เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 หัวศีรษะ

บทที่ 1 หัวศีรษะ

บทที่ 1 หัวศีรษะ


บทที่ 1 หัวศีรษะ

ในสถานที่ทุรกันดารที่สามารถมองเห็นปราสาทขนาดมหึมาได้ ในตอนนี้ได้มีการต่อสู้กันระหว่างพ่อมดที่สวมชุดคลุมสีเทาและอัศวินที่สวมเกราะสีทอง

เมื่อพลังแห่งความมืดพุ่งออกจากมือของพ่อมด ลาวาสีแดงเดือดก็ผุดขึ้นมาจากพื้น ขณะที่ออร่าสีทองของอัศวินก็ทำให้เกิดภาพของทูตสวรรค์ที่กำลังถือโล่กันไม่ให้ลาวาเข้ามาใกล้

ขณะที่พ่อมดกำลังพยายามที่จะทำลายการป้องกันของอัศวิน เขาก็ได้ถอยกลับออกมา และพบว่ามีเลือดหยดลงมาจากดาบของอัศวินเกราะทอง

“ตายซะเถอะ ไอ้ปีศาจเซย์ม่อน!”

เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของอัศวินเกราะทอง พ่อมดชุดเทาก็เริ่มกัดฟัน เขาใช้พละกำลังทั้งหมดของเขาในการพยายามที่จะหยุดยั้งดาบของอัศวินเกราะทองและถามว่า

“ปีศาจ? นี่เจ้าจะบอกว่าพลังของข้าเป็นพลังของปีศาจอย่างนั้นเหรอ”

“ใช่แล้ว! ที่ดินและเมืองต่างก็เต็มไปด้วยมนต์ดำอันสกปรกของเจ้า สิ่งที่ทำให้เกิดความปั่นป่วนเช่นนี้จะไม่ใช่พลังของปีศาจได้ยังไง”

เซย์ม่อนรู้สึกแปลกใจกับเรื่องนี้  แต่เขาก็ไม่ได้ตอบกลับแต่อย่างใด เพราะคำพูดของอัศวินเราะทองนั้นเป็นความจริง

เซย์ม่อนนั้นเป็นพ่อมดมนต์ดำขั้นที่ 9 และตามที่อัศวินพูด มันคือพลังของเขาเองที่จัดการกับทั้งเมืองและที่ดิน

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากนี้ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องนำมาพิจารณานั่นก็คือ สิ่งที่เซย์ม่อนทำลายไปนั้นก็มีเพียงพวกขุนนางชั่ว และพวกผู้ติดตามของมัน มันไม่ใช่ว่าเขาควรดีใจเหรอที่เซย์ม่อนช่วยกำจัดพวกกาฝากให้

และในส่วนของผู้บริสุทธิ์ที่ไม่เกี่ยวข้องนั้น เขาก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งอะไรด้วยยิ่งไปกว่านั้นคนที่ยอมจำนนต่างก็มีชีวิตรอดอย่างปลอดภัย เท่านั้นนั่นยังไม่พอ! นอกจากนี้เขายังช่วยเหลือเหล่าผู้คนที่ถูกกักขังและถูกใช้แรงงานเยี่ยงทาสอีกด้วย นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาได้รับฉายาจากเผ่าพันธุ์อื่นๆว่า “ปราชญ์แห่งความมืด” และ “เทวดาผู้ปลดปล่อย”

แต่อัศวินเกราะทองนั้นตัดสินใจโดยไม่สนความจริง นั่นทำให้ความจริงนั้นถูกบิดเบือนไป

“หึ! เจ้าจะมองเห็นและชมดวงดาราได้ ก็แค่ในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้นแหละ!” อัศวินเกราะทองหัวเราะหลังจากพูดเสร็จ

“รากันต์ ข้าทำอะไรผิดกัน? มันเป็นความผิดงั้นเหรอที่ข้าจัดการกับไอ้พวกที่สูบเลือดสูบเนื้อผู้บริสุทธิ์ และทำให้ประเทศนี้มันย่ำแย่ลง”

ขณะที่เขากำลังพูด น้ำตาก็เอ่อล้นที่ดวงตาของเซย์ม่อน

“ถ้าเจ้ามีตา เจ้าก็คงจะเคยได้เห็นเหมือนกัน ว่ามันคือพวกราชวงศ์ต่างหากที่ทำลายที่ดินและอาณาจักรด้วยความโลภของพวกมัน คุกคามกดขี่ประชาชนและเหล่ามนุษย์ลูกครึ่ง พวกมันต่างหากที่เป็นปีศาจที่แท้จริง”

อย่างไรก็ตามรากันต์ส่ายหัวอย่างไม่เห็นด้วย

“ไม่ พวกเขาไม่เหมือนกับเจ้า เจ้าทำให้โลกทั้งใบนี้ยุ่งเหยิงไปด้วยเวทมนต์อันชั่วร้ายของเจ้า”

