เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 ชายปริศนาผู้บ้าคลั่ง

ตอนที่ 5 ชายปริศนาผู้บ้าคลั่ง

ตอนที่ 5 ชายปริศนาผู้บ้าคลั่ง


ตอนที่ 5 ชายปริศนาผู้บ้าคลั่ง

ทันทีที่ฉินจิ่วเอ๋อร์หันไปมองคนที่เฉินเฟิงเรียก ดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง!

"เป็นเขา?"

ลู่หยวนพูดอะไรไม่ออก กลายเป็นว่าผู้หญิงที่เขาเจอในมหาลัยเมื่อเช้าเป็นเพื่อนของเหอหมิน

"พวกเธอรู้จักกันอยู่แล้วเหรอ?"

เหอหมินรู้สึกแปลกใจ เธอไม่คิดว่าทั้งสองคนจะรู้จักกันมาก่อน

"แน่นอนล่ะ! เราเคยเจอกันมาก่อน" ฉินจิ่วเอ๋อร์กล่าว

"เขาก็คือคนที่ขโมยอาหารของฉันที่มหาวิทยาลัยเมื่อเช้ายังไงล่ะ!" ฉินจิ่วเอ๋อร์พูดด้วยน้ำเสียงกระแทก

“อะไรนะ!” ทุกคนพูดพร้อมกันอัตโนมัติ

ทุกคนตกตะลึง

ทุกอย่างเงียบไปครู่หนึ่ง

เหอหมินไม่รู้จะพูดอะไรต่อ

เธอคิดว่าไม่ควรพูดอะไรออกไปในตอนนี้

จางฮุยไม่ได้รู้สึกเขินอีกต่อไป เขาพูดกับลู่หยวนด้วยน้ำเสียงโกรธเคืองว่า "ลู่หยวนนายไม่มีเงินกินข้าว ทำไมไม่บอกพวกเรา นายไม่เห็นเราเป็นเพื่อนงั้นเหรอ?!"

"นั่นสิพี่ลู่ ทำไมถึงไม่เคยบอกเรื่องนี้กับพวกเราเลย" ซงชุนพูดเสริม

"นั่งก่อนสิลู่หยวน เธอคนนี้ชื่อว่าฉินจิ่วเอ๋อร์ น่าจะเคยเจอกันแล้วใช่ไหม?" เฉินเฟิงพยายามเปลี่ยนประเด็น

ลู่หยวนไม่ได้ตอบอะไรและนั่งลง

จากนั้นฉินจิ่วเอ๋อร์ก็ลุกขึ้นยืน

"โทษทีนะ พอดีฉันลืมไปว่ามีธุระด่วน ต้องไปเดี๋ยวนี้"

ฉินจิ่วเอ๋อร์คว้ากระเป๋าและเดินออกไป

ในความคิดของฉินจิ่วเอ๋อร์ เธอมาที่นี่ก็เพื่อที่จะมองหาผู้ชาย ยิ่งไปกว่านั้นเธอคาดหวังว่าจะได้เจอผู้ชายที่ร่ำรวยและหล่อเหลา มันจะดีมากถ้าหากว่าเธอได้มีแฟนแบบนั้น

เธอตั้งความหวังไว้ว่าเธอจะได้เจอกับผู้ชายแบบนั้น

อย่างไรก็ตามเธอไม่คาดคิดว่าเพื่อนอีกคนของเฉินเฟิงก็คือคนที่ขโมยอาหารของเธอเมื่อเช้า

เธออุส่าห์เฝ้ารอที่จะได้เจอกับเพื่อนคนสุดท้ายของเฉินเฟิง แต่กับไม่เป็นไปอย่างที่คิด

มันต่างจากที่เธอคิดเกินไป เธอจึงไม่มีอารมณ์ที่จะอยู่ต่อแล้ว

ฉินจิ่วเอ๋อร์รู้สึกผิดหวังอย่างมาก

เธอเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าว จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาขวางเธอ

ผู้ชายคนนี้ตัวไม่สูงนัก การแต่งตัวดีมาก ที่ข้อมือของเขามีนาฬิกา Rolex

เขาเดินเข้ามาพร้อมกับถือไวน์สองแก้วไว้ในมือ

"คุณคนสวย ผมเดิมพันกับเพื่อนไว้ว่าผมจะสามารถชวนสาวสวยไปนั่งดื่มไวน์ได้ ช่วยไปดื่มกับผมหน่อยได้ไหม?"

