวย์นไม่ได้ แต่เรื่องความแข็งแรงกับฝีมือสู้ได้แน่นอน

“เมื่อก่อนฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้หญิงหลายคนถึงรักคุณ ทั้งที่คุณเจ้าชู้จะตาย แต่ตอนนี้พอเข้าใจแล้ว เพราะคุณเก่งเกินไป เป็นผู้ชายดี ๆ ที่หาได้ยาก ต่อให้ต้องแชร์กับคนอื่น ก็ยังดีกว่าต้องไปใช้ชีวิตกับคนธรรมดา”

นิโคลพูดยิ้ม ๆ คางเกยบนหลังมืออย่างมีชั้นเชิง

“แล้วที่เบนชอบแอบมองฉันทั้งวันในกอง เป็นฝีมือคุณหรือเปล่า?”

ลิงก์กัดส้มในมือเคี้ยวเบา ๆ

“ฮ่า ๆ ช่วงนั้นเบนเครียดจัด ไม่รู้จะเล่นแบทแมนยังไง ฉันก็เลยบอกให้เขาเลียนแบบคุณไง ผลคือเวิร์กสุด ๆ นี่ไง ฉันบอกแล้วว่าฉันคิดถูก”

นิโคลกระพริบตาเหมือนรอคำชม

“ถือว่าทำดี ต้องขอบคุณด้วย แต่ซีนต่อไปจะยากหน่อยนะ เตรียมตัวไว้ดี ๆ พยายามผ่านให้ได้ในเทคเดียว”

“สบายมาก! แต่เดี๋ยวก่อน ฉันเหมือนโดนเบี่ยงประเด็นรึเปล่าเนี่ย คุยเรื่องคุณอยู่ดี ๆ กลายเป็นเรื่องงานเฉยเลย”

เธอเบ้ปาก แล้วโน้มตัวลงบนโต๊ะ แผ่นอกแนบกับพื้นโต๊ะจนร่องอกเผยออกมาชัดเจน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยมากับอากาศ

ลิงก์พูดเรียบ ๆ “ตอนนี้คือเวลางาน เรื่องอื่นค่อยว่ากันหลังถ่ายเสร็จ ฉันกินเสร็จแล้ว รีบกินด้วย เราจะถ่ายฉากต่อไป”

เขาหยิบกล่องเปล่าไปทิ้ง แล้วลุกขึ้นเดินไปยังฉากถ่ายทำ

นิโคลมองตาม ยิ้มบาง ก่อนจะก้มดูนิตยสาร Forbes บนโต๊ะ ดวงตาเริ่มหม่นลงเล็กน้อย

ในฉบับนี้ ไม่มีชื่อเธออยู่ในรายชื่อดาราหญิงรายได้สูงของฮอลลีวูดเลย แต่ผู้หญิงรอบตัวลิงก์กลับติดอันดับกันถ้วนหน้า

มิเชล ไฟเฟอร์ 21 ล้านเหรียญ (อันดับ 5)

แซนดร้า บูลล็อก 15 ล้าน (อันดับ 8)

โมนิก้า เบลลุชชี 10 ล้าน (อันดับ 12)

เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี 8.5 ล้าน (อันดับ 18)

ส่วนจูเลียน มัวร์, เรเน่ เซลเวเกอร์, วิโนน่า ไรเดอร์ และมีลา โจโววิช ต่างก็มีรายได้ปีละ 3 ล้านขึ้นไป

แต่นิโคล คิดแมน ผู้เป็นถึงภรรยาของทอม ครูซ กลับมีรายได้แค่ 2.6 ล้าน ทั้งที่รับหนังไปสองเรื่อง รับโฆษณาอีกสามตัว

ใครเห็นก็ต้องอิจฉาผู้หญิงของลิงก์ เพราะแค่ขึ้นเตียงกับเขา ก็ได้ทั้งบทดี ๆ การปกป้อง และรายได้มหาศาล ไม่มีอะไรจะน่าอิจฉาไปกว่านี้อีกแล้ว

เมื่อก่อนเธอเคยคิดว่าการได้แต่งงานกับทอม ครูซคือสุดยอดโชคดี แต่เทียบกับผู้หญิงพวกนั้น มันก็แค่อดีตธรรมดา ๆ

นิโคลใช้นิ้วเรียวลูบเบา ๆ บนรูปของลิงก์ในนิตยสาร ดวงตาฉายแววปรารถนารุนแรง

ผู้ชายแบบนี้ ต้องเป็นของเธอเท่านั้น

“นิโคล คุณครูซโทรมา รับสายไหมคะ?”

