เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 206 ครัวพิเศษอีกครั้ง

ตอนที่ 206 ครัวพิเศษอีกครั้ง

ตอนที่ 206 ครัวพิเศษอีกครั้ง


โปรเจกต์หนังเรื่องที่หกของปีนี้ คือ Good Will Hunting บทภาพยนตร์ที่แมตต์ เดมอน เขียนไว้ตอนเรียนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

บทนี้เริ่มเขียนตั้งแต่ปี 1992 ตอนนั้นแมตต์ใช้เป็นงานส่งในวิชาการเขียนบทละครเวที ใช้ชื่อว่า “เรื่องราวการเติบโตของอัจฉริยะหนุ่ม วิลล์ ฮันติง” โดยเพื่อนซี้อย่างเบน แอฟเฟล็กก็ช่วยเสนอไอเดียต่าง ๆ จนมันกลายเป็นบทหนังเต็มรูปแบบ

สองปีก่อน พวกเขาหอบบทนี้มาฮอลลีวูด เดินสายเสนอโปรเจกต์เหมือนที่ลิงก์เคยทำ สุดท้ายถูกโปรดิวเซอร์ แพทริก ไวท์เซล แห่ง Castle Rock Entertainment ซื้อไปในราคา 150,000 ดอลลาร์

แมตต์กับเบนยินดีร่วมงานกับ Castle Rock แต่มีข้อแม้ว่าพวกเขาจะต้องได้แสดงนำ และมีสิทธิร่วมตัดสินใจในกระบวนการสร้างหนัง

Castle Rock ไม่โอเคที่จะให้สองนักแสดงหน้าใหม่มานำแสดงหรือร่วมคุมงานโปรดักชัน จึงพยายามกดดันด้วยการบอกว่าบทยังไม่ดีพอ ต้องเอาไปแก้ใหม่

ทั้งคู่แก้บทไปกว่า 30 รอบ แต่ทางนั้นก็ยังไม่พอใจ แถมไม่เคยให้ข้อเสนอแนะแบบชัดเจน มีแต่บอกว่า “แก้ไปก่อน”

สุดท้ายเพื่อพิสูจน์ว่าอีกฝ่ายไม่ได้อ่านบทจริง ๆ แมตต์กับเบนจึงแกล้งใส่ฉากพระเอก ‘ช่วยตัวเองในออฟฟิศ’ ลงไป

ผลคือ Castle Rock ก็ยังเงียบ ไม่พูดอะไรเหมือนเดิม

พอถึงจุดนั้น สองคนก็หมดความอดทน เลิกดีลกับ Castle Rock ไปเลย

หลังถ่าย Seven เสร็จ แมตต์กับเบนก็มาหาลิงก์พร้อมบทเรื่องนี้อีกครั้ง ขอให้ Guess Who เป็นผู้ลงทุนสร้าง

ลิงก์อ่านบทจบก็บอกให้ตัดฉาก ‘ช่วยตัวเอง’ ออกก่อน แล้วค่อยว่ากัน

พอได้ยินแบบนั้น สองคู่หูดีใจยกใหญ่ ก่อนจะยื่นเงื่อนไขเดิมคือ อยากรับบทนำ และมีสิทธิเข้าร่วมในการสร้างหนัง

ลิงก์ไม่ขัดข้อง ให้แมตต์แสดงนำ และให้เบนเล่นเป็นตัวรอง ถือเป็นการชดเชยที่ตอน Seven ไม่ได้เลือกแมตต์เป็นพระเอก

เขายังรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ร่วมในโปรเจกต์นี้ด้วย

Good Will Hunting จึงกลายเป็นหนังเรื่องที่หกของปีในไลน์อัปของ Guess Who Production