น้ำเสียงของผู้ชายคนนี้ดูมั่นใจและท่าทางเขาค่อนข้างเป็นคนเหย่อหยิ่งอีกด้วย

ท่าทางผู้ชายคนนี้จะเป็นลูกของคนที่มีฐานะร่ำรวย

ถึงแม้ว่าฉินจิ่วเอ๋อร์จะชอบรุ่นที่สองที่ร่ำรวย แต่ตอนนี้เธอก็ไม่เต็มใจที่จะไปกับผู้ชายคนนี้

นอกจากนั้นเธอเองก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินและไม่อ่ะยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เธอกำลังอารมณ์เสียเพราะเรื่องของลู่หยวน

“ไม่ค่ะ!” ฉินจิ่วเอ๋อร์ตอบอย่างเย็นชา

ใบหน้าที่มีรอยยิ้มในตอนแรกของผู้ชายที่เดินเข้ามาได้เปลี่ยนไปเป็นบึ้งตึงทันที

เขาคิดว่าฉินจิ่วเอ๋อร์จะต้องไปกับเขาแน่นอน แต่มันไม่เป็นไปอย่างที่คิด เธอปฏิเสธ!

แม้ว่าเขาจะบอกว่าได้พนันกับเพื่อนไว้ แต่ความจริงแล้วเขาต้องการที่จะเข้ามาจีบฉินจิ่วเอ๋อร์ต่างหาก

ในตอนนี้ท่าทีของฉินจิ่วเอ๋อร์ทำให้เขารู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก

"เธอคิดว่าตัวเองสวยมากเหรอ?" เมื่อเห็นว่าฉินจิ่วเอ๋อร์กำลังจะเดินต่อไป เขาจึงเอื้อมมือไปคว้าแขนเธอไว้

ฉินจิ่วเอ๋อร์ตกใจ ไม่คาดคิดว่าผู้ชายคนนี้จะกระชากแขนเธอเอาไว้และมันยิ่งทำให้เธออารมณ์เสียมากขึ้นไปอีก

“เพี๊ยะ!”

เธอตบหน้าผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นอย่างแรงและพูดขึ้น "ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!"

ชายแปลกหน้ามองฉินจิ่วเอ๋อร์ด้วยใบหน้าตกตะลึง

อีกด้านหนึ่งของร้าน เฉินเฟิง เหอหมินและคนอื่นๆ เพิ่งเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนที่พวกเขากำลังจะเดินเข้าไปช่วยนั้น ฉินจิ่วเอ๋อร์ก็ได้เดินจากไปแล้ว

หลังจากที่ฉินจิ่วเอ๋อร์เดินออกไป บรรยากาศก็กลายเป็นน่าอึดอัด ทุกคนนั่งเงียบกันหมด

ทั้งจางฮุย ซงชุนและเฉินเฟิงต้องการจะพูดอะไรบางอย่างกับลู่หยวน

แม้ว่าฉินจิ่วเอ๋อร์จะทำผิดจริง แต่พวกเขาก็คิดว่าไม่ควรจะนินทาเธอต่อหน้าเพื่อนๆของเธอ

และมันก็ไม่ใช่เรื่องดีที่จะพูดถึงเรื่องที่ลู่หยวนขโมยอาหารอีกครั้ง

แน่นอนว่าลู่หยวนก็สังเกตเห็นเรื่องนี้เช่นกัน เขาจึงหาข้ออ้างที่จะจากไป

เขารู้ว่าถ้าเขาอยู่ต่อจะยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกอึดอัด

เขาเดินกลับไปที่หอพักคนเดียวพลางคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้รวมถึงเรื่องของหลี่เมิ่งเหยา

สาเหตุทั้งหมดมาจากเรื่องเงิน

ถ้าหลี่เมิ่งเหยารู้ว่าจริงๆ แล้วเขานั้นรวยมาก เธอคงจะไม่ทิ้งเขาไป

จิ่วเอ๋อร์ก็ด้วยถ้าเธอรู้ว่าเขานั้นคือรุ่นที่สองที่ร่ำรวยก็คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น

บางทีอาจถึงเวลาแล้ว ที่เขาจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา

แต่เรื่องนี้มันก็มีข้อดีอยู่

เพราะการที่เขาแสร้งทำเป็นคนยากจน จึงได้กลายเป็นเพื่อนกับจางฮุยและคนอื่นๆ

มิตรภาพนี้ไม่ได้แลกมาด้วยเงิน แต่เป็นมิตรภาพที่แท้จริง

ท้ายที่สุด จางฮุย ซงชุนและเฉินเฟิงต่างก็รู้ว่าเขานั้นยากจน แต่พวกเขาก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อลู่หยวน

การที่เขาแกล้งทำเป็นคนจน มันทำให้เขาได้พบกับความลำบากที่คนรวยไม่มีวันได้พบเจอ สิ่งนี้ได้สอนอะไรมากมายให้กับลู่หยวน ทำให้เขาได้เรียนรู้อะไรมากมายเกี่ยวกับชีวิต

ความจริงแล้วลู่หยวนนั้นไม่ชอบทำตัวเป็นคนเย่อยิ่งและใช้อำนาจเหนือใคร เขาชอบเป็นคนธรรมดาแบบนี้

และด้วยเหตุนี้ เขาจึงได้รู้ว่าใครที่หวังดีกับเขาจริงๆ

ตัวอย่างเช่นจางเซี่ย เพื่อนที่ดีที่สุดอีกคนหนึ่ง

แต่เขาคิดผิดเหรอ?