ผู้ช่วยชื่อมิลลี่ถือโทรศัพท์มือถือเข้ามา

นิโคลรับสาย น้ำเสียงของทอม ครูซดังแทรกเข้ามาทันที

“คุณทำอะไรอยู่?”

“ถามทำไม?”

“ก็ผมเป็นสามีนี่ แค่ถามไม่ได้เหรอ?”

“ได้สิ ฉันอยู่กับลิงก์...จะว่า ‘กำลังกินข้าว’ หรือ ‘ขึ้นเตียง’ ดีล่ะ คุณอยากได้คำตอบไหน?”

เสียงหัวเราะเยาะหลุดจากปากเธอ

“นิโคล! คุณรู้ตัวไหมว่าคุณเป็นใคร? คุณเป็นภรรยาของผมนะ!”

“แล้วไงคะ? แค่ฉันกินข้าวกับผู้กำกับในกองถ่าย ก็ผิดด้วยเหรอ?”

“แค่กินข้าวเหรอ?” น้ำเสียงของทอม ครูซเริ่มเข้ม “พวกคุณอยู่กองถ่ายด้วยกันเป็นเดือน เจอหน้ากันทุกวัน ลิงก์ก็ใช่ย่อย มันเป็นพวกเจ้าชู้ตัวพ่อ คุณจะกล้าบอกจริง ๆ เหรอ ว่ามันไม่มีอะไร?”

“คุณอยากพูดอะไรก็พูดมาเถอะ”

“ข่าวลือของคุณสองคนเต็มหน้าหนังสือพิมพ์ไปหมด ทั้งออกด้วยกัน กลับด้วยกัน อยู่โรงแรมเดียวกัน คนเขียนกันให้แซ่ด ว่าคุณกับมันมีความสัมพันธ์ไม่เหมาะสม...จริงหรือเปล่า?”

น้ำเสียงของทอมตอนนี้ต่ำลง แต่แฝงด้วยความกดดันสุดขีด

นิโคล คิดแมนหัวเราะเยาะ

“ไม่เหมาะสมเหรอ? ใช่สิ ที่ข่าวเขียนน่ะจริงหมด ฉันสวยขนาดนี้ หุ่นดีขนาดนี้ ลิงก์มันจะปล่อยฉันไว้เฉย ๆ ได้ไง? ไม่กี่วันหลังเข้ากอง มันก็ลากฉันเข้าห้องแล้วจัดหนักเลย พอกินเสร็จยังสั่งให้ฉันย้ายมาอยู่กับมันอีก ตอนกลางวันต้องทำงาน ตอนกลางคืนก็ถูกใช้งานเหมือนทาส”

เสียงทอม ครูซตะโกนดังลั่น “ไอ้ลิงก์! ฉันจะฆ่ามัน! นิโคล คุณมีหลักฐานไหม? รูปก็ได้ วิดีโอก็ได้ หรืออะไรก็ได้ที่ฟ้องมันได้! เราไปแจ้งความตอนนี้เลย เอามันเข้าคุกให้ได้! ฉันจะลากมันลงจากหอคอยงาช้างนั่นให้ได้!”

“ไม่มีหรอกค่ะ” เธอตอบเรียบ ๆ “ช่วงแรกอาจจะฝืนใจ...แต่หลังจากนั้น ฉันเต็มใจ”

“อะไรนะ?! คุณพูดบ้าอะไรเนี่ย!”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง...เขาทั้งหล่อ ทั้งอบอุ่น ทั้งเข้าใจฉัน อยู่ไปอยู่มา ฉันก็ยอมทุกอย่างให้เขาหมดแล้ว ฉันรักเขา...รักจนถอนตัวไม่ขึ้น”

“บ้าชะมัด! คุณลืมหน้าที่ของคุณไปแล้วเหรอ?! แล้วแผนของไมเคิลล่ะ?!”

นิโคลนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนหัวเราะแห้ง ๆ “ไมเคิล โอวิตซ์ใช่ไหม? งั้นคุณก็รู้สินะ ว่าฉันมาใกล้ลิงก์เพราะแผนของเขา ใช้ฉันเป็นหมาก ให้ฉันเอาตัวเข้าแลก”

ตอนแรกเธอไม่แน่ใจว่า ทอมรู้เรื่องแผนการของไมเคิลหรือไม่ แต่พอเขาหลุดปากพูดแบบนั้น เธอก็มั่นใจแล้ว

ขนลุกซู่ไปทั้งตัว รู้สึกเหมือนถูกขาย ถูกควบคุมเหมือนหุ่นเชิดมาตลอด

ตลอดเวลาที่อยู่กับทอม เธอมองเขาเป็นสามีคนหนึ่ง แม้เขาจะชอบแสดงความเป็นเจ้าของ คอยจับมือเธอแน่น ๆ เวลาปรากฏตัวต่อหน้าสื่อ ห้ามเธอพูดกับผู้ชายคนอื่นนานเกินไป เธอเคยคิดว่านั่นคือความรัก

แต่วันนี้มันชัดเจนแล้ว มันไม่ใช่ความรักเลย มันคือ “การครอบครอง”

“ฉัน...” ทอมเสียงอ่อนลงเล็กน้อย “ฉันไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้ แต่ไมเคิลไม่มีทางเลือก เขาบอกว่าเธอเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด ถ้าไม่ใช่เธอ ก็ไม่มีใครแล้ว ฉันเองก็พยายามขัดขืนแล้วนะ”

เสียงเขาสั่น ๆ เหมือนกำลังจะร้องไห้ แล้วก็เปลี่ยนไปเป็นโทนเกรี้ยวกราดอีกครั้ง

“แต่เธอก็ต้องเข้าใจ! ลิงก์มันทำให้ฮอลลีวูดปั่นป่วน! CAA กำลังเสียอำนาจ อุตสาหกรรมหนังทุกวันนี้เละเทะหมด หนังแย่ ๆ ขายดี ส่วนหนังดี ๆ ไม่มีโอกาสเข้าฉาย บริษัทล้มกันเป็นแถว นักแสดงตกงานเพียบ ทั้งหมดเพราะมันคนเดียว!”

“ถ้าปล่อยให้มันอยู่ต่อไป ฮอลลีวูดก็พังหมด! ที่เราทำก็เพื่อปกป้องวงการนี้นะ เธอเข้าใจฉันไหม?”

นิโคลยิ้มเยาะทั้งน้ำตา “เพื่อวงการ? เพื่อฮอลลีวูด? อย่าหลอกตัวเองเลย ที่คุณทำทั้งหมด ก็เพื่อปกป้องตัวเอง เพื่อให้ตัวเองยังอยู่แถวหน้า ให้ยังได้บทดี ๆ ได้ชื่อเสียง ได้เป็นราชาของ CAA ใช่ไหม...ที่รัก?”

“ไม่ใช่นะ! อย่าคิดแบบนั้น!”

“ทอม เราหย่ากันเถอะ ทุกอย่างมันก็เปิดเผยหมดแล้ว ต่อไปไม่มีอะไรให้คุยกันอีกแล้ว”

“ไม่มีวัน! ฉันไม่มีทางหย่ากับเธอหรอก! จะให้เธอวิ่งไปนอนกับไอ้บ้านั่นให้ฉันขายหน้าหรือไง?!”

“ฉันยอมออกไปมือเปล่าก็ได้ ไม่เอาทรัพย์สินอะไรเลย”

“ฉันบอกว่า ไม่! หย่าไม่ได้เด็ดขาด!”

“ทำไมล่ะ?”

เสียงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนทอมจะตะคอกใส่ “เพราะทุกอย่างที่เธอมี...ฉันเป็นคนให้! ถ้าไม่มีฉัน เธอก็เป็นแค่นักแสดงโนเนมจากออสเตรเลีย เธอจะมาทิ้งฉันแบบนี้ไม่ได้!”

นิโคลหัวเราะเย็น ๆ “งั้นคุณก็อย่ามายุ่งกับฉันเลยว่าจะนอนกับใคร หรือใช้ชีวิตยังไงตอนกลางคืน”

เสียงกรีดร้องจากอีกฟากโทรศัพท์ดังขึ้นทันที

“ผู้หญิงสารเลว—!!”

นิโคล คิดแมนกดตัดสาย แล้วเช็ดน้ำตาเบา ๆ ลุกขึ้นเดินไปที่ห้องแต่งหน้า

พอแต่งหน้าเสร็จ เธอก็เดินออกมาเข้าฉาก ขณะที่ทีมงานทุกคนเตรียมพร้อม

“ซีนที่ 617 เทค 1 — เริ่ม!”

เป็นฉากที่หมอเชสกำลังช่วยบรูซ เวย์นเยียวยาปมในใจ

“ฉันมีของจะให้คุณ อยู่บนโต๊ะ หวังว่าคุณจะชอบนะ”

เสียงของหมอเชสดังจากอีกห้องหนึ่ง

บรูซเดินไปที่โต๊ะ หยิบของในกล่องขึ้นมาดู เป็นหน้ากากเด็กเล่นสุดหลอน สีดำกับสีขาวครึ่งซีก

“ของชิ้นนี้จะช่วยรักษาฝันร้ายของคุณได้ บางทีความฝันคุณก็ควรเปลี่ยนเหมือนกัน”

หมอเชสเดินเข้ามาในห้อง สวมเดรสม่วงแขนกุด ผมทองสยาย กลิ่นหอมจาง ๆ ฟุ้งอยู่ในอากาศ

บรูซ เวย์นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปข้างนอก

“พ่อแม่ผมโดนฆ่าต่อหน้าผม ตอนนั้นผมยังเด็ก ผมจำรายละเอียดไม่ได้มากนัก แต่ในฝันมักเห็นอะไรบางอย่างสว่างวาบ เหมือนฟ้าแลบ มันกลับมาอีกครั้ง ทั้งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน บางทีเป็นสมุดปกแดง...บางทีก็เป็นอะไรอีก ผมยังไม่แน่ใจ แต่บางครั้งแม้ตื่นอยู่ มันก็ยังตามมา”

หมอเชสฟังเงียบ ๆ สีหน้าฉายแววเห็นใจ

“นั่นเป็นความทรงจำที่ถูกกดไว้ เป็นความเจ็บปวดที่คุณพยายามลืม...แต่ตอนนี้มันกำลังจะกลับมา”

“คัท!”

ลิงก์ดูมอนิเตอร์ แล้วเรียกเบนกับนิโคลเข้ามา

“เบน ผ่อนคลายกว่านี้หน่อย ตอนมองหมอเชส อย่าลืมใส่อารมณ์ลงไปด้วย ต้องให้คนดูเห็นว่าคุณประทับใจเธอจริง ๆ”

จากนั้นก็หันไปหานิโคล “ส่วนคุณ อารมณ์ไม่สม่ำเสมอเลย เดี๋ยวก็เร็วไป เดี๋ยวก็ช้าเกิน มันดูฝืน ๆ ไม่เหมือนตอนก่อนหน้า เกิดอะไรขึ้น? คุณเคยเล่นฉากแบบนี้ได้ดีกว่านี้นะ”

นิโคลยักไหล่เบา ๆ “มีเรื่องไม่ดีนิดหน่อย ลิงก์...ถ้าถ่ายเสร็จแล้ว ฉันขอคุยกับคุณหน่อยได้ไหม?”

“ได้เลย ไปพักแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวถ่ายต่อ”

สิบกว่านาทีต่อมา พวกเขากลับเข้าฉาก

ก่อนหน้านี้นิโคลเคยเล่นฉากแนวนี้ได้ดีมาก จนช่วยดึงการแสดงของเบนให้ดีขึ้นไปด้วย ทำให้ถ่ายผ่านง่าย

แต่วันนี้เธอสติหลุด ฟอร์มตก ส่งผลให้การประสานงานทั้งฉากรวนไปหมด ต้องถ่ายใหม่ถึง 5 เทคกว่าจะผ่าน

(งานรุมเร้ามากค่ะ กว่าจะหาเวลามาได้ เดะพรุ่งนี้มาแปลทบให้อีกนะคะ)

จบบทที่ ตอนที่ 310 แจ้งความเลยตอนนี้! เรื่องนี้ปล่อยลิงก์ไว้ไม่ได้แน่

คัดลอกลิงก์แล้ว