เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 มุ่งหน้าสู่ลาเมอร์ (2)

บทที่ 7 มุ่งหน้าสู่ลาเมอร์ (2)

บทที่ 7 มุ่งหน้าสู่ลาเมอร์ (2)


บทที่ 7 มุ่งหน้าสู่ลาเมอร์ (2)

ในวันรุ่งขึ้น หลังจากสวดมนต์เสร็จ มารอนหัวหน้านักบวชก็ได้ทำการเข้าพบกับหัวหน้าพ่อบ้านฮานส์และถามเขาด้วยความกังวลที่เขียนอยู่บนใบหน้าเขา

“แม้ว่านายน้อยจะบอกว่าเขาจะจัดการเรื่องนี้เอง.. แต่มันจะมีทางใดกันที่จะทำให้เขาสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้”

พ่อบ้านฮานส์ถอนหายใจและส่ายหัว

“ข้าจะไปรู้ได้ยังไงกัน”

“หรือบางทีนายน้อยอาจจะมีทุนสำรองที่ครอบครัวมอบให้เขาเอาไว้กัน”

“ไม่.. ถ้ามีมันจริงๆเขาก็คงใช้มันไปนานแล้ว”

ที่ดินของไวท์เคานต์รากันต์เป็นอะไรที่ไร้ประโยชน์อย่างแท้จริงแม้จะมีที่ดินที่กว้างใหญ่แต่บริเวณส่วนใหญ่นั้นเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า มันไม่สามารถใช้เพื่อทำการเกษตรได้ และการที่ดินที่ตั้งอยู่บริเวณขอบของจักรวรรดิก็ทำให้การคมนาคมเป็นไปไม่ค่อยสะดวกและเศรษฐกิจก็เติบโตไปอย่างเชื่องช้า

ที่ดินผืนนี้ไม่มีแม้กระทั่งกับระเบิดหรือกองกระดูก...

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งเดียวในบริเวณนี้คือ ปราสาทราชาปีศาจ มันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ร้านอาหารและที่พักสามารถสร้างรายได้ได้

และนั่นคือสถานที่เดียวที่ทำให้ที่ดินของรากันต์มีรายได้อย่างต่อเนื่อง

การฝึกอบรมทหารก็เริ่มลดน้อยลง ที่อยู่อาศัยของประชาชนก็เริ่มเสื่อมโทรมและชำรุด

“ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว การชำระหนี้มันจะยังพอเป็นไปได้ไหม?”

บริษัทอาลอนนั้นค่อนข้างจะมีชื่อเสียงในเรื่องของการทำธุรกรรมทางการเงินที่เข้มงวด หากพวกเขาทำการชำหนี้หรือดอกเบี้ยช้าไปเพียงเล็กน้อย หลักประกันที่พวกเขายื่นเอาไว้ก็จะถูกยึดในทันที

อย่างไรก็ตามสาเหตุที่ทำให้พวกเขาไปกู้เงินกับทางบริษัทอาลอนก็เป็นเพราะมันไม่มีธนาคารไหนที่จะยอมปล่อยกู้ให้กับพวกเขาอีกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตระกูลรากันต์ที่ตกต่ำลงเรื่อยๆมากว่า 500 ปี

“ทำไมเขาถึงไม่บอกไปตรงๆกันนะ ว่าเขาไม่มีเงินจ่ายคืน”

ฮานส์ส่ายหัวด้วยใบหน้าที่มืดมนเมื่อได้ยินคำพูดของมารอน

“มีข่าวลือว่าบริษัทอาลอนนั้นได้รับการสนับสนุนจากหอคอยเวทมนตร์จักรพรรดิ และผู้คนที่ขัดขืนหรือต่อต้านพวกเขาก็มักจะหายตัวไปโดยไม่ทราบสาเหตุ”

นอกเหนือจากอำนาจทางการเงิน หอคอยเวทมนตร์ที่ยิ่งใหญ่นี้ก็ยังมีกองกำลังทหารรับจ้างอีกด้วย

เพราะฉะนั้นถ้าพวกเขาทำการต่อต้านบริษัทอาลอน พวกเขาก็คงจะมีชีวิตอยู่รอดได้อีกไม่ถึง 1 ปีแน่นอน

“หึ! ทำไมเขาถึงยังไม่ยอมขายกิกันท์ไปกัน? เขารู้ไหมว่ากิกันท์มันขายยากขนาดไหน? และทำไมเขาถึงต้องการที่จะพัฒนาเหมืองด้วย?”

“บางทีสิ่งที่เขาทำมันอาจจะได้ผล แต่ฉันก็เกรงว่าเวลาของพวกเราจะไม่มีมากพอถึงตอนนั้น” ฮานส์นั้นเป็นหนึ่งในคนรับใช้ที่สนับสนุนการพัฒนาเหมือง

ทันใดนั้นคนรับใช้คนหนึ่งก็รีบร้อนวิ่งเข้ามาในห้อง

“มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้วครับหัวหน้า!”

