เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 200 แผนระดมทุน

ตอนที่ 200 แผนระดมทุน

ตอนที่ 200 แผนระดมทุน


“ไอ้คนเจ้าเล่ห์เอ๊ย...”

ที่ตึก Death Star สำนักงานใหญ่ของ CAA ไมเคิล โอวิตซ์จ้องมองลิงก์ในทีวี

สีหน้าเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย

รอน เมเยอร์ สูบบุหรี่ช้า ๆ ก่อนพูดเรียบ ๆ

“เราประเมินหมอนี่ต่ำไปจริง ๆ”

ไมเคิล โอวิตซ์ส่งเสียงจมูกฮึดฮัด หน้าบึ้งลงอีกขั้น

ก่อนเข้าร่วมการเดิมพัน เขารู้จักลิงก์ดีว่าเป็นคนหนุ่ม ฉลาด รวย มีความสามารถ

แต่ก็ไม่เคยมองอีกฝ่ายเป็นคู่แข่งจริงจัง แค่คิดว่าเป็นเด็กมีของที่น่าสนใจบ้าง

ดังนั้นตอนตัดสินใจพนันก็แค่ตามอารมณ์ เล่นสนุก ๆ เท่านั้น

ยิ่งเห็น The Firm ที่มีทอม ครูซแสดงนำ และทีมงานระดับท็อป เขาก็ไม่คิดว่าพวกตนจะแพ้

แต่พอ The Firm เข้าฉาย แล้วกระแสหนังถูกเบียดด้วย The Wedding Banquet และ Ace Ventura ของ Guess Who โอวิตซ์ก็เริ่มร้อนรนขึ้นเรื่อย ๆ

เขาเริ่มตื่นตระหนก ลงมือทำอะไรแบบขาดสติ ทั้งระดมทุนเพิ่มโปรโมต The Firm และหาทางกดรายได้ของ Final Destination

สุดท้ายเขาทุ่มไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเดิมพันที่ใหญ่เกินควบคุม และพลาดท่าแพ้ให้กับลิงก์และหนังของเขา

ไม่เพียงตัวเขาและรอน เมเยอร์เท่านั้นที่เสียเงินนับร้อยล้านดอลลาร์

แต่ยังลากลูกค้าใหญ่ของ CAA หลายรายเข้าไปเจ็บหนัก

รวมถึงเหตุการณ์ที่ริชาร์ด เกียร์บาดเจ็บสาหัส, โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์เข้าคุก, ดัสติน ฮอฟฟ์แมนเสียชื่อเสียง และทอม ครูซที่กลายเป็นเป้าโจมตีจากสื่อ

คราวนี้ CAA เสียหายหนักมาก

พอมาคิดย้อนดู โอวิตซ์ก็รู้สึกเสียใจสุด ๆ กับการเดิมพันครั้งนั้น

ถ้าไม่เข้าร่วมตั้งแต่แรก ก็ไม่ต้องขาดทุน

ถ้าหลังเดิมพันแล้วไม่พยายามยัดเงินเพิ่ม ไม่คิดจะดันรายได้หรือกดอีกฝ่าย ก็คงไม่สูญเงินเยอะขนาดนี้

ไม่มีการปะทะ ริชาร์ดกับโรเบิร์ตก็ไม่บาดเจ็บ

ทอม ครูซเองก็คงไม่โดนลูกหลง

ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ

“ไมเคิล ตอนนี้ลิงก์ยืนอยู่ในฮอลลีวูดได้มั่นคงแล้ว Guess Who ก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ หลังปล่อยหนังเจ็ดเรื่องสำเร็จ

กลายเป็นบริษัทหนังอิสระที่มีศักยภาพสูงสุด ผมว่าเราควรเริ่มปรับความสัมพันธ์กับเขา

มีพันธมิตรที่แข็งแรง ดีกว่ามีศัตรูเพิ่มอีกคนแน่นอน”

เจ มาลูนีย์พูดอย่างใจเย็น

โอวิตซ์ก็รู้ดีว่ามาลูนีย์พูดไม่ผิด

CAA คือบริษัทเอเจนซี รายได้หลักมาจากการกินส่วนแบ่งค่าตัวลูกค้า และการร่วมทุนในโปรเจกต์หนัง

โมเดลธุรกิจแบบนี้ต้องผูกโยงกับบริษัทผู้ผลิตหนังเสมอ

ในแง่ของบริษัท การมีสัมพันธ์ที่ดีกับลิงก์และ Guess Who จึงเป็นเรื่องจำเป็น

แต่ในฐานะส่วนตัว เขาคือเบอร์หนึ่งในฮอลลีวูด

จะให้เขาไปยื่นมือทำดีกับคนที่ทำให้บริษัทและตัวเองเสียหายขนาดนี้ มันก็เกินจะยอมได้

รอน เมเยอร์เสริม

“ลิงก์ชอบใช้ดาราหน้าใหม่ ถ้าเราไม่ร่วมมือกับเขา เขาก็ไม่เดือดร้อนอะไร

แต่ถ้าเราได้ทำงานร่วมกัน เราจะได้ผลประโยชน์เพียบแน่นอน”

โอวิตซ์สูบบุหรี่เงียบ ๆ แล้วพยักหน้าอย่างฝืน ๆ

ในทีวี แลร์รี่ คิงถามต่อ

“ลิงก์ ได้ข่าวว่าคุณถ่ายหนังเรื่องที่สามเสร็จแล้ว เป็นแนวอะไร พอจะเปิดเผยได้ไหมครับ?”

