- หน้าแรก
- ผู้กำกับฮอลลีวูดในปี 1992
- บทที่ 210 โมนิกา ลูวินสกี
บทที่ 210 โมนิกา ลูวินสกี
บทที่ 210 โมนิกา ลูวินสกี
หลังจัดการงานในออฟฟิศเสร็จ ลิงก์ก็ฝากผู้ช่วยสั่งงานเล็กน้อย
แล้วมุ่งหน้าไปยังแผนกบทภาพยนตร์เพื่อดูบทใหม่ ๆ
“สวัสดีตอนเที่ยงค่ะ ท่านประธาน!”
พนักงานหญิงคนหนึ่งทักเขาเสียงสดใส
“สวัสดี คุณเพิ่งเข้ามาทำงานหรือเปล่า?” เขาหยุดมองใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย แล้วถามขึ้น
“ใช่ค่ะ ฉันชื่อโมนิกา ลูวินสกี เป็นนักศึกษาจากวิทยาลัยคลาร์ก เข้ามาฝึกงานกับทาง Guess Who เดิมสมัครแผนกธุรการ แต่ที่นั่นคนเต็ม ก็เลยถูกจัดมาทำงานที่นี่แทนค่ะ”
“ลูวินสกี?”
ลิงก์ขมวดคิ้วเล็กน้อย หันไปมองใบหน้ากลมรูปไข่ ผมยาวสีดำ หุ่นอวบอิ่มอย่างสาววัยแรกแย้ม แล้วค่อย ๆ นึกได้ว่าชื่อนี้คุ้นหูเกินไป
“มีอะไรหรือเปล่าคะ?” เธอถามเขาเสียงแผ่ว ตากลมโตกระพริบถี่ ๆ
“ไม่มีอะไร แค่จะบอกว่าเธอดูดีนะ ถ้าสนใจจะลองเป็นนักแสดงก็น่าจะไปได้สวย”
เขาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเดินผ่านไป ทว่าในใจแอบสงสัย...
โมนิกา ลูวินสกีไม่ควรอยู่ฝึกงานที่ทำเนียบขาวหรือไง?
หรือว่า Guess Who Productions ตอนนี้เทียบชั้นกับทำเนียบขาวแล้ว?
แต่เขาก็ไม่คิดมาก เดินเข้าไปในห้องคลังบท
Guess Who มีคลังบทในตัว รับบทส่งตรงจากนักเขียนอิสระ รวมถึงบทที่ซื้อลิขสิทธิ์มาจากแหล่งต่าง ๆ โดยแยกประเภทชัดเจนทั้งโรแมนติก แอ็กชัน ระทึกขวัญ คอมเมดี้ อาชญากรรม และดราม่า
บทแนวระทึกขวัญถือว่ามากที่สุด ถึงสี่ตู้ใหญ่ มากกว่าบทแนวอื่นรวมกันเสียอีก ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะหนังแนวนี้ของ Guess Who ทำรายได้ดีหลายเรื่อง
สาเหตุที่เขาต้องมาคลำหาเอง เพราะช่วงหลังบทที่ฝ่ายเขียนบทส่งมาไม่มีชิ้นไหนโดดเด่น เขาเลยมาดูเองเพื่อไม่ให้พลาดของดี อย่างตอนที่โรเบิร์ต เชย์เคยพลาด Buried ก็ยังเจ็บใจจนถึงทุกวันนี้
ระหว่างที่เขาก้มหน้าก้มตาอ่านบท ลูวินสกีก็คอยช่วยหยิบเอกสาร ชงกาแฟ บางทีนั่งเล่นผมพลางมองเขาด้วยสายตาสื่อความหมาย แม้เขาจะไม่ได้ใส่ใจนัก แต่กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่เธอใช้ก็ยังทำให้สมาธิเขาหลุดเป็นพัก ๆ
เพื่อไม่ให้ตัวเองกลายเป็น ‘คลินตันคนที่สอง’ ลิงก์จึงมอบงานใหม่ให้เธอทันที โดยให้เธออ่านบทแล้วเขียนสรุปย่อความยาวสองสามบรรทัดลงในแบบฟอร์ม เพื่อเวลาหาบทอีกทีจะได้ง่ายขึ้น
“ท่านประธานคะ ถ้าหนูทำงานเสร็จหมดแล้ว หนูขอย้ายไปแผนกธุรการได้ไหม? หนูเรียนเอกการบริหาร งานแนวนี้น่าจะเหมาะกับหนูมากกว่า”
ดวงตาคู่นั้นกลอกกลิ้งเหมือนแมวกำลังอ้อน
ลิงก์ถอนใจเบา ๆ จริง ๆ จะให้ทำอะไรก็รับไปเถอะ ยังจะมาต่อรองอีก
“ก็ได้”
“เยี่ยมเลยค่ะ! หนูจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด!”
เขาจึงสอนวิธีเขียนสรุปบทให้เธอคร่าว ๆ โดยเน้นให้จับประเด็นสำคัญและไอเดียหลักให้ได้
จากนั้นก็กลับไปนั่งไล่ดูบทต่อ เขาอ่านบทไปกว่า 50 ชุดในช่วงบ่าย แม้ยังไม่เจอของเด็ดจริง ๆ แต่ก็มีไอเดียอันหนึ่งที่สะดุดตา
เป็นบทชื่อ X-Ray Eyes ว่าด้วยชายหนุ่มที่มีดวงตาวิเศษ สามารถอ่านใจคนได้ เขาใช้พลังนี้บุกวอลล์สตรีทด้วยเงินทุนแค่ 200 ดอลลาร์ ล้วงความลับจากนักการเงินระดับสูง ฟาดกำไรจนกลายเป็นเศรษฐี แถมยังจีบสาวได้เป็นว่าเล่น ทั้งเงินทั้งหญิงมาพร้อมกัน
เนื้อเรื่องแทรกฉากเซ็กซ์และแอ็กชันพอประมาณ แต่บทโดยรวมยังฟุ้งฝันเกินจริง ขาดตรรกะชัดเจน โครงเรื่องก็เป๋ไปเป๋มา จุดแข็งอย่างเดียวในเรื่องก็มีเพียงแค่เรื่อง “คอนเซปต์” เท่านั้น
พอเห็นไอเดียนี้ ลิงก์ก็นึกถึงหนังดังหลายเรื่อง โดยเฉพาะ What Women Want ของเมล กิบสัน หรือเวอร์ชันจีนที่หลิวเต๋อหัวแสดงคู่กงลี่ ทั้งสองเรื่องต่างก็ได้แรงบันดาลใจจากพล็อต ‘ได้ยินความคิดของเพศตรงข้าม’ และก็ทำรายได้ดีทั้งคู่
เขาจึงจดไอเดียไว้ คิดว่าถ้าว่างก็อาจกำกับเอง หรือไม่ก็ให้คนอื่นทำแทน
สี่โมงเย็น ผู้ช่วยแอนนี่เข้ามาเตือนว่าได้เวลาเลิกงานแล้ว
เขาล่ำลาโมนิกา หิ้วบทกลับไปอ่านต่อที่คอนโด แต่หลังจากไปตีเทนนิสจบ บรู๊ค ชีลด์สก็ชวนเขาไปบ้าน บอกว่าจะทำอาหารจีนให้ชิมเอง
ช่วงนี้โบรกมีเวลาว่างจากการถ่ายหนัง เลยหันไปลงเรียนมหาลัยอีกครั้งที่พรินซ์ตัน แล้วก็เผลอติดใจการทำอาหาร ลองฝึกสูตรจากหลายประเทศ ทั้งจีน อิตาลี ตุรกี ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ฯลฯ
ลิงก์เองก็ไม่ขัด เขาหิ้วกล้องแฮนด์เฮลด์ไปถ่ายคลิปขณะเธอทำอาหาร (อาหารแน่นะ)
เธอสวมแค่เสื้อยืดกับยีนส์พอดีตัว คาดผ้ากันเปื้อน โชว์เอวคอดเรียวขาอวบสวยกับสะโพกแน่นเต็มทรง ยิ่งขยับก็ยิ่งยั่ว ยิ่งกว่าตอนใส่บิกินีใน The Blue Lagoon เสียอีก
“บรู๊ค เธอน่าจะทำรายการสอนทำอาหารได้นะ” เขาพูดขณะถือกล้อง
“รายการทำอาหาร? จะมีใครดูเหรอ?”
“มีแน่ ผู้หญิงสวย อาหารน่ากิน วิวสวย ๆ แถมเพิ่มระบบแข่งชิงรางวัลอีกนิด รับรองเรตติ้งดี”
ลิงก์จำได้ว่าในอนาคตมีรายการชื่อ MasterChef ที่อยู่ยาวไปสิบกว่าซีซัน และนั่นแหละหลักฐานที่บ่งบอกว่าตลาดอเมริกาก็มีที่ให้รายการอาหารอยู่แล้ว
แม้พลังพิเศษของเขาจะช่วยแค่เรื่องหนัง แต่ไม่ได้แปลว่ารายการทีวีจะทำไม่ได้
“ไอเดียนายเยี่ยมเลย ฉันว่าจะลองเขียนเป็นโปรเจกต์แล้วเสนอให้ช่องดู นายมีคำแนะนำอีกไหม?”
“เพียบ”
เขาเลยเล่าเพิ่มเรื่องระบบคัดเลือก การแข่งขัน และวิธีหารายได้
บรู๊คฟังไปตาวาวขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายอดใจไม่ไหว โน้มหน้ามาหอมเขาเบา ๆ สองสามทีด้วยความดีใจ ไม่ได้เชิงอ่อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าร่างกายไม่รู้ตัว
เขาเลยบอกให้เธอกลับไปตั้งใจทำกับข้าวก่อน พออาหารสุกถึงจะวางกล้องลง แล้วไปยืนพิงเคาน์เตอร์ กอดเอวเธอไว้
สำหรับสองคนนี้ การตีคู่กันในสนามไม่ใช่เรื่องใหม่
จะเล่นจริงจังหรือเล่นนัวกันก็แทบไม่ต้องส่งสัญญาณอะไร
แต่ครั้งนี้ บรู๊คดูจะใส่อารมณ์มากกว่าปกติ เหมือนผัดผักในกระทะที่พลิกไปพลิกมารัว ๆ
ถ้าชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นเอ็ดเวิร์ด นอร์ตันหรือจอห์น โลน ตัวเล็ก ๆ ล่ะก็ คงโดนซัดปลิวไปแล้ว
แต่ลิงก์ไม่ต้องห่วง ร่างกายเขาถูกอัปเกรดหลายรอบ สภาพดีกว่านักกีฬาระดับโลก
กดบาร์เบลร้อยกิโลได้ร้อยรอบแบบไม่หยุด
มีแค่อย่างเดียวที่เสียดาย...คืนนี้จะไม่ได้อ่านบทที่แบกกลับมาทั้งหมดนั่นแหละ
---
เอาไปก่อนสิบตอนนะ ยังตัดงานไม่เสร็จเลย ยังไม่ได้นอนด้วย ฮรือ ไว้เสร็จจริง ๆ จะมาต่อให้นะคะ จะมาราธอนให้เลย สัญญา!