“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกัน?”

“ระ.. รูปปั้นท่านรากันต์ในสวนได้หายไปครับท่าน!”

“อะไรนะ?”

ฮานส์รีบวิ่งออกไปอย่างใจร้อน เหตุการณ์นี้ทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมาก

รูปปั้นนั้นคือรูปปั้นที่มีขนาดสูงถึง  2 เมตร มันรูปปั้นที่แสดงให้เห็นถึงตอนที่รากันต์ได้รับชัยชนะเหนือราชาปีศาจเซย์ม่อน ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ประจำตระกูลของพวกเขาเลยก็ว่าได้

แต่ตอนนี้สัญลักษณ์นั้นหายไปแล้ว!

เมื่อฮานส์ได้รับข่าว เขาก็เรียกคนรับใช้และทหารคนอื่นๆให้ออก ตามหารูปปั้น ในทันที เขาไม่รู้ว่ามันคือคนประเภทไหนกันที่กล้ามาขโมยรูปปั้นประจำตระกูล แต่ถ้าเขารู้ว่ามันเป็นใคร เขาก็จะไม่ยอมปล่อยให้มันรอดไปแน่นอน

อย่างไรก็ตามเมื่อเขาได้รับรายงานจากคนรับใช้ เขาก็ต้องตกใจ

“ดูเหมือนว่าคนที่ขโมยรูปปั้นไปก็คือนายน้อยครับ   เขาได้สั่งให้ ฟิลิปขนมันขึ้นรถเกวียนและออกเดินทางไปแล้วครับ”

“นั่น.. เขากำลังทำบ้าอะไรกัน?”

ในอดีต มีการระบุไว้ว่า ในตอนนี้บรรพบุรุษของเขาทำการก่อสร้างรูปปั้นนี้ พวกเขาได้ใช้ทองแดงไปประมาณ 1 ตันและทองคำแท้อีกเล็กน้อย

แต่ถึงอย่างนั้นมูลค่าของมันก็ไม่ได้มากไปกว่า 30,000 เปโซแต่อย่างใด  เพราะรูปปั้นนี้ไม่ได้ถูกสร้างโดยช่างฝีมือที่มีชื่อเสียงและก็ยังไม่ใช่ของโบราณเก่าแก่ที่มีมูลค่า

“เขาจะเอารูปปั้นนี้ไปทำอะไรกันแน่?”

ฮานส์ไม่สามารถตามความคิดของลุคได้ทัน เขาได้แต่ส่ายหัวและออกคำสั่ง

“ประกาศออกไปว่าให้ทุกคนตามหาตัวนายน้อยให้เจอ”

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม มันก็ไม่มีความหมายใดๆที่จะนำเอารูปปั้นประจำตระกูลออกไป และเขาก็จะไม่ยอมให้เด็กหนุ่มที่พึ่งฟื้นคืนสติจากการนอนเป็นผัก มาตัดสินชะตากรรมของรูปปั้นประจำตระกูลอย่างแน่นอน

........

“หืม มีคนกำลังพูดถึงข้าอยู่รึเปล่านะ?”

ลุคที่กำลังนั่งอยู่บนรถเกวียนก็ได้หัวเราะออกมาเมื่อเขารู้สึกจักกะจี้ที่หูของเขา

เมื่อเห็นแบบนี้ ฟิลิปที่นั่งอยู่ถัดไปจากลุคก็อดที่จะถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้

“นายน้อย ตอนนี้ท่านยังมีอารมณ์มาหัวเราะอีกเหรอ?”

“แล้วทำไมเจ้าถึงกังวลกันล่ะ?”

“มันแน่อยู่แล้ว ก็เพราะเราพึ่งจะขโมยรูปปั้นประจำตระกูลของท่านมานะ ท่านไม่กลัวผลที่จะตามมาบ้างเหรอ?”

“ยังไงซะพวกเขาก็ไม่ฆ่าข้าเพราะเรื่องแค่นี้หรอกจริงไหม? เพราะถ้าข้าตายขึ้นมา มันก็คงจะถึงคราวอวสานของตระกูลรากันต์แล้วละ”

แม้ว่าเขาจะไม่ได้ลงมือทำแต่มันก็มีชั่วขณะหนึ่งที่เขาเคยคิดที่จะแกล้งฆ่าตัวตาย  เพราะเขาคิดว่านี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำลายตำนานและลูกหลานของรากันต์ลงได้ หลังจากเขาล้มเหลวในแผนการที่จะแก้แค้น

แต่ยังไงก็ตาม การแกล้งฆ่าตัวตายมันไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรสำหรับเขา และเพื่อให้ความทรงจำอันมีค่านั้นคงอยู่ต่อไป เขาจึงต้องมีชีวิตต่อเพื่อชดใช้หนี้บาปกรรมที่เขาเคยก่อ