“หนังระทึกขวัญครับ มีทั้งศาสนาและอาชญากรรมเกี่ยวข้อง

ใน Paradise Lost จอห์น มิลตันกล่าวถึงบาปมหันต์ 7 ประการ ได้แก่ ความตะกละ, ความโลภ, ความเฉื่อยชา, ความเย่อหยิ่ง, ราคะ, ความอิจฉา และความโกรธ

หนังเรื่องนี้ใช้โครงจากบาปทั้ง 7 นั้นเลยครับ รับรองความระทึกไม่แพ้สองเรื่องก่อนแน่”

“หนังอาชญากรรมระทึกขวัญงั้นเหรอ? ฟังแล้วผมรู้สึกไม่ค่อยดีเลย

อาจจะมีเรื่องซวยตามมาอีกแน่ ๆ หลังหนังฉาย”

แลร์รี่ทำหน้าจริงจัง

“แลร์รี่...เชื่อในวิทยาศาสตร์เถอะครับ”

“ฮ่า ๆ ถ้างั้น เรามาพนันกันไหมลิงก์

ถ้าผมแพ้ คุณเลี้ยงเหล้าผม!” แลร์รี่คิงหัวเราะ

“ผมชนะอยู่แล้ว!”

ลิงก์ยิ้ม รับคำท้าแล้วชูหมัดชนกันเบา ๆ

แลร์รี่ก็เปลี่ยนคำถามไปยังประเด็นอื่นต่อ

หลังจบรายการของ CNN ในช่วงเที่ยง ลิงก์ก็เดินสายต่อ ทั้ง The Hollywood Reporter, Vanity Fair และรายการสัมภาษณ์ของ CBS

เขาพูดทั้งเรื่องเดิมพันกับโรเบิร์ต ดาวนีย์ เรื่องบาดหมางเก่า

รวมถึงออกมาปฏิเสธข่าวลือและข่าวฉาวบางประเด็น

แต่ดูเหมือนจะได้ผลไม่มาก เพราะข่าวลบยังคงแพร่ไปทั่ว

ในช่วงนั้น ลิงก์ได้รับข้อเสนอขอลงทุนเพิ่มจากหลายบริษัทยักษ์

ทั้ง CAA, Time Warner, Vanguard, BlackRock, Morgan Investments, Goldman Sachs ฯลฯ

แต่ละแห่งคือผู้เล่นระดับบิ๊กของวอลล์สตรีททั้งนั้น

เขารู้ทันทีว่า Guess Who กลายเป็น "ของอร่อย" สำหรับวงการทุนไปแล้ว

และข่าวลบหลาย ๆ เรื่องที่ออกมา ก็น่าจะมีต้นทางจากบริษัทพวกนี้

ถ้ายังปฏิเสธต่อไป ก็อาจยืดเยื้อจนกระทบการทำหนังได้

ลิงก์จึงเรียกผู้บริหารของ Guess Who มาหารือ

ก่อนจะตัดสินใจ เปิดรับเงินทุน แต่ประเมินมูลค่าบริษัทไว้ที่ 500 ล้านเหรียญ

ไม่ใช่ 220 ล้านอย่างที่วอลล์สตรีทเสนอ

เพราะแค่ดูจากผลงานทุกเรื่องที่ฉายออกมา การขึ้นราคาสองเท่าก็ไม่น่าเกินจริง

“ห้าร้อยล้านเหรอ?”

ไมเคิล โอวิตซ์ขมวดคิ้วทันทีเมื่อได้ยินตัวเลข

“ลิงก์ นี่คุณล้อเล่นหรือเปล่า?

โคลัมเบีย พิคเจอร์สเปิดมาตั้ง 70 ปี ฉายหนังไปเป็นพันเรื่อง ยังมีมูลค่าแค่ 3 พันล้าน

แล้ว Guess Who เพิ่งเปิดไม่กี่ปีกลับตีตัวเองซะ 500 ล้าน?”

ไมเคิล โอวิตซ์ไม่ใช่แค่ผู้ก่อตั้ง CAA

แต่ยังเป็น "นายหน้าทุน" คนสำคัญของวงการ

เขาเคยใช้เครือข่ายตัวเองช่วยโซนีซื้อโคลัมเบียในปี 1989

แล้วก็พานาโซนิคซื้อบริษัทแม่ของยูนิเวอร์แซลในปี 1990

ตอนนี้เขารับหน้าที่จาก Vanguard มาคุยเรื่องระดมทุนกับลิงก์

แต่ดูเหมือนลิงก์ไม่คิดจะปล่อยหุ้นให้เลย

จะกินรวบคนเดียว ทำให้เขาเริ่มไม่สบอารมณ์

ลิงก์ยิ้ม

“ราคาบริษัทหนังไม่ได้นับจากอายุบริษัท แต่นับจากผลงาน Guess Who ทำหนังทุกเรื่องได้รายได้มหาศาล บางเรื่องคืนทุนระดับพันหรือหมื่นเท่า รายได้รวมของเราปีที่แล้วยังเหนือกว่าสตูดิโอใหญ่บางเจ้าอีก

“ถ้าดูจากความสามารถในการทำเงิน พวกเราไม่ได้ด้อยกว่าใครเลย ผมตั้งไว้ 500 ล้านยังถือว่าน้อยด้วยซ้ำ

“แล้วคุณรู้ไหมว่าตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว มีคนอยากซื้อหุ้น Guess Who กี่เจ้า?

127 ราย! ทั้งบุคคลและบริษัทลงทุน นั่นแปลว่าอนาคตของบริษัทสดใสแน่นอน

เราอาจกลายเป็นบริษัทระดับเดียวกับเจ็ดค่ายใหญ่เลยก็ได้

ตอนนี้ใครลงทุน ถือว่าซื้อถูก ถ้ารอจะเสียดายไม่ทัน”

“เทียบเจ็ดค่ายใหญ่เลยเหรอ?”

โอวิตซ์หัวเราะในลำคอ

“ลิงก์ ผมคุยกับคุณจริงจังนะ ขอคุณก็จริงจังหน่อยเถอะ”

“คุณไมเคิลครับ คุณคือรุ่นใหญ่ในวงการ ผมนับถือมาก ไม่เคยคิดล้อเล่น

พูดตามตรงเลย ตอนนี้ Guess Who มูลค่า 500 ล้าน

ภายในสิ้นปี เราตั้งเป้าว่าจะอัปให้ถึงพันล้าน

ถ้าคุณอยากลงทุน ผมแนะนำให้รีบตัดสินใจ

ถ้าช้าไป อาจไม่ได้โอกาสอีกแล้ว”

ลิงก์เอนหลังพิงเก้าอี้ยิ้ม ๆ

“พันล้านเหรอ? เป้าหมายไม่เบาเลยนะ

เรื่องนี้เดี๋ยวผมคิดดูก่อน แล้วจะติดต่อกลับ”

โอวิตซ์พูดพลางฮึดฮัดในลำคอ แล้วกดวางสายอย่างแรง

ที่เขายอมโทรมาเพื่อคุยเรื่องลงทุน ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ลิงก์ยื่นมือคืนดี

แต่ลิงก์ดันไม่รู้จักคว้าไว้

งั้นก็อย่าหาว่าเขาไม่ปรานี

โอวิตซ์หยิบโทรศัพท์ต่อสายไปยัง Vanguard

เสนอให้เดินหน้า กดดัน Guess Who ต่อ เพื่อบีบให้ลิงก์ยอมจำนน

ลิงก์ไม่มีรากฐานในฮอลลีวูด จะอยู่ได้นานแค่ไหนกัน?

ในเมื่อ Vanguard คือกลุ่มทุนใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังทั้ง Warner Bros., Disney และ 20th Century Fox

ถ้าพวกเขาลงมือจริง ลิงก์กับ Guess Who ก็แทบไม่เหลือทางรอด

“บอส...เราจะดีเหรอคะ?”

ในห้องทำงาน หลิวเสี่ยวลี่มองลิงก์ด้วยสีหน้ากังวล

ช่วงนี้มีข่าวลือหนาหูว่า Guess Who รวยเกินไปจนสตูดิโอใหญ่และทุนวอลล์สตรีทพากันหมายหัว

ว่ากันว่าพวกนั้นเตรียมจับมือกันกลืนกิน Guess Who

แต่แทนที่ลิงก์จะยอมเจรจา กลับคิดจะเล่นเกมกลับ หวังทำเงินจากพวกทุนซะเอง

เธอกลัวว่าพวกกลุ่มทุนจะหมดความอดทน แล้วใช้วิธีแรงกว่านี้จัดการลิงก์

ลิงก์ยิ้มอย่างมั่นใจ

“ไม่ต้องห่วง เรายังมีไพ่ในมืออีกเยอะ ไม่มีทางแพ้แน่นอน”

เขาพูดพลางพลิกอ่านหนังสือพิมพ์ในมือด้วยท่าทีสบาย ๆ

---

50 ตอนไม่ไหวอ่ะเตง เอาไปแค่นี้ก่อนนะ ขอไปทำงานหลักให้จบก่อน เดี๋ยวจะแอบมาแปลเพิ่มให้นะคะ เพราะหลังจากนี้เราต้องแปลตอนต่อตอนแล้ว อาจจะไม่รัว แต่วันนึงคิดว่า 10 บทอย่างต่ำน่าจะไหวนะ ถ้างานหลักเราไม่โดนแก้ 5555

จบบทที่ ตอนที่ 200 แผนระดมทุน

คัดลอกลิงก์แล้ว