เขาควรจะทำตัวหยิ่งงั้นเหรอ?

ขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้น ประตูของห้องพักก็ถูกเปิดออก จางฮุยและซงชุนได้กลับมาถึงแล้ว

"เป็นไงบ้าง? สนุกมั้ย?" ลู่หยวนถาม

"เฮ้อออ แม้ว่ากู่นากับเฉินหมานจะไม่หยิ่งและเป็นกันเองไม่เหมือนฉินจิ่วเอ๋อร์ แต่พวกเธอก็ต่างจากเรา เธอพูดถึงแต่เรื่องการท่องท่องเที่ยว อาหารราคาแพงที่พวกเราไม่รู้จัก ทำให้พวกเราไม่รู้จะชวนคุยอะไรดี"

จางฮุยพูดอย่างน้อยใจและเปิดคอมพิวเตอร์เล่นเกม

"แต่ว่าเหอหมินเธอน่ารักดีนะ เธอพยายามที่จะพูดคุยกับเรา เราตกลงกันไว้ว่าสัปดาห์หน้าจะนัดกันไปทานข้าวเย็นอีกครั้ง" ซงชุนกล่าว

"ดีแล้ว" ลู่หยวนหวังว่าทั้งสองคนจะหาแฟนได้ "แต่ครั้งหน้าฉันไม่ไปนะ"

"ให้ตายเถอะ! ลู่หยวน ทำไมนายถึงไม่ไป เป็นเพราะฉินจิ่วเอ๋อร์เหรอ? อย่าไปสนใจเธอเลย" จางฮุยพูดขณะเล่นเกม

"นี่พี่ลู่ ผมพอจะมีเงินให้พี่ยืมได้อยู่นะ" ซงชุนพูดขณะที่ยืนมองจางฮุยเล่นเกมอยู่ด้านหลัง

"ไม่เป็นไร ขอบใจนายมากนะ"

ลู่หยวนไม่ชอบเล่นเกมเขาจึงหยิบโทรศัพท์ oppo ขึ้นมาเพื่อเริ่มหาอะไรดู

ถึงแม้ว่าหลี่เมิ่งเหยาจะไม่ชอบโทรศัพท์เครื่องนี้ แต่สำหรับลู่หยวนแล้วเขาไม่เคยได้ใช้โทรศัพท์ที่ดีขนาดนี้มาก่อน

เขาเข้าสู่ระบบ QQ

มีข้อความแจ้งเตือนมาจากแชทกลุ่มของชั้นเรียน

"เฮ้ทุกคน ตอนนี้ฉันกำลังจะ Live อย่าลืมเข้ามาดูกันนะ... "

ทันทีที่ข้อความนี้ถูกโพสต์ แชทก็ระเบิดทันที

"หยินยี่กำลังจะ Live เหรอ?"

จางฮุยรีบหยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมาและตะโกน

"จริงดิ! เยี่ยมไปเลยยย"

ซงชุนหยุดมองจางฮุยเล่นเกมและรีบวิ่งไปหยิบโทรศัพท์

"ว้าว! ลู่หยวนนายมาดูนี่สิ" จางฮุยชักชวนลู่หยวนขณะที่จ้องมองไปที่โทรศัพท์

หยินยี่เป็นสาวฮ็อตของชั้นเรียน

เธอดูเด็กและน่ารักมาก หลายๆ คนที่เพิ่งเคยเห็นเธอเป็นครั้งแรกมักจะคิดว่าเธอเป็นเพียงสาวน้อยมัธยมปลาย

แถมเธอยังดูราวกับเป็นวัวนมที่ได้รับการเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี

หน้าอกของเธอใหญ่จนเธอได้รับฉายาจากกลุ่มเด็กผู้ชายว่า 'แม่วัว'

เธอสนิทอยู่กับแค่กลุ่มของตัวเองเท่านั้น แม้ว่าลู่หยวนจะอยู่ชั้นเรียนเดียวกับเธอแต่เขาก็แทบจะไม่ได้คุยกับเธอเลย

"เธอ Live ด้วยเหรอ?"

ลู่หยวนสมัครสมาชิกแล้วคลิ๊กเข้าไปดู

หยินหยี่อยู่ในชุดเซ็กซี่ สวมหูแมวสองข้างทำหน้ามุ่ยดูน่ารักและน่ามองมาก

"สวัสดี ทุกคน!"

เธอโบกมือทักทายและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

"สวัสดีคร๊าบบบ!" ซงชุนยิ้มและโบกมือให้โทรศัพท์และแน่นอนว่าหยินยี่ไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด

"นายคิดว่าเธอจะได้ยินเหรอ!" จางฮุยแซวซงชุน

หยินยี่ร้องเพลงพร้อมกับโยกตัวไปมาเบาๆ อย่างน่ารัก

ขณะนี้คนกำลังดู Live อยู่ 33 คน และส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นคนในชั้นเรียนด้วย

แถบแชทเด้งขึ้นไม่หยุด

[หยินยี่ ลองเดาดูสิว่าฉันคือใคร?]

[ฉันคืออาจารย์เหว่ย เธอทำการบ้านเสร็จแล้วหรือยัง?]

[เย้! ในที่สุดก็เริ่ม Live สักที ]

จากนั้นก็มีข้อความจากระบบแจ้งว่า กระดาษชำระ1แผ่นถูกแบนจากช่องแชท

"เชี่ย! ฉันถูกแบน!" ซงชุนโวยวาย (ซงชุนแกล้งเป็นอาจารย์)

"ขอของขวัญหน่อยสิ ขอของขวัญหน่อยสิ!"

หยินยี่ตะโกนใน Live

"เราเป็นเพื่อนรวมชั้นกัน ขอกุหลาบหน่อยไม่ได้เหรอ?" หยินยี่ทำหน้ามุ่ย

กุหลาบเป็นของขวัญราคาห้าหยวน

วิธีของเธอได้ผล ผู้คนในห้องแชทต่างส่งของขวัญดอกกุหลาบให้เธอรัวๆ

หลังจากนั้น

"ขอบคุณสำหรับดอกกุหลาบนะคะพี่เทียน"

"เสี่ยวซีขอบคุณสำหรับผ้าพันคอนะ"

"หยินยี่พี่ชื่อลี่เทียนนะ" พี่เทียนพิมพ์ในช่องแชท

"ขอบคุณนะคะ พี่ลี่เทียน" หยินยี่พูดพลางทำท่าทางน่ารัก

"ขอบคุณค่ะ เหว่ยหง"

"ขอบคุณนะคะ หวังห่าว"

“น้องเจิ้น ขอบคุณน้าาาา”

. . .

เธอขอบคุณอย่างต่อเนื่อง

ของขวัญส่วนใหญ่เป็นกุหลาบห้าดอก ไม่ก็ผ้าพันคอสิบผืน

"กระดาษชำระ1แผ่นส่งผ้าพันคอ!"

"อ่า กระดาษชำระ1แผ่นนี่เป็นใครกันนะ?" หยินยี่ปิดปากหัวเราะ

"ฉันเอง! นั่นคือฉันเอง!" ซงชุนกระวนกระวายราวกับมดบนกระทะร้อน

"ให้ตายเถอะจางฮุยนายช่วยฉันส่งข้อความไปบอกเธอหน่อยว่ากระดาษชำระ1แผ่นนั่นคือฉันเอง ฉันพิมพ์เองไม่ได้!" (ถูกแบนแชทอยู่)

[กระดาษชำระ1แผ่นคือซงชุน] จางฮุยมองซงชุนด้วยความรำคาญ

"ซงชุน ขอบคุณนะ" หยินยี่กล่าว

[แม้แต่ยาจกอย่างซงชุนยังให้ของขวัญกับเธอได้เลย ฉันคงยอมไม่ได้แล้ว] ในเวลานี้ผู้ใช้งานคนหนึ่งที่มีชื่อว่า'ปีศาจน้อยจินหลิง'ได้พิมพ์ในช่องแชท

เมื่ออ่านซงชุนก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา

ใช่ แม้ว่าเขานั้นจะจน แต่ก็ไม่มีใครรู้สึกดีที่โดนดูถูกกลาง Live แบบนี้

ยิ่งไปกว่านั้นคนส่วนใหญ่ในห้องสตรีมสดก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นของเขาด้วย

[เฮ้ย! ให้เกียรติกันหน่อย!] จางฮุยยอมไม่ได้ที่เห็นเพื่อนโดนดูถูก

"ปีศาจน้อยจินหลิงส่งซุปเปอร์คาร์!" ระบบแจ้งเตือนขึ้นมา

จบบทที่ ตอนที่ 5 ชายปริศนาผู้บ้าคลั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว