- หน้าแรก
- ผู้กำกับฮอลลีวูดในปี 1992
- ตอนที่ 57 กรีดร้องสนั่น
ตอนที่ 57 กรีดร้องสนั่น
ตอนที่ 57 กรีดร้องสนั่น
ตอนที่ควินติน ทารันติโนเผลอร้องลั่นออกมา ผู้ชมคนอื่น ๆ ก็มีปฏิกิริยาตามไปด้วย
โปรดิวเซอร์ผู้หญิงหลายคนถึงกับยกมือขึ้นปิดตา แอบมองผ่านซอกนิ้ว
พอเห็นประตูถูกดึงออกก็รีบก้มหน้าหลบภาพทันที
ผู้ชายส่วนใหญ่แม้จะไม่กรี๊ดแบบควินติน ก็พากันขมวดคิ้วหรือเบือนหน้าหลบ
มีไม่กี่คนที่ใจแข็ง พับแขนดูนิ่ง ๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พอได้ยินควินตินร้องโวยก็หันไปมองเขา พร้อมรอยยิ้มขำหรือสีหน้าแสดงความได้เปรียบ
ภาพพวกนั้น โดยเฉพาะปฏิกิริยาของควินติน ถูกกล้องที่ตั้งไว้สองฝั่งของโรงภาพยนตร์จับไว้หมดแล้ว
กล้องพวกนั้นเป็นของทีมงาน Guess Who ที่ลิงก์สั่งให้บันทึกไว้โดยเฉพาะ
เพื่อใช้ในการโปรโมต Paranormal Activity
แผนของลิงก์คือ ไม่ลงโฆษณาทางทีวี ไม่ปล่อยเทรลเลอร์แบบหนังทั่วไป
แต่จะใช้ฟุตเทจจริงของผู้ชมที่กำลังถูกหนังหลอนใส่แทน
อยากรู้ว่าหนังน่ากลัวไหม?
ไม่ต้องอ่านรีวิว ไม่ต้องดูตัวอย่าง แค่มองหน้า “เหยื่อ” ก็พอ
เมื่อคนดูเห็นคนอื่นกลัวจริง พวกเขาก็จะยิ่งอยากพิสูจน์เอง
นี่คือหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่ลิงก์วางไว้
"อ๊ะ! ไมก้า! รีบมานี่เร็ว!"
เสียงของคาธีดังขึ้นในลำโพง
"ผีเหรอ? กลางวันก็มีงั้นเหรอ สบายมาก ฉันไม่กลัวหรอก"
ควินตินเอนหลังพิงเบาะ ทำตาพร่า ๆ มองจอแบบสบาย ๆ
พระเอกคว้ากล้องรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ ผลคือ...เป็นแค่แมงมุม
"เล่นอะไรตื้น ๆ แบบนี้ ฉันไม่ตกหลุมหรอก"
ควินตินบ่นเบา ๆ
"แต่นายไม่รู้สึกเหรอว่า บรรยากาศมันเริ่มน่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ? ลิงก์เขาเก่งเรื่องสร้างบรรยากาศอยู่แล้ว ตอนทำ Buried ก็เห็นชัด ๆ คราวนี้ยิ่งเก่งขึ้นไปอีก ไม่มีเลือด ไม่มีเอฟเฟกต์ ไม่มีซาวด์น่ากลัว ใช้แค่กล้องก็เอาอยู่แล้ว"
สตีเวน โซเดอร์เบิร์กเสริม
"ใช่เลย หนังสยองขวัญแต่ก่อนต้องพึ่งเมคอัปกับดนตรีตึงโป๊ะ ลิงก์ไม่ใช่ เขาถ่ายแบบเรียบ ๆ เหมือนชีวิตคนจริง ๆ ดูเรียบง่าย แต่มันมีพลัง ถ้าหนังนี้ทำเงินนะ ฉันวางใจได้เลยว่าจะมีคนเลียนแบบอีกเพียบ"
ลอว์เรนซ์ แบนด์พูด
"พวกนายชมกันเร็วไปไหม? หนังเพิ่งยี่สิบนาทีเองนะ หลายเรื่องก็ดีแค่ต้น ๆ พอท้ายเรื่องพังหมด หวังว่าลิงก์จะไม่เป็นแบบนั้น"
"เงียบก่อน! ผีมาแล้ว"
คืนวันที่ 13
พระเอกนางเอกเข้านอนตามปกติ
ตอนตีสอง เสียง ตึง ตึง ตึง ตึง ตึง... ดังมาจากนอกประตูอีกครั้ง
ควินตินเริ่มขมวดคิ้ว มองผ่านหางตาแทน ไม่กล้าจ้องไปที่ประตู เขาเลือกดูตัวละครบนเตียงแทน จะได้รู้สึกปลอดภัยกว่า
คาธีรู้สึกตัวก่อน มองไปที่ประตู ก่อนที่มีคาจะตื่นตาม ทั้งสองกอดกันแล้วหันไปมองประตูด้วยความหวาดระแวง
คนดูหลายคนเริ่มถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ตัวละครไม่หลับสนิทจนเกินไป
กร๊าซ!!
โครม!
เสียงคำรามปริศนา กับเสียงเหมือนของหนักตกกระแทกพื้นดังขึ้น
ทั้งสองตัวละครตกใจร้องเสียงหลง
"อ๊ากกก!!!"
เสียงกรี๊ดของผู้ชมหลายคนก็ตามมา
"หนังเรื่องนี้มีปัญหารึเปล่าเนี่ย?"
แถวสาม เจอโรม เพรสตันเกาหัวแล้วเบือนหน้าหนี ไม่กล้าจ้องจอเต็ม ๆ
"ปัญหาอะไร?"
วิลล์ รอเจอร์ นักวิจารณ์หนังหันมาถาม
"มันก็แค่ภาพธรรมดา เราเห็นกันทุกวัน แต่พอฉายบนจอใหญ่แล้วมันกลับรู้สึกหลอน ไม่สบายใจสุด ๆ"
เจอโรมขมวดคิ้วพูด
"นั่นแหละคือความฉลาดของลิงก์
เขาใช้มุมกล้องถ่ายประตูห้องที่เปิดอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทั่วไปมักไม่ทำก่อนนอน
คนส่วนใหญ่จะปิดประตู ล็อกให้แน่น ถึงจะรู้สึกปลอดภัย
การที่เห็นตัวละครนอนโดยเปิดประตูทิ้งไว้แบบนั้น มันทำให้เราไม่สบายใจโดยอัตโนมัติ
เหมือนคนเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำที่เห็นของไม่เป็นระเบียบแล้วรู้สึกรำคาญ
แล้วพอลิงก์ใช้ฟอร์แมตแบบไลฟ์ บรรยากาศมันก็ยิ่งหนักขึ้น ความอึดอัดมันยิ่งเพิ่ม
ต่อให้กล้องนิ่ง ๆ ตั้งไว้เฉย ๆ แค่คอนเซปต์แบบนี้ก็คือสุดยอด
ฉลาดจริง ๆ เป็นผู้กำกับที่มีความคิดสร้างสรรค์มาก"
รอเจอร์อธิบายอย่างจริงจัง
คืนที่ 15
เวลาประมาณตีหนึ่ง คาธีลุกจากเตียงมายืนจ้องมีคาที่กำลังนอนอยู่
"เธอละเมอแน่เลย! ฉันเคยเป็นเหมือนกัน ตื่นมาไม่รู้อะไรเลย"
โปรดิวเซอร์สาวคนหนึ่งพูดขึ้นเสียงตื่น
"แต่ฉันว่าคาธีโดนวิญญาณสิงมากกว่า"
มีคนข้าง ๆ พูดด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ
"แล้วเธอจะทำอะไรต่อเนี่ย?"
"ละเมอทำอะไรแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?"
"น่ากลัวเกินไปแล้ว..."
คาธียืนอยู่ตรงเตียงเกือบสองชั่วโมง แล้วเดินออกจากห้อง
มีคาตื่นตามหาเธอ เจออยู่ข้างล่างแล้วพากลับขึ้นมา ระหว่างจะไปหยิบผ้าห่ม ก็ได้ยินเสียงดัง ปัง! มาจากชั้นบน
เขาสะดุ้ง รีบคว้ากล้องวิ่งกลับขึ้นไป เห็นทีวีถูกเปิดทิ้งไว้
บนจอมีแต่จุดรบกวนขาวดำ เสียงซ่ากระแทกหู
มีคาเดินเข้าไปในห้อง กล้องส่ายไปรอบ ๆ ไม่เจออะไรเลย
แต่พอกล้องหันกลับ...
คาธียืนอยู่ตรงประตู ผมยาวปิดหน้า ยืนนิ่งไม่ไหวติง
"ว้ากกกก!!!"
เสียงตกใจดังลั่นโรง
"ชิบหายแล้ว! พอเถอะ ฉันทนไม่ไหว!"
โปรดิวเซอร์สาวคนหนึ่งลุกขึ้น เดินไปทางทางออก พอเห็นมีอีกคนออกไปด้วย เธอก็รีบตามไป
รอบนี้ออกไปห้าคน
เหลือ 53
"บอส! ฉันบอกแล้วว่าเรื่องนี้มันน่ากลัวเกินไป ถ้าเข้าฉายในโรงคนจะโดนหลอนตายหมด ฉันพูดถูกไหม?"
พี่เสี่ยวลี่กระตุกแขนเสื้อเขาเบา ๆ
"ถูกต้อง คนที่ลุกออกไปเมื่อกี้คือโปรดิวเซอร์จากดิสนีย์
หนังของดิสนีย์ส่วนใหญ่เป็นการ์ตูนกับหนังครอบครัว ไม่สนใจเรื่องนี้ก็ไม่แปลก"
"แล้วถ้าคนอื่นลุกหนีหมดล่ะ?"
"ยิ่งดีใหญ่ แปลว่าหนังเราหลอนจัด ขึ้นโรงเมื่อไหร่ยอดพุ่งแน่นอน"
"คิดบวกเก่งจริงนะคะ"
พี่เสี่ยวลี่เอื้อมมือมาปัดรอยยับบนแขนเสื้อเขา แล้วไปยืนด้านหลัง ไม่กล้ามองจออีกเลย กลัวโดนหลอนเข้า
"อ๊าก!"
“บ้าจริง! มันอะไรเนี่ย?”
"ให้ตายสิ หลอนสุด ๆ!"
เสียงกรีดร้องดังสนั่นอีกระลอก คนดูสิบกว่าคนลุกขึ้นยืนทันที รวมถึงควินตินกับเจอโรมด้วย
"ริชาร์ด เป็นอะไรไหม? เจ็บหน้าอกเหรอ? จะเอายาลดอาการหัวใจไหม?"
สก็อตต์ รูดินที่นั่งหน้า ๆ หันไปถาม ริชาร์ด แซนนัค ที่ตอนนี้กุมอกไว้แน่น
"ไม่เป็นไร ของแค่นี้ยังไม่ถึงกับเล่นงานฉันได้"
แซนนัคโบกมือ หายใจลึกออกมาช้า ๆ
"อย่าฝืนเลย ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาจะยุ่ง"
"เงียบหน่อย! ดูหนังไปเถอะ"