“นายน้อย.. ท่านนั้นอาจจะโดนเพียงแค่คำต่อว่า แต่ว่าข้าล่ะ? ข้าจะไม่ถูกประหารชีวิตหรอกเหรอที่ไม่หยุดท่านเอาไว้”

ฟิลิปนั้นอายุ 26 ปีและเป็นญาติห่างๆของอัศวินโรเจอร์ที่โรงเรียนเตรียมทหารสุริยุปราคา

ตั้งแต่เล็กจนโต เขาเป็นคนที่มีความประพฤติดีและเก่งในรอบด้าน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงได้เป็นอัศวินที่อยู่ข้างกายของลุคตั้งแต่ยังหนุ่ม

“มันจะไม่เป็นไรแน่นอน ข้าจะรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเองและจะไม่มีทางปล่อยให้เจ้าโดนประหารแน่นอน”

“ไม่มีทาง การเชื่อใจท่านก็เหมือนกับการเชื่อว่าชีสทำมาจากถั่วนั่นแหละ”

“ผู้ชายคนนี้เป็นพวกขี้กลัวจริงๆ”

ถึงอย่างนั้นลุคก็ชอบฟิลิป ถ้าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับอัศวินคนอื่น พวกเขาก็คงจะเอาเรื่องไปป่าวประกาศแล้วแน่นอน

“ยังไงก็เถอะ ท่านคิดว่าถ้าเราสามารถขายรูปปั้นนี้ได้จริงๆ เราจะได้เงินถึง 30,000 เปโซจริงๆเหรอ”

“ใช่ ที่เจ้าต้องทำก็แค่เชื่อใจข้า”

“ถ้าอย่างนั้น ท่านได้โปรดอธิบายถึงแผนการให้ข้าได้เข้าใจด้วยเถอะ”

อัศวินไม่แน่ใจว่าลุคจะได้รับเงิน 30,000 เปโซจากรูปปั้นนี้ได้อย่างไร และเขาก็ได้ยินข่าวลือมาว่า ถ้าพวกเขาไม่สามารถที่จะหาเงินมาจ่ายหนี้ได้ทัน พวกเขาจะต้องขายกิกันต์ทิ้ง

การขายกิกันต์ก็เหมือนกับการขายกองกำลังติดอาวุธที่ทำหน้าที่ปกป้องที่ดินของเขา ถ้าลุคตัดสินใจทำแบบนั้นมันก็หมายความว่าเขาอาจจะไม่ต้องการทหารที่ทำหน้าที่รักษาการณ์ไว้ด้วยเช่นกัน และในกรณีที่เลวร้ายที่สุด เขาก็อาจจะตกงานและต้องกลายเป็นทหารรับจ้างเร่ร่อนในที่สุด

ความเชื่อใจที่ฟิลิปมีต่อลุคนั้นล้วนเป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับความคิดของเขาเองล้วนๆ

“พูดให้เข้าใจง่ายๆ... ข้าจะขายรูปปั้นแล้วเอาเงินไปใช้เสี่ยงโชค”

“ใช้เสี่ยงโชค?  นี่ท่านคิดจะเอาเงินไปลงทุนกับอะไรเหรอ?”

“ไม่ การเสี่ยงโชคของฉันไม่ใช่การลงทุน มันคือการพนันต่างหากละ บางทีเราอาจจะไม่ต้องเดินทางไปหลายที่มากนัก”

“โอ้ไม่! ท่านมัน! โอ้พระเจ้าช่วย...!” น้ำตาเริ่มเอ่อล้นออกมาจากดวงตาของฟิลิป

เขาเคยเชื่อว่าคำพูด น้ำเสียงและการกระทำของลุคนั้นเป็นอะไรที่ดูมีความเป็นผู้ใหญ่อย่างมาก แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้วเพราะเขากำลังทำในสิ่งที่โครตบ้าบิ่น!

บางทีอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในครั้งนั้นของเขามันอาจจะยังไม่หายดี มันจึงส่งผลกระทบให้นายน้อยของเขาทำตัวแบบนี้

“ท่านครับ ข้าคิดว่าเราควรหยุดในตอนที่ยังมีโอกาสนะครับ”

“ลูกเต๋าได้ถูกทอดไปแล้ว และเราก็กำลังนั่งอยู่บนหลังมังกร”

“ถ้าอย่างนั้นท่านพอจะเอาข้าลงจากหลังมังกรได้หรือไม่?”

ฟิลิปนั้นไม่ต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งในแผนการบ้าๆของนายน้อยของเขา แต่เขาก็ไม่สามารถต่อต้านมันได้เช่นกันเพราะถ้าเขาทิ้งนายน้อยเอาไว้ที่นี่ มันก็เหมือนกับเขาละทิ้งหน้าที่อัศวินที่เขาได้รับมอบหมายมา...

ติดตามอ่านก่อนใครได้ที่เพจ : นอนน้อย โนเวล

จบบทที่ บทที่ 7 มุ่งหน้าสู่ลาเมอร์ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว