- หน้าแรก
- ตาซ้ายหยินหยาง
- บทที่ 20 จางเชี่ยน
บทที่ 20 จางเชี่ยน
บทที่ 20 จางเชี่ยน
บทที่ 20
แม้ทางเดินในโรงเรียนจะมีเสาไฟส่องสว่างอยู่ทุกไม่กี่เมตร แต่พอลมหนาวพัดมา ไป๋อู๋ฉางก็รีบซุกตัวเข้าไปในเสื้อโค้ตของชิงหมิงทันที ความอบอุ่นที่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาก จนอดอิจฉาชิงหมิงไม่ได้ แค่ซื้อเสื้อโค้ตก็ยังเลือกของที่กันหนาวได้ขนาดนี้ แบบนี้เห็นทีคราวหน้าต้องยืมมาใส่บ่อยๆ แล้วล่ะ
ตอนนี้ก็ราวๆ สี่ทุ่ม เด็กนักเรียนประจำส่วนใหญ่ต่างก็เข้านอนกันหมดแล้ว บรรยากาศในโรงเรียนจึงดูเงียบเหงาอย่างมาก เมื่อสายลมพัดผ่าน กิ่งไม้ก็ไหวสั่น ส่งเสียงกรอบแกรบ
ป้อมยามมืดสนิท ไป๋อู๋ฉางรู้สึกเกรงใจไม่น้อยที่ต้องเคาะประตูปลุกเขา แต่พอลุงยามเปิดประตูเห็นว่าเป็นไป๋อู๋ฉาง เขาก็รีบช่วยเปิดทางให้ ไป๋อู๋ฉางส่งบุหรี่ให้แกหนึ่งมวน ก่อนจะนั่งคุยเล่นกันเล็กน้อย
ลุงยามคนนี้อายุราวๆ สี่สิบ แม้เขาจะเป็นแค่ยามประจำโรงเรียน แต่กลับไม่มีใครกล้าดูถูกแม้แต่น้อย ด้วยความที่เขาคุมประตูโรงเรียนอยู่ บรรดานักเรียนรุ่นพี่ทั้งหลายจึงไม่มีใครกล้าก่อเรื่อง เขาเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “เฮยเกอ” หรือ “ลุงดำนั่นเอง” ว่ากันว่าเมื่อก่อนเขาเคยรับจ้างดูแลสถานที่ให้พวกแก๊งท้องถิ่น แต่ไม่รู้ยังไงสุดท้ายก็โดนเฉียงจื่อดึงตัวมาทำงานที่นี่
ไป๋อู๋ฉางเดินต่อไปยังร้านสะดวกซื้อที่ยังไม่ปิด ซื้อเหล้าเล็กน้อยกับถั่วลิสงทอด ก่อนจะเดินกลับ ระหว่างทางผ่านร้านตัดผมร้านหนึ่ง พลันก็เห็นเงาของใครบางคนที่คุ้นตา
หญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ในร้าน ท่าทีดูหวาดกลัวและไม่สบายใจ สายตาเธอจ้องมองกระจกตรงหน้า ผมยาวสลวยของเธอนั้นงดงามมาก แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ ช่างตัดผมกำลังค่อยๆ ตัดผมของเธอออกทีละกำ เธอดูเหมือนไม่พอใจในความช้า จึงคว้ากรรไกรมาตัดผมของตัวเองอย่างหุนหันพลันแล่น บรรยากาศชวนให้รู้สึกขนลุก
ไป๋อู๋ฉางยืนมองอยู่หน้าร้านครู่หนึ่ง ถึงได้รู้ว่าเธอคือเพื่อนร่วมงานของไป๋อู๋ฉางเอง จางเชี่ยน
จางเชี่ยนก็เป็นครูสอนศิลปะเช่นกัน แต่เธอสอนระดับมัธยมสอง ครั้งก่อนที่ไป๋อู๋ฉางลาหยุดไป ชิงหมิงก็ขอให้เธอช่วยสอนแทนให้ เราสองคนค่อนข้างสนิทกัน เพราะอายุใกล้เคียงกัน ทำให้คุยกันถูกคอ
“หืม? เสี่ยวฉางก็มาที่นี่เหรอ?”
ประตูเลื่อนของร้านถูกจางเชี่ยนเปิดออก เธอแปลกใจไม่น้อยที่เห็นไป๋อู๋ฉางอยู่ตรงนั้น ไป๋อู๋ฉางมองหญิงสาวคนสวยตรงหน้าอย่างพินิจ ผมของเธอถูกตัดจนเหลือแค่ระดับติ่งหู โชว์ใบหูเล็กๆ ที่ดูน่ารัก ใบหน้าของเธอก็ยังคงงดงาม เพียงแต่ดูซีดเซียวอยู่ไม่น้อย
“อืม… ฉัน… ออกมาซื้อเหล้าน่ะ”
ไป๋อู๋ฉางตอบไปตะกุกตะกัก พูดตามตรงเถอะ เวลามีผู้หญิงสวยมาจ้องหน้าเขาแล้วยิ้ม ไป๋อู๋ฉางก็จะเริ่มลิ้นพันกัน หน้าแดงแจ๋ กว่าจะกลับมาพูดรู้เรื่องได้ก็กินเวลาอยู่นาน
“งั้นรีบกลับเถอะ พรุ่งนี้มีเวลาก็มากินข้าวเที่ยงด้วยกันนะ”
จางเชี่ยนฝืนยิ้มเล็กน้อย ลูบผมที่เพิ่งถูกตัดของตัวเองเบาๆ แล้วพูดออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
ไป๋อู๋ฉางคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าเบาๆ จางเชี่ยนยิ้มแห้งๆ แล้วเขาสองคนก็เดินกลับโรงเรียนด้วยกัน ตอนเดินผ่านป้อมยาม ไป๋อู๋ฉางยื่นเหล้า
เอ๋อร์กวอโถวกับถั่วลิสงให้เฮยเกอ เขาหัวเราะหึๆ อย่างอารมณ์ดี พูดแต่ว่า “เกรงใจๆ” แต่กลับทำเหมือนมองไม่เห็นจางเชี่ยนที่อยู่ข้างหลังไป๋อู๋ฉางเลย
ไป๋อู๋ฉางกับจางเชี่ยนแยกทางกันตรงหน้าหอพักครู ไป๋อู๋ฉางอยู่ชั้นสาม ส่วนเธออยู่ชั้นหนึ่ง เขาบอกลากันแล้วไป๋อู๋ฉางก็เดินขึ้นไป แต่พอเดินถึงชั้นสองกลับได้ยินเสียงร้องไห้เบาๆ ลอยมา ไป๋อู๋ฉางหันไปมองอย่างระแวดระวัง แต่กลับไม่พบอะไร นอกจากความรู้สึกเย็นยะเยือกที่ยิ่งกว่าอากาศด้านนอกเสียอีก เขารีบเร่งฝีเท้าโดยไม่หันกลับไปมองอีก
ไป๋อู๋ฉางเคาะประตู แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ กำลังจะไขกุญแจเปิดประตูเอง ทันใดนั้นประตูก็เปิดออก ชิงหมิงยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าเย็นชา ดวงตาแข็งกร้าวจ้องไป๋อู๋ฉางนิ่ง ไป๋อู๋ฉางรู้สึกมือไม้เย็นเฉียบในทันที… หรือว่าเขารู้เรื่องที่ไป๋อู๋ฉางกลับมากับจางเชี่ยน!?
“ดวงวิญญาณที่ใดกล้ามารังควาน! ถอยไป!”
ชิงหมิงฮึดฮัดเสียงเย็น มือรวบเป็นวิชากระบี่ นิ้วชี้แตะตรงกลางหน้าผากไป๋อู๋ฉาง เขารู้สึกเวียนหัวแทบทรุดปากอ้าค้างเหมือนจะอาเจียน แต่สิ่งที่ออกมากลับไม่ใช่ข้าวหรือเหล้า… กลับเป็นกระจุกผมก้อนใหญ่!
ถ้าไม่ใช่เพราะชิงหมิงคว้าตัวไป๋อู๋ฉางไว้ เขาคงล้มลงไปกองกับพื้นแล้ว ลองนึกภาพดูสิ ปากตัวเองอาเจียนออกมาเป็นก้อนผม! มันน่าขยะแขยงขนาดไหนกัน!
ชิงหมิงลูบหลังไป๋อู๋ฉางเบาๆ แล้วพยุงเขาเข้าไปในห้อง มืออีกข้างหยิบยันต์ออกมาหนึ่งแผ่น สีหน้าเรียบเฉย ใช้ยันต์กวาดผ่านกระจุกผมที่พื้น ครู่เดียวแผ่นยันต์ก็ถูกดูดติดเข้าไปเหมือนแม่เหล็ก
“พรึ่บ”
เสียงลุกไหม้เบาๆ เปลวไฟสีแดงลุกโชติช่วง ส่งกลิ่นเหม็นเน่าจนแทบอาเจียน ไป๋อู๋ฉางไอแห้งๆ อยู่หลายที โชคดีที่ครั้งนี้ไม่มีเส้นผมออกมาอีก เมื่อไฟมอดลง ทั้งยันต์และผมก็หายวับไป ราวกับไม่เคยมีอยู่
“เข้าไปนอนแล้วเล่ามาซะดีๆ คราวนี้ไปก่อเรื่องอะไรมาอีก?”
ชิงหมิงปิดประตู ประคองไหล่ไป๋อู๋ฉางแล้วดันให้ไปนั่งที่เก้าอี้ น้ำเสียงเย็นเยียบ
ภายในห้องมีเครื่องปรับอากาศ ไป๋อู๋ฉางรู้สึกอุ่นขึ้นทันตา ถอดเสื้อโค้ต วางถุงของลง แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้ชิงหมิงฟัง
ไม่นานหลังจากนั้น ชิงหมิงก็ฮึดฮัดออกมาอีกครั้ง “ไม่เลวเลยนี่ เพิ่งมาทำงานไม่นานก็จีบครูจางได้แล้ว พรุ่งนี้ยังจะไปกินข้าวด้วยกันอีก ลืมเพื่อนร่วมเป็นร่วมตายอย่างฉันไปเลยสินะ!”
“เปล่าซะหน่อย… พรุ่งนี้นายก็ไปด้วยกันเลยสิ แล้วว่าแต่… ตงจื่อหลับไปแล้วเหรอ? เมื่อกี้ยังว่าจะดื่มกันอยู่เลย”
ไป๋อู๋ฉางคิดถึงภาพตอนตัวเองอาเจียนผมออกมาแล้วรู้สึกคลื่นไส้อีกครั้ง
“เสียใจมากจนหลับไปแล้ว ว่าไง ยังอยากดื่มอยู่มั้ย?”
ชิงหมิงยืนกอดอก ล้วงกระเป๋า ตอบเสียงเรียบ
“ไม่ละ… ฉันจะไปล้างหน้าแล้วนอนเลยดีกว่า…”
ไป๋อู๋ฉางก้มหน้าตอบเสียงเบา
“ไม่ดื่มกับฉันเหรอ งั้นฉันดื่มเอง!”
ชิงหมิงพูดจบก็คว้าขวดเหล้า เปิดฝาแล้วกรอกเข้าปากทันที ปกติไป๋อู๋ฉางไม่เคยเห็นเขาดื่มเหล้าเลย แบบนี้ไม่เมาตายเหรอ?
“เฮ้ ใจเย็นๆ ดื่มคนเดียวแบบนี้จะไหวเรอะ งั้นฉันดื่มด้วยก็ได้ แต่ดื่มนิดเดียวนะ พรุ่งนี้ต้องสอนหนังสืออีก”
ไป๋อู๋ฉางเปิดถั่วลิสงพร้อมเปิดเหล้าอีกขวด ยอมยกดื่มเป็นเพื่อน
ดื่มไปได้พักหนึ่ง ไป๋อู๋ฉางก็เริ่มไม่ไหวแล้ว ปกติแค่เบียร์เขายังพอไหวถึงห้าขวด แต่พอเป็นเหล้าขาวแค่ขวดเดียวก็แทบล้ม ไป๋อู๋ฉางเดินไปที่เตียง กะจะขยับตงจื่อที่นอนแน่นิ่งให้หลบหน่อย แต่เขาหลับลึกจนขยับไม่ไหว สุดท้ายไป๋อู๋ฉางก็เลยนอนเบียดปลายเตียงแทน
เช้าวันรุ่งขึ้น ไป๋อู๋ฉางยืดแขนขาออก แล้วเผลอถีบโดนใครเข้า
“โอ๊ย! จะฆ่าผัวตัวเองรึไง!”
เสียงเย็นเยือกดังมาจากข้างตัว ไป๋อู๋ฉางหันไปมองแล้วสะดุ้งโหยงเขามานอนอยู่บนเตียงของชิงหมิง!
ชิงหมิงขยี้จมูก หันมามองไป๋อู๋ฉางด้วยสายตาดุๆ ไป๋อู๋ฉางหัวเราะแห้งๆ ออกมา พอคิดถึงประโยคหลังที่เขาพูด ใบหน้าก็ร้อนผ่าว รีบถีบเขาแรงๆ ไปทีหนึ่งแล้วกระโดดลงจากเตียงทันที
เช้านี้ทั้งสองคนมีสอนทั้งคู่ เลยไปซื้ออาหารเช้ากันที่โรงอาหาร ตั้งแต่ตื่นมา ชิงหมิงก็ยิ้มแบบแปลกๆ มองไป๋อู๋ฉางตลอด เล่นเอาไป๋อู๋ฉางขนลุกไปทั้งตัว
“มองอะไรของนายฟะ เมื่อคืนฉันเมาจริงๆ จำอะไรไม่ได้เลยนะ…”
ผลปรากฏว่าชิงหมิงนั่น ดันเอาหน้ามาแนบหูไป๋อู๋ฉางแล้วกระซิบเบาๆ ว่า
“เมื่อคืน นายกัดฟันตอนหลับ พูดละเมอด้วย แถมยังกรนกับถีบผ้าห่มอีก…”
“หยุดเลย!”
ไป๋อู๋ฉางกลอกตาใส่ทันที ก็เพราะเขามีนิสัยเสียเวลานอนแบบนี้แหละ ไป๋อู๋ฉางถึงไม่ชอบนอนกับใคร ไม่งั้นคนที่นอนด้วยคงได้โมโหจนต้องปลุกเขากลางดึกแน่นอน
เช้าวันนั้นการสอนก็ผ่านไปได้ด้วยดี คาบที่สี่ไป๋อู๋ฉางไม่มีสอนเลยอยู่เตรียมการสอนของวันพรุ่งนี้ในห้องพักครู ส่วนชิงหมิงยังต้องไปสอนอยู่ แต่ที่แปลกคือ...วันนี้ไป๋อู๋ฉางไม่เห็นจางเชี่ยนเลย
พอไป๋อู๋ฉางถามเพื่อนครูถึงได้รู้ว่า…จางเชี่ยนหายตัวไปหลายวันแล้ว!
ตอนนั้นเอง ไป๋อู๋ฉางก็พลันนึกถึงร้านตัดผมแห่งนั้น รีบหยิบมือถือส่งข้อความหาชิงหมิงอย่างลวกๆ แล้ววิ่งตรงไปยังร้านตัดผมทันที…
มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลแน่นอน