ช่วงนั้นเอง ลิงก์ก็แวะไปบ้านเฉินชง เพื่อชิมอาหารเสฉวนฝีมือเธอ

มื้อนั้น เฉินชงจัดเต็มให้เขาแบบ ‘เปิดครัวพิเศษ’ เช่นกัน

ลิงก์ไม่ใช่คนซื่อบื้ออะไร และแน่นอน...ไม่ได้ปฏิเสธรสชาติพิเศษที่เธอเสนอ

แม้จะวัย 33 ปีแล้ว แต่เฉินชงก็ยังเอาใจเก่งไม่เบา ไม่ว่าเขาอยากชิมอะไรก็พร้อมเสิร์ฟเต็มที่ ทำอาหารดีที่สุดในแบบที่เธอมี ราวกับกลัวว่าเขาจะกินไม่อิ่มหรือไม่พอใจ

แต่เพราะช่วงนี้สภาพร่างกายลิงก์พีคมาก ความแข็งแรง ความเร็ว ความอึด เพิ่มขึ้นอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ แถมกินเก่งกว่าเดิม

ตอนอยู่บ้านพี่เสี่ยวลี่ เขายังพอควบคุมตัวเองได้ ไม่ถึงกับจัดหนัก

แต่กับเฉินชง...ไม่จำเป็นต้องยั้งมือเลยสักนิด

สุดท้าย เฉินชงถึงขั้น ‘กิน’ จนอิ่มเกินไป จนเกือบต้องหาหมอ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

“เข้ามาได้”

ประตูห้องทำงานถูกเปิดออก โซเฟียกับมีลา โจโววิช เดินเข้ามาพร้อมถุงช้อปปิ้งในมือ กลิ่นแดดอ่อน ๆ ยังติดตามตัว พวกเธอเพิ่งกลับจากเดินเล่นแถวนี้ และแวะ Guess Who ตามประสาเพื่อนบ้าน

“ลิงก์ ทำอะไรอยู่น่ะ?”

“ดูเอกสารนิดหน่อย พวกเธอไปเดินเล่นมารึ?”

“ก็ใช่น่ะสิ เราไม่ใช่พวกบ้างานเหมือนนายสักหน่อย วัน ๆ เอาแต่จ้องจอคอม ชีวิตน่าเบื่อจะตาย”

โซเฟียพูดจบก็ยื่นถุงให้มีลา ก่อนจะกระโดดขึ้นไปนั่งขอบโต๊ะทำงาน ล้วงหยิบของเล่นบนโต๊ะขึ้นมาหมุนเล่น

“ขาเธอดูดีนะ”

ลิงก์พูดขำ ๆ เมื่อเห็นเธอใส่กางเกงขาสั้น

โซเฟียยกขาขึ้นมาเล็กน้อย ระยะห่างจากเขาไม่ถึงฟุต

“เมื่อวานคุณบอกจะหยิบเรื่อง Interstellar มาทำหนังนี่ ใช่มั้ย? จะทำตอนใหน?”

“ไม่ใช่เรื่องนั้น” ลิงก์เดินไปที่ชั้นหนังสือ หยิบบทหนังออกมาเล่มหนึ่ง ชื่อ The Man from Earth ซึ่งดัดแปลงจากนิยายไซไฟในชุดเดียวกัน

เนื้อเรื่องว่าด้วยศาสตราจารย์หนุ่มจากฮาร์วาร์ดชื่อ จอห์น ออลด์แมน ที่วันหนึ่งประกาศลาออกจากงาน หลังทำงานครบสิบปี และในคืนส่งท้ายกับเพื่อนร่วมงาน เขาก็เผยความลับว่า...เขาคือมนุษย์ถ้ำที่มีชีวิตยืนยาวมา 14,000 ปี

ในวงสนทนามีทั้งนักประวัติศาสตร์ นักชีววิทยา นักจิตวิทยา และนักเทววิทยา บางคนไม่เชื่อ คิดว่าเขาบ้า บางคนกลับเชื่อ และเริ่มถกเถียงกันอย่างจริงจัง จนสุดท้ายคำพูดของเขาก็เริ่มสั่นคลอนความเชื่อของทุกคน

“จะถ่ายทำเรื่องนี้เหรอ?”

โซเฟียเคยอ่านต้นฉบับ เธอเลิกคิ้ว “ทำไมไม่เอา Interstellar, The Martian หรือ Gravity ล่ะ? สามเรื่องนั้นน่าจะตื่นตากว่าเยอะเลยนะ”

“เรื่องนั้นทุนสร้างสูง ต้องใช้ซีจีเยอะ ตอนนี้เทคโนโลยียังไม่พร้อม ถ้าทำตอนนี้คุณภาพอาจพังหมด ฉันไม่อยากเผา IP ทิ้ง”

“อืม...เข้าใจละ แล้วเรื่องนี้จะเริ่มถ่ายเมื่อไหร่?”

“ฉันยังมีอีกสองโปรเจกต์ใหญ่ต้องดูแลเอง เรื่องนี้เลยยังไม่ได้ลงมือ เธอสนใจจะกำกับเองมั้ยล่ะ?”

“ฉันเหรอ?”

โซเฟียพลิกบทในมือแล้วยิ้ม “ไม่กลัวฉันทำพังเหรอ?”

“ฉันเชื่อว่าเธอทำได้”

โซเฟียเคยร่วมงานกับเขาใน The Blair Witch Project, Final Destination และ Seven เป็นผู้ช่วยผู้กำกับ และรับผิดชอบหลายซีน

ตอนนี้เธอถือว่าพร้อมแล้วที่จะลองเป็นผู้กำกับเต็มตัว

ยิ่งไปกว่านั้น โปรเจกต์นี้แทบไม่ต้องใช้ทุน

ใช้แค่บ้านมีเตาผิง นักแสดง 8 คน ไม่มีฉากแอ็กชัน ไม่ต้องซีจี ไม่ต้องพากย์เสียง ไม่ต้องเซ็ตฉากซับซ้อน

เนื้อหาส่วนใหญ่คือคนกลุ่มหนึ่งนั่งถกเถียงกันในห้องเดียว ใช้งบแค่ 20,000 ดอลลาร์ ถ้าถ่ายพัง ก็แค่ถ่ายใหม่

ลิงก์ไม่อยากกำกับเอง เพราะบทนี้ค่อนข้างนิ่ง มีแต่บทพูดลึก ๆ เข้าใจยาก ไม่เหมาะกับตลาดโรงหนัง ไม่มีทางคืนทุน

เวอร์ชันต้นฉบับยังไม่เคยฉายโรงเลย ใช้ทำเป็นวิดีโอขายแบบตรง กลับทำรายได้ทั่วโลกกว่า 350 ล้านดอลลาร์

“ลิงก์ ขอบคุณนะ!”

โซเฟียดีใจจนโผเข้ากอดและจูบเขา

มีลาที่นั่งจิบชาอยู่แอบหน้าแดง พอเห็นทั้งคู่เริ่มออเซาะกันหน้าด้าน ๆ ก็เดินไปปิดประตูห้องให้

ก่อนหน้านี้ ลิงก์ตั้งใจจะทำโอทีต่อในออฟฟิศ แต่พอพวกเธอบอกว่าซื้อชุดชั้นในเซ็กซี่จาก Victoria's Secret มาหลายชุด เลยถามเขาว่าอยากดูมั้ย

เขาไม่ใช่คนที่จะพูดปฏิเสธได้ลงคอ จึงตามสองสาวกลับไปใช้เวลาค่ำคืนที่ “อุดมไปด้วยรสชาติ”

ระหว่างนั่งรถกลับจากคอนโดโซเฟีย ลิงก์มองแสงไฟข้างทางแล้วนึกถึงซุปไก่อุ่น ๆ ของพี่เสี่ยวลี่ ฮอทพอทร้อนแรงของเฉินชง รสชาติแบบสาวยุโรปของโซเฟียกับมีลา และอาหารโฮมเมดจากโมนิก้ากับเจนนิเฟอร์ (พี่ควบมีลาด้วยร้ออ พอล เอส แอนเดอร์สัน ในอนาคต กำหมัด)

ความสำเร็จอาจนำพาความหอมหวาน แต่ก็ทำให้ความซื่อตรงนั้น...รักษาไว้ยากขึ้นทุกที

พักหายใจเล็กน้อยแล้ว ลิงก์ก็กลับเข้าสู่โหมดทำงานเหมือนเดิม

จบบทที่ ตอนที่ 206 ครัวพิเศษอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว