- หน้าแรก
- ผู้กำกับฮอลลีวูดในปี 1992
- ตอนที่ 205 แขกจากเกาะฮ่องกง
ตอนที่ 205 แขกจากเกาะฮ่องกง
ตอนที่ 205 แขกจากเกาะฮ่องกง
ที่บ้านของพี่เสี่ยวลี่ หลังจากอาบน้ำและเปลี่ยนเป็นชุดลำลองเรียบร้อย ลิงก์ก็ออกมาจากห้อง น้ำอุ่นอาบแสงแดดยามสาย สัมผัสผิวแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นกำลังดี
“ลิงก์!”
ยังไม่ทันจะขึ้นรถ เสียงของเฉินชงก็ดังขึ้นจากด้านหน้า เธอเดินลงมาจากรถตัวเอง สวมกระโปรงสั้นสีดำ สะพายกระเป๋าใบเล็ก กลิ่นน้ำหอมอบอวลเคลื่อนไหวตามจังหวะก้าว
เฉินชงอายุสามสิบสาม ยังสาวสะพรั่ง แต่งหน้าจัดจ้านสมตำแหน่งดารา
ในสายตาผู้ชาย เธอยังนับว่าเป็นสาวสวยที่มีเสน่ห์จัดจ้านไม่เบา
“เฉินชง? ทำไมยังไม่กลับ?”
“ฉันมารอคุณไง” เธอยิ้มตาเป็นประกาย มองเขาอย่างเจ้าเล่ห์ “ดูดีเชียว แบบนี้แสดงว่าพี่เสี่ยวลี่ทำกับข้าวอร่อยล่ะสิ? ว่าไง ‘ครัวพิเศษ’ ของเธอรสชาติเป็นยังไงบ้าง?”
เฉินชงยืนห่างจากเขาแค่ไม่กี่ก้าว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ทำให้บรรยากาศเริ่มเอียง
“ไม่มีอะไรหรอก แล้วมีอะไรจะพูดกับฉันเหรอ?”
“รถฉันเสีย ขอติดรถไปด้วยได้มั้ย?”
ลิงก์ยิ้มบาง ๆ “เชิญเลย”
เขาไม่คิดว่าเธอจะทำอะไรเกินเลยนัก จึงเปิดประตูให้ ก่อนจะสั่งให้คนขับขับรถกลับบริษัท
รถตู้พอร์ชแล่นไปบนถนนฮอลลีวูดที่คึกคัก ลิงก์เปิดขวดแชมเปญ รินใส่แก้วแล้วยื่นให้เฉินชง
“ขอบคุณค่ะ” เธอรับแก้วมา แกว่งไวน์เบา ๆ แล้วถาม “เดือนหน้าฉันว่าจะกลับไปดูโปรเจกต์หนังในประเทศ มีอะไรแนะนำมั้ย?”
ลิงก์คิดนิดหนึ่งก่อนตอบ “ฝั่งเกาะฮ่องกงตลาดค่อนข้างอิ่มตัวแล้ว คู่แข่งก็เยอะ ส่วนจีนแผ่นดินใหญ่ ตลาดยังไม่เปิดเต็มที่ ภาครัฐก็ยังไม่สนับสนุนภาพยนตร์เชิงพาณิชย์มากนัก ส่วนใหญ่จะเน้นหนังแนวศิลปะ... ถ้าทำดี ๆ ก็สามารถทำตลาดต่างประเทศได้ อย่างหนังของจางอี้โหมว”
เฉินชงยิ้ม “ตอนนี้ประเทศเพิ่งเปิด คนยังหัวอนุรักษ์กันอยู่ ผู้กำกับหลายคนยังถ่ายแบบหนังเชิดชูแนวคิดเดิม ๆ แบบนั้นขายได้แค่ในประเทศ ต่างชาติไม่ซื้อแน่
แต่ช่วงสองปีมานี้เริ่มมีผู้กำกับหน้าใหม่เก่ง ๆ โผล่มาหลายคน อย่างเจียงเหวิน เจียจางเคอ โหลวเย่ กวานหู... พวกนี้เพิ่งเริ่ม ยังขาดเงินทุน ถ้าลงทุนกับพวกเขาตั้งแต่แรก อนาคตน่าจะไปได้ไกล”
ลิงก์พยักหน้าเห็นด้วย
พูดเรื่องงานจบ เฉินชงก็วางแก้วลง แล้วส่งสายตาเชิญชวน
“ลิงก์ ครั้งก่อนชวนคุณไปกินข้าวที่บ้านก็ไม่ว่าง ตอนนี้หนังเสร็จแล้ว จะมีเวลาว่างบ้างมั้ยล่ะ? ฉันจะทำอาหารเสฉวนให้กิน รับรองไม่แพ้ ‘ครัวพิเศษ’ ของเสี่ยวลี่หรอกนะ”
น้ำเสียงเธอเริ่มมีเลศนัย
“คุณอยู่ที่ไหน?”
“ซานมาริโน ถนนวิลสัน เบอร์ 1750 พรุ่งนี้มาได้มั้ย?”
เธอมองเขาอย่างคาดหวัง
“ช่วงนี้ยังยุ่งอยู่ เดี๋ยวอีกสักสองสามวันแล้วกัน”
“จริงนะ? คุณเป็นผู้ชายนะ ต้องรักษาคำพูด อย่าหนีฉันอีกล่ะ”
“คราวนี้ไม่เบี้ยวแน่”
ลิงก์ไม่ใช่คนที่จะปฏิเสธของดี เรื่องกินก็เช่นกัน ต่อให้เป็น ‘กับข้าวพิเศษ’ เขาก็ไม่เกี่ยง (เรื่องพวกนี้กับฮอลลีวูดนี่ของคู่กันจริม ๆ)
ถึงสี่แยก รถจอดให้เฉินชงลง ก่อนขับต่ออีกสองร้อยเมตรแล้วหยุดหน้าบริษัท Guess Who Production
กลับถึงบริษัท ลิงก์รีบจัดการเรื่องแผนงานปี 1994 ต่อทันที
ตอนนี้บริษัทมีภาพยนตร์ที่รอฉายอยู่ 5 เรื่อง ได้แก่ Seven, Eat Drink Man Woman ของอั้งลี่, Dumb and Dumber ที่ร่วมทุนกับ New Line, The Underneath ของสตีเวน โซเดอร์เบิร์ก และ Speed ที่ทำร่วมกับ Mark Gordon Studio
หนังทั้ง 5 เรื่องถ่ายเสร็จหมดแล้ว เหลือแค่ Speed ที่ยังทำโพสต์โปรดักชัน ส่วนอีก 4 เรื่องพร้อมฉาย รอแค่หาช่วงเวลาที่เหมาะ
อีก 7 เรื่องอยู่ในขั้นเตรียมการ
ได้แก่ The Mask หนังตลกเรื่องที่สามของจิม แคร์รีย์, Before Sunrise โดยริชาร์ด ลิงเคลเทอร์, Sense and Sensibility ของอั้งลี่, The Butterfly Effect โปรเจกต์ใหม่ของลิงก์เอง
ระหว่างเตรียมโปรเจกต์พวกนี้ ผู้กำกับหวังอิ่งและภรรยา เชิญลิงก์ไปที่บ้านเพื่อแนะนำแขกพิเศษจากเกาะฮ่องกง
ได้แก่ โจวจ้งเหยียน ลูกสาวของเจ้าของค่าย Golden Harvest, ดาราบู๊ชื่อดังเฉินหลง และผู้กำกับชื่อดัง ถังจี๋หลี่
ช่วงหลัง ๆ มานี้ ตลาดหนังฮ่องกงแข่งขันกันหนัก ปีที่แล้วมีหนังสร้างกว่า 405 เรื่อง เข้าโรงฉายถึง 236 เรื่อง เยอะพอ ๆ กับฝั่งอเมริกา
แต่เมื่อหนังออกฉายมากขึ้น คนดูก็ไม่ได้เพิ่มตาม สุดท้ายหลายบริษัทก็ขาดทุน ล้มละลายไปตามระเบียบ
ทำให้คนในวงการเริ่มหันมาเจาะตลาดฮอลลีวูด ทั้งนักแสดงและทีมเบื้องหลัง
ตัวอย่างความสำเร็จที่ชัดเจนที่สุดคือ ผู้กำกับจอห์น วู ที่ปีที่แล้วปล่อยหนัง Hard Target โกยรายได้ 32.5 ล้านเหรียญในอเมริกา และ 74.1 ล้านทั่วโลก
นอกจากเขา ก็มีผู้กำกับอั้งลี่ หวังอิ่ง รวมถึงลิงก์เองที่สร้างชื่อได้ดีในปีที่ผ่านมา
และความสำเร็จของผู้กำกับเชื้อสายจีนเหล่านี้ ก็กลายเป็นแรงกระตุ้นให้คนในวงการฮ่องกงเดินทางมายังฮอลลีวูดมากขึ้น
เฉินหลงเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
ปีนี้บริษัท Golden Harvest วางแผนสร้างหนังบู๊ฉากหลังเป็นอเมริกา เพื่อเจาะตลาดโลก
ใช้ทุนสร้างราว 8 ล้านเหรียญ หรือกว่าร้อยล้านเหรียญฮ่องกง
แน่นอนว่า ความเสี่ยงก็สูงตามไปด้วย
เพื่อกระจายความเสี่ยง พวกเขาจึงอยากหาพาร์ตเนอร์ในอเมริกาที่ไว้ใจได้
เมื่อได้ยินชื่อ Guess Who ว่าเจ้าของเป็นคนเชื้อสายจีน และเคยสนับสนุนผู้กำกับอย่างอั้งลี่กับหวังอิ่ง พวกเขาจึงตัดสินใจมาหาลิงก์
ลิงก์พบเฉินหลงที่บ้านของผู้กำกับหวังอิ่ง ก็นับว่าน่าประหลาดใจเล็กน้อย เฉินหลงในอนาคตจะกลายเป็นดาราดังระดับโลก มีหนังทำเงินหลายเรื่อง รวมถึง Rumble in the Bronx และ Rush Hour
การร่วมงานกับเขาถือเป็นโอกาสที่ดี
หนังที่ Golden Harvest นำมาเสนอคือ Rumble in the Bronx
หลังอ่านบทและแผนการถ่ายทำ ลิงก์ตกลงจะร่วมลงทุน โดยมีเงื่อนไขว่า หลังหนังเสร็จให้ Guess Who เป็นฝ่ายจัดจำหน่ายและทำตลาดในอเมริกา ส่วนรายได้ให้แบ่งให้ Golden Harvest
ทางนั้นไม่ลังเลเลย ตอบตกลงทันที
Rumble in the Bronx คือก้าวแรกของพวกเขาสู่ตลาดฮอลลีวูด ส่วนลิงก์คือพันธมิตรในฝัน มีทั้งอิทธิพลและความสามารถในวงการ
ด้วยเหตุนี้ Guess Who Production ก็ได้เพิ่มอีกหนึ่งโปรเจกต์ใหม่ในปีนี้เรียบร้อยแล้ว