- หน้าแรก
- ผู้กำกับฮอลลีวูดในปี 1992
- ตอนที่ 250 – วันธรรมดาบนเกาะ
ตอนที่ 250 – วันธรรมดาบนเกาะ
ตอนที่ 250 – วันธรรมดาบนเกาะ
“ลิงก์ ทางวอร์เนอร์เขาฝากมาบอกว่า เรื่องคิวถ่ายหนังเขายืดหยุ่นได้หมดนะ นายจะถ่ายโปรเจกต์ของตัวเองให้เสร็จก่อนแล้วค่อยคุยก็ยังได้ ส่วนเรื่องค่าตัว ถ้ามีข้อเสนออะไรก็บอกมาได้เลย”
แซม ฮาสคอลพูดขึ้น
“ใช่ครับ คุณลิงก์ ขอแค่คุณตกลงร่วมงาน ไม่ว่าเงื่อนไขไหนเราก็พร้อมเปิดโต๊ะคุย เราจริงใจมากนะครับ”
ริชาร์ด ฟอกซ์เสริมด้วยน้ำเสียงมั่นคง
ลิงก์พยักหน้า เคี้ยวสับปะรดพลางพูดว่า
“ขอบคุณสำหรับคำเชิญ ผมเป็นแฟนแบทแมนเลยนะครับ ได้กำกับหนังภาคต่อก็ถือเป็นเกียรติมาก แต่ในฐานะคนทำหนังสายอินดี้ ผมให้ความสำคัญกับเสรีภาพในการสร้างสรรค์มาก”
เขาวางส้อมแล้วพูดต่อ
“ถ้าจะให้ผมกำกับหนังภาคนี้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่ผมวางแผนไว้ ตั้งแต่โปรดักชัน บท นักแสดง ไปจนถึงการตัดต่อ ผมต้องมีอำนาจตัดสินใจทั้งหมด ทางวอร์เนอร์ห้ามยุ่ง”
“ส่วนค่าตัว เบสิก 10 ล้านตามเดิม ถ้ารายได้ในอเมริกาต่ำกว่า 100 ล้าน ผมไม่เอาเปอร์เซ็นต์ใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ถ้าเกิน 100 ล้าน ผมขอส่วนแบ่ง 5% จากรายได้ทั่วโลก เกิน 200 ล้าน ขอ 10% ถ้าแตะ 300 ล้าน ผมจะเอา 15% แล้วหลังจากนั้น ทุก ๆ 100 ล้านที่เพิ่มขึ้น ผมขออีก 5% ทบเข้าไปเรื่อย ๆ”
“อืม...”
ริชาร์ด ฟอกซ์ขมวดคิ้วทันที เพราะในข้อเสนอของลิงก์ มีถึงสามประเด็นที่เขาไม่สามารถตัดสินใจได้เอง
อย่างแรกคือเรื่องการควบคุมงานสร้าง “แบทแมน” เป็นโปรเจกต์ของวอร์เนอร์โดยตรง บริษัทจึงต้องมีบทบาทหลักในการกำหนดทิศทางของหนัง
อย่างที่สองคือ “สิทธิ์การตัดต่อ” ซึ่งเป็นจุดที่สตูดิโอกับผู้กำกับมักมีปัญหากันเสมอ ผู้กำกับอยากให้หนังสะท้อนตัวตน ส่วนบริษัทก็อยากให้หนังขายได้ ซึ่งสองแนวคิดนี้มักจะสวนทางกัน
แม้ในฮอลลีวูดจะมีผู้กำกับที่ได้สิทธิ์ตัดต่อขั้นสุดท้าย แต่การจะให้ลิงก์ ซึ่งเพิ่งหันมาร่วมงานกับวอร์เนอร์ครั้งแรก แถมยังเคยมีปัญหากันมาก่อน มาควบคุมทุกอย่างเต็มที่... มันก็เสี่ยงเกินไป
ประเด็นสุดท้ายคือเรื่องส่วนแบ่งรายได้ ถ้าแบทแมนภาคใหม่นี้ทำรายได้เกิน 200 ล้านในอเมริกา และรวมทั่วโลกได้ 400 ล้าน นั่นหมายความว่าแค่ส่วนแบ่ง ลิงก์ก็จะได้ถึง 50 ล้านดอลลาร์แล้ว มูลค่ามหาศาลแบบนี้ เขาคนเดียวตัดสินใจไม่ได้ ต้องขอประชุมกับทางบริษัทก่อน
“ไม่ต้องรีบตัดสินใจหรอกครับ กินข้าวก่อนเถอะ”
ลิงก์พูดขึ้นอย่างไม่กดดัน เขารู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องลังเล เพราะที่ยื่นไปก็เพื่อให้ต่อรองได้อยู่แล้ว ถ้าริชาร์ดตอบตกลงหมดทันที เขากลับจะรู้สึกระแวงว่าตัวเองเรียกน้อยเกิน หรือว่าวอร์เนอร์มีแผนซ่อนอยู่หรือเปล่า
พอเห็นอีกฝ่ายหน้าเครียด ลิงก์ก็แอบยิ้มในใจ
หลังมื้อเที่ยง ลิงก์ให้บัตเลอร์พาทั้งสองคนเดินชมวิวรอบชายหาด
ก่อนจะเชิญมากินมื้อใหญ่ที่ตัวบ้านตอนเย็น
ตอนกลับเข้าวิลล่ากลาง เกิร์ลแก๊งของลิงก์ก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย
แต่ละคนอยู่ในมุมของตัวเอง บ้างดูทีวี บ้างอ่านนิตยสาร บ้างก็เตรียมงีบช่วงบ่าย
แม้ตอนเล่นวอลเลย์บอลพวกเธอจะจับกลุ่มรุมลิงก์แบบเข้าขา แ
ต่ในชีวิตจริง ทุกคนต่างคนต่างอยู่ ต่างมีห้องของตัวเอง
ไม่ได้สนิทแน่นแฟ้นเหมือนในสายตาคนนอก
ลิงก์เข้าใจดี เขาไม่ได้อยากเห็นพวกเธอมาเล่นเกมจิตแบบละครตบจูบ
แค่ให้พวกเธอเป็นผู้หญิงสวยและร้อนแรงตามที่เขาต้องการก็พอ
“ลิงก์ แขกวันนี้เป็นใครเหรอ?”
แซนดรา บูลล็อกเงยหน้าจากนิตยสารถามขึ้น
“ริชาร์ด ฟอกซ์ รองประธานวอร์เนอร์ฯ น่ะ”
ลิงก์ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟานุ่ม โอบเอวเธอไว้อย่างเคย
แซนดราหุ่นดีจริง ๆ สูงตั้งร้อยเจ็ดสิบเอ็ด เซนต์ตั้งแต่เด็กก็เข้าประกวดนางงาม
พออายุยี่สิบปลาย ๆ รูปร่างยิ่งจัดจ้าน ชนิดที่สู้คิม คาร์เดเชียนได้เลย
“ริชาร์ด ฟอกซ์? ฉันรู้จักเขานะ แล้วเขามาหานายทำไม?”
คราวนี้เป็นจูเลียน มัวร์ที่ถาม เธอนอนแปะมาส์กผลไม้อยู่บนโซฟา
ยกขาพาดขึ้นลงช้า ๆ คลายกล้ามเนื้อหลังจากเล่นกีฬา
“มาชวนฉันกำกับหนัง”
“วอร์เนอร์ชวนเหรอ? ฉันนึกว่าพวกนายเป็นคู่แข่งกัน”
แซนดราหัวเราะพลางขยับตัวให้ลิงก์กอดถนัดขึ้น
“ก็แค่คู่แข่ง ไม่ใช่ศัตรู ถ้าร่วมมือกันแล้วได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ทำไมจะไม่ทำ?
ตอนนี้เรายังอยู่ในช่วงเจรจา สุดท้ายจะลงเอยยังไงก็ต้องดูว่าเขาจะจริงจังแค่ไหน”
ลิงก์ลูบหลังเธอเบา ๆ ตอบด้วยรอยยิ้ม
“ที่รัก นายมันเก่งที่สุดเลย ฤดูร้อนนี้นายเล่นล้มบิ๊กสตูดิโอทั้งเจ็ดเจ้า แล้วตอนนี้วอร์เนอร์ยังต้องมาขอร้องให้ร่วมงานอีก เท่ากับว่ายอมแพ้กลาย ๆ นายคือผู้ชายที่เจ๋งที่สุดในโลกของฉันแล้วล่ะ!”
เรเน่ เซลเวเกอร์เดินเข้ามาพร้อมถาดผลไม้ ใช้ส้อมจิ้มสตรอว์เบอร์รีป้อนเขา
“ขอบคุณนะ เธอก็หวานที่สุดเหมือนกัน”
ลิงก์ยิ้มรับกินผลไม้สองคำแล้วลุกขึ้น
อากาศช่วงบ่ายมันร้อนชื้นจนทำให้อารมณ์เปล่งขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
“เดี๋ยวบ่ายฉันมีเลี้ยงแขกที่ห้องอาหาร พวกเธออยากมาก็ได้นะ”
เขาช้อนตัวแซนดราขึ้นทันที แล้วเดินขึ้นชั้นบน
“งั้นก็พักให้สนุกนะ!”
เรเน่ยิ้มหวานตามมอง แล้วหันไปหาจูเลียน มัวร์
“แซนดราพกบทมาเสนอให้ลิงก์ลงทุนตั้งสองเรื่องแน่ะ เธอล่ะ มีอะไรติดมือมาบ้างไหม?”
“ไม่มี ฉันมาพักผ่อนอย่างเดียว ที่นี่มันดีไปหมด ทั้งทะเล ทั้งลิงก์ ฉันแฮปปี้สุด ๆ”
จูเลียนตบมาส์กผลไม้เบา ๆ กับหน้า
“ลิงก์ก็ดีจริง แต่ก็ดีเกินไป ฉันกลัวว่าเขาจะใจอ่อนมั่วลงทุนจนบริษัทขาดทุนหมด”
เรเน่พูดเสียงเบา
“ไม่ต้องห่วงหรอก ลิงก์ฉลาด ไม่ใช่คนโง่ เขาอาจจะใจดีกับผู้หญิง
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้จักลิมิต ถ้าบทไม่ดี เขาก็ไม่ทุ่มให้หรอก”
“เธอแน่ใจเหรอ? ฟังดูสิ”
เรเน่ชี้ส้อมขึ้นไปชั้นบน
“นั่นเสียงเจนนิเฟอร์ใช่ไหม?”
“ใช่สิ! เมื่อสองวันก่อนยังขี้อายสุด ๆ ตอนนี้แทบจะละลายไปกับลิงก์แล้ว”
จูเลียนหัวเราะเบา ๆ พอฟังเสียงที่ลอดลงมาก็อดขำไม่ได้
“ฉันก็เคยไม่เป็น แต่พอเจอลิงก์... เขามีอะไรบางอย่างที่ทำให้ฉันยั้งตัวเองไม่อยู่จริง ๆ”
“ฉันก็เหมือนกัน หลงเขาตั้งแต่แรกแล้ว”
เรเน่หัวเราะ แล้วหยิบผลไม้ขึ้นมาอีกชิ้น ก่อนจะป้อนให้จูเลียนหนึ่งคำ แล้วตัวเองก็หยิบอีกคำใส่ปาก
ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงจากชั้นบนเปลี่ยนไป
“เจนนิเฟอร์เหรอ?”
“ใช่ เธอเพิ่งปลดล็อกจริง ๆ ไม่กี่วันมานี้เอง ตอนนี้ติดลิงก์งอมแงม เหมือนอยากจะกลายร่างเป็นเสื้อผ้าเขาไปแล้วมั้ง”
จูเลียนพูดยิ้ม ๆ
อากาศชื้นร้อนทำเอาเรเน่เหงื่อซึม เธอยืดแขนยืดขาพลางบ่น
“ฉันว่าจะไปงีบละ เธอจะไปด้วยกันไหม?”
“ยังไม่ง่วง เธอไปก่อนเลย”
จูเลียนตอบ
“โอเค งั้นไปละ”
เรเน่เดินขึ้นบันไดแบบผ่อนคลาย สะโพกกลมกลึงโยกน้อย ๆ ใต้ชายกระโปรง
จูเลียนมองตามแล้วพึมพำ
“แม่คุณ...ยั่วจริง ๆ เลยนะ” แต่แล้วเธอก็ได้ยินเสียงบางอย่างจากชั้นบนอีกครั้ง แล้วเธอก็เผลอขยับขาเข้าหากัน รู้สึกร้อนวูบขึ้นมาเองโดยไม่รู้ตัว