เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 214 ชมข้ามค่าย-เหยียบตัวเดิม

บทที่ 214 ชมข้ามค่าย-เหยียบตัวเดิม

บทที่ 214 ชมข้ามค่าย-เหยียบตัวเดิม


“บ้าชะมัด! ลิงก์มันแย่งโปรเจกต์จากเราตั้งอีกแล้ว!”

ในห้องทำงานประธานของ Castle Rock Entertainment, โรเบิร์ต ไรเนอร์วางสายโทรศัพท์ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว แล้วหันไปพูดกับหัวหน้าฝ่ายผลิต อลัน ฮอร์น

“ฉันเพิ่งได้ข่าวว่าแฟรงก์ ดาราบองต์พาโปรเจกต์ The Shawshank Redemption ไปเสนอให้ Guess Who แล้วลิงก์ก็ตอบตกลงทันที

เราจะปล่อยให้พวกมันแย่งโปรเจกต์ไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ ต้องให้ฝ่ายกฎหมายฟ้องดาราบองต์กับลิซ โกรเซอร์ เอาเรื่องค่าเสียหายให้ถึงที่สุด”

อลันยักไหล่แล้วตอบอย่างใจเย็น

“มันยากนะครับ เพราะลิขสิทธิ์หนังเรื่องนี้อยู่ในมือของดาราบองต์เอง แล้วที่ Castle Rock ถอนตัวจากโปรเจกต์ไปก็เท่ากับเราผิดสัญญาก่อน ฝ่ายเขามีสิทธิจะไปหาพาร์ตเนอร์เจ้าใหม่ ถึงขึ้นศาลก็ไม่ชนะอยู่ดี”

โรเบิร์ตหน้าเครียด ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ ก่อนหน้านี้ Guess Who ก็เพิ่งแย่งโปรเจกต์ Good Will Hunting ไป ตอนนี้ก็มาเอา The Shawshank Redemption ไปอีก มันเหมือนโดนเยาะเย้ยต่อหน้าต่อตา

“แต่เราก็ไม่มีเงินจะผลิตต่ออยู่แล้ว ไม่ยอมก็ไม่ได้อยู่ดี ดาราบองต์ไปหาเจ้าอื่นก็ไม่น่าแปลก”

สิ่งที่ทำให้เขาหงุดหงิดที่สุดไม่ใช่แค่เสียโปรเจกต์ แต่เป็นเพราะคนที่ได้ไปคือ Guess Who Production บริษัทที่เขาแทบไม่อยากคุยด้วยเลยสักนิด

อลันพยายามปลอบ

“มองในแง่ดีครับ Shawshank เป็นหนังเฉพาะกลุ่ม ไม่มีฉากรัก ไม่มีนางเอก ไม่มีฉากใหญ่ มีแต่ผู้ชายติดคุกกับพูดเรื่องเสรีภาพ คนส่วนใหญ่อาจไม่อิน ขายไม่ดีแน่นอน ถ้าลิงก์ดันทุรังทำ ก็แค่รอดูมันขาดทุนซักสิบยี่สิบล้านก็พอแล้ว”

โรเบิร์ตทำหน้าไตร่ตรอง จำได้ว่าตอนคัดเลือกโครงการ พวกเขาเคยลงความเห็นว่าเรื่องนี้ “ขายยาก” เพราะไม่มีจุดขายแบบหนังแมสทั่ว ๆ ไป

แต่พอคิดถึงว่าหนังหลายเรื่องที่ลิงก์เคยรับทำกลับฮิตระเบิด อย่าง Ace Ventura, The Joy Luck Club, The Wedding Banquet เขาก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วจริง ๆ

อลันได้ฟังก็หัวเราะออกมา

“เรื่องพวกนั้นไม่ได้มาจากเซนส์ของลิงก์หรอกครับ Ace Ventura เขาทำเพราะสนิทกับจิม แคร์รีย์ ส่วนอีกสองเรื่องก็เพราะเป็นหนังคนเอเชีย คนเอเชียเลยไปขอเขาช่วยลงทุนมากกว่า ที่บอกว่าลิงก์สายตาแม่นน่ะ มันเว่อร์ไป ส่วนหนังที่เขาเลือกเองจริง ๆ อย่าง Kafka ก็เจ๊งยับไปแล้วนี่ครับ”

โรเบิร์ตได้ยินแล้วก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยก็มีกรณี “Kafka” ให้ยึดเป็นหลัก

แต่พอคิดถึงความพ่ายแพ้หลายครั้งติดต่อกัน ทั้งโดนแย่งโปรเจกต์ แถมยังเสียเงินกับโครงการที่โดนริชาร์ด เกียร์กับโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ทำพังจนต้องยกเลิก เขาก็ยังรู้สึกแค้นใจมากอยู่ดี

สุดท้ายเขาก็โทรหาไมเคิล โอวิทซ์ ตอบตกลงคำเชิญที่อีกฝ่ายเคยเสนอไว้

ด้าน Pulp Fiction ก็ยังไปได้ดี สัปดาห์ที่สองทำรายได้ 12.41 ล้าน

ดันยอดสะสมในอเมริกาเหนือไปที่ 21.74 ล้าน

เสียงวิจารณ์ก็ยิ่งทวีความแรง สื่อหลายเจ้าชื่นชมเควนตินว่าเขาได้หลอมรวมความเป็น “ศิลปะ” กับ “การตลาด” เข้าด้วยกันอย่างไร้ที่ติ

ยกให้เขาเป็นตัวแทนของ “aesthetic violence” หรือ “ความรุนแรงอย่างมีศิลปะ” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

หลายคนเทียบเขากับลิงก์ บอกว่าทั้งคู่แจ้งเกิดที่ Sundance ปีเดียวกัน ลิงก์โด่งดังจากหนังสยองต้นทุนต่ำ ส่วนเควนตินพึ่งระเบิดฟอร์มจาก Pulp Fiction และดูเหมือนจะแซงหน้าขึ้นมาแล้ว

“ดูนี่สิ เขียนดีเป็นบ้าเลย!”

“แต่ฉันงงมาก ทำไมหนังฉันคำชมถล่มทลาย แต่รายได้ถึงโตช้าขนาดนี้ แล้วดูหนังของลิงก์สิ เสียงวิจารณ์โดนด่ายับ แต่รายได้กลับทะยาน”

ที่ Miramax, เควนติน ทาแรนติโนถือหนังสือพิมพ์ในมือแล้วบ่นใส่ฮาร์วีย์ ไวน์สตีนด้วยความหงุดหงิด

รู้สึกเหมือนตอนนี้กำลังมีโลกอยู่สองใบ โลกหนึ่งคือคนในวงการที่พากันชื่นชมเขา ส่วนอีกโลกคือคนดูทั่วไปที่ไม่ได้แยแสอะไรกับเขาเลย

ตรงกันข้ามกับลิงก์ที่โดนด่าก็ยังทำหนังออกมาและขายดีได้เหมือนเดิม แถมคนดูเองก็ไม่แคร์เลยสักนิดว่าจะโดนเรียกว่าพวกไร้การศึกษาหรือไม่มีรสนิยม ขอแค่ดูสนุกก็พอ

ฮาร์วีย์หัวเราะ

“อย่าคิดมาก เควนติน Pulp Fiction มันเป็นหนังอาร์ต จะติดตลาดต้องใช้เวลา ตอนนี้เทรนด์ขึ้นเรื่อย ๆ เชื่อเถอะ ยังไงก็เกินร้อยล้านแน่”

เมื่อก่อนเขาเคยเสียดายที่วันนั้นใน Sundance เลือกเควนตินแทนลิงก์ แต่พอหนังของเควนตินมาถึงจุดนี้ เขาก็เริ่มโล่งใจ แม้จะไม่ดังเปรี้ยงเท่ากับลิงก์ แต่ผลตอบแทนก็สูงถึงสิบเท่าจากต้นทุน แถมยังดีกว่านักกำกับรุ่นใหม่อีกหลายคนด้วยซ้ำ

แต่ที่เขาเสียดายอยู่คือ ดันให้ Guess Who เข้ามาร่วมลงทุน ทำให้กำไรหายไปครึ่งหนึ่ง

ในใจเขาอดไม่ได้ที่จะสาปส่งลิงก์ว่า “ไอ้หมอนี่มันมีดวงเกินไปแล้วจริง ๆ”

“แค่ร้อยล้านเหรอ?”

เควนตินขมวดคิ้วทันที

“แค่นั้นก็เยอะแล้วนะ ไม่ใช่หนังแมสด้วยซ้ำ จะให้ดังเหมือนกับ Paranormal Activity มันไม่ง่ายหรอก”

“ฉันว่า Pulp Fiction เจ๋งกว่า Blair Witch หรือ Paranormal ตั้งเยอะ หนังเราควรจะทำรายได้มากกว่านั้นด้วยซ้ำ ฉันอยากให้ Miramax ช่วยกระตุ้นกระแสหน่อย ยิ่งสร้างประเด็นในสื่อได้เท่าไหร่ ยิ่งดี ดูอย่างลิงก์สิ เล่นสื่อเป็นบ้า ถ้าเราทำแบบนั้นบ้าง ยอดต้องพุ่งแน่”

แต่ฮาร์วีย์กลับส่ายหน้าเบา ๆ

“หนังลิงก์มันเล่นกับชีวิตจริง พูดถึงเรื่องที่คนทั่วไปอิน พาดพิงสังคม พอมีข่าวฉาวก็ใช้โยงกับเนื้อเรื่องได้ มันจึงมีพื้นที่ให้โปรโมตเยอะ Pulp Fiction มันเป็นหนังแต่ง ไม่เชื่อมกับโลกจริง โปรโมตแบบนั้นไม่ค่อยได้ผลหรอก”

เนื้อหาของ Pulp Fiction ประกอบด้วยสามเรื่องแยกกัน มีความซับซ้อนสูง และเต็มไปด้วยจินตนาการเกินจริง คนทั่วไปดูแล้วอาจจะงง ๆ ไม่รู้จะเอาไปพูดต่อยังไง

เควนตินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น

“งั้นโทรหาลิงก์เลยสิ ถามเขาสิว่ามีคำแนะนำอะไร”

ฮาร์วีย์เงียบไป รู้สึกไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เขารู้ว่าตัวเองอยู่ในวงการมานานกว่า ผ่านงานโปรโมตหนังมาเป็นร้อยเรื่อง จะให้เขาไปขอเคล็ดลับจากคนที่เพิ่งดังได้ไม่กี่ปีก็ไม่ใช่เรื่อง

ยิ่งหนังอย่าง Kafka ของลิงก์ยังเจ๊งมาไม่นาน เขายิ่งมั่นใจว่าเจ้าหมอนั่นก็ไม่ได้วิเศษอะไรขนาดนั้น

แต่เขาก็ไม่ปฏิเสธ บอกเพียงว่า “เดี๋ยวจะลองคุยกับลิงก์ดู เผื่อจะมีไอเดียดี ๆ”

---

วันนี้จะมาราธอนนะคะ แต่คงไม่มารัว ๆ นะ เพราะนี้ก็แปลไปด้วย อ่านไปด้วย เช็คคำเช็คนู่นนี่นั่น แต่คิดว่าวันนี้จะให้ถึง 300 ค่ะ หวังว่าจะถึงนะ 555

จบบทที่ บทที่ 214 ชมข้ามค่าย-เหยียบตัวเดิม

คัดลอกลิงก์แล้ว