“หึ ที่เจ้าพูดหมายความว่ายังไงกัน?.. โอเคเราอาจจะไม่เหมือนกันจริงๆ เพราะข้าไม่ใช่พวกลูกแกะที่เดินตามพระวจนะของพระเจ้าแล้วกัดกินเลือดเนื้อคนที่อ่อนแอกว่าตัวเองเหมือนกับหมาบ้าหรอกนะ”

“หุปปาก! เจ้าอย่ามาคิดจะมาหลอกลวงข้าด้วยคำพูดที่ออกมาจากปากของเจ้า”

“ไอ้เจ้าโง่ เจ้านะถูกหลอกแล้ว ถูกหลอกโดยพวกหมาป่าที่ห่มหนังแกะ” เซย์ม่อนกล่าวขณะเริ่มสร้างวงเวทย์

ความมืดเริ่มกัดกินนิ้วมือที่ของเขา กำลังร่ายเวทย์

และมันเริ่มมีของเหลวไร้สีไหลออกมาจากดวงตาของเขา มันคือน้ำตา.. น้ำตาที่เขาคิดว่ามันจะแห้งเหือดไปนานแล้ว ขณะนี้มันได้เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งเมื่อเขานึกถึงความเศร้าโศกและความโกรธที่ไม่มีวันลบออกไปจากความคิดของเขาได้

......

ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน เซย์ม่อนยังเป็นแค่พ่อมดธรรมดาคนหนึ่งในหอคอยเวทมนต์เวอร์ริทัช มันไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่นมากให้เขาทำข้างในนั้น

ในช่วงที่เขาอยู่ในหอคอยนั้น เขาได้ครอบครองในสิ่งที่เขาไม่ควรจะได้ครอบครอง มันจึงทำให้เขามักโดนอิจฉาหรือหยามเหยียดอยู่บ่อยครั้ง

โดยปกติแล้ว หน้าที่ของเขาคือการทำความสะอาดส่วนที่สกปรกของหอคอย แต่ยังไงก็ตามเขายังคงอดทนกับงานหนักเหล่านั้นมาโดยตลอด

ใยบางครั้งไอเดียความคิดและเอกสารงานวิจัยของเขาก็ได้ถูกขโมยไปโดยเหลาพ่อมดอาวุโส อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่เคยบ่นถึงเรื่องนี้เลยซักครั้ง

“ตราบใดที่เจ้ายังอยู่ที่นี่ ตราบใดที่เจ้ายังมองมาที่ข้าและอยู่เคียงข้างข้า ข้าก็สามารถที่จะแบกโลกทั้งใบเอาไว้ได้..”

เพื่อผู้หญิงอันเป็นที่รักของเขาแล้ว เขาสามารถลืมความเจ็บปวดในอดีต มีความสุขกับปัจจุบันและฝันถึงอนาคตได้

แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขานั้นก็ไม่ได้ราบรื่นนักเพราะมีพวกพ่อมดจอมละโมภและขุนนางที่บ้าคลั่งคอยก่อกวนและพยายามจะพรากเธอจากเขา เธอผู้มีค่าที่สุดสำหรับเขา

และนั่นคือสิ่งที่เขาจะไม่มีวันอภัยให้ การกระทำอันชั่วร้ายของพวกมันทำให้เธอตาย มันทำให้จิตใจของเซย์ม่อนนั้นเต็มไปด้วยความโกรธ

เขาสูญเสียทั้งสติและเหตุผล เขาวิ่งเข้าใส่พวกมันแต่เพราะเขาก็ไม่มีความสามารถพอ พลังของพ่อมดขั้น 4 นั้นไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้เลย หลังจากเหตุการนั้นเขาก็ถูกขอให้ละทิ้งพลังเวทและถูกขับไล่ออกจากหอคอย เซย์ม่อนต้องสูญเสียทุกอย่าง

ไร้ซึ่งพลัง ไร้ซึ่งชีวิต และไร้ซึ่งคนรัก แต่เขาก็ยังคงอยากมีชีวิตอยู่ เขาจึงได้สร้างเหตุผลในการดำรงอยู่ขึ้นมาใหม่นั่นก็คือ..

“แก้แค้น!”  เขาเผาทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างและเริ่มต้นชีวิตใหม่จากเถ้าถ่านอีกครั้ง

“ถ้าพวกแกจับมือกับพระเจ้า ฉันก็จะจับมือการปีศาจเอง”

เซย์ม่อน ผู้ซึ่งถูกความแค้นเข้าฝังลึกจนถึงกระดูกเริ่มถูกเติมเต็มด้วยพลังแห่งความมืด  กองทหารแห่งความมืดของเขาก็ที่จะเริ่มเหยียบย่ำและกวาดล้างทุกสิ่งอย่าง

.....

“เจ้ากำลังหลงทางรากันต์ ข้าไม่มีอะไรต้องพูดคุยกับเจ้าอีกแล้ว”

“อ้าก!”

พายุแห่งความมืดเริ่มก่อตัวล้อมรอบรากันต์ วงเวทย์นี้เต็มไปด้วยสัญลักษณ์และอักขระอันซับซ้อนที่ลุกโชนไปด้วยเลือด

ในไม่ช้าวงเวทย์ก็เริ่มเปล่งแสงออกมา และในที่สุดสิ่งที่ออกมาจากวงเวทย์ก็เริ่มที่จะชัดเจนมากขึ้นมันคือ โกเลม!

โกเลมที่ถูกอัญเชิญมานั้นขยับร่างกายของพวกมันอย่างพร้อมเพรียงกัน พวกมันแต่ละตัวปล่อยพลังโจมตีที่รุนแรงอย่างมากออกมา

ถ้าสิ่งที่อยู่ตรงนั้นคือมอนส์เตอร์ที่แข็งแกร่งอย่าง ออร์คยัก 2 หัว มันก็คงจะกลายเป็นกองเลือดไปแล้วแต่อย่างไรก็ตาม รากันต์นั้นแตกต่างออกไป เขาเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุด และเป็นถึงจักรพรรดิดาบ เขาสามารถตัดผ่านโกเลมยักษ์เหล่านั้นได้ในพริบตาด้วยดาบออริคัลคุมที่หุ้มไฮเปอร์ออร่าเอาไว้

“รับนี่ไปซะ! เซย์ม่อน!”

“อั้ก! นี่มัน...”

เพื่อที่จะรับการโจมตีของรากันต์ เซย์ม่อนจึงได้นำเอาหอกเวทมนต์แห่งความมืดออกมา

คลื่นกระแทกจากการปะทะทำให้ฝุ่นกระจัดกระจายออกไปทั่ว ขณะที่การปะทะกันระหว่างทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป

ผลของการต่อสู้ในตอนแรกเหมือนจะจบลงที่เสมอกัน  แต่เมื่อเวลาผ่านไปช่องว่างระหว่างชัยชนะและความพ่ายแพ้ก็เริ่มกว้างขึ้น

ในที่สุดหอกแห่งความมืดก็แตกลงเมื่อสัมผัสกับดาบของรากันต์ ส่งผลให้หัวใจของเซย์ม่อนถูกแทงด้วยดาบของเขา ยิ่งดาบแทงลึกไปเท่าไหร่ เลือดก็ยิ่งไหลออกมามากเท่านั้น ความเจ็บปวดนี้มาจากพลังศักดิ์สิทธิ์ของรากันต์

เมื่อการโจมตีจบลงเซม่อนก็ยังคงไม่ล้มลง เขาจับดาบที่แทงทะลุหัวใจของเขาและมองไปที่รากันต์ด้วยความโกรธและเกลียดชัง

“รากันต์! ไอ้โง่! ข้าขอสาปแช่งเจ้า! และสายเลือดของเจ้!”

เซย์ม่อนที่กำลังจะหมดพลังชีวิตไปได้กล่าวสาปแช่งรากันต์และลูกหลานของเขา เลือดของเซม่อนต์ที่หยดลงไปที่บริเวณเท้าของรากันต์เริ่มก่อตัวเป็นสัญลักษณ์ที่แปลกประหลาด

“รอก่อนเถอะ ครอบครัวของเจ้าจะต้องผอมแห้งเหมือนกับด้าย ลูกหลานของเจ้าจะต้องประสบพบเจอแต่กับโชคร้ายและโรคภัยต่างๆ และเจ้า! เจ้าจะต้องทนทรมาณในขณะที่ทำได้แค่เฝ้าดู”

ผมบนหัวของเซย์ม่อนเริ่มลุกขึ้น ใบหน้าที่เหี่ยวย่นของเขาเริ่มมองดูเหมือนกับปีศาจ และน้ำตาก็เริ่มไหลออกมาจากดวงตาของเขา

สภาพของเขาในตอนนี้สามารถทำให้รากันต์สั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัวได้ แม้กระทั่งในยามที่เขาหลับฝันก็ตาม

แต่ในไม่ช้าเขาก็เริ่มพยายามสงบจิตใจที่กระสับกระส่าย เขาดึงดาบออกมาด้วยสีหน้าเย็นชา และทำการตัดหัวศีรษะของเซย์ม่อนอย่างโหดเหี้ยม

เทพนิยายปีศาจที่ทุกคนเคยรู้จักกันในชื่อ “ราชาปีศาจมนต์ดำ” บัดนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว...

ติดตามนิยายเรื่องอื่นได้ที่ :  นอนน้อยโนเวล

จบบทที่ บทที่ 1 หัวศีรษะ

คัดลอกลิงก์